กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง : บทวิเคราะห์

วันที่ 2 เมษายน 2553 08:11

ผ่าทางตันวิกฤติความขัดแย้ง

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดราชดำเนินเสวนาห้วข้อ "เนื้อหาที่ควรคุยในวิกฤติความขัดแย้ง"

ควรคุยโรดแมพเพื่อแก้วิกฤติ

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดราชดำเนินเสวนา ในหัวข้อ “เนื้อหาที่ควรคุยในวิกฤติความขัดแย้ง โดย นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งว่า ผู้ที่ถนัดกับการจัดการปัญหายากๆ รู้ดีว่าวิกฤติเป็นโอกาส เช่นเดียวกับญี่ปุ่น เยอรมนี ที่เผชิญกับวิกฤติสงครามโลก แต่พัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้ามาได้ สำหรับประเทศไทยได้เผชิญวิกฤติมาหลายครั้ง เป็นวิกฤติที่ให้กำไรกับสังคมไทย การเจรจาระหว่างรัฐบาลกับ นปช. 2 ครั้งที่ผ่านมาถือว่า เป็นมือใหม่ พอใช้ได้ กระบวนการยังไม่ดี ควรวางกติกาก่อนเจรจา เช่น ไม่ด่าว่ากัน ไม่เอาเรื่องอดีตมาพูด ไม่ค้นหาว่าใครผิดใครถูก ตั้งประเด็นในการเจรจาโดยเริ่มจากเรื่องง่ายๆ ถ้ามีกระบวนการปรับทัศนคติที่ดีจะเอื้ออำนวยให้การเจรจาประสบความสำเร็จ

สิ่งที่ควรพูดคุยกันในวิกฤติความขัดแย้ง คือ โรดแมพเพื่อแก้วิกฤติและใช้โอกาสของวิกฤติ เป็นยุทธศาสตร์ 3 ด้านเพื่อ 1.แก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง สร้างการเมืองแบบร่วมคิดร่วมทำ การเจรจาเพื่อยุติสงครามต้องชนะด้วยกัน ถ้าตั้งสติให้ดีคงไม่มีใครคิดว่า การที่เราชนะแล้วอีกฝ่ายแพ้เป็นเรื่องดี ถ้าคิดอย่างนั้นเป็นเพียงความคิดครึ่งทาง คิดสุดทางคือ ต้องชนะด้วยกัน

จึงหวังว่าสิ่งที่จะพูดจากันต่อไปคือ การหาข้อสรุปที่พอใจร่วมกัน แม้ว่าจะมีการแก้รัฐธรรมนูญก็ยังไม่สมบูรณ์ เราต้องร่วมกันสร้างการเมืองประชาธิปไตยที่ประชาชนร่วมคิดร่วมทำ จึงขอให้ใช้วิกฤติครั้งนี้เป็นโอกาสในการสร้างการเมืองที่ดี

ยุทธศาสตร์ที่ 2 คือ การร่วมกันแก้ปัญหาเศรษฐกิจ หนี้สิน และความยากจนแบบบูรณาการ ส่วนยุทธศาสตร์ที่ 3 คือ แก้ปัญหาความไม่เป็นธรรม สร้างความเป็นมิตรไมตรีในสังคม

“ขณะนี้หลายเวทีจัดสัมมนาหาทางออกให้กับประเทศ พูดกันมากว่ายุบหรือไม่ยุบสภา ประเทศเปรียบเหมือนบ้านหลังใหญ่ที่อยู่มานาน ปลวกกินจนชำรุด พี่น้อง 2 คน ทะเลาะกันให้รื้อบ้าน คนหนึ่งให้รื้อใน 15 วัน อีกคนขอรื้อใน 9 เดือน ทั้งที่การรื้อบ้านเป็นเรื่องของคนทั้งครอบครัว จะรื้อหรือปรับปรุงสร้างใหม่เป็นประเด็นที่คนทั้งครอบครัวต้องช่วยกันคิด เช่นเดียวกับการฟื้นฟูประเทศที่เป็นเรื่องของคนไทยทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นไพร่และอำมาตย์”

ปฏิรูปการเมืองให้สอดรับกับวิถีชีวิต

พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผอ.สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า โครงสร้างเศรษฐกิจที่มีปัญหาของประเทศ ทำให้เกิดความขัดแย้ง ไม่ใช่เรื่องการแบ่งผลประโยชน์ไม่ลงตัวจนทำให้เกิดความไม่ยุติธรรม หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ถือโดยคน 11 ตระกูล ใครเข้าถึงอำนาจก็ได้เงินของตัวเองไป จึงไม่แปลกใจว่าคนขับแท็กซี่ จึงรัก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เพราะธนาคารปล่อยกู้ให้กับรายใหญ่เท่านั้น

เรามาถึงจุดว่าจะเลือกไปทางไหน เราเอาประชาธิปไตยแบบตะวันตกมาใช้ แต่วิถีชีวิตยังเป็นแบบตะวันออก เคารพผู้ใหญ่ ยอมให้ผู้ใหญ่จูงเข้ารกเข้าพง เป็นการเมืองที่ไม่มีรากเหง้า นักวิชาการเริ่มพูดให้คนไทยเปลี่ยนวิถีชีวิตให้เป็นตะวันตก จึงจะเป็นประชาธิปไตยได้ เพราะประชาธิปไตยลอกมาจากคัมภีร์ไบเบิล คำถาม คือ คนไทยจะเลิกกราบไหว้ เลิกนับถือกันได้หรือไม่ หากจิตสำนึกในประชาธิปไตยยังเป็นแบบไทย การเมืองก็ไปไม่รอด จึงจำเป็นต้องปฏิรูปการเมืองให้สอดรับกับวิถีชีวิต

ฝ่าย นปช.ไม่เชื่อมั่นการแก้รัฐธรรมนูญก่อนยุบสภา เพราะไม่เชื่อมั่นในรัฐบาล และไม่เชื่อมั่นว่ารัฐธรรมนูญที่เขียนโดยนักการเมือง จะได้รับการตอบรับจากประชาชน สิ่งที่น่าห่วงการทิ้งช่วงเจรจาไว้นานเกินไป ถ้ามีระเบิดมากขึ้น มีม็อบออกมามากขึ้นโอกาสจบก็ไม่มี หากหยุดไปเที่ยวสงกรานต์กันให้หมด จะไม่มีโอกาสเกิดสงกรานต์เลือด ซึ่งทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่า การยุบสภาเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เร็วที่สุด

แต่สำหรับคนที่ชอบจบเร็ว คิดว่าการปฏิวัติล้มกระดานเพื่อกำจัดคนคนเดียว ดีกับสังคมไทยก็ทำอีกครั้ง การตัดสินคดีของศาลไม่ผิด เพราะตัดสินภายใต้กฎหมายที่เขียนโดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) การบังคับใช้กฎหมายที่ไม่มีมาตรฐานเลย เลวร้ายยิ่งกว่า 2 มาตรฐาน ซึ่งไม่เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะแก้ปัญหาของประเทศได้

2 มาตรฐานคือความขัดแย้งในสังคม

นายไพโรจน์ พลเพชร ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน กล่าวว่า วิกฤติความขัดแย้งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ได้นำผู้คนในสังคมเข้าสู่การเมือง มีการถกเถียงถึงความแตกต่างทางความคิดเห็นในทุกระดับ สถานการณ์ปัจจุบันท้าทายว่า ความแตกต่างทางความเชื่อจะสามารถลงตัวด้วยสันติวิธีได้หรือไม่

กลุ่มพันธมิตรฯ ชุมนุมและตั้งคำถามถึงการใช้อำนาจฉ้อฉล ทุจริต คอร์รัปชัน ขณะที่ฝ่าย นปช.ตั้งคำถามถึงการใช้อำนาจสองมาตรฐาน นี่คือความขัดแย้งใหญ่ในสังคม โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญ 2550 ซึ่งเปิดทางให้ตุลาการเข้ามามีอำนาจทางการเมือง

ต้องยอมรับว่าโครงสร้างความไม่เป็นธรรมมีอยู่จริง ปรากฏการณ์เขายายเที่ยง เขาสอยดาว ชี้ว่าคนมีอำนาจทางเศรษฐกิจ การเมือง เข้าไปยึดครองที่ดินของรัฐ นอกจากนี้งานวิจัยชี้ว่า โฉนดที่ดินใน 10 จังหวัด ถูกถือครองโดยคนเพียง 25 ราย แต่เกษตรกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง สวัสดิการประกันสังคมจำกัดอยู่กับคนเพียง 10 ล้านคน ช่องว่างในสังคมจึงถูกหยิบยกมาเป็นสงครามชนชั้น ซึ่งจำเป็นต้องช่วยกันหาทางออกให้กับปัญหาเฉพาะหน้าและทางออกระยะยาว ไม่ใช่คิดเพียงว่าจะยุบสภาในเวลา 3 หรือ 6 เดือน

Tags : ยุบสภา ความขัดแย้ง

advertisement

advertisement

advertisement