กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง : บทวิเคราะห์

วันที่ 4 เมษายน 2553 01:00

ถอดบทเรียนระเบิดใต้...ไขปมระเบิดกรุง

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

การเกิดเหตุรุนแรงในลักษณะของการปาระเบิดและยิงระเบิดเข้าไปตามสถานที่ต่างๆในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่อย่างต่อเนื่องรวมประมาณ30ครั้ง

ระหว่างการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ในห้วงเวลาไม่ถึง 1 เดือน โดยที่ฝ่ายความมั่นคงยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้เลย เป็นเรื่องที่น่าตกใจ

หลายคนบอกว่า สถานการณ์แบบที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เกิดขึ้นแล้วในเมืองหลวงของประเทศ

แม้ชนิดของระเบิดจะแตกต่างกัน เพราะที่ชายแดนใต้เป็นระเบิดแสวงเครื่อง (ประกอบเอง) ส่วนที่กรุงเทพฯ ส่วนใหญ่เป็นอาวุธสงคราม อาทิเช่น เอ็ม 79 เอ็ม 67 แต่รูปแบบการก่อเหตุดูจะคล้ายคลึงกัน คือ ใช้ยุทธวิธีแบบ "กองโจร" ทำเมื่อได้เปรียบ ไร้รูปแบบที่แน่นอน และคาดเดาล่วงหน้าแทบไม่ได้เลย

เมื่อเร็วๆ นี้ เพิ่งมีการสัมมนาเกี่ยวกับการก่อการร้ายที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และมีบางหน่วยที่ปฏิบัติงานอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถอดบทเรียนเกี่ยวกับ "ระเบิด" เอาไว้อย่างน่าสนใจ และบางแง่มุมสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้กับเหตุระเบิดป่วนกรุง เริ่มจาก...

1. รูปแบบระเบิด
 ระเบิดที่ใช้ก่อเหตุส่วนใหญ่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นระเบิดทำเอง มีการพัฒนาอานุภาพจากน้อยไปถึงมาก แบ่งได้หยาบๆ คือ
 - ระเบิดภาชนะสำเร็จรูป อาทิเช่น กระป๋องเบียร์ กล่องพลาสติก
 - ระเบิดภาชนะดัดแปลง อาทิเช่น ถังดับเพลิง กล่องเหล็ก ท่อพีวีซี
 - ระเบิดดัดแปลงใส่ในรถมอเตอร์ไซค์และรถยนต์ ในลักษณะ bomb in car
 - ระเบิดขว้าง ซึ่งมีหลายรูปแบบ
 นอกจากนั้น ระเบิดที่พบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีระบบควบคุมการจุดชนวนระเบิดหลายแบบเช่นกัน ได้แก่ การลากสายไฟบังคับจุด (แบตเตอรี่) รีโมตคอนโทรลรถยนต์ ตั้งเวลาด้วยนาฬิกาข้อมือแบบดิจิทัล กลไกผสมวงจรไฟฟ้า (ระเบิดขว้าง) วงจรถอดรหัสความถี่ (DTMF) โดยใช้วิทยุสื่อสารเป็นสื่อกลาง การใช้กับระเบิด ทั้งแบบเหยียบ แบบเคลื่อน ใช้หลักกด-เลิกกด ดึง-เลิกดึง

 2. การประกอบระเบิด
 การเตรียมอุปกรณ์ประกอบระเบิด มีการแบ่งหน้าที่กันจัดทำ อาทิเช่น การทำภาชนะ การต่อวงจรจุดชนวน การเตรียมเชื้อปะทุกับดินขยาย และการเตรียมสะเก็ดระเบิด ทั้งนี้ ทีมที่ประกอบชิ้นส่วนสำคัญถูกฝึกมาจากต่างประเทศ ส่วนทีมในพื้นที่ถูกฝึกต่อจากกลุ่มบุคคลเหล่านั้น

3. อุปกรณ์และวัตถุระเบิดที่สำคัญ
 - เพาเวอร์เจลที่ใช้ส่วนใหญ่ไม่ใช่ยี่ห้อที่ใช้ในประเทศไทย จึงเชื่อว่ามีการลักลอบมาจากประเทศเพื่อนบ้าน มียี่ห้อ Emulex, Dyno, Orica และจากอินเดีย ยี่ห้อ Superpower กับ Dynex โดยมีข้อมูลว่านำเข้ามาทาง อ.ตากใบ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และ อ.เบตง จ.ยะลา
 - เชื้อปะทุสำเร็จรูปเป็นชนิดที่ไม่มีใช้ในประเทศไทย แต่บางครั้งอาจผลิตขึ้นเอง
 - ฝักแคระเบิดที่นำมาใช้เป็นของจากประเทศเพื่อนบ้าน มีสีเขียวและสีชมพู
 - วัตถุระเบิดซีโฟร์ บางส่วนไม่มีในประเทศไทย
 - พบวัตถุระเบิด "ทีเอ็นที" ที่ใช้ในราชการของฝ่ายความมั่นคง
 - พบวัตถุระเบิด Semtex ในพื้นที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี
 - พบวัตถุระเบิด Tetry 1 ซึ่งอาจมีการเตรียมการพัฒนาระเบิดในรูปแบบจรวด
 - รีโมตที่ใช้จุดระเบิด นำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน

4. การพัฒนากลยุทธ์ในการก่อเหตุระเบิด
 มีการพัฒนากลยุทธ์จากการวางระเบิดแบบธรรมดา เป็นกลยุทธ์ที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น อาทิเช่น การวางระเบิดพร้อมกันหลายจุด การทำ Second Bomb (ระเบิดลูกที่ 2) การสร้างสถานการณ์หลอก การลวงด้วยกับดัก การเปลี่ยนเป้าหมายจากเจ้าหน้าที่รัฐเป็นมวลชน และการลวงเจ้าหน้าที่กู้ระเบิด อาทิเช่น เหตุระเบิดที่ อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2552 ช่วงที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่พร้อมกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เป็นต้น

5. ความเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ
 มีข้อสังเกตหลายประการ กล่าวคือ
 - มีการส่งคนไปฝึกที่ต่างประเทศ อาทิเช่น นายนัสรีย์ มือรี มือระเบิดคนสำคัญ
 - พบการลำเลียงเพาเวอร์เจลผ่านแนวชายแดน 3 จุด คือ อ.ตากใบ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และ อ.เบตง จ.ยะลา
 - พบคนไทยใช้พื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านฝึกคน เพื่อส่งเข้ามาก่อเหตุในประเทศไทย
 - พบฝักแคระเบิดที่ใช้ในประเทศเพื่อนบ้าน ซุกซ่อนในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อปี 2551 และพบฝักแคระเบิดของประเทศเพื่อนบ้านยาว 81 ฟุต ซุกซ่อนในพื้นที่ อ.กรงปินัง จ.ยะลา
 - รีโมตคอนโทรลจุดชนวนระเบิดจำนวนมาก ที่พบในแหล่งผลิตระเบิดซึ่งเป็นโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ ถูกผลิตในประเทศเพื่อนบ้าน
 - พบแหล่งผลิตอุปกรณ์และวัตถุระเบิด ซึ่งเป็นวัตถุดิบจากประเทศเพื่อนบ้าน
 - พบเพาเวอร์เจล ยี่ห้อ Superpower ของอินเดีย ถูกนำมาใช้ก่อเหตุในพื้นที่สามจังหวัด แต่ยังไม่ทราบเส้นทางนำเข้า
 - พบสารระเบิด Semtex ถูกนำมาใช้ในพื้นที่สามจังหวัด ซึ่งสารชนิดนี้มักพบในการก่อการร้ายในตะวันออกกลาง กลุ่มไออาร์เอ และประเทศเพื่อนบ้าน

6. แนวทางในการแก้ไขปัญหา
 - การก่อเหตุร้ายในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีรูปแบบที่เรียกว่า Serial Crime (อาชญากรรมต่อเนื่อง) โดยมีการก่อเหตุต่อเนื่องหลายรูปแบบ และมีลักษณะเป็นอาชญากรรมซับซ้อน Organized Crime (อาชญากรรมลักษณะองค์กร) ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด ค้าของเถื่อน และการค้าแรงงานเถื่อน จึงควรใช้นโยบายการสืบสวนสอบสวนขยายผลในรูปแบบเดียวกับการดำเนินคดียาเสพติด ที่มุ่งเน้นการพิสูจน์ทราบเครือข่ายใหญ่และผู้สั่งการ ซึ่งวิธีการนี้เรียกว่า Strategic Investigation and Prosecution

- เน้นการควบคุมเหตุระเบิดโดยกำหนดนโยบายให้ทุกหน่วยดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน กล่าวคือ ควบคุมการประกอบระเบิด ควบคุมการจำหน่ายอุปกรณ์ ที่สามารถใช้ในการประกอบระเบิด อาทิเช่น วิทยุไอคอม โทรศัพท์มือถือ วงจรอิเล็กทรอนิกส์ ควบคุมการใช้วัตถุระเบิด อาทิเช่น เพาเวอร์เจล รวมทั้งพิสูจน์ทราบและดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องกับการประกอบระเบิดทุกขั้นตอน

 - พิสูจน์ทราบการสนับสนุนทางการเงิน อาทิเช่น การค้ายาเสพติด การทำธุรกิจผิดกฎหมาย เงินจากสถานศึกษา
 - ควบคุมการเดินทางผ่านชายแดนของกลุ่มผู้ก่อเหตุ และการนำวัตถุระเบิด อุปกรณ์ประกอบระเบิด ระเบิดที่ประกอบพร้อมใช้เข้ามาก่อเหตุ
 - ควรกำหนดให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานอย่างมีเอกภาพ ควรเก็บรวบรวมพยานหลักฐานอย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะการตรวจสารพันธุกรรม เพื่อพิสูจน์ความเชื่อมโยงของผู้เกี่ยวข้อง และควรนำผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์เข้าสู่สำนวน เพื่อประสิทธิภาพในการดำเนินคดี

แนวทางการแก้ไขปัญหาทั้งหมดเป็นบทเรียน ที่สามารถนำมาใช้แก้ไขปัญหาระเบิดป่วนกรุงได้ด้วย โดยเฉพาะการแกะรอยความเชื่อมโยงของคดีแต่ละคดี ซึ่งน่าจะมีความเกี่ยวข้องกัน โดยใช้เทคนิคการสืบสวนสมัยใหม่และนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อหาเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด รวมถึงตรวจสอบเส้นทางเงิน  เพื่อกระชากหน้ากากแก๊งป่วนเมืองให้ได้เสียที!
 

Tags : ระเบิด

advertisement

advertisement

advertisement