กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง : บทวิเคราะห์

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2553 06:55

ไตรภาคคดียึดทรัพย์ทักษิณ ภาค 1 (4) :"ทักษิณ"โต้ข้อกล่าวหาคตส. วินมาร์ค "ไม่เคยรู้จัก"

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภรรยา ต่างออกมายืนยันอย่างต่อเนื่องว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ "วินมาร์ค"

หรือแม้กระทั่ง "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ได้ออกมาชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์ หลายครั้งโดยเฉพาะในวันที่ 22 มี.ค.2549 ว่า "Win Mark เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยการซื้อขายหุ้นและมีการชำระเงินถูกต้องครบถ้วน ไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ กับครอบครัวชินวัตร"

ขณะเดียวกันในการแถลงปิดคดี ของทั้งสองคน ก็ไม่ยอมรับว่า "บริษัทวินมาร์ค" เกี่ยวข้องกับคนในตระกูล "ชินวัตร"..เพราะต้องอย่าลืมว่า กุญแจสำคัญปมยึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท นั้นการพิสูจน์ความจริงปม "วินมาร์ค" จะนำไปสู่คำตอบอีกหลายรายการ จึงไม่แปลกที่คนในตระกูลชินวัตร จะเดินหน้า "ปฏิเสธ" แม้คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) และอัยการ จะยืนยันต่อศาลว่า "เกี่ยวข้องอย่างเหนียวแน่น"

พ.ต.ท.ทักษิณ นอกจากจะปฏิเสธ ด้วยวาจา ผ่านสื่อมาตั้งแต่เริ่มเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อ 2544 "ว่าไม่เกี่ยวข้อง" ยิ่งในช่วงที่ คตส.กล่าวหา ยังได้ทำเป็นลายลักษณ์อักษร ให้ ทีมทนายนำโดย "ฉัตรทิพย์ ตัณฑประศาสน์ และพลพีร์ ตุลยสุวรรณ" ผู้รับมอบอำนาจได้ยื่นหนังสือชี้แจงข้อกล่าวต่อ คตส. เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2551

จากกรณี คตส. กล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ “ร่ำรวยผิดปกติ ได้ทรัพย์สินมาโดยไม่สมควรสืบเนื่องจากการปฏิบัติตามหน้าที่หรือใช้อำนาจตำแหน่งหน้าที่” โดยเฉพาะในประเด็นที่ โยงใยกับ "บริษัทวินมาร์ค" ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท

ข้อกล่าวหา:คตส. “ท่านและคู่สมรส คือคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ยังได้เป็นเจ้าของบริษัทวินมาร์ค ซึ่งเป็นบริษัทตามกฎหมายเกาะบริติช เวอร์จิ้น อีกบริษัทหนึ่ง และได้ใช้ชื่อบริษัทนี้ถือหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือชินคอร์ปไว้ ปรากฏยอดทางบัญชีในเดือนมีนาคม 2544 ถึงเดือนมกราคม 2549 เป็นจำนวน 54,059,130 หุ้น ซึ่งตามหลักฐานในเอกสารเปิดบัญชีรับดูแลทรัพย์สินที่ธนาคารยูบีเอส เอจี สิงคโปร์ ได้ให้ไว้แก่วินมาร์ค ระบุว่าท่านและคู่สมรสเป็นผู้มีอำนาจเบิกถอนทรัพย์สิน”

พ.ต.ท.ทักษิณ แก้ข้อกล่าวหา: ข้าพเจ้าและคู่สมรส (คุณหญิงพจมาน) ไม่ใช่ผู้ถือหุ้นหรือกรรมการวินมาร์ค และข้าพเจ้ามิได้เป็นเจ้าของหุ้นชินคอร์ป นอกเหนือไปจากที่ข้าพเจ้าโอนให้แก่บริษัทแอมเพิลริช อินเวสต์เมนท์ และญาติคนอื่น หากวินมาร์คมีหุ้นชินคอร์ป อยู่จริง ก็เป็นเรื่องของวินมาร์ค เพราะหุ้นชินคอร์ป เป็นหุ้นบริษัทมหาชนจำกัดที่ซื้อขายกันอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งก่อนที่จะขายหุ้นไปนั้นข้าพเจ้าและคู่สมรสก็ถือหุ้นอยู่เพียง 48% ของหุ้นชินคอร์ป ทั้งหมด

ดังนั้นจึงมีหุ้นอีกเกินกว่าครึ่งที่มีการซื้อขายกันอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยมีบุคคลอื่นเป็นเจ้าของหุ้น คณะอนุกรรมการไต่สวนจะอ้างว่าเป็นหุ้นของข้าพเจ้าและคู่สมรส เพียงเพราะเหตุนี้มิได้

ส่วนที่อนุกรรมการไต่สวนกล่าวอ้างว่า เอกสารเปิดบัญชีรับดูแลทรัพย์สินที่ยูบีเอสฯ ได้ให้ไว้แก่วินมาร์ค ระบุว่าข้าพเจ้าและคู่สมรสเป็นผู้มีอำนาจเบิกถอนทรัพย์สินนั้น เอกสารดังกล่าวอนุกรรมการไต่สวนไม่ได้แสดงหลักฐานและเอกสารมาพร้อมกับข้อกล่าวหาให้ข้าพเจ้าตรวจสอบก่อน จึงไม่อาจชี้แจงในชั้นนี้ได้ ข้าพเจ้าไม่เชื่อว่ามีเอกสารดังกล่าวอยู่จริง การกล่าวหาของอนุกรรมการไต่สวนในเรื่องนี้โดยไม่แสดงหลักฐานและเอกสารมาพร้อมข้อกล่าวหาด้วย อีกทั้งไม่ยินยอมให้ข้าพเจ้าได้ตรวจสอบว่าเป็นเอกสารใด มีรายละเอียดที่มาที่ไปอย่างไร มีความถูกต้องแท้จริงหรือไม่ จึงเป็นการกล่าวหาอย่างเลื่อนลอย ไม่น่าเชื่อถือ และทำให้ข้าพเจ้าไม่สามารถชี้แจงได้มากไปกว่านี้

ข้อกล่าวหา คตส. : หลักฐานสำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้เชื่อว่าท่านและภริยายังคงไว้ซึ่งหุ้นบริษัทชินคอร์ป ผ่าน แอมเพิลริช และวินมาร์ค คือพฤติการณ์จัดการดูแลหุ้นชินคอร์ป ที่เกิดขึ้นในบัญชี ยูบีเอส ในช่วงปี 2544 ที่ได้เริ่มมีการย้ายหุ้นชินคอร์ป ของวินมาร์ค จำนวน 54,059,130 หุ้น ซึ่งเปิดบัญชีฝากไว้ในนาม ยูบีเอส บัญชีเลขที่ 800248002 ที่ธนาคารซิตี้แบงก์ กรุงเทพ ซึ่งเป็น custodian ก่อน จากนั้นจึงได้มีการย้ายหุ้นหุ้นชินคอร์ป 100 ล้านหุ้น ของแอมเพิลริช ไปฝากไว้กับ ยูบีเอส ในบัญชีเดียวกันกับบัญชีหุ้นชินคอร์ป ของวินมาร์ค บัญชีเลขที่ 800248002 เมื่อเดือนสิงหาคม 2544

ปรากฏว่าเมื่อได้โอนหุ้นชินคอร์ป ของแอมเพิลริชแล้ว ยูบีเอสก็ได้มีหนังสือรายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ว่าธุรกรรมดังกล่าวได้ยังผลให้ธนาคารต้องรับดูแลจัดการหุ้นชินคอร์ป ขอบุคคลหนึ่งเพิ่มขึ้นเกินระดับ 5% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ตามหลักเกณฑ์ของ ก.ล.ต. จึงขอรายงานให้ ก.ล.ต.ได้ทราบ ซึ่งหมายความว่าตามรายงานของยูบีเอสนั้น ยูบีเอส ได้พบว่าทั้งวินมาร์คและแอมเพิลริช เป็นของบุคคลเดียวกัน ดังนั้นเมื่อหุ้นชินคอร์ป ของทั้งสองบริษัทมาอยู่ในการจัดการดูแลของยูบีเอส ยูบีเอส จึงต้องนำหุ้นทั้งสองมารวมเข้าด้วยกัน จากเดิมที่มีอยู่ 54,059,130 หุ้น รับเพิ่มอีก 100 ล้านหุ้น เป็น 154,049,130 หุ้น คิดเป็น 5.24% ของยอดหุ้นชินคอร์ปทั้งหมด ซึ่งเมื่อเพิ่มจนเกินระดับ 5% เช่นนี้แล้วยูบีเอส จึงมีหน้าที่ต้องรายงานต่อ ก.ล.ต.ไทย ตามกฎหมาย

พ.ต.ท.ทักษิณ แก้ข้อกล่าวหา :ขอชี้แจงว่า เรื่องบริษัทผู้รับฝากทรัพย์สิน (custodian) เป็นเพียงข้อสันนิษฐานของคณะอนุกรรมการไต่สวน โดยไม่มีพยานหลักบานว่า หุ้นจำนวน 100 ล้านหุ้น และหุ้นจำนวน 54,059,130 หุ้น เป็นขอใคร และบุคคลเดียวกันจะหมายถึงใคร ซึ่งข้าพเจ้าไม่ทราบ โดยข้าพเจ้ารู้เพียงว่ายูบีเอส เป็นบริษัทผู้รับฝากทรัพย์สิน ที่ให้บริการจัดการดูแลหุ้นและหลักทรัพย์ ซึ่งย่อมจะให้บริการแก่ลูกค้ารายอื่นด้วย และการที่ยูบีเอส มาเปิดบัญชีกับธนาคารซิตี้แบงก์ ซึ่งเป็นบริษัทผู้รับฝากทรัพย์สิน ให้แก่ยูบีเอสอีกชั้นหนึ่ง ข้าพเจ้าก็ไม่ทราบว่ายูบีเอส เป็นผู้ให้บริการแก่ลูกค้ารายใด และจะมีหุ้นชินคอร์ปของลูกค้ารายใดบ้างที่ยูบีเอส ดูแลอยู่ และยูบีเอส ไม่จำต้องมีหน้าที่เฉพาะเจาะจงที่จะต้องดูแลหุ้นชินคอร์ป ของข้าพเจ้าและคู่สมรสเท่านั้น แต่สามารถดูแลหุ้นชินคอร์ปของผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ ได้ด้วย

การที่ยูบีเอสนำหุ้นชินคอร์ปของลูกค้าทุกรายที่ตนดูแลอยู่มารวมไว้ในบัญชีเดียวกัน บัญชีเลขที่ 800248002 ซึ่งเป็นบัญชีของ ยูบีเอส ก็เป็นเรื่องของยูบีเอสเอง เพราะมีฐานะเป็นบริษัทผู้รับฝากสินทรัพย์ คือหุ้นดังกล่าวทั้งหมด โดยอาจเห็นว่าเป็นหุ้นชินคอร์ป เหมือนกันจึงนำมารวมในบัญชีเดียวกัน ซึ่งข้าพเจ้าเชื่อว่ายูบีเอส คงจะต้องมีบัญชีและหลักฐานที่แสดงชัดเจนว่าหุ้นทั้งหมดในบัญชีดังกล่าวเป็นของผู้ใดและจำนวนเท่าใดบ้าง

อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าได้ชี้แจงมาโดยตลอดแล้วว่า ข้าพเจ้าและคู่สมรสไม่ได้เป็นเจ้าของหุ้นชินคอร์ป ตั้งแต่ปี 2543 แล้ว หุ้นชินคอร์ป ที่ปรากฏอยู่ในความดูแลของยูบีเอส จะเป็นของใครไม่เกี่ยวกับข้าพเจ้าและคู่สมรส ซึ่งอนุกรรมการไต่สวนน่าจะสอบถามโดยตรงไปยังยูบีเอส ก็จะน่าจะทราบได้เองว่าข้าพเจ้าและคู่สมรสไม่ได้ถือครองหุ้นชินคอร์ป ตามที่อนุกรรมการไต่สวนเข้าใจ

การที่อนุกรรมการไต่สวนเข้าใจว่า การดำเนินการใดๆ ของแอมเพิลริช และวินมาร์คต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับข้าพเจ้าและคู่สมรสตลอดไปทุกเรื่อง จึงไม่เป็นธรรมกับข้าพเจ้าและคู่สมรส เพราะบริษัททั้งสองเป็นนิติบุคคลมีกรรมการของตนเอง มีความสามารถดำเนินธุรกรรมต่างๆ ด้วยตนเองได้ จึงไม่เกี่ยวข้องกับข้าพเจ้าและคู่สมรสแต่อย่างใด โดยเฉพาะข้าพเจ้าไม่เคยได้รับความเป็นธรรมในการตรวจเอกสารใดๆ ที่เป็นหลักฐานว่าข้าพเจ้าและคู่สมรสมีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการต่างๆ ตามที่คณะอนุกรรมการไต่สวนกล่าวหา

ส่วนกรณียูบีเอสรายงาน ก.ล.ต.ว่ารับดูแลจัดการหุ้นชินคอร์ป ของบุคคลหนึ่งเพิ่มขึ้นเกิน 5% ข้าพเจ้าขอชี้แจงว่า ข้าพเจ้าไม่ทราบถึงการดำเนินการต่างๆ และการรายงานของยูบีเอส ถึงการถือครองหุ้นชินคอร์ป หรือไม่ เนื่องจากข้าพเจ้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยูบีเอส และข้าพเจ้าและคู่สมรสไม่ได้ถือครองหุ้นชินคอร์ปตั้งแต่ปี 2543

ทั้งนี้การกล่าวหาของอนุกรรมการไต่สวน เป็นการกล่าวอ้างหลักฐานโดยไม่มีน้ำหนัก ไม่มีความชัดเจน เนื่องจากหากยูบีเอส ได้รายงานการถือครองหุ้นชินคอร์ป เกิน 5% จริง ก็ไม่ทราบว่ายูบีเอสรายงานไปเพราะเหตุใด และใครเป็นผู้ถือครองหุ้นชินคอร์ป โดยข้าพเจ้าไม่ทราบถึงความเป็นเจ้าของหุ้นที่ยูบีเอส กล่าวอ้าง และการดำเนินการว่ายูบีเอสรายงานต่อ ก.ล.ต.โดยมีวัตถุประสงค์เช่นใด มีวิธีการอย่างไร และจะมีอำนาจหรือไม่ด้วย แต่ข้าพเจ้ายืนยันได้ชัดแจ้งว่า ข้าพเจ้าและคู่สมรสไม่ได้ถือครองหุ้นชินคอร์ป ทั้งหมดตั้งแต่ปี 2543 ที่ได้โอนให้แก่บุคคลต่างๆ ไปแล้วเท่านั้น

ข้าพเจ้าเรียนชี้แจงว่า หากยูบีเอส นำหุ้นมารวมในบัญชีเดียวกันจริง ยูบีเอสอาจเห็นว่าเมื่อตนเป็นผู้ดูแลหุ้นของลูกค้าในบัญชีดังกล่าว เมื่อรวมกันแล้วมีจำนวนถึงเกณฑ์ต้องรายงาน จึงได้ดำเนินการรายงานต่อ ก.ล.ต. แต่ไม่ได้หมายความว่าหุ้นทั้งหมดเป็นของบุคคลเดียวกัน และเป็นของข้าพเจ้าและคู่สมรส การเข้าใจว่าหุ้นชินคอร์ป ของสองบริษัทมารวมอยู่ในบัญชีเดียวกันและเป็นของบุคคลเดียวกัน บุคคลนั้นน่าจะหมายถึงยูบีเอส นั่นเอง มิใช่ข้าพเจ้าและคู่สมรส ยูบีเอสจึงรายงานให้ ก.ล.ต.ในฐานะบริษัทผู้รับฝากทรัพย์สินทั้งหมดแทนผู้ถือหุ้นอื่นทุกคนที่เป็นเจ้าของที่แท้จริง

ข้าพเจ้าทราบว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องในทางปฏิบัติ ซึ่ง ก.ล.ต.ก็ยอมรับว่าวิธีปฏิบัติของบริษัทผู้รับฝากทรัพย์สิน แต่ละรายในการแจ้งรายชื่อผู้ถือหุ้นมีวิธีปฏิบัติที่แตกต่างกัน เช่นบางรายแจ้งเป็นชื่อลูกค้าบางรายก็แจ้งเป็นชื่อบริษัทผู้รับฝากทรัพย์สิน

Tags : ทักษิณ ชินวัตร เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น วินมาร์ค คตส.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 34

ทรราชทักษิณนี่มันแก้ตัวแบบข้างๆคูๆ ไม่ซื่อตรงคิดคดก็พูดออกมาอย่างลูกผู้ชาย อย่าทำตัวเป็นเพศผู้แต่กิริยาเป็นตัวเมียต่อไปเลย

ความคิดเห็นที่ 33

น่าจะยึดทรัพย์มันทั้งหมด เท่านั้นไม่พอ มันเอาไปซุกไว้ในต่างประเทศที่ไหนบ้าง ต้องตามไปยึดคืนให้ชดใช้ที่มันสร้างความเสียหายให้รัฐ เหมือนที่รัฐบาลฟิลิปปินส์ตามยึดทรัพย์มาร์คอสคืนหลังจากโค่นล้มเผด็จการมาร์คอสได้ ถ้าจะพูดถึงความเสียหายที่ทักษิณมันก่อให้เกิดกับประเทศไทย ทุกวันนี้มันก็ยังก่อความเสียหายอยู่ ดังนั้น ต้องยึดมันให้หมด

ความคิดเห็นที่ 32

คนไทยแตกแยกกันหนักมาก
ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน

พวกที่รักคุณทักษิณ คุณรักเขาเพราะอะไรจริง ๆ คุณรับเงินจากเค้าทั้งทางตรง หรือทางอ้อมรึป่าว

ว่าไปแล้ว ถ้าฝั่งตรงข้ามคุณทักษิณต้องการตรวจสอบ ให้ร้าย ก็ควรจะตรวจสอบเส้นทางการเงินของทั้งตระ * ล และผู้เกี่ยวข้อง

ฝ่ายรัฐบาลก็ใช่ย่อย โกงกินกันทั้งน้าน (ผมกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน เพราะไม่รู้จะเอาหลักฐานที่ไหนได้อย่างไร) การดำเนินการธุรกรรมการเมืองของนักการเมืองไทย ล้วนใช้มืออาชีพเข้าปิดบัง ซ่อนเร้น หาทางอุดช่องโหว่ที่จะเอาผิด นำตัวมาลงโทษได้

ผมอคติต่อคุณทักษิณไม่มากนัก แต่ในฐานะการเป็นนักการเมือง ผมเกลียดทั้งหมด ไม่ว่าฝ่ายคุณทักษิณ หรือฝ่ายสนธิ ทั้งฝ่ายเหลืองและแดง รวมทั้งรัฐบาลด้วย

ผมคงไม่หนีไปไหน เมืองไทยดีที่สุด ได้แต่เสียใจ ที่เมืองไทยมีกรรม มีคนเลวเยอะ มิฉะนั้นแล้ว เราคงมีความเจริญทั้งทางด้านวัตถุและจิตใจมากกว่านี้ คนส่วนใหญ่อยากรวย นับถือคนรวย แก่งแย่งชิงกันเพื่อความร่ำรวย
น่าเศร้าครับ

ความคิดเห็นที่ 31

นช.ทักษัณ และครอบครัว คุกรออยู่ กลับมาติดคุกก็จบเรื่องนี้ ครับ ยังมีอีกหลายคดีให้ติดตาม นะ ครับ ถึงยังไงก็ยังมีประเทศให้อยู่ มีแผ่นดินให้เหยียบ.

ความคิดเห็นที่ 30

กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา ซื้อมาขายไปเป็นเรื่องธรรมดาของนักพ่อค้า แต่นายกฯ รัฐมนตรีเขามีกฏหมายให้แจ้งบัญชีทรัพย์ เขามีกฏหมายห้ามถือสัมปทานของรัฐ เพราะเกรงว่านักการเมืองจะเอาตำแหน่งหน้าที่ไปใช้หาผลประโยชน์ เมื่อเราทำถูกต้องตรงไปตรงมาก็ไม่ต้องกลัว เพราะความจริง ไม่สามารถที่จะสร้างหลักฐานเท็จมาเปลี่ยนแปลงได้ แต่คุณต้องตอบคำถามศาลให้ได้ในข้อที่ว่า ขายให้บริษัทต่างชาติที่คุณไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆเลยในราคาหุ้นละ 1 บาท ทั้งๆที่ราคาตลาดมากกว่านั้นหลายสิบเท่า และบริษัทต่างชาติขายหุ้นกลับมาให้ลูกชายคุณ ในราคาหุ้นละ 1 บาท ทั้งๆที่ราคาตลาด 49 บาทบริษัทต่างชาติเขาทำธุรกิจประเภทไหนกันจึงขายแบบไม่เอาราคาตลาดเป็นเกณฑ์ ทำไมกองทุนต่างชาติพวกนี้ถึงใจดีกับมหาเศรษฐีตระ * ลนี้ตระ * ลเดียว ทำไมไม่เผื่อแผ่ไปให้คนยากคนจน หรือคนตระ * ลอื่นๆบ้างล่ะ ใช่ม้า ใช่ม้า ฮิ ฮิ ฮิ !!!

ความคิดเห็นที่ 29

แด่คนรักทักษิณ
เหตุที่คนรักทักษิณเห็นใจและมองในมุมว่า มันไม่เป็นธรรมเหล่านี้ เป็นมุมมองในด้านของความศรัทธาในตัวบุคคลมากกว่า
ผมยอมรับว่านายทักษิณเก่งจริง ตอนเป็นนายกใหม่ ๆ ผมก็เชื่อเช่นนั้น

คดีซุกหุ้นให้กับคนขับรถและให้กับคนใช้ มูลค่าเป็นพันล้าน คนในสังคมในขณะนั้นส่วนใหญ่พร้อมที่จะให้อภัยนายทักษิณ ทั้ง ๆ ที่คิดอย่างคนปัญญาอ่อนก็รู่ว่า ตระ * ลนี้เป็นนักปั่นหุ้นตัวยง หมายถึงปล้นเงินจากมะแลงเม่าที่เข้าไปเล่นในตลาดหุ้นโดยวิธีโอนไปโอนมาเพื่อเพิ่มราคาหุ้น และเชื่อว่าทำมานานกว่า 10 ปี (คนที่กระโดดเข้าเล่นหุ้นในช่วงนั้น น่าจะรุมฟ้องตระ * ลนี้ เพื่อเรียกเงินที่ถูกโกงคืนให้กับครอบครัวตนเองบ้าง)

ในขณะนั้น ปี 2544 คนไทยให้อภัยเขาเพื่อมาเป็นนายกรัฐมนตรี ปรากฎว่าอยู่เพียง 5 ปีนายทักษิณรวยขึ้นจาก 20,000 ล้านบาท เป็น 76,000 ล้านบาท (ไม่นับเงินค่าซื้อเครื่องบิน ค่าซื้อแมนซิ และ อื่น ๆ)

ไม่มีใครกล้าทำได้ถึงขนาดนี้ เพราะเขาคิดแบบพ่อค้าว่า มีคนศรัทธาเขา ผิดก็ให้อภัย และ อำนาจอยู่ในมือ จะเปลี่ยนกฎหมายเมื่อไหร่ก็ได้

ในประเทศไทยไม่มีใครกล้าโกงกินถึงขนาดนี้ มีเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น

ส่วนคนรักทักษิณ เขาก็ยังรักอยู่ เขาก็ยังให้อภัยนายทักษิณอยู่ เขาก็ยังสงสารนายทักษิณอยู่

คนรักนายทักษิณ เขาก็เลยเชื่อว่า เหตุที่บ้านเมืองวุ่นวายอยู่ในขณะนี้ เพราะคนอื่นเป็นผู้ก่อเรื่อง ไม่ใช่นายทักษิณ และพร้อมที่จะก่อความวุ่นวายหรือก่อการจลาจลเพื่อนายทักษิณ

ผมไม่แน่ใจว่าจะยอมตายเพื่อนายทักษิณหรือไม่ แต่เชื่อว่าพร้อมที่จะเผาบ้านใครก็ได้เพื่อนายทักษิณ

เมื่อสถานการณ์สุกงอม หมายถึงรัฐใช้อำนาจเข้าปราบปราม รวมทั้งประชาชนส่วนใหญ่ที่ยอมเปิดโลกทรรศน์ อดทนมองดูกลุ่มรักนายทักษิณที่่ก่อความวุ่นวายไม่รู้จบไม่ได้

เมื่อประชาชนส่วนใหญ่เขาอดทนต่อการตะแบงโดยเอาสีข้างเข้าถูของกลุ่มรักนายทักษิณไม่ได้ เขาจะร่วมกันรุมตามล่ากลุ่มคนรักนายทักษิณ

เมื่อนั้น พวกเราจะไม่เห็นคนใส่เสื้อสีแดงไปอีกนานแสนนาน

ความคิดเห็นที่ 28

มาตรฐานเดียวของศาล คือต้องตัดสินเข้าข้างกรู

ถ้าตัดสินว่ากรูผิด ก็คือสองมาตรฐาน

ใช่ไหมวะ พวกโจรเสื้อแดง

ความคิดเห็นที่ 27

ใช้ความเป็นคนไทยพิจารณาให้เห็นธรรมเถอะครับ เห็นต่างได้ แต่ต้องไม่ให้ใครมาเหยียบย่ำเรา กัดกินผืนแผ่นดินเรา การทรยศคนทั้งชาติ เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ครับไม่ว่าจะใช้วิธีการใดๆ ผู้พิพากษาท่านยืนหยัดบนความเป็นกลาง บนพื้นฐานกฎหมาย และความเป็นธรรมของสังคม พวกท่านเหล่านั้นก็ต่างสถบสาบาน ต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของเมืองไทยไว้แล้ว...จงพิจารณาเรื่องของคดีนี้ เยี่ยงคนไทยรักแผ่นดินครับ...

ความคิดเห็นที่ 26

คห22 ศาลไม่ใช่ปัญหา แต่ผู้ให้ข้อมูลศาล(คตส) และกฏหมายหลักที่ต้องใช้ตังหากที่ทำให้ดูมีปํญหา(ซึ่งเกิดจาก คมช) เพราะสิ่งเหล่ามีจุดเริ่มต้นจาก รัก โลภ โกรธ หลง และอคติ (มีเป้าหมายซ่อนเร้นที่จ้องจัดการฝ่ายตรงข้าม ซึ่งที่ผ่านมาก็เห็นได้อย่างชัดเจน)

ใครจะเชื่อถือ สิ่งเกิดมาจากอคติ จริงไหม?


อยากให้ลอง มองภาพให้ใหญ่ขึ้น แล้วจะทำให้เห็นความเป็นจริงที่ซ่อนอยู่ อย่ามองแค่ตอนนี้ นาทีนี้ อาจจะตกเป็นเยื่อ กับระบบที่คณะปฏิวัติสร้างขึ้นจากใจที่อคติ ในคราบที่ถูกต้อง!

ประเทศจะสามัคคีกันอีกครั้งก็ต่อเมื่อ ทุกคนยืนอยู่บนความถูกต้องเป็นหลัก เอา รัก โลภ โกรธ หลง อคติ และพรรคพวก เป็นเรื่องรอง (แต่คนไทยส่วนหนึ่งเอา รัก โลภ โกรธ หลง อคติ และพรรคพวก เป็นหลักมาตั้งแต่ต้น(ปี 49) ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงประหลาดๆ มากมาย มันติดกระดุมผิดเม็ดมาตั้งแต่ต้น จะฝืนติดต่อไปอย่างไรก็ไม่มีวันถูก?)

ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณ คมช!!!!!
ที่ใช้อำนาจแหกกฏ จนไทย ต้องเหลวแหลก และทะเลาะกัน เช่นในบอร์ดนี้

ความคิดเห็นที่ 25

คห22 ผมว่าศาลไม่ใช่ปัญหา แต่ผู้ให้ข้อมูลศาล(คตส) และกฏหมายหลักที่ต้องใช้ตังหากที่ทำให้ดูมีปํญหา(ซึ่งเกิดจาก คมช) เพราะสิ่งเหล่ามีจุดเริ่มต้นจาก รัก โลภ โกรธ หลง และอคติ (มีเป้าหมายซ่อนเร้นที่จ้องจัดการฝ่ายตรงข้าม ซึ่งที่ผ่านมาก็เห็นได้อย่างชัดเจน)

ใครจะเชื่อถือ สิ่งเกิดมาจากอคติ จริงไหม?


อยากให้ลอง มองภาพให้ใหญ่ขึ้น แล้วจะทำให้เห็นความเป็นจริงที่ซ่อนอยู่ อย่ามองแค่ตอนนี้ นาทีนี้ อาจจะตกเป็นเยื่อ กับระบบที่คณะปฏิวัติสร้างขึ้นจากใจที่อคติ ในคราบที่ถูกต้อง!

ประเทศจะสามัคคีกันอีกครั้งก็ต่อเมื่อ ทุกคนยืนอยู่บนความถูกต้องเป็นหลัก เอา รัก โลภ โกรธ หลง อคติ และพรรคพวก เป็นเรื่องรอง (แต่คนไทยส่วนหนึ่งเอา รัก โลภ โกรธ หลง อคติ และพรรคพวก เป็นหลักมาตั้งแต่ต้น(ปี 49) ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงประหลาดๆ มากมาย มันติดกระดุมผิดเม็ดมาตั้งแต่ต้น จะฝืนติดต่อไปอย่างไรก็ไม่มีวันถูก?)

ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณ คมช!!!!!
ที่ใช้อำนาจแหกกฏ จนไทย ต้องเหลวแหลก และทะเลาะกัน เช่นในบอร์ดนี้

ความคิดเห็นที่ 24

เวลาทักษิณแก้ตัวมีแต่คำปฏิเสธแต่ไม่เคยแสดงเหตุผลที่มีน้ำ
หนักเลย ถ้าจำนนต่อหลักฐานแ้ก้ตัวไม่ได้ก็แถไปหน้าด้านๆว่าลืมกับติ๊กผิด
อยากถามพจมานหน่อยเถอะ ลูกคุณเป็นหนี้อะไรคุณถึงต้องออกตั๋วสัญญาใช้เงินมูลค่า เกือบห้าพันล้าน

ความคิดเห็นที่ 23

ถ้าแม้วชนะ- ศาลยุติธรรมแล้ว พวกอคติ ขี้อิจฉาคอยกลั่นแกล้ง

ถ้าแม้วแพ้ - ศาลยุติความเป็นธรรม ปักธงไว้แล้ว มีใบสั่งจากผู้มีบารมี ตนและครอบครัวบริสุทธิ์ ไม่เคยทำผิดอะไร จะขอทวงความยุติธรรมและเงิน ในสวรรค์และนรก

ผิดจากนี้ให้กระทืบ

ความคิดเห็นที่ 22

คดีนี้ เป็นคดีที่ศาลท่านตัดสิน ด้วยระบบไต่สวน ไม่ใช่ระบบกล่าวหา คือศาลท่านจะทำการไต่สวนพยาน หลักฐานทั้งผู้ร้อง และผู้ถูกร้อง และศาลท่านสามารถไต่สวนเพิ่มเติมอื่นๆ จนได้มาซึ่งความจริง ความถูกต้อง ความเป็นธรรม และท่านก็ให้ความเป็นธรรมต่อ สองฝ่ายอย่างสูงสุดแล้ว
แน่นอนครับว่าผู้ร้อง กับผู้ถูกร้อง จะเป็นปฏิปักษ์กันหรือไม่ ไม่มีผลต่อศาล มันขึ้นอยู่การศาลที่ท่านได้ไต่สวนทั้ง 2 ฝ่าย
และเรื่องปฏิปักษ์ต่อกันนั้น คุณแขม้วได้ร้องต่อศาลไปหมดแล้ว อย่าได้เอามาบิดเบือนใส่กันอีกเลย
เหมือนคดีท่าน สมัคร ไม่เคยพูดเรื่องข้อกฎหมาย ได้แต่พูดบิดเบือนอยู่แค่ว่า "นายกทำกับข้าวออกทีวีก็ผิด" ซึ่งการเลือกพูดบางส่วนเพื่อเอามาบิดเบือน มันแสดงให้เห็นถึงความอคติของคนพูด

เมื่อคนเรามี รัก โลภ โกรธ หลง ย่อมมีอคติ เมื่อมีอคติ ความเป็นธรรมของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน แต่ถ้าถอดสิ่งเหล่านั้นออก เอากฎหมาย เป็นหลัก ฟังศาลท่านพิพากษาด้วยใจบริสุทธิ์ ไม่ว่าผลจะออกมาด้านไหน ทุกท่านก็จะยอมรับมันได้ ซึ่งนั่นก็คือความเป็นธรรมสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง
แต่เมื่อมี รัก โลภ โกรธ หลง เข้ามาในใจ มันก็เปลี่ยนไป

บางคนเมื่อคิดด้วยใจบริสุทธิ์แล้ว ก็รู้ได้ซึ่งความถูกต้อง เป็นธรรม แต่ด้วยรักและ หลงใหล ทำให้เกิดความขัดแย้งในใจ และไม่ยอมรับมัน และพยายามหาเหตุผลให้กับตัวเอง ให้รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้หลงผิด แต่เหตุผลนั้นมันจะขัดแย้งกันอยู่ในตัว แต่คนๆนั้นก็จะหลอกตัวเองไปเรื่อยๆ จนตัวเองเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่ามันไม่เป็นธรรม

ความคิดเห็นที่ 21

โกหกตัวเองไม่ได้

ความคิดเห็นที่ 20

ผัวเมีย ญาติพี่น้องตระกุลชินวัตร ยักยอก ฉ้อฉล ซุกสมบัติตามเมืองนอก สลับซับซ้อน ซ่อนเงื่อน จะมารับสารภาพว่าตัวเองไม่ไดโยกย้าย ซุกหุ้นระหว่างดำรงตำแหน่งนายกเกือบ 6 ปีทำไม

ความคิดเห็นที่ 19

การกระทำที่ทำเพื่อชาติ เพื่อแผ่นดิน คุณกลับตั้งคำถามว่าร้ายไปหรือเปล่า
แต่แขม้ว มันโกง กิน คอรัปชั่น ปลุกระดมคนก่อกวนบ้านเมือง คุณกลับไม่รู้สึกอะไร ถ้าแขม้วยอมหยุด คงไม่มีีใครทำอะไรเขาได้
ถ้าพวกคุณเสื้อแดง รักและหลง พี่แขม้วมาก จนลืม ชาติ ศาสน์ กษัติย์ มันก็คงเป็นเวรกรรมของประเทศชาติ ต้องรอให้ล้มหายตายจากไปเท่านั้น ได้แต่หวังว่าคนรุ่นหลังๆ จะดีกว่านี้

ความคิดเห็นที่ 18

เหรอ ควา ย 7 แต่ไม่หอนละ ว่าทักษิณกะกินประเทศชาติให้มันล่มจมไปเลยไม่หอนละ ควา ย

ความคิดเห็นที่ 17

คห5 ตอนเข้ามาแจ้งปปช ว่าหมื่นกว่าล้าน และไปดูงบก็แค่หมื่นกว่าล้าน
แล้วไหงทำธุรกิจอะไรรวย 5 เท่า
คิดเอาเอง
ไปฝากเงินก็ดบ แค่ไหนเอง
ปี 2000 ล้าน 6 ปั 12000 แต่พุ่งจากเดิม
5 หมื่นล้านกว่าคิดเอาเองก็แล้วกัน

ความคิดเห็นที่ 16

คห.9 ครับ
มันไม่ง่ายอย่างนั้นน่ะสิครับผม ไม่งั้นรัฐบาลก็ ทวีต ไปบอกดูไบ ให้ส่งคุณทักษิณกลับบ้าน ได้ง่ายๆแล้วมั๊งครับ

เรื่องข้อมูลนี่ ความจริง ง่ายที่สุด คุณทักษิณก็น่าจะมาขึ้นศาลซะตั้งนานแล้วครับ จะได้ชี้แจงให้กระจ่าง ตามกระบวนการ (เห็นตอนแรกยืดอกบอกพร้อมพิสูจน์ สุดท้ายวิ่งแจ้น เหตุการณ์ครั้งนั้น ผมหมดศรัทธาเลยครับ เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ ไร้ใจจริงๆครับ ... โปร่งใสก็ไม่จำเป็นต้องหนีครับ

เชื่อมั่นในศาลไทยครับ นั่งรอดูคำตัดสินกันดีกว่าครับ ถูกผิดก็ว่ากันไป

ความคิดเห็นที่ 15

อ่านหลายความคิดที่แสดงออกมาแล้วอนาถใจจัง คนที่หลงก็หลับหูหลับตาหลงต่อไป ไม่ยอมศึกษาข้อมูลต่างๆที่เปิดเผยออกมา จะเชื่อหรือไม่เชื่อ ก็ลองศึกษา ตรึกตรองดูก่อนดีมั๊ย อย่าด่วนปฏิเสธ แก้ตัวแทนไปแบบน้ำขุ่นๆเลย ค่อยๆอ่านแล้วคิด ใช้สติปัญญาที่มีอยู่อย่างเต็มที่ กลางๆ ไม่ลุ่มหลง แล้วสุดท้ายจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่ระดับสติปัญญาและบุญกรรมของตัวเองแล้วแหล่ะ

ความคิดเห็นที่ 14

26 ก.พ. มันคือจุดจบของการเริ่มต้น...
ที่ไม่มีทีท่าว่าจะจบลง...
จนกว่าตัวละครหลักในเรื่อง...
จะถึง..."จุดจบ"

ความคิดเห็นที่ 13

ท่านทักษิณเก่งจริงๆขวัญใจเราเลยยังไงก็รัก

ความคิดเห็นที่ 12

ทุกๆการกล่าวโทษโดยไม่มีหลักฐานที่แสดงให้ชัดเจนไม่ควรเรียกว่าความยุติธรรม หวังว่าความยุติธรรมควรจะมีแก่ทุกฝ่าย ไม่ว่าเป็นฝ่ายเราหรือฝ่ายเค้า และผู้ที่ตัดสินควรจะได้รับผลบุญหรือกรรมก็แล้วการกระทำ

ความคิดเห็นที่ 11

รายละเอียดการโกง ของ นช ทักษิณ และพวก
http://www.democrat.or.th/ebook/yellow.pdf

ความคิดเห็นที่ 10

ประเด็นจับแบบง่าย ๆ
1.มีการทุจริต โกง จริงไหม
2.ถ้าโกงจริง ทุจริตจริง เงิน 7.6 หมื่นล้านบาท เกี่ยวข้องกับการโกงทุจริตไหม ถ้าเกี่ยว ก็ต้องถูกยึด ก็เท่านั้นเอง

งานนี้บอกได้คำเดียว นช ทักษิณ สติแตกได้ง่าย ๆ

ความคิดเห็นที่ 9

เห็นข่าวออกตามหน้าหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ว่าทักษิณมีเงินที่อังกฤษแสนล้าน รัฐบาลสืบไม่ได้หรือว่ามีจริงหรือไม่ ผมว่าถ้าจะถามรัฐบาลอังกฤษว่ามีจริงหรื่อไม่ น่าจะได้คำตอบที่แท้จริง แต่ไม่เคยได้ข่าวสารดังกล่าวเลย หรือองคมนตรีบางคนออกมาบอกว่ามีทรัพย์สินทีสหรัฐ โดยบอกว่าเคยถามอดีตเอกอัคราชทูตอเมริกาประจำประเทศไทย แต่ถ้ารัฐบาลจะสอบถามไปยังอเมริกา ซึ่งถือโปร่งใสที่สุดในเรื่องข้อมูลก็น่าจะได้คำตอบที่แท้จริงแล้วให้สื่อนำมาเสนอข่าว ซึ่งมีเอกสารที่แท้จริงมาประกอบ น่าจะทำให้ประชาชนที่ยังไม่เลือกข้างจะได้เห็นความเป็นจริง แต่นี่มีแต่ข่าว มีแต่คำพูดของคนที่ฝั่งตรงข้ามทักษิณ ที่ออกมาพูด มันก็เลยกลายเป็นว่าเค้าถูกใส่ร้าย กลายเป็นว่าคนที่เค้ามีความยุติธรรมมีความคิดยังไม่ตัดสินว่าผิดจริง หรือถูกใส่ร้ายกันแน่

ความคิดเห็นที่ 8

ผมว่า แค่ชื่อ วินมาร์ค ก็รู้แล้ว ว่าเป็นของทักษิณ เพราะจะได้ชนะมาร์ค (อภิสิทธิ์) ไปตลอด ฮา ....

ความคิดเห็นที่ 7

อยากรู้ ยึดแล้วเงินจะไปอยู่ในกระเป๋าใคร

ความคิดเห็นที่ 6

ไม่เห็นต้อง มีเขียนบทความอะไรมากมาย จะชี้นำกันไปถึงไหน กะเอาให้ผิดให้ได้แบบเบ็ดเสร็จเลย แบบประชาชนทุกคนเห็นด้วย ว้าว!สุดยอดไปเลย

"จริงๆ ผลลัพธ์ก็รู้กันอยู่แล้ว"

1.รู้ตั้งแต่ คมช ยึดอำนาจทักษิณ ชูธงเฉือดให้ตายอย่างชัดเจน
(คมช คงไม่ยอมหน้าแตก)
2.รู้จากบทความ นักวิชาการต่างๆ ที่ช่วยกันตีข่าว ให้ประชาชนเห็นด้วย(พวกพ้อง > ถูกต้อง)

#กะเอาให้ตายแบบไม่ต้องผุด ต้องเกิดขนาดนี้ ร้ายไปรึเปล่า!!!!!!!!

ความคิดเห็นที่ 5

ถ้า * ้เงินธนาคาร สี่หมื่นล้าน ระยะเวลา 7 ปีต้องคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย รองคำนวณดูว่าเท่าไร แล้วนี้เขาทำธุรกิจ จะไม่ให้มีเงินเพิ่มขึ้นได้อย่างไร

ความคิดเห็นที่ 4

ถ้ายอมรับ ก็เท่ากับเจ๊ง ๆ ๆ ๆ เลย ตอกฝาโรงเลย เพราะฉะนั้นจำเลยและพวก ต้องบอกไม่รู้จัก วินมาร์ค แต่ศาลจะเชื่อหรือไม่ ก็ดูที่หลักฐาน

ความคิดเห็นที่ 3

เหตุผลที่ชี้แจง ต้องบอกว่า * มากๆ

ความคิดเห็นที่ 2

เก่งในการนำเสนอให้ผู้อ่านโน้มตาม ก็ช่วยเปิดเผยทุจริตในสิ่งผิดกฎหมายที่เกิดขึ้นแล้วแก้ไขยังไม่ได้จนกระทั่งปัจจุบันในการทำธุรกิจผิดกฎหมาย เช่น ห่วยใต้ดิน บ่อนการพนัน ฯลฯ เป็นต้น การที่รัฐฯไม่สามารถที่จะจัดการทำให้การทุจริตหรือจัดการให้หมดไปว่าเป็นเพราะการละเว้นปฎิบัติหน้าทีหรือการต้องการน้ำเลี้ยงในสิ่งเหล่านี้ หรือเป็นการสนับสนุนทางอ้อม โดยไม่มีมาตราการใดๆ ในการปราบปรามเลย อบายมุขในปัจจุบันทำกันอย่างเปิดเผยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นห่วยเถื่อน โต๊ะบอล และการพนันอื่นๆ ซึ่งเมื่อรวมๆแล้วเป็นเงินจำนวนมหาศาลต่อปี

ความคิดเห็นที่ 1

คะแนนเสียงคนจนรากหญ้าส่วนใหญ่อิสานเหนือจะสามารถช่วยเอาเงิน 7 หมื่น 6 พันล้านที่ถูกยึดกลับคืนไปให้คุณทักษิณ พจมาน และตระกุลชินวัตรได้..

แต่ที่ถูกอังกฤษอายัดอีกแสนกว่าล้านคุณต้องทวงคืนของคุณเอง

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement