"กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์"ได้รับบทความ โดยผู้เขียนใช้นามปากกาว่า"หนุ่ย" ซึ่งเป็นข้อเขียนในรูปของการตอบจดหมาย ซึ่งมีประเด็นที่น่าใจ ดังนี้
ถึงเพื่อนๆมหิดลและเท้ง
อันเนื่องมาจากจอมอของเท้งข้างล่างนี้ เราดีใจที่เท้งส่งเสียงมามั่ง เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนจึงขอตอบเท้งและเปิดใจให้เพื่อนๆน้องๆได้แลกเปลี่ยนกันดังนี้ เท้งเขียนมาว่า …. ต้องขอโทษเพื่อนๆมหิดลที่ต้องขอร่วมแสดงความเห็นต่อเหตุการณ์ของบ้านเมืองใน ขณะนี้ (หลังจากที่เป็นผู้อ่านและฟังมาระยะหนึ่ง) และต่อบทบาทของเพื่อนๆบางคนว่า " ผมไม่แปลกใจเลยที่เห็นรัฐบาลที่จัดตั้งโดยทหารปัจจุบันที่ใช้ประเด็นล้ม สถาบันเป็นเครื่องมือ เพื่อสร้างกระแสล้อมปราบเข่นฆ่าประชาชนเหมือนยุค 6 ตุลาคม 2519 ด้วยการปิดกั้น censor สื่อ , ตัดต่อซ้อนภาพในหน้าหนังสือพิมพ์ ( ภาพแขวนคอปีหนึ่งเก้าและภาพม็อบหลากสีปีห้าสาม) และใช้สื่อของรัฐสร้าง กระแสปลุกเร้าประชาชนฝ่ายตนให้เกลียดชังและล้อมปราบประชาชนฝ่ายตรง ข้าม(วิทยุยานเกราะ/ลูกสือชาวบ้านปีหนึ่งเก้า และทีวีวิทยุกระแสหลัก/เสื้อหลากสี ปีห้าสาม) รวมทั้งการใช้กำลังทหารพร้อมอาวุธสงครามเข้าปิดล้อมเข่นฆ่า ประชาชน(ที่ธรรมศาสตร์ปีหนึ่งเก้า และที่แยกผ่านฟ้า/อาจที่แยกราชประสงค์ ปีห้าสาม) ที่ผมไม่แปลกใจเพราะเป็นวิธีที่ฝ่ายขวาจัดใช้ล้อมปราบประชาชนที่เห็นต่าง แต่ที่ผมแปลกใจและไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเพื่อนเราบางคนที่เคยทุ่มเทชีวิต ต่อสู้กับเผด็จการทหาร เรียกหาประชาธิปไตยและเสรีภาพในการแสดงความเห็นทางการเมือง รวมทั้ง อุดมการณ์เพื่อคนยากจน เพื่อนเราที่เคยถูกฝ่ายขวาจัด แอบอ้างสถาบัน ปิดกั้นสื่อ ตัดต่อภาพ ใช้สื่อรัฐสร้างกระแสปลุกเร้าประชาชนฝ่ายตน และใช้ทหารพร้อมอาวุธสงครามเข้าล้อมปราบเข่นฆ่านักศึกษาประชาชนที่ธรรม ศาสตร์ในปีหนึ่งเก้า แต่ในปีห้าสาม เพื่อนเรากลับเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ หรือเป็นผู้สนับสนุน หรือเห็นด้วยกับการใช้วิธีวิธีที่ฝ่ายขวาจัดใช้ล้อมปราบเข่นฆ่าประชาชนที่ เห็นต่าง หรือปีห้าสามสถานภาพทางสังคม อุดมการณ์ทางการเมือง ทัศนะต่อชนชั้นของเพื่อนเราบางคนได้เปลี่ยนไปจากปีหนึ่งเก้า ขอบใจที่เท้งตั้งคำถามว่า “ แต่ที่ผมแปลกใจและไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเพื่อนเราบางคนที่เคยทุ่มเทชีวิต ต่อสู้กับเผด็จการทหาร เรียกหาประชาธิปไตยและเสรีภาพในการแสดงความเห็นทางการเมือง รวมทั้งอุดมการณ์เพื่อคนยากจน ……….. เพื่อนเรากลับเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ หรือเป็นผู้สนับสนุน หรือเห็นด้วยกับการใช้วิธีวิธีที่ฝ่ายขวาจัดใช้ล้อมปราบเข่นฆ่าประชาชนที่ เห็นต่าง ” เพราะว่าจะได้อธิบายให้ฟังว่าทำไมถึงเห็นต่าง ( 1 ) ยุคข่าวสารดิจิตอลที่มีสื่อเป็นร้อยทั้งต่างประเทศและในประเทศ คงพิสูจน์ได้ไม่ยากนักว่าข่าวไหนจริงหรือข่าวไหนเท็จ ข่าวไหนลวง ถ้าเราพยายามหาความจริงออกจากความเท็จโดยไม่มีอคติ (หรือเลือกเสพแต่ข่าวที่ตรงกับใจของตัวเองที่อยากฟัง) บังเอิญหลังจากที่ได้อ่านข่าวดูข่าวแปลข่าวฯลฯ เรากลับเห็นต่างกับเท้งว่า ในสองปีที่ผ่านมา พบว่าทั้งสำนักข่าวเสื้อเหลืองและสำนักข่าวเสื้อแดงล้วนให้ข้อมูลทั้งของจริงและของเท็จเพื่อพยายามหาพวก แต่ในความเห็นของเราซึ่งตามข่าวเกือบทุกวันทุกสื่อ กลับเห็นว่าสำนักข่าวเสื้อแดงโกหกได้เก่งกว่าแต่ไม่เนียน ที่เป็นสุดยอดในการตอแหลก็คือสามเกลอหัวขวดนั่นเอง ฉะนั้น คนในสังคมนี้จึงได้แตกแยกออกเป็นสองพวก ขึ้นกับว่าใครจะเชื่อข่าวเท็จของฝ่ายไหนมากกว่ากัน ฉะนั้นเรื่องที่เท้งเล่ามาว่าทหารจงใจฆ่าประชาชน (ซึ่งแตกต่างกับการยิงเพื่อการป้องกันตัว เพราะโดนยิงจากผู้ก่อการร้ายชุดดำไป 26 ลูก พร้อมๆกับมีคนเสื้อแดงไล่ล่าตามฆ่าตามหลังอีกกลุ่มใหญ่ - เราฟังจากคำสัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวเกียวโดและบันทึกของแพทย์สนามในเหตุการณ์ ซึ่งรายงานรายละเอียดของเหตุการณ์เกือบจะตรงกันเป๊ะ) ทำไมเสาไฟฟ้าแรงสูงที่จ่ายไฟฟ้าให้กับกทม.และปริมณฑลที่วังน้อย จึงถูกวางระเบิดในคืนวันเดียวกันพร้อมๆกับการปรากฏตัวของกลุ่ม ผู้ก่อการร้ายชุดดำ ดังนั้น เราจึงเห็นต่างกับเท้ง ว่ามันคนละเรื่องกับเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 ( ซึ่ง เราและเพื่อนๆ รวมทั้งคนอื่นๆที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย ที่ชุมนุมในมหาวิทยาลัยที่มีรั้วรอบขอบชิด และไม่ได้ละเมิดสิทธิของผู้อื่นอยู่กลางถนนย่านธุรกิจแม้แต่น้อย แต่กลับถูกล้อมปราบ และฆ่าไม่เลือกจากตชด.) ที่จริงการต่อสู้ครั้งนี้เป็นเพียงเกมส์ การแย่งอำนาจของชนชั้นปกครองสองกลุ่มต่อสู้กัน เพื่อแย่งกันเป็นหัวหน้าของระบบอำมาตย์ หาใช่เป็นการต่อสู้เพื่อล้มล้างระบบอำมาตย์อย่างที่กล่าวอ้างไม่ ถ้าการต่อสู้นี้ทำให้ระบบพรรคพวก เส้นหาย ความอยุติธรรมในสังคมหายไป ทำให้ตำรวจเลิกรีดไถชาวบ้าน มีระบบภาษีที่ก้าวหน้าเพื่อรีดภาษีมรดกจากคนรวยมาให้คนจนได้ นักการเมืองเลวๆติดคุกได้เหมือนอาชญากรธรรมดา เรายินดีและพร้อมที่จะสนับสนุนและเป็นพวกคนเสื้อแดงทันที แต่ถ้าให้เราไปตายเพื่อทักษิณ ขณะที่นักการเมืองที่เหลือ(ไม่ว่าพวกฝ่ายไหนก็ตาม)ยังเสพสุข โกงกินบ้านเมือง และเล่นพวกเหมือนเดิม เราคงไม่เอาด้วย ( 3) ในการต่อสู้ของคนเสื้อเหลืองก็มีทั้งคนจนเช่นเดียวกัน แม้ว่าจะมีจำนวนน้อยกว่าคนจนของกลุ่มคนเสื้อแดง แต่เรามีข้อสังเกตุว่าจิตสำนึกทางการเมืองของคนจนสองกลุ่มนี้มีความต่างกันอยู่ คนจนกลุ่มเสื้อเหลืองไม่เคยหวังพึ่งรัฐหรือนักการเมืองว่าจะมาช่วยเหลือแก้ความยากจนของเขาได้ เพราะคนจนกลุ่มนี้มีบทเรียนการต่อสู้กับอำนาจรัฐ มาเกือบทุกรัฐบาลเพื่อปกป้องสิทธิอันชอบธรรมของเขา แต่เขาพบว่ารัฐบาลที่เลวร้ายที่สุดที่เคยต่อสู้คือ รัฐบาล ทักษิณ เพราะละเมิดสิทธิมนุษย์ชนมากที่สุด (ไม่มียุคใดที่ผู้นำชุมชนและ NGO จะถูกลอบฆ่าตายมากที่สุดเท่ากับขณะที่รัฐบาลทักษิณครองอำนาจ) เขาจึงเข้าร่วมต่อสู้กับคนเสื้อเหลืองเพื่อรักษาสิทธิและทรัพยากรของเขา พวกเขาไม่เคยฝากความหวังไว้กับใครในระบบอุปภัมภ์ แต่กลับเชื่อในพลังการต่อสู้ของตัวเอง พวกเขาคิดว่าพวกเขาคือ “ พวกเสรีชน ” ที่ถูกรัฐริดรอนสิทธิอันพึงมีของเขา จึงไม่แปลกที่คนอย่างคุณพิภพ หรือคุณสุริยะใสกลายเป็นแกนนำคนเสื้อเหลืองไปได้ ขณะที่คนเสื้อแดงเรียกตัวเองว่า “ ไพร่ ” เราไม่ได้ดูถูกนะ เขาใส่เสื้อยืดสีแดงพ่นสกีนคำว่า “ ไพร่ ” ตัวโตจริงๆ คนเหล่านี้คิดต่างกับคนจนกลุ่มแรกตรงที่ว่า เขาฝากความหวังไว้กับทักษิณหรือหัวคะแนนของนักการเมืองว่า จะช่วยให้เขาพ้นจากความยากจนได้ สิ่งที่เขาคิดเสมอก็คือว่า ในเมื่อเสียงข้างมากเลือกพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลและได้เสียงข้างมาก แต่ทำไมจึงไม่ได้เป็นรัฐบาล พวกเขายังฝากความหวังไว้กับผู้มีอำนาจในระบบอุปภัมภ์ (แต่เขาคงไม่รู้ว่าที่พรรคเพื่อไทยหมดอำนาจ เพราะเนวินถูกทักษิณเบี้ยวก่อนเรื่องเลือกตัวคนที่จะมาเป็นนายกฯ ทั้งที่เขาเป็นคนจ่ายเงินเลี้ยงลูกพรรคแทนทักษิณมาโดยตลอดหลังทักษิณหนีคุก แต่กลับไม่มีสิทธิกำหนดให้ใครเป็นนายก ตามประเพณีปฏิบัติเรื่องนายทุนการเมืองน้ำเน่าของไทย เนวินเลยแปรพรรคเพราะแรงแค้น แต่พวกสามเกลอหัวขวดก็ฉลาดพอที่ออกมาบิดเบือนว่าเป็นเพราะว่าเนวิน ถูกทหารบีบให้แปรพรรค) ประวัติศาสตร์โลกไม่เคยปรากฏว่าความคิดแบบไพร่จะผลักดันสังคมให้ก้าวไปข้างหน้าได้ มีแต่ไพร่ต่อสู้ยอมตายเพื่อให้เจ้ามูลนายของตนได้เป็นใหญ่ มีแต่เสรีชนเท่านั้นที่เปลี่ยนแปลงสังคมให้ก้าวหน้าได้ นี่เป็นอีกประการหนึ่งที่จุดยืนของเราต่างกับคนก้าวหน้าที่นิยมทักษิณ (4) ในความเห็นของเรา ความคิดเห็นที่ต่างกันในกลุ่มคนหัวก้าวหน้าที่เคยต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม แต่กลับแตกแยกกันตอนนี้ มีจุดต่างที่สำคัญคือ กลุ่มแรกเห็นว่า การฉ้อโกงบ้านเมืองเป็นเหตุของความฉิบหายของประเทศชาติ การรัฐประหาร(ครั้งนี้)เป็นเพียงอาการของโรคแทรกซ้อนที่เกิดจากคอร์รัปชั่น ถ้าการเมืองมีการตรวจสอบและกำกับการใช้อำนาจรัฐอย่างเข้มข้น และมีธรรมภิบาล บ้านเมืองก็จะไปรอดได้ ถ้าคนจนเข้าถึงการศึกษาอย่างทั่วถึง มีการกระจายรายได้อย่างเป็นธรรม และลดช่องว่างทางเศรษฐกิจระหว่างคนจนกับคนรวย อาการโรครัฐประหารก็จะหายไปเองในระยะยาว แต่คนกลุ่มหลังเชื่อว่า รัฐประหารคือต้นเหตุของความฉิบหายของบ้านเมือง มีแต่การเลือกตั้ง( 4 วินาที)เท่านั้นที่จะทำให้บ้านเมืองเจริญได้ แต่ความที่เราเป็นนักวิทยาศาสตร์ เราจึงดูที่ผลลัพธ์เชิงประจักษ์ว่าความเชื่อแบบไหนน่าจะถูกต้อง เราจึงไปศึกษาค้นคว้าประวัติศาสตร์ร่วมสมัย เรากลับพบว่า ประเทศที่เป็นเผด็จการทางการเมืองแบบสุดๆ แต่ไม่คอร์รัปชั่นและเล่นพวกกลับเจริญได้ เช่นสิงคโปร์ แต่ถ้าประเทศที่มีเลือกตั้งไม่เคยมีรัฐประหาร แต่กลับคอร์รัปชั่นกันอย่างสุดๆ ยังไม่เคยเห็นสักประเทศที่เจริญ ดูประเทศซิบบับเวโรดีเซียของนายโรเบิร์ต มูกาเบ่ย์เป็นตัวอย่าง ยังมีงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งที่ลงในวารสาร The Economist เมื่อสองปีที่แล้วว่า ทำไมประเทศอินเดียที่มีการปกครองแบบเสรีประชาธิปไตยที่เปิดกว้างกว่า การปกครองแบบคอมมิวนิสต์ของจีน แต่อินเดียกลับเจริญช้ากว่าทั้งๆที่การเมืองจีนเผด็จการมากกว่า ผลการวิจัยที่ได้รับ พบว่าที่จีนพัฒนาการได้เร็วกว่า เพราะโดยภาพรวมจีนมีการคอร์รัปชั่นน้อยกว่า เนื่องจากมีระบบตรวจสอบการโกงกินที่จริงจังมากกว่าอินเดีย (แม้ว่าจะยังไม่ได้มาตรฐานตามสายตาของพวกฝรั่งก็ตาม) ( 4 ) สิ่งหนึ่งที่หมู่คนก้าวหน้าเอียงข้างเสื้อแดง บางคน มักชอบสวมหมวกให้คนอื่นคือ ใครก็ตามไม่ว่าก้าวหน้าหรือล้าหลัง ถ้ารังเกียจทักษิณ ก็จะเหมารวมทันทีว่าเป็นพวกนิยมเจ้า ขอบอกว่าพวกเราคนเกลียดคนคอร์รัปชั่น (ไม่เฉพาะนายทักษิณ) และไม่เคยบูชาเจ้านะจะบอกให้ แต่ที่แปลกมากๆคือแกนนำนักศึกษาคนเดือนตุลาบางคนกลับไปจูบปากทำงานกับไอ้สมัคร(ที่ปลุกระดมให้ฆ่าคนตอน 6 ตุลา)ได้เหมือนผีกับโลง เราเคยได้ฟังอาจารย์จรัล ดิษฐาอภิชัยคนเสื้อแดงให้สัมภาษณ์เต็มสองรูหูว่า “ อยู่ร่วมกับนายทุนสามานย์ดีกว่าอยู่กับพวกอำมาตย์ ” และ"ถ้าไม่ชูทักษิณก็ไม่มีคนมาร่วมชุมนุม" มันแปลว่าอะไร หรือว่าอดีตนักต่อสู้่เหล่านี้ ยอมศิโรราบกับความเลวทุกรูปแบบเพื่อชัยชนะเท่านั้น สำหรับเราแล้วเราไม่เอาทั้งนายทุนสามานย์และพวกอำมาตย์ ( 5) ส่วนวาทะกรรมที่ว่า “ สองมาตรฐาน ” เรื่องนี้ความจริงเราเห็นว่าแท้จริงในสังคมไทยมีเพียง “ มาตรฐานเดียว ” และมีมานานแล้วด้วย คือมาตรฐานที่ว่า “ ใครมีอำนาจคนนั้นคือฝ่ายถูกต้อง ” ยิ่งพวกตนเองมีอำนาจมากก็ยิ่งถูกต้องมาก ยิ่งยึดกุมอำนาจรัฐได้ยิ่งถูกต้องใหญ่ ไม่ว่าการได้มาซึ่งอำนาจนั้นจะสกปรกโสโครกอย่างไรก็ตาม ถ้าพวกตนมีอำนาจรัฐแล้วก็อยู่เหนือกฏหมาย จะทำอย่างได้ก็ได้ นี่คือสัจจะธรรมของระบบนายทุนสามานย์และคนมีสีของการเมืองไทย ที่ระบบนิติธรรมไทยไม่เคยกล้าที่จะแตะต้องผู้มีอำนาจ พวกนักการเมืองและคนมีสีถึงได้แย่งชิงกันแบบเอาเป็นเอาตายในทุกรูปแบบ เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ แม้เอาชีวิตประชาชนมาเป็นเหยื่อสังเวยในเกมส์แย่งชิงอำนาจของตนเองก็ตาม ช่วงไหนที่คนมีอำนาจในบ้านเมืองมีหิริโอตะบะหน่อยหรือพูดง่ายๆก็คือเป็นคนดีหน่อยหรือหน้าบางหน่อย บ้านเมืองก็วุ่นวายน้อยหน่อย แต่ถ้าช่วงไหนคนมีอำนาจในบ้านเมืองบ้าอำนาจมาก บ้านเมืองก็วุ่นวายมาก ดูอย่างกรณีสามจังหวัดภาคใต้เป็นตัวอย่างที่เขาอยู่กันอย่างสงบสุขมาร่วม 20 ปี แต่พอทักษิณเป็นรัฐบาลเพียงไม่กี่ปี บ้านเมืองในสามจังหวัดใต้ก็ลุกเป็นไฟ มีการก่อการร้ายไปทั่วจนถึงทุกวันนี้ ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะทักษิณบ้าอำนาจมากผิดปกติกว่านักการเมืองน้ำเน่าทั่วไปของไทย จุดยืนรักความเป็นธรรมของพวกเราไม่เคยเปลี่ยนแปลง แม้เวลาจะเปลี่ยนไป เพียงแต่วิเคราะห์และมองเห็นต่าง ขอให้เพื่อนรับทราบไว้ด้วย ขณะเดียวกัน เราก็ไม่ใจร้ายพอที่จะใช้วิีธีสุดอำมหิตให้ประชาชนเป็นโล่มนุษย์ไปตายแทน อาศัยกลยุทธก่อการร้ายยิงทั้งสองฝ่ายเพื่อให้เกิดจลาจล โดยอ้างว่าเป็นการสู้ด้วยอุดมการณ์เพื่อชัยชนะของคนยากคนจน หนุ่ย
(2 ) แต่เรื่องที่ว่าใครฆ่าใครก่อนนี้ ในความเห็นของเรายังเป็นแค่ประเด็นรอง ประเด็นหลักคือใครเป็น Master Mind ที่วางแผนเอาชีวิตประชาชนเสื้อแดงเป็นเครื่องต่อรองและสังเวยความกระหายอำนาจของตนเอง ขณะที่ตนเองพาลูกเมียและตัวเองไปเสวยสุขอยู่เมืองนอก
( 3) วันก่อนเรานั่งแท็กซี่ไปทำธุระ เราพูดกับแท็กซี่ว่า ตำรวจส่วนใหญ่ก็เป็นคนเสื้อแดง แท็กซี่ส่วนใหญ่ก็เป็นคนเสื้อแดง ตอนนี้ตำรวจคงเลิกไถแท็กซี่หรือคนขับรถสิบล้อแล้วซินะ เพราะเป็นพวกเดียวกัน คนขับแท็กซี่พูดว่า “ เออพี่พูดน่าคิดนะ ” เราอยากถามว่า ถ้าพวกอำมาตย์ตายหมดแกนนำคนเสื้อแดงชนะเอาทักษิณมาเป็นใหญ่ดังเดิม ตำรวจจะเลิกไถขูดรีดคนจนหรือไม่ ลูกหลานนักการเมืองที่ทำผิดกฏหมายจะติดคุกไหม คนไม่มีเส้นสายจะเอาลูกเข้าโรงเรียนยังต้องจ่ายแปะเจี๊ยะไหม แท้จริงการปลุกระดมมวลชนคนจนออกมาสู้กับอำนาจรัฐ เป็นเพียงเบี้ยบนกระดาน เพื่อให้คนที่เสียอำนาจกลับมาใหญ่เหมือนเดิมเท่านั้น มันก็แค่เปลี่ยนหัวอำมาตย์ หาใช่เพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคมที่เป็นธรรมไม่
Tags : เสื้อแดง
