เราให้หลักการเขาไว้ 3,000 ล้านบาท เมื่อเขาขอมา 5,000 ล้านบาท ก็ให้พบกันครึ่งทาง ให้เขา 4,000 ล้านบาท
และให้แจ้งไปว่านายกรัฐมนตรี ได้สั่งการว่าให้เพิ่มเป็น 4 พันล้านบาท
เป็นคำให้การของ นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ให้ไว้ต่อคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ถึงคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศ เพิ่มวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่รัฐบาลพม่า จาก 3,000 ล้านบาท เป็น 4,000 ล้านบาท เพื่อให้พม่านำไปดำเนินโครงการพัฒนาระบบโทรคมนาคมในเขตชนบท และพื้นที่ห่างไกลของกระทรวงสื่อสารพม่า
จนนำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการทรัพย์สินเข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสียในกิจการเพื่อประโยชน์สำหรับตนเอง หรือผู้อื่น และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต ทำให้กระทรวงการคลัง และเอ็กซิมแบงก์เสียหายรวม 810 ล้านบาท
รวมทั้งยัง เป็น 1 ใน 5 มาตรการเอื้อประโยชน์ ในคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท ของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะ คตส.ตรวจสอบพบว่าพม่าได้นำเงินกู้จำนวนดังกล่าว ไปจัดซื้ออุปกรณ์ ไอพีสตาร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วงที่เกี่ยวข้อง โครงการบริการโทรศัพท์ทางไกลชนบท จากบริษัท ชินแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) บริษัทในเครือชินคอร์ป จำนวน 15 ล้านดอลลาร์ หรือ 593.492 ล้านบาท
จากสำนวนการไต่สวนและสำนวนฟ้อง คดีที่อัยการสูงสุดยื่นต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พบว่า จุดเริ่มต้นการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้แก่พม่า เกิดขึ้นก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่เมืองบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เดินทางไปเยือนพม่า 2 ครั้ง คือ ระหว่างวันที่ 19-20 มิถุนายน 2544 และระหว่างวันที่ 9-10 กุมภาพันธ์ 2546
ผลการเยือนมีข้อสรุปเกี่ยวกับความร่วมมือด้านการควบคุมยาเสพติด และการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมในการพัฒนาพื้นที่ชายแดน รวมทั้งแหล่งที่มาของเงินทุนที่จะใช้ดำเนินการ จากนั้นในระหว่างวันที่ 6-8 ตุลาคม 2546 พ.ต.ท.ทักษิณได้เดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่เมืองบาหลี อินโดนีเซีย
ภายหลังการหารือกระทรวงการต่างประเทศพม่า มีหนังสือลงวันที่ 13 ตุลาคม 2546 ถึงกระทรวงการต่างประเทศของไทย อ้างถึงการหารืออย่างไม่เป็นทางการระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณกับนายกฯ พม่า ว่า พ.ต.ท.ทักษิณแสดงความพร้อมของประเทศไทย ที่จะให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่พม่า จึงขอวงเงินสินเชื่ออย่างน้อย 3,000 ล้านบาท เพื่อนำไปซื้อเครื่องจักรก่อสร้างและวัสดุอุปกรณ์จากประเทศไทย เพื่อใช้ในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน
ต่อมาระหว่างการประชุมระดับผู้นำว่าด้วยยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างกัมพูชา ลาว พม่า และไทย ที่กรุงย่างกุ้ง และเมืองพุกาม ประเทศพม่า ระหว่างวันที่ 10-12 พฤศจิกายน 2546 นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้หารือกับ พ.ต.ท.ทักษิณถึงการขอวงเงินสินเชื่อดังกล่าวแล้ว แจ้งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพม่า ทราบว่าไทยไม่ขัดข้องที่จะให้เงินกู้พม่าจำนวน 3,000 ล้านบาท
จากการตรวจสอบพยานเอกสารและพยานบุคคลของ คตส.พบว่า การประชุมครั้งนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ได้อนุมัติให้นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมคณะทางการไปด้วย อีกทั้งในระหว่างการประชุมยังมีเจ้าหน้าที่ของชินแซท จำนวน 8 คน และบริษัทเอไอเอส อีก 2 คน เข้าสาธิตระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ จีเอสเอ็ม ผ่านดาวเทียม ก่อนการประชุมผู้นำด้วย
นายสุรเกียรติ์ ให้ปากคำกับ คตส.ว่า ในการประชุมครั้งนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพม่า ได้แสดงความต้องการให้รวมความร่วมมือด้านโทรคมนาคมระหว่างพม่ากับไทย เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในปฏิญญาพุกาม แต่เขาไม่เห็นด้วย จึงคัดค้านไม่ให้นำความร่วมมือ ด้านโทรคมนาคมมาระหว่างไทยกับพม่าบรรจุไว้ในปฏิญญาพุกาม เนื่องจากเกรงว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นเจ้าของกิจการโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ทำให้แถลงการณ์ในปฏิญญาพุกาม มีความร่วมมือเพียง 5 ด้านเท่านั้น ไม่มีความร่วมมือด้านโทรคมนาคม
อย่างไรก็ตาม ภายหลังการประชุม พม่าได้มีหนังสือลงวันที่ 8 มกราคม 2547 ถึงเอกอัครราชทูตไทย เสนอโครงการพัฒนาระบบโทรคมนาคมในเขตชนบทและพื้นที่ห่างไกลของกระทรวงสื่อสารพม่า เพื่อขอรับความช่วยเหลือจากไทยมูลค่า 24.05 ล้านดอลลาร์ โดยพลจัตวา เต็ง ซอ ได้แจ้งกับนายสุพจน์ ธีรเกาศัลย์ เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศพม่า ว่า "จากการได้เข้าเยี่ยมคารวะ พ.ต.ท.ทักษิณ พ.ต.ท.ทักษิณแจ้งว่าไทยพร้อมที่จะให้การสนับสนุนเงินกู้ เพื่อพัฒนาเครือข่ายโทรคมนาคม"
ในช่วงเดียวกัน คณะเจ้าหน้าที่ของชินแซทได้เดินทางเข้าพบเอกอัครราชทูตไทยและเจ้าหน้าที่สถานทูต ณ กรุงย่างกุ้ง รวมทั้งผู้อำนวยการกองเอเชียตะวันออก 2 กรมเอเชียตะวันออก กต. เพื่อแจ้งการดำเนินธุรกิจของบริษัท ตามโครงการพัฒนาเครือข่ายโทรคมนาคมของพม่า เพื่อติดตามการขอรับเงินกู้สินเชื่อต่ำ
แต่กรมเอเชียตะวันออก รวมทั้งนายสุรเกียรติ์ ต่างไม่เห็นด้วยที่จะให้การสนับสนุนเงินกู้เพื่อพัฒนาโครงการโทรคมนาคมตามที่พม่าขอมา เนื่องจากอาจทำให้ไทยตกเป็นเป้าหมายถูกวิพากษ์วิจารณ์ เสี่ยงต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกวิพากษ์วิจารณ์และโยงว่ามีส่วนได้รับประโยชน์จากการให้ความช่วยเหลือพม่า
กระทั่ง วันที่ 7-8 กุมภาพันธ์ 2547 นายวิน อ่อง รมว.ต่างประเทศพม่า ได้เดินทางเข้ามาประเทศไทย เพื่อหารือเรื่องนี้ พร้อมกับขอลดอัตราดอกเบี้ยเงินก็จาก 5.75% ต่อปี เหลือ 3% ต่อปี กับนายสุรเกียรติ์ อีกครั้งที่ จ.ภูเก็ต จนทั้ง 2 ฝ่ายได้ข้อสรุปร่วมกันว่า ให้พม่าจัดทำโครงการโทรคมนาคมภายในกรอบวงเงินกู้เดิมที่ตกลงกันไว้จำนวน 3,000 ล้านบาท
เมื่อได้ข้อสรุปร่วมกันกระทรวงการต่างประเทศ จึงรายงานให้ พ.ต.ท.ทักษิณรับทราบ และพิจารณาในส่วนที่พม่าขอลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ลงนามเห็นชอบในเอกสารในวันที่ 8 มีนาคม 2547
ภายหลังการหารือร่วมกันระหว่างสุรเกียรติ์กับ รมว.ต่างประเทศพม่าอีก 7 วัน ฝ่ายพม่าได้มีหนังสือลงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2547 ขอเพิ่มวงเงินกู้สินเชื่อจาก 3,000 ล้านบาท เป็น 5,000 ล้านบาท และมีหนังสือลงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2547 เพื่อทวงถามผลการพิจารณาของฝ่ายไทย เรื่องนี้รวมทั้งการขอลดอัตราดอกเบี้ย
นายสุรเกียรติ์ ให้ปากคำต่อ คตส.ว่า เขาได้นำเรื่องนี้หารือกับทักษิณ พ.ต.ท.ทักษิณ จึงสั่งการว่า "เราให้หลักการเขาไว้ 3,000 ล้านบาท เมื่อเขาขอมา 5,000 ล้านบาท ก็ให้พบกันครึ่งทาง ให้เขา 4,000 ล้านบาท และให้แจ้งไปว่านายกรัฐมนตรีไทย ได้สั่งการว่าให้เพิ่มเป็น 4,000 ล้านบาท"
นายสุรเกียรติ์ จึงมีหนังสือกระทรวงการต่างประเทศที่ 1303/437 ลงวันที่ 2 มีนาคม ถึงกระทรวงการต่างประเทศพม่า ว่า "ได้รับคำสั่งจากนายกรัฐมนตรี ให้แจ้งให้ทราบว่าท่านพร้อมที่จะเพิ่มวงเงินกู้จาก 3,000 ล้านบาท เป็น 4,000 ล้านบาท และจะให้การอุดหนุนในส่วนอัตราดอกเบี้ย"
จากนั้นกระทรวงการต่างประเทศ ได้นำเรื่องนี้เสนอให้ ครม.พิจารณาในการประชุมเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2547 และ 8 มิถุนายน 2547 ซึ่งที่ประชุม ครม.ก็มีมติเห็นชอบ ให้เพิ่มวงเงินกู้ให้พม่าจาก 3,000 ล้านบาท เป็น 4,000 ล้านบาท พร้อมกับให้ลดอัตราดอกเบี้ยจาก 5.75% ต่อปี เหลือ 3% ต่อปี และขยายระยะเวลาปลอดชำระหนี้เงินต้น 2 ปีแรกเป็น 5 ปี
ภายหลังพม่าลงนามเงินกู้กับเอ็กซิมแบงก์ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2547 แล้วธนาคารการค้าต่างประเทศแห่งพม่า ได้ยื่นคำขอให้อนุมัติสัญญาจัดซื้อจัดจ้างระหว่างชินแซทกับหน่วยงานของพม่า เพื่อส่งมอบอุปกรณ์ ไอพีสตาร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วงที่เกี่ยวข้องสำหรับบริการโทรศัพท์ทางไกลชนบท จำนวนเงิน 15 ล้านดอลลาร์ หรือ 593.492 ล้านบาท ซึ่งคณะกรรมการธนาคารเอ็กซิมแบงก์ได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2547
ทั้งนี้ ตามโครงการพัฒนาระบบโทรคมนาคมในเขตชนบทและพื้นที่ห่างไกล ที่กระทรวงสื่อสารพม่า ขอรับความช่วยเหลือ ระบุว่า ชินแซทเป็นผู้มีสิทธิได้รับเลือกเป็นผู้รับงานจ้างและจัดหาอุปกรณ์ทั้ง 3 โครงการ
อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.ทักษิณ ปฏิเสธว่าไม่ได้เจรจาอย่างไม่เป็นทางการกับนายกรัฐมนตรีพม่า เกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่พม่า และไม่เคยทราบเรื่องที่พม่าทำหนังสือขอเงินกู้เข้ามา
ขณะที่ คตส.มีความเห็นว่า หาก พ.ต.ท.ทักษิณไม่ทราบเรื่องดังกล่าว เหตุใดจึงไม่คัดค้านหรือทักท้วงในที่ประชุม ครม. ที่เขารับหน้าที่เป็นประธาน เพราะเอกสารเสนอให้ ครม.พิจารณาระบุชัดว่า "การดำเนินการดังกล่าว เริ่มจากการหารืออย่างไม่เป็นทางการของ พ.ต.ท.ทักษิณ"
นอกจากการเพิ่มวงเงินสินเชื่อให้กับพม่า เพื่อนำไปซื้ออุปกรณ์สื่อสารจากชินแซทแล้ว กรณีอนุมัติโครงการยิงดาวเทียม ไอพี สตาร์ (IP STAR) การอนุมัติแก้ไขสัญญาสัมปทาน ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2547 การอนุมัติให้ใช้เงินค่าสินไหมทดแทน ดาวเทียมไทยคม 3 จำนวน 6.7 ล้านดอลลาร์ ไปเช่าช่องสัญญาณต่างประเทศ ยังเป็นอีกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับมาตรการเอื้อประโยชน์ ที่บรรยายไว้ในสำนวนฟ้อง (ติดตามต่อฉบับพรุ่งนี้)
Tags : สุรเกียรติ์ เสถียรไทย • คตส. • ทักษิณ ชินวัตร

ความคิดเห็นที่ 15
Mr.James , 27 พฤศจิกายน 2553 17:22
ลูกค้าสัมพันธ์
คุณหลังจากที่สินเชื่อส่วนบุคคลและคุณได้รู้ว่าคุณ
มีคนยากจน
เครดิตหรือไม่ คุณต้องคริสมาสต์เงิน * ้? คุณจำเป็นต้อง
ได้รับเงิน * ้
เพื่อช่วยให้คุณผ่านช่วงเวลาทางการเงินที่ยาก? ยังคงมีตัวเลือก
สำหรับผู้ที่ต้องการสินเชื่อไม่ดีเครดิตส่วนบุคคล คุณ
คุณยังสามารถได้รับ
เงินให้ * ้ยืมและช่วยตัวเองถ้าคุณมีเครดิต
เลว ต่อไปนี้เป็นวิธีการได้รับ
คุณ loan.Contact เจ้าหน้าที่สินเชื่อผ่านทาง E - mail :
orjamesloaninvestment01@googlemail.com กับข้อมูลด้านล่างนี้ :
ชื่อ :..... สภาพนามสกุล :....... :...... โทรศัพท์
หมายเลข :..... อาชีพอายุรวมเงินให้ * ้ยืม :............. REQUIRED
:...... :...... เงินให้ * ้ยืม
ระยะเวลา :......
ชื่อเจ้าหน้าที่ : ให้บริการสินเชื่อการลงทุน
อีเมล์ : jamesloaninvestment01@googlemail.com
ขอแสดงความนับถือ
วิลเลียมส์ Mr.James
ความคิดเห็นที่ 14
Mrs.Natasha , 20 กรกฎาคม 2553 22:11
Good day,
I am Mrs. natasha Financial Company.My company is a registered financial company with good
reputation. Are you passing through financial difficulty and you
need loan to get back on your feet or are you into debt and you are
desperately seeking for a financial help? do contact our company
today for a loan. My company give out all kind of loan such as Home
loans Auto Loans Car loans Mortgage loans Business Loans International
Loans Personal Loans Student Loan. We give out loan with 3% interest
rate. Any interested person/company should please contact us via
email for more information: postnatasha.add@gmail.com
Interested person should contact us with the following information.
Amount required:
Full Name:
Country:
Phone Number:
Address:
Loan Duration:
We look forward hearing from interested individual/company.
Thanks,
Mr. Natasha.
Managing Director.
ความคิดเห็นที่ 13
atao_19 , 24 กุมภาพันธ์ 2553 22:03
ก่อนอื่นขอให้วางใจเป็นกลางนะครับเพื่อจะรับข้อมูลอีกด้าน อย่าให้ความเกลียดมาบดบังปัญญา
ข้อเท็จจริงกรณีอดีตนายกฯสั่งให้เอ็กซิมแบงค์ปล่อย * ้พม่าเพื่อซื้อดาวเทียม
ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าของไทย (EXIM BANK) ให้เงิน * ้แก่ประเทศพม่า ซึ่งมีบางส่วนที่ซื้อสินค้าและช่องสัญญาณดาวเทียมจากบริษัทชินแซท ซึ่งเป็นเรื่องถูกต้องตามหลักการ โดยที่รัฐบาลไทยไม่ได้เอื้อประโยชน์เป็นพิเศษต่อบริษัทชินแซทหรือไอพีสตาร์
ช่วงเดือนตุลาคม ปี 2546 รัฐบาล กัมพูชา ลาว พม่า ไทย และเวียดนาม ได้ลงนามร่วมมือกัน เรียกว่า ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ลุ่มน้ำอิระวดี - เจ้าพระยา แม่โขง หรือ ACMECS กระทรวงต่างประเทศไทยประกาศให้วงเงิน * ้ (เครดิตไลน์คล้ายโอดี) แบบรัฐต่อรัฐ (G2G Loan) เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างประเทศดังที่เคยทำมาหลายปีก่อนหน้าแล้ว ราวประเทศละ 100 ล้านเหรียญ ผ่าน EXIM Bank ของรัฐบาล ในกรณีชำระค่าสินค้าหรือบริการที่ซื้อจากบริษัทไทยสำหรับโครงการสาธารณูปโภค เช่น ระบบขนส่ง ถนน สะพาน ชลประทาน โทรคมนาคม ผู้ * ้ต้องเป็นหน่วยงานรัฐ รัฐบาลประเทศผู้ * ้จะค้ำประกันการชำระคืนเงิน * ้ (ไม่ใช่เงินช่วยเหลือให้เปล่า)
ตั้งแต่ปี 2541 ภาครัฐและเอกชนของพม่าหลายหน่วยงานซื้อบริการดาวเทียมไทยคม(และภายหลังไอพีสตาร์) และอุปกรณ์ต่างๆจากบริษัทชินแซท เช่น บริษัทโทรคมนาคมแห่งพม่า (Myanmar Post and Telecom: MPT) บริษัทวิทยุและโทรทัศน์แห่งพม่า (Myanmar Radio and TV: MRTV) และบริษัทเมียนมาร์เทเลพอร์ท ชำระเงินจากงบประมาณของตนเอง
ในปี 2547 บริษัท MPT เปิดประมูลจัดซื้ออุปกรณ์ดาวเทียมเพื่อขยายการสื่อสารในชนบท (ต่อเนื่องจากที่เคยใช้ไทยคมและระบบอื่นๆอยู่หลายปี) ในที่สุด MPT ตัดสินใจเลือกซื้อไอพีสตาร์ราว 9.5 ล้านเหรียญ แต่แรกจะชำระโดยใช้งบประมาณของตนเหมือนที่แล้วมา แต่ภายหลังเลือกชำระเงินจากวงเงิน * ้นี้ MPT ในฐานะผู้ซื้อเป็นผู้เลือกวิธีจ่ายเงินโดยใช้วงเงิน * ้ ไม่ใช่ผู้ขายคือบริษัทชินแซทเป็นผู้เลือกให้ (ผู้ขายยินดีรับชำระเงินจากผู้ซื้อ ไม่ว่าจากงบประมาณหรือเงิน * ้) รัฐบาลไทยมิได้ไปตัดสินใจแทนหรือไปกำหนดให้เลือกปฏิบัติใดๆ และหากผู้ซื้อคุณสมบัติถูกต้อง (เป็นบริษัทของรัฐ เป็นสาธารณูปโภค เป็นสินค้าจากไทย) รัฐบาลไทยก็ต้องให้ * ้
จากวงเงิน * ้ 3 ประเทศราว 300 ล้านเหรียญ พม่าใช้ชำระค่าไอพีสตาร์ 9.5 ล้านเหรียญ (ราว 330 ล้านบาท) หรือเพียง 3% ของทั้งหมด (ขณะที่ลาวหรือกัมพูชาใช้ไทยคม/ไอพีสตาร์มาตลอด แต่ไม่เคยใช้เงิน * ้นี้เพื่อชำระเลย) แสดงให้เห็นว่า
1) รัฐบาลไทยมิได้พยายามเป็นพิเศษเพื่อช่วยบริษัทชินแซท และบริษัทชินแซทก็มิได้พยายามแสวงหาประโยชน์พิเศษจากโครงการเงิน * ้นี้
2) ต่อมาปี 2549 MPT ซื้อไทยคม/ไอพีสตาร์เพิ่มอีกนับร้อยล้านบาท แต่จ่ายจากงบประมาณตนเอง ทั้งที่คุณสมบัติถูกต้องและวงเงิน * ้เดิม 100 ล้านเหรียญยังใช้ไม่หมด แสดงให้เห็นว่าทางพม่าก็ไม่ได้พยายามเป็นพิเศษเพื่อใช้วงเงิน * ้นี้
3) ครั้งที่นายกฯสุรยุทธ์เดินทางไปพม่าเมื่อปลายปี 2549 ผู้นำพม่าก็หารือเพิ่มและขยายเวลาวงเงิน * ้ และนายกฯไทยก็ตอบรับ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยก็ยังดำเนินการนโยบายนี้อย่างต่อเนื่อง
MPT จัดซื้อโดยการเปิดประมูลหลายเจ้าแข่งขันกัน เลือกซื้อไอพีสตาร์เพราะเป็นเทคโนโลยีก้าวหน้าที่สุดในโลก ถึงแม้ไม่มีเงิน * ้นี้ โครงการนี้สร้างรายได้และกำไรให้ MPT มาจ่ายเงิน * ้หรืองบประมาณได้ ไม่ใช่โครงการที่มีแต่ต้นทุน ไม่ก่อรายได้ (เงิน * ้เป็นเงินต้องจ่ายคืน ไม่ใช่เงินให้เปล่า หากไม่มีเหตุผลการใช้งาน MPT ก็ไม่ซื้อไม่จ่ายแน่นอน รวมทั้งการติดตั้งส่งมอบต้องดี ทุกวันนี้ก็ใช้งานอยู่)
นโยบายหรือข้อตกลงของรัฐจะไม่เลือกปฏิบัติ หากรัฐบาลไทยให้วงเงิน * ้กับรัฐบาลต่างชาติอยู่แล้ว เมื่อรัฐบาลต่างชาติแจ้งใช้วงเงิน * ้สำหรับโครงการต่างๆ โดยโครงการมีคุณสมบัติถูกต้องแล้ว รัฐบาลไทยจะเลือกปฏิบัติปฏิเสธบางโครงการไม่อนุมัติเงิน * ้ไม่ได้
รัฐบาลพม่าไม่มีปัญหาเครดิตหรือการชำระเงินโครงการที่รัฐบาลมีภาระผูกพัน (รัฐบาลพม่ามีรายได้จำนวนมากจากสัมปทานต่างๆ เช่น ปตท จ่ายค่าแก๊สและน้ำมันให้พม่าปีละสี่ห้าหมื่นล้านบาท ประเทศต่างๆให้วงเงิน * ้จำนวนมากแก่รัฐบาลพม่าเพื่อส่งเสริมการขายของ เช่น จีน ญี่ปุ่น ดอกเบี้ยก็ต่ำกว่าของรัฐบาลไทย) ไทยอยู่ในฐานะพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ (แร่ธาตุ ป่าไม้ ประมง น้ำมัน ก๊าซ) จากพม่า มากกว่าพม่าพี่งพาสินค้าหรือเงินจากไทย ประเทศใหญ่ๆหลายแห่งช่วยเหลือพม่าดีกว่าไทยมาก โดยเหตุผลต่างๆ เช่น จีน อินเดีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ โดยเฉพาะทรัพยากรธรรมชาติ หรือ การเมือง (จีน อินเดีย แย่งกันเอาใจพม่า จีนใช้พม่าเป็นทางออกทะเลด้านตะวันตกเฉียงใต้ รวมทั้งต่อท่อน้ำมันเชื่อมด้วย) การที่รัฐบาลไทยไม่ส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้ากับพม่า (หรือกระทั่งสร้างความบาดหมางไม่พอใจกับรัฐบาลพม่า เช่นการไปดูถูกรัฐบาลพม่าที่ใช้ไทยคมเป็นกรณีฉ้อฉลหรือคอรัปชั่นกับอดีตนายกฯไทย หรือรัฐบาลพม่าไม่มีเครดิต รัฐบาลไทยต้องให้ * ้แบบเสี่ยง) จะส่งผลร้ายต่อไทยมาก เพราะการสร้างความสัมพันธ์และการร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจประเทศเพื่อนบ้านเป็นนโยบายที่สำคัญมากของทุกรัฐบาล โดยเฉพาะประเทศที่มีปัญหากับไทยในหลายแง่เช่นพม่า ทั้งด้านชายแดน ชนกลุ่มน้อยแยกดินแดน ยาเสพติด แรงงานผิดกฏหมาย
EXIM Bank ของรัฐบาลทุกประเทศ มีภารกิจและวัตถุประสงค์หลักเพื่อสนับสนุนผู้ผลิต/ผู้ขายให้ส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ ด้วยการให้เงิน * ้แก่ผู้ซื้อต่างประเทศที่มีเครดิต (โดยเฉพาะผู้ซื้อภาครัฐ) เป็นนโยบายส่งเสริมการส่งออกที่กระทำกันทั่วไป เช่น กรณีบริษัทชินแซทซื้อดาวเทียมและบริการยิงดาวเทียมไทยคม 1 ถึง 5 จากสหรัฐและฝรั่งเศส ก็มี EXIM Bank ของรัฐบาลสหรัฐและฝรั่งเศสให้เงิน * ้แก่บริษัทชินแซท (รวมถึงปัจจุบันกว่า 4 หมื่นล้านบาท) กรณี JBIC ให้การท่าฯ * ้เงินสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ มีเงื่อนไขต้องใช้บริษัทญี่ปุ่นก่อสร้าง
ช่องสัญญาณไอพีสตาร์ที่ MPT เช่าน้อยกว่า 1% ของช่องสัญญาณไอพีสตาร์ทั้งดวง วงเงิน 9.5 ล้านเหรียญ (ราว 330 ล้านบาท) น้อยกว่า 1% ของยอดรายได้ของกลุ่มบริษัทชินคอร์ปเกือบหนึ่งแสนล้านบาทต่อปี สะท้อนว่าอดีตนายกฯ รัฐบาลไทย รัฐบาลพม่า หรือ กลุ่มบริษัทชินคอร์ป ไม่มีแรงจูงใจทำผิดเสื่อมเสียจริยธรรมเพื่อให้ได้มา
MPT ซื้อและใช้ไทยคมและไอพีสตาร์จากชินแซทมานานเป็นปกติต่อเนื่องอยู่แล้ว กล่าวได้ว่า หากไม่มีโครงการเงิน * ้นี้ MPT เพื่อชำระ ก็ยังซื้อไทยคมและไอพีสตาร์อยู่ดี (ดังเช่นก่อนหน้าและหลังโครงการเงิน * ้นี้) < xml="true" ns="urn:schemas-microsoft-com:office:office" prefix="o" namespace="">
หรือหากเป็นรัฐบาลอื่นที่ไม่ใช่รัฐบาลนายกทักษิณที่มีโครงการเงิน * ้นี้ (เพราะเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ) แล้ว MPT ซื้อและใช้ไทยคมและไอพีสตาร์จากชินแซท ก็คงใช้เงิน * ้นี้จากรัฐบาลไทยเพื่อชำระเช่นกัน (เพราะทั้งผู้ซื้อและผู้ขายมีคุณสมบัติเข้าข่าย)
ความคิดเห็นที่ 12
dtm@gmail.com , 22 กุมภาพันธ์ 2553 02:02
ตอบ คห10 ครับ
ข้อ หนึ่ง เป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้นำคุยกันครับส่วนข่าวกรองลึกคงไม่มีใครรู้จริง ฟังกันมา และอยู่ที่ว่าฟังจากใครครับ
ข้อ สอง ผมก้เห็นด้วยนิ่ครับว่าคุณทักษิณน่าจะผิด
ควรตั้งคณะกรรมการมาดูแล และให้แข่งขันเสรีครับ
ความคิดเห็นที่ 11
spd , 21 กุมภาพันธ์ 2553 15:43
n2swการวิเคราะห์เรื่องราวระหว่างประเทศคงต้องใช้หลักสากลไม่น่าจะใช้เพียงรู้สีกชอบ/ไม่ชอบ/ถูกใจ/ไม่ถูกใจ-ต่างประเทศเขาให้ * ้ร้อยละเท่าไร ซึ่งก็ประมาณนี้ แต่ถ้าเป็นเพื่อนบ้านที่ดี ใกล้ชิดกันก็มักจะให้ฟรีเช่นเวียดนามจ่ายค่าสร้างสนามซีเกมส์ให้ สปป.ลาว มากกว่าไทย คนลาวจึงรู้สึกดีกับเวียดมากกว่าเสี่ยวไทยที่พูดภาษาเดียวกัน เสียอีก รู้สีกอะไรไหม ท่านอดีต รมว.ตปท.
-การใช้เงิน * ้ของประเทศผู้ * ้เป็นอำนาจของเขา ส่วนประเทศเจ้าหนี้มักจะมีข้อแม้ว่าให้เปิดโอกาสแข่งขันเสรี เช่น boj .ให้ไทย * ้สร้างรถไฟฟ้า -การที่พม่า * ้เงินไปพัฒนาโทรคมนาคมนั้นถูกต้องแล้วเพราะค่าโทรศัพท์ในพม่าเมื่อ สามปีที่แล้วเท่ากับไทยเมื่อยี่สิบห้าปีที่แล้ว หมายเลขละเป็นหมื่น สุดคุ้ม
-การคิดมูลค่า คุณภาพของหน่วยงาน/สินค้า
ยอมรับวิธีเปรียบเทียบและความสามารถในการใช้งานได้จริง ไม่ใช่เพราะอยากได้ของแถมหรือลูกน้องอยากให้ซื้อ กรณีการขายห้นชินก็เหมือนกัน ตอนวิกฤตปี 2540 ราคาหุ้น shin กับ kbank และ advance กับ bblตำสุดใกล้เคียงกัน แต่ตอนเขาขาย shin ที่ราคา 49 บาท ราคาkbank อยู่สูงกว่า 60 บาท และ advance ก็ตำกว่า bbl หลายสิบาทเช่นกัน -การเป็นกรรมการหรือการตัดสินของกรรมการเป็นสิ่งสำคัญมากในสากล ต้องให้เป็นที่ยอมรับ คนไทยจะเป็นดนอ่อนโยนกับกัลยาณมิตรหรือกับผู้ประสบภัย เช่นกรณีสึนามิ ไฮ แต่หากเห็นว่ากรรมการไม่ยุติธรรม คนไทยจะไม่อ่อนโยน หรือโหด * มทันที เช่นกรณีฟุตบอลที่สนามศุภ เมื่อวานนี้ หรือการแข่งขันชกมวยในทุกๆสนามจะปรากฏให้เห็นบ่อยๆ ยิ่งการรังแกมวยรองหรือผู้ด้อยโอกาสกว่า/ตำกว่า ไม่ควรทำอย่างยิ่ง
ความคิดเห็นที่ 10
dd , 21 กุมภาพันธ์ 2553 12:35
คุณ dtm ดูเหมือนมีปัญญาแต่ไม่มีจริยธรรม ฉลาดในการแก้ต่างให้ทักษิณ
1. การให้ยืมแก่ประเทศที่ด้อยกว่า(ทางเศรฐกิจ)
ไม่แปลก แต่ต้องคำนึงถึงว่าประเทศนั้นทำตัวอย่างไร และที่สำคัญที่มาที่ไปของดีลนั้นมาอย่างไร กรณีนี้ชัดเจนว่า เป็นการเอื้อเพื่อประโยชน์ของตัวเองไม่ว่าการไปเหย้าไปเยือน การไปประชุมที่บาหลี หรือการหารือนอกรอบ ล้วนมีการกระทำเพื่อให้เกิดการยืม จนดูเหมือนว่าคนที่ยืมคือทักษิณ แต่คนทำเอกสารคือพม่า
ยังมีว่าพม่าเองในโครงการโทรคมนาคม ไม่มีแผนงานหรือโครงการที่ชัดเจน ทุกอย่างลือว่าออกไปจากชิน สุดท้ายบริษัทชินแซท กับบริษัทฮาตาริ ไปเป็นคนออกแบบ วางระบบให้กับพม่า อย่าคิดว่าคนอื่นไม่รู้
2. เมื่อยืมเงินจากประเทศไหนแล้วส่วนใหญ่จะซื้อของหรือให้ประเทศนั้นทำโครงการให้ หรือซื้อโครงการผ่านประเทศผู้ให้ยืม ถูกต้องครับ แต่กระบวนการจัดซื้อ จัดหา ต้องโปร่งใสและเป็นธรรมกับบรรดาบริษัทอื่นๆ ภายในประเทศผู้ให้ยืม แต่นี่เป็นอย่างไร ผู้ติดตามเจรจาคือลูกของทักษิณและบริษัทในเครือ ไปเสนองานตั้งแต่ดีลเงินยืมยังไม่จบ ดีลจบพร้อมกับบริษัทที่ได้งาน ประเทศที่เจริญแล้วและโปร่งใสเขาทำอย่างไร ง่ายมากครับไม่ทำแบบทักษิณ จบ หากรัฐได้ดีลหรือได้งานอะไรมาในนามของรัฐบาลจะต้องแจ้งต่อบริษัทที่มีศักยภาพมีสินค้าที่เขาต้องการ เพื่อเสนองานเข้ามาและหากมีมากกว่า 1 เจ้าก็ต้องแข่งและตัดสินกันอย่างเป็นธรรม
ความคิดเห็นที่ 9
dtm@gmail.com , 21 กุมภาพันธ์ 2553 11:32
ตอบ คห7 ก็บอกแล้วไงครับผมไม่อยากให้ความเกียดชังบดบังปัญญา เป็นข้อๆนะครับ
1เรื่องป่วนประเทศเป็นเรื่องการเมืองทั้งเหลืองทั้งแดง(ขอย้ำ)ใช้ความรุนแรง ไม่ดีทั้งคู่ และเงินที่มา อยู่ที่ว่าฝ่ายใครให้มาครับ ที่รับบริจาคนั้นเป็นภาพงามเท่านั้น
2 เรื่องความเป็นส่วนตัวมีเงินซุกซ่อนที่อื่นไหม น่าจะมี เห็นแก่ตัวไหม บริจาคน้อยไปไม่ใจกว้าง
น่าจะมี ก็ทำให้คนไม่รักไงครับ
3 ผมเขียนแต่ที่เป็นข้อๆในแง่ความเห็นที่คิดว่ามีทั้งถูกและผิด ตามความเป็นจริงครับ
4 ผมเห็นคนส่วนใหญ่มีความมันในการกล่าวหาครับ แต่อยากให้พิจรณาในความเป็นจริงมากกว่า เฮโลกันไป
5 ผมเชื่อว่าประเทศจะพัฒนาประชาชนต้องใช้ปัญญานำพาประเทศ ไม่ใช่ความรู้สึกทีชอบหรือไม่ชอบ
6 ผมก็ไม่ได้ว่าคุณทักษิณถูกหมดนี่ครับ ข้อที่น่าผิดก็บอกว่าน่าจะผิดครับ
ความคิดเห็นที่ 8
http://newpoliticsparty.spaces.live.com , 20 กุมภาพันธ์ 2553 07:14
เมื่อวันหนึ่งคิดว่าข้าใหญ่คับฟ้า คิดว่าฟ้าก็ทำอะไรฉันมิได้ ก็เหิมเกริมทำอะไรอย่างไปเกรงฟ้าเกรงแผ่นดิน คิดจะโกงจะกินมูมมามอย่างไรก็ได้ แน่นอน หลักฐานต่าง ๆ ย่อมแสดงให้เห็นในภายหน้าได้อย่างไม่ยากเย็น เมื่อคราหมดอำนาจ มันก็เป็นเช่นนี้แล ที่พูดเช่นนี้คือพวกเหล่านักการเมือง และ ขรก ที่กินจนเกินวิสัยมนุษย์ธรรมดาพึงกระทำกัน เมื่อกินจนไม่เลือกว่า อาหารนั้นมันเป็นพิษ ท้ายที่สุด พิษนั้นก็ซึมเข้าทำร้ายตนเองนั่นแล จงรู้จักพอเถิด จงทำดีเถิด สิ่งเหล่านี้ย่อมเป็นเครื่องภูมิป้องกันตัวได้ดีนั่นเอง
ความคิดเห็นที่ 7
ธรรม , 19 กุมภาพันธ์ 2553 23:15
คุณ dtm
คุณนี่ช่างขยันแก้ต่างให้ทักษิณทุกบทความเลยนะครับ
ทักษิณน่าจะจ้างคุณเป็นทนายนะ เห็นแก้ได้ทุกปมเลย ไม่ต้องบ่นว่าเมื่อยมือหรอก ผมว่าคุณได้มาคุ้มค่ากว่าค่าเหนื่อยนะ ผมชอบที่คุณเขียนว่า "ไม่อยากให้ความเกลียดมาบดบังปัญญา" ผมเองก็ไม่อยากให้ความหลงไหลในตัวทักษิณมาบดบังคนเก่งๆอย่างคุณเหมือนกัน ผมอยากให้คุณมองทั้งในแง่กฎหมาย แรงจูงใจ ศีลธรรม ประวัติความเป็นมาของเรื่องราว คำพูดของทักษิณและข้อเท็จจริงที่มันออกมา เอาง่ายๆ ณ เวลานี้ทักษิณใช้เงินมากมายมาป่วนประเทศชาติตั้งแต่เมษาปีที่แล้วมาจนปัจจุบัน มีการลงทุนในต่างประเทศมากมาย ซื้อเครื่องบินส่วนตัว ใช้ชีวิตอย่างหรูหรา ซื้ออสังหามากมาย คุณบอกหน่อยซิว่าเอาเงินมาจากไหน ไหนบอกว่ามีแค่สามหมื่นล้านก่อนเข้าการเมือง เมื่อโดนยึดเงินที่หว่านใช้ในปัจจุบันมาจากไหน คุณอาจคิดว่าทักษิณโดนรังแกจึงสู้เหมือนที่คุณกำลังทำ แต่มันบ่งบอกว่าคนๆนี้เอาตนเองเป็นศูนย์กลาง ประเทศเจ๊งไม่เป็นไร ขอให้ได้ป่วนได้ทำลายเป็นพอ คนๆนี้ในอดีตคิดถึงแต่ตนเอง ผูกขาดความคิด คบ รสช เพื่อผูกขาด เป็นนายกก็เป็นเผด็จการในการตัดสินใจทุกอย่าง ตอนเกิดสึนามิ เคยได้ยินคนนี้ใช้เงินตัวเองบริจาคหรือไม่ ผมเห็นแต่ให้คนส่ง SMS แล้วแบ่งส่วนกำไรไปช่วยแต่ตัวเองก็รวยด้วยช่างเป็นการทำกุศลที่น่าลงทุนมาก คุณดูวีรบุรุษทักษิณของคุณซิ มีเงินขนาดนี้ยังไม่รู้จักคำว่า พอ ยังดิ้นรนเพื่ออำนาจและเงินตราไม่มีวันหยุด นี่แหละชีวิตของคนจนที่แท้จริง
ความคิดเห็นที่ 6
shin , 19 กุมภาพันธ์ 2553 22:04
ทำไมจะไม่สูญเสียครับ exim ไม่มีเงินจึงไป * ้ ออมสินมา คิดดอกร้อยละ 5 ต่อปี แต่ exim ต้องปล่อยให้พม่าแค่ร้อยละ 3 ส่วนต่างร้อยละ 2 ต้องจ่ายเอง โกงทั้งโคตรจริงๆ
ความคิดเห็นที่ 5
Idiot , 19 กุมภาพันธ์ 2553 20:36
Why yellow kwai thais do not understand the concept of making moeny. You have to use money to make money. Thaksin has lended millions of bath to Myanmar is not a bad idea. Those money will not go no where but bring back some interest to Thailand, also the relationship between neigbour countries will be better. Many coutries around the world have done the samething. That how one govt. can create job and money for his own people. DO NOT TRY TO BE IDIOT!!!!
ความคิดเห็นที่ 4
dtm@gmail.com , 19 กุมภาพันธ์ 2553 16:14
ต้องประเดนให้ชัดครับ
1 กรณีให้พม่า * ้ไม่ใช่เรื่องผิดเป็นเรื่องที่ทำกันทั่วไป
2 พม่า * ้แล้วต้องซื้อของจากไทย หรือทำธุรกิจกับไทย ก็เป็นสิ่งที่ควรจะกระทำกับประเทศที่ให้ * ้
3 แต่การที่ทำธุรกิจกับshin satt เป็นสิ่งอันตรายเพราะเสี่ยงที่จะเป็นconflict of interest แน่นอนควรตั้งคณะทำงานขึ้นมาอนุมัติจะดีกว่า
ข้อนี้จึงน่าจะผิดได้
4ถ้าคุณทักษิณเป็นคนทั่วไปไม่มีบริษัทเรื่องนี้จะไม่ใช่ประเด็นอะไรเลย
แต่เมื่อมีบริษัท จะต้องพึงระวัง
5 ประเทศมีการสูญเสียไหม น่าจะไม่สูญเสีย
แต่ขาดเป็นธรรมาภิบาลของรัฐ ที่มีการแข่งขันเสรี
ความคิดเห็นที่ 3
Jonathan , 19 กุมภาพันธ์ 2553 13:57
นช.ทักษิณ และครอบครัว ร่วมกับพรรคพวกทำให้ กระทรวงการคลัง และเอ็กซิมแบงก์เสียหายรวม 810 ล้านบาท ยังอยากจะเอาคนแบบนี้มาเป็น นายกรัฐมนตรี อีก รึ.
แค่ยึดให้หมด ยังไม่พอ ดอก ครับ
ความคิดเห็นที่ 2
แขม้ว ตักขี้ , 19 กุมภาพันธ์ 2553 12:58
ยึดครับ ยึดให้หมด
ความคิดเห็นที่ 1
dtm@gmail.com , 19 กุมภาพันธ์ 2553 11:28
อ่านแล้วเอาเป็นข้อๆนะครับ
1 ประเด็นให้พม่า * ้เพื่อร่วมมือทางคมนาคมโดยซื้อจากบริษัทไทยเป็นสิ่งที่ถูกต้องครับการให้ * ้ระหว่างประเทศใครก็ทำแบบนี้ทั้งนั้น
ไม่ว่า * ้จากญี่ปุ่นหรือจากยุโรป เป็นwin-win
2 แต่การที่ซื้อจากบริษัทshin satt แม้ไม่มากเมื่อเทียบกับเงิน * ้15-17% แม้เป็นข้อดีที่ซื้อจากไทย แต่มีความเสี่ยงอย่างยิ่งต่อข้อกล่าวหา เพราะshinถือหุ้นใหญ่ในshin satt
และลูกชายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในshin คุณทักษิณควร
ตั้งคณะกรรมการมากลั่นกรองมากกว่าอนุมัติ
ด้วยตัวเอง ผิดไหม น่าจะผิดเพราะมี
conflict of interest ชัดเจน
ส่วนลงโทษอย่างไร ไม่ทราบครับ
แต่คงเป็นตามมาตราฐานที่เป็น ธรรมครับ