กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง : บทวิเคราะห์

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2553 07:21

"ไตรภาค คคียึดทรัพย์" ทักษิณ ภาค1 ปฐมบท (2)

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ไขปริศนาบัญชีลับ “800248002” จุดเปลี่ยน"คดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้าน"

กล่าวกันว่า กุญแจดอกสำคัญที่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ใช้ไขปริศนา ตรวจสอบข้อมูลซุกหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) ในระหว่างที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คือ เอกสารจากธนาคารยูบีเอส เอจี สิงคโปร์ ที่ นางกาญจนาภา หงส์เหิน เลขานุการส่วนตัว คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร มอบให้แก่ คตส. เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการชี้แจงประเด็น คนในครอบครัวชินวัตรขายหุ้นชินคอร์ปให้แก่กลุ่มเทมาเส็กโดยไม่เสียภาษี

กว่าที่ นางกาญจนาภาและคนในครอบครัวชินวัตรจะรู้ตัวว่า ถูก คตส.ย้อนรอยตรวจสอบการซุกหุ้น ดูเหมือนจะสายเกินไป เพราะ คตส.ได้มีคำสั่งให้อายัดเงินที่ได้จากการขายหุ้นชินคอร์ปและดอกผลทั้งหมดกว่า 7.6 หมื่นล้านบาทเป็นที่เรียบร้อย ทำให้เธอถึงกับเอ่ยปากระหว่างการเข้าพบ คตส.เพื่อปฏิเสธการให้ปากคำว่า “ถูกหักหลัง”

ยิ่งไปกว่านั้นเอกสารชิ้นนี้ยังได้ขยายผลการตรวจสอบไปไกลถึงเกาะบริติชเวอร์จิน ถึงความสัมพันธ์ระหว่างแอมเพิลริช กับบริษัทวินมาร์ค ที่เข้ามาซื้อหุ้นกลุ่ม บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 6 บริษัท จากพ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน เมื่อปี 2543 มูลค่า 1,500 ล้านบาท

ความคลุมเครือระหว่างแอมเพิลริชและวินมาร์ค เริ่มปรากฏขึ้น เมื่อหุ้นชินคอร์ปที่ถือโดยแอมเพิลริช มาฝากรวมกันกับหุ้นชินคอร์ป ที่ถือโดยวินมาร์ค ในบัญชีเลขที่ 800248002 ธนาคารซิตี้แบงก์ สาขากรุงเทพ เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2544 เป็นผลให้หุ้นบริษัท ชินคอร์ป ที่ฝากอยู่ในบัญชีดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วน 5.25% เกินกว่า 5% ของจำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้ว

ธนาคารยูบีเอสเอจี สิงคโปร์ ผู้ดูแลหุ้นชินคอร์ปในบัญชีแอมเพิลริช จึงยื่นรายงานตามแบบ 246-2 ลงวันที่ 24 ส.ค. 2554 ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ว่าเนื่องจาก แอมเพิลริช ได้รับโอนหุ้นชินคอร์ป จำนวน 10 ล้านหุ้น หรือ 3.42% เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2544 มาไว้ในบัญชีเลขที่ 800248002 เมื่อนับรวมกับหุ้นชินคอร์ปของบุคคลคนเดียวกัน ที่อยู่ในบัญชีนี้อยู่ก่อนแล้วจำนวน 5,405,913 หุ้น รวมเป็น 15,405,913 หุ้น คิดเป็น 5.24% เกินกว่า 5% ของจำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้ว ธนาคารจึงต้องรายงานให้ ก.ล.ต. รับทราบ

ครั้งแรกไม่มีใครทราบว่าบัญชีเลขที่ 800248002 เป็นบัญชีของใคร กระทั่ง คตส.ได้ออกหมายเรียกข้อมูลผู้เปิดบัญชีจากธนาคารซิตี้แบงก์ สาขาประเทศไทย ทราบว่าบัญชีดังกล่าวเป็นของ "วินมาร์ค" และนำมาซึ่งการออกคำสั่งอายัดทรัพย์และแจ้งข้อหาซุกหุ้นแก่ พ.ต.ท.ทักษิณ

หากดูจากคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชี้แจงต่อ คตส.จะพบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ปฏิเสธมาโดยตลอดว่า เขาไม่ใช่เจ้าของบริษัทวินมาร์ค และไม่ได้เป็นเจ้าของหุ้นชินคอร์ปที่ถือโดยวินมาร์ค

ยิ่งไปกว่านั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ยังระบุด้วยว่าหากวินมาร์คมีหุ้นชินคอร์ป อยู่จริงก็เป็นเรื่องของวินมาร์ค เพราะหุ้นชินคอร์ป เป็นหุ้นบริษัทมหาชนจำกัดที่ซื้อขายกันอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งก่อนที่จะขายหุ้นไปนั้น เขาและคุณหญิงพจมานถือหุ้นชินคอร์ปอยู่เพียง 48% ของหุ้นชินคอร์ป ทั้งหมด ดังนั้นจึงมีหุ้นอีกเกินกว่าครึ่งที่มีการซื้อขายกันอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยมีบุคคลอื่นเป็นเจ้าของหุ้น คตส.จะอ้างว่าเป็นหุ้นของเขาและคุณหญิงพจมานเพียงเพราะเหตุนี้มิได้

ส่วนเอกสารจากธนาคารยูบีเอสเอจีสิงคโปร์นั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ปฏิเสธที่จะชี้แจงในรายละเอียด พร้อมกับอ้างว่า คตส.ไม่ให้ตรวจสอบเอกสารชิ้นนี้ เช่นเดียวกับกรณีที่ยูบีเอส รายงานต่อ ก.ล.ต.ว่ารับดูแลหุ้นชินคอร์ปของบุคคลหนึ่งบุคคลใดเกินกว่า 5% เมื่อปี 2544 ก็เป็นเพียงข้อสันนิษฐาน คตส. โดยไม่มีฐานว่าหุ้นจำนวน 100 ล้านหุ้น และหุ้นจำนวน 54,059,130 หุ้น เป็นของใคร และบุคคลเดียวกันจะหมายถึงใคร

ความสัมพันธ์ระหว่างแอมเพิลริชกับวินมาร์ค มีความคลุมเครืออยู่นาน จนกระทั่งนางวรัชญา ศรีมาจันทร์ ผู้ช่วยเลขาธิการก.ล.ต.เข้าเบิกความต่อศาลฎีกาในคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2552 ถึงโครงสร้างความเป็นเจ้าของในวินมาร์ค เธอยืนยันต่อศาลว่า จากการตรวจสอบของ ก.ล.ต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ด้วยการอาศัยข้อตกลงทางกฎหมายระหว่างประเทศ มีพยานหลักฐานบ่งชี้สอดคล้อง ว่า พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน เป็น "เจ้าของวินมาร์ค"

ยิ่งไปกว่านั้น จากการตรวจสอบกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ขายหุ้นกลุ่มบริษัทเอสซี แอสเสท 6 บริษัท ให้แก่วินมาร์คเมื่อปี 2543 พบหลักฐานการชำระเงินจำนวน 1,500 ล้านบาท เป็นการโอนเงินจากธนาคาร 3 แห่ง ในสิงคโปร์สิงคโปร์หลายบัญชี ปรากฏว่าเงิน 300 ล้านบาท มาจากบัญชีของ พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน และอีก 1,200 ล้านบาท มาจากบัญชีของวินมาร์คในสิงคโปร์

จากการตรวจสอบโครงสร้างการถือหุ้นใน วินมาร์ค พบว่าถือหุ้นโดย "บริษัท บลูไดมอนด์" 100% ขณะที่บริษัทบลูไดมอนด์ถือหุ้นโดย "ซิเนตรา ทรัสต์" 100% โดย "ซิเนตรา ทรัสต์" มีผู้รับประโยชน์ 5 คน คือ พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมานพร้อมลูกทั้ง 3 คน โดยกลุ่มแมธทีสัน ทรัสต์ (Matheson Trust) ในฮ่องกงเป็นผู้จัดการบริหารเรื่องนี้ทั้งหมด

สอดคล้องกับคำให้ปากคำของ นายสุนัย มโนมัยอุดม อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ยืนยันต่อศาลว่าเมื่อปี 2537 พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมานได้ให้แมธทีสัน ทรัสต์ เป็นผู้ก่อตั้งบริษัท วินมาร์ค และ ซิเนตรา ทรัสต์ ขึ้นมา โดยมีบริษัทบลูไดมอนด์ ถือหุ้นวินมาร์คอีกชั้นหนึ่ง หลังจากดีเอสไอ และก.ล.ต.ได้เอกสารจากหน่วยงานด้านหลักทรัพย์ของฮ่องกง ประกอบด้วยหลักฐานการจัดตั้ง

จากการตรวจสอบพบว่า ทั้งพ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ตั้งเมธีสันทรัสต์ ขึ้นมาเพื่ออุปโลกน์การถือหุ้น มีบริษัทแมธทีสัน คอร์ปอเรท เซอร์วิส (เอ็มทีซีเอส) รับหน้าที่เป็นผู้ติดต่อธนาคารพาณิชย์ แต่บริษัทที่ตั้งขึ้นไม่มีอำนาจในการจัดการ เป็นแค่ "นอมินี" เพราะคนมีอำนาจจริงๆ คือ "พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน"

แทบไม่น่าเชื่อว่า กระดาษเพียงแผ่นเดียวจะสร้างวิบากกรรมให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ และคนในครอบครัวชินวัตร มากมาย จนต้องถูกกล่าวโทษดำเนินคดีฟ้องร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้ยึดทรัพย์จำนวน 76,261.6 ล้านบาท

(พรุ่งนี้ กับคำชี้แจงของ พ.ต.ท.ทักษิณ และคนในตระกูล "ชินวัตร" กับกรณี วินมาร์ค)

 

 

 

Tags : คดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้าน ทักษิณ ชินวัตร

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 38

เป็นผู้นำประเทศ ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีต่อ
คณะรัฐมนตรีและข้าราชการ แสดงความ
ซื่อสัตย์และจงรักภัคดี คนอื่นจะได้ลด
ปริมาณการโกงลงไปได้บ้าง
นี่เล่นตุกติกไม่ซื่อตรงกันหมด
ถึงแม้"ธักศิณ"จะมีวิสัยทัศน์ดี
ก็ลบล้างความคตกันไม่ได้หรอก
อย่ายกประชาธิปไตยมาอ้างเลย เวรกรรม

ความคิดเห็นที่ 37

คุกรอ นช.ทักษิณ และครอบครัว อยู่ครับ

ความคิดเห็นที่ 36

คนที่สิบสองพูดถูกอยากได้สมษัติทักษิณ,ล้างหนี้สินประเทศที่ตอนนี้เป็นหนี้เขาอีกแล้ว มีแตกนโยบาลเด็ก8ขวบคิดออก ฮาฮา

ความคิดเห็นที่ 35

เรื่องทุจริต โกง มีอยู่ทุกที่เป็นเรื่องปกติของสังคมไทย เพราะฝ่ายตรวจสอบไม่อยากเอาเรื่อง ถ้าอยากเอาเรื่องให้เดินไปตรวจหน่วยราชการหน่วยใดก็ได้ต้องเจออยู่แล้วมากน้อยอาจต่างกัน แต่ของทักษินตรวจสอบแล้วคุ้มค่ากับการเสียเวลามาก แต่อาจโดนลูกปืนทีหลังไม่รู้ด้วยเพราะเงินจำนวนนี้ซื้อรถถังลูกปืนได้เป็นกองทัพ หลังปิดคดีคงได้เห็นของดีกัน ขอย้ำว่าเรื่องโกงเห็นมาตั้งแต่จำความได้จนบัดนี้ยังเห็น ฝ่ายตรวจสอบคงรับใต้โต๊ะจนลุกไม่ขึ้นเลยมีแต่เรื่องทักษิน จริงแล้วมันโกงทุกคนที่เป็นข้าราชการแล้วรวย

ความคิดเห็นที่ 34

มันบอกคนอื่นว่า ตัวมันไม่โลภ กินก๋วยเตียวชามเดี๋ยวก็พอแล้ว 55555 ยังขนาดนี้ ถ้ามันบอกว่าไม่พอมันคงขายประชาชนทุกคนเลย55555

ความคิดเห็นที่ 33

กฏหมายเก่าบอกว่าห้ามสร้างเกิน3ชั้น ที่ดินเลยถูก

พอได้ที่ดินมาก็ออกกฏหมายว่าสร้างเกินได้ ที่ดินก็แพง

ใช่ไม่ได้โกงตรงๆ แต่ออกกฏหมายให้ตัวเองได้อย่างนี้จะถูกต้องหรือ

เหมือนที่ดินสนามหลวงขายไม่ได้ แต่พอมันจะเอา มันก็ไปออกกฏหมายว่าขายได้ แล้วมันก็ซื้อเอง อย่างนี้น่าจะเห็นชัดนะ เข้าใจไหมเนี๊ย ว่าคอร์รัปชั่นเชิงนโยบายเป็นยังไง

ความคิดเห็นที่ 32

เก่งในการนำเสนอให้ผู้อ่านโน้มตาม ก็ช่วยเปิดเผยทุจริตในสิ่งผิดกฎหมายที่เกิดขึ้นแล้วแก้ไขยังไม่ได้จนกระทั่งปัจจุบันในการทำธุรกิจผิดกฎหมาย เช่น ห่วยใต้ดิน บ่อนการพนัน ฯลฯ เป็นต้น การที่รัฐฯไม่สามารถที่จะจัดการทำให้การทุจริตหรือจัดการให้หมดไปว่าเป็นเพราะการละเว้นปฎิบัติหน้าทีหรือการต้องการน้ำเลี้ยงในสิ่งเหล่านี้ หรือเป็นการสนับสนุนทางอ้อม โดยไม่มีมาตราการใดๆ ในการปราบปรามเลย อบายมุขในปัจจุบันทำในอย่างเปิดเผยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นห่วยเถื่อน โต๊ะบอล และการพนันอื่นๆ ซึ่งเมื่อรวมๆแล้วเป็นเงินจำนวนมหาศาลต่อปี

ความคิดเห็นที่ 31

สรุปให้ง่ายๆ การเล่นหุ้นก็เพื่อผลกำไรจากการขึ้นลงของราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ แต่การไปตั้งบริษัทในต่างประเทศเพื่อการถ่ายเทหุ้นของตนเองไปมา เพื่ออะไร เอาให้ง่ายเข้าไปอีก เขาตั้งบริษัทตัวแทนขึ้นมา แต่ทั้งทักษิณและภรรยาปฏิเสธการเป็นเจ้าของ ถามว่าทำไมต้องปฏิเสธ ถ้าบอกว่านักธุรกิจคนรวยเขาก็ทำกันทั้งนั้น แต่เขาไม่ได้เป็นนักการเมือง หรือนายกรัฐมนตรี มาตรฐานที่สำคัญคือ นายกรัฐมนตรีจะต้องมีความโปร่งใสและทดสอบได้ เอาให้ง่ายที่สุดทักษิณมีเจตนาทุจริต และได้ทำการทุจริตคอรัปชั่นสำเร็จไปแล้ว

ความคิดเห็นที่ 30

ถ้าใครเชื่อทักษิณก็ไม่ใช่คนมันพูดหน้ามือเป็นหลังเท้า

ความคิดเห็นที่ 29

ยึด...ยึด...ยึด...ยึด...ยึด...ยึด...ยึด...ยึด...

ยึด...ยึด...ยึด...ยึด...ยึด...ยึด...ยึด...ยึด...

ยึด...ยึด...ยึด...ยึด...ยึด...ยึด...ยึด...ยึด...

ยึด...ยึด...ยึด...ยึด...ยึด...ยึด...ยึด...ยึด...

ยึด...ยึด...ยึด...ยึด...ยึด...ยึด...ยึด...ยึด...

ความคิดเห็นที่ 28

ขอโทษคห25ครับ

ความคิดเห็นที่ 27

คห 26 ก็เหมือนกันผมเพียงแต่บอกว่าคุณสนธิก็ถือครองแบบนี้ได้เป็นเรื่องของการลงทุนซื่งไม่ใช่เรื่องแปลก
ไม่ได้ใช้ภาษาที่ดูถูกอะไรนี่ครับ
อยากให้คนที่พิมพ์ให้เกียรติคนอื่นด้วยครับ
ปกติคนเสื้อเหลืองเป็นมีความรู้นี่ครับ
น่าจะใช้คำพูดที่ดีนะครับ

ความคิดเห็นที่ 26

ผมไม่รู้ว่าคห 24คือใคร แต่ถ้าให้เกียรติคนอื่นและใช้ภาษาที่ดีกว่าก็ดีนะครับ
ขอขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 25

ฟาย DDD เอาส่วนไหนคิดเหรอ ทีหอนออกมาได้
คำว่าสือนี้สื่อโน้นแล้วคนยเขาย้อนถามสือแกละทีด่าและใส่ร้ายคนอืน
คนอืนเขาไม่เคยบอกว่าเลือกข้าง
แต่เขาดูสือทีเอามาลงมีหลักฐานบนความจริงมะ
ฟายอยางแกมันจะโง่ไปถึงไหน เขามีหลักฐานขนาดนั้นแกก็ไม่เชือใช่มะ

ความคิดเห็นที่ 24

เหรอ คห 33....แหมคิดแบบอนุบาลเนอะ
กม ห้ามก็คือห้าม ... เมือห้ามก็ไปดูทำไมมันไม่ขายหรือให้คนอืนอูแล แล้วมันทำอะไรให้ได้ประโยชน์ต่อการถือครอง ก็ไปแก้สัมปทานเพื่อตนเอง
การหอน ว่าเขาลืมเหรอ ลืมตั้ง 5 ปีแต่ไม่ยักกะลืม ตนเองเอาไปปั้นย้ายมาย้ายมาย้ายไป แล้วจะลืมได้อย่างไรก็จัดการเองทำเอง ก็คือชองมันเองแค่เอาชือลูกมาใช้เพื่อเลี้ยงกม
1 ผิดกม ไปถือครองเกิน 5%
2 ดันเสือกแกกม ทีเอื้อธุรกิจตนเองทั้งนั้น..........คนทำมหากินนะเขาใจ แต่คนอย่างนี้นี้สิทำโง่จัง
ทำไมยุดหมด ก็คตส แจงแล้ว ว่าเงินทียึดยังไม่คุ้มทีรัฐเสียหาย ท่านฟาย

ความคิดเห็นที่ 23

อีกอย่างคนทั่วไปเวลาเห็นการโยงไปมาเป็นpedigree แบบนี้แล้วยังไงก็งงครับ ยิ่งไม่ชอบคุณทักษิณอยู่แล้ว ก็เข้าล็อกซิครับ
ไม่มีอะซับซ้อนเลย ถ้ารวยแล้วจะเข้าใจ(ฮา)ครับ
สรุป คตส พยายามพิสูจน์ให้ได้ว่าคุณทักษิณถือหุ้นเกิน5% ครับ
อีกอย่างจะบอกให้ ถ้าเปิดการถือหุ้นของคุณสนธิ astv ก็ทำแบบนี้แหละครับ แต่ท่านไม่ได้เป็นนายกเท่านั้นเอง (อย่าเป็นแล้วกัน ฮา)

ความคิดเห็นที่ 22

ผมไม่คิดว่าจะซับซ้อนอะไรครับ เชื่อว่าถ้าเปิดเบื้องหลังคนรวยพันล้านในเมืองไทย ไม่ว่าคุณเจริญ
คุณชาตรี หรือเจ้าสัวcp ก็จะเป็นแบบนี้แหละครับ
คนทำมาหากินทั่วไปไม่เข้าใจ และมักจะมองในแง่ลบไปหมด สรุปคือต้องการบอกว่าคุณทักษิณยังถือหุ้นshinอยู่เกิน5 % มากกว่ากฎหมายกำหนดนั่นเอง ทั้งที่ดำรงตำแหน่งนายก ซึ่งแบบสาเหตุที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนและผิดกฎหมาย
โดยส่วนตัวคิดว่าอาจจะจริง เพราะแกมีเงิน
มากลงทุนไว้มากมาย คงจัดสรรพลาดไป
ง่ายๆคือลืมโอนให้ พานทองแท้ไป
แต่ที่เอาข้อนี้มาอ้างแล้วทำให้ยึดทรัพย์หมด
ผมว่า ให้ใครคิดโดยพื้นๆก็รับยากครับ
และไม่สมเหตสมผลอย่างยิ่ง
ก็ทำใจให้เป็นกลางหน่อยครับ
อย่าทำเหมือนหมาป่ากับลูกแกะ
ว่าอย่างไรแกก็ผิดวันยังค่ำ นะครับ

ความคิดเห็นที่ 21

คนบริสุทธิ์เขาไม่ทำอะไรซับซ้อนแบบนี้หรอก ถือว่า คตส ชุดนี้เก่งมาก ผมอ่านบางทียังงง เรื่องรายละเอียดจริงๆคงซับซ้อนน่าดู

ความคิดเห็นที่ 20

ลอง นช ทักษิณ หมดหน้าตักเมื่อใด นปช จะแตกกระเจิงบ้านใครบ้านมันหรือเปล่า คำถามนี้คงไม่ต้องตอบนะครับ แม้ นปช ก็ย่อมรู้อยู่แก่ใจดี

ความคิดเห็นที่ 19

คุณ DDD คห.18 ครับ ความจริง ก็คือความจริง ส่วนเขาจะอคติหรือไม่ ไม่รู้ แต่การเสนอความจริงที่ทำให้พ่อแขม้วของคุณถูกเปิดโปง คุณอาจมองว่า อคติ ได้ แต่มันไม่ใช่ มันเป็นการเปิดโปงความชั่วของคนบางคน คนที่ไม่ชอบก็มองว่าอคติ เพราะไม่มีอะไรจะแก้ตัว หรือชี้แจงได้ มันเป็นเรื่องธรรมดาครับ
ส่วนลูกๆของแขม้ว เมื่อเห็นความจริงที่ชั่วๆแล้ว ก็ยอมรับความจริงไม่ได้ ก็คิดว่าอคติแน่นอน แต่ขอเอาใจช่วยท่าน อย่าเครียดมากนะ เพราะความจริงมันจะถูกเปิดโปงมาเรื่อยๆ และเมื่อแขม้วได้รับผลของกรรมชั่วแล้ว อย่าตรอมใจตายแล้วกัน

ความคิดเห็นที่ 18

อ่านไปก็คิดทบทวนนิดนึง
เพราะสื่อค่ายนี้ก็มีความสัมพันธ์แนบแน่น
กับพรรค ปชป.มานาน

เมื่อสื่อเลือกข้างการให้ข้อมูลย่อมมีอคติ

ความคิดเห็นที่ 17

เนี่ย...ความจริง ๆ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ผ่านการพิสูจน์แล้วในชั้นศาล แต่ก็ยังไม่เข้าใจว่า...ท่านหัวแดงทั้งหลายคิดกันยังไง หรือไม่คิดไม่สน...ทำงานรับตังค์ เท่านั้นเหรอ งง....

ความคิดเห็นที่ 16

ต้องขอชื่นชม เวปกรุงเทพธุรกิจ ที่ได้นำข้อมูลเช่นนี้มาเผยแพร่ แต่น่าเสียดายที่ รัฐบาลไม่ได้ทำเฉกเช่นนี้บ้าง น่าเสียดายจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่มีสื่ออยู่ในมืออย่างมาก

ความคิดเห็นที่ 15

ขอบคุณครับ เข้าใจขึ้นเยอะเลย
รอภาคสุดท้ายอยู่นะครับ

ความคิดเห็นที่ 14

ชาวบ้านกราบขอร้อง ตำรวจทุกๆ ท่าน อัยการ ลองนั่งคิด ไคร่ครวญ ไตร่ตรอง โดยปราศจากอคติใดๆ ว่าควรจะเกียร์ว่าง วางเฉยกับเสื้อแดงหรือไม่? ถอนประกันอันธพาลอริสมันต์ปลุกระดมให้คนเอาขวดน้ำมันเผาเมืองหลวงได้แล้ว

แย่ เกือบ 4 ปีกว่าศาลจะตัดสินคดียึดทรัพย์ ...คนไทยอยู่ด้วยความทุกข์ ระทม ที่ทักษิณปลุกระดม ส.ส. พรรคเพื่อทักษิณ แกนนำเสื้อแดงปั่นป่วน ก่อจลาจล ปลุกระดมคนไทยยกพวกตีกันเอง จับมือกับฮุนเซนว่าร้ายศาลไทย ด่าว่าร้ายหมิ่นประมาทสถาบันท่าน ร่วมกับทหารเสื้อแดง จะจัดตั้งกองทัพประชาชนเป็นหมาลอบกัด ปั่นป่วนใต้ดิน ขู่ฆ่าผู้พิพากษา แกนนำอันธพาลเสื้อแดงยุยงเสื้อแดง เตรียมขวดน้ำมันมาเผาเมืองหลวง เตรียมปลุกระดมให้อันธพาลเสื้อแดง บุก ประทะตำรวจทหาร

เกือบ 4 ปีกว่าศาลจะตัดสินคดียึดทรัพย์ .คนไม่รักทักษิณ ผู้เสียชีวิต 5 ศพ น้องโบ อังคนา สารวัตเมธี นายยุทธการ นายป้อมนางเลิ้ง กทม เทิดศักดิ์ เจียมกิจ เชียงใหม่ ต้องพิการอีกหลายสิบ คนไทยตีกันเองที่อุดร บาดเจ็บหลายร้อย เพราะฝีมือนักการเมืองที่คนกากบาทเลือกตั้งเข้ามาใช้อำนาจ สั่งตำรวจจัดการสลายม๊อบโหด และอันธพาล ฆาตกร เสื้อแดง ที่จับมือคนฆ่า คนผิดใดๆ ไม่ได้ สนธิลิ้มแกนนำเสื้อเหลืองถูกลอบยิง

…ส่วนแกนนำเสื้อแดงก็ งมมม หาไปเหอะ งมหาแต่ศพเสื้อแดงที่ก่อจลาจลวันสงกรานต์เมืองหลวง ยังไม่เห็นสักคน

. ใครเชื่อว่าวันที่ทักษิณถูกปฏิวัติเมื่อวันที่ 19 กันยา 2549 มีทรัพย์สินแค่ 7 หมื่น 6 พันล้านที่ถูกอายัดตรวจสอบ ก็คงเป็นคนหัวมีแต่ขี้เลื่อยสีแดง ..ทักษิณพูดเอาดีใส่ตัว อ้างตัวเองถูกหมด ไม่มีความผิดอะไรเลย อ้างถูกกลั่นแกล้ง เอาชั่วใส่คนอื่นหมดแหละ

ความแตกแยกที่ทักษิณสร้างความเสียหายให้เมืองไทยมากกว่า 7 หมื่น 6 พันล้านหลายเท่า

ความคิดเห็นที่ 13

ขอให้กำลังใจคณะทำงาน ขอปรบมือให้ และขอขอบคุณที่ทำให้คนไทยที่มีการศึกษา ได้รู้พฤติกรรมของคนชั่ว โกงบ้านเมืองจนไม่มีที่อยู่ ตระ * ลอะไรอยู่กับความหลอกลวง คดโกง เห็นแก่ตัว เอาเปรียบ ตระ * ลซาตาน ซาตาน จริงๆ ซาตานแหกนรกมาเกิด

ความคิดเห็นที่ 12

โถนึกหรือว่าชาวบ้านร้านตลาดเขาจะไม่รู้ไม่เข้าใจ มันก็เป็นเรื่องที่คหที่7ว่าไว้น่ะถูกต้อง อยากเป็นนายกก้ออยาก อยากทำธุรกิจก้ออยาก จึงต้องหาช่องทางทำให้ได้ทั้งสองอย่าง ชาวบ้านเขาดีดลูกคิดแล้ว ก็เห็นใจ สิ่งที่ทักษิณเป็นผู้คิดผู้ริเริ่มจนนำไปสู่ความก้าวหน้า และประชาชนพอจะลืมตาอ้าปากได้บ้าง ยังดีกว่านักการเมืองที่แ-ดกงบประมาณแผ่นดินอันเป็นภาษีอากรเพียวๆ ประเภทซื้ออาวุธห่วยๆมาใช้ป้องกันประเทศ หรือโกงกินโครงการพอเพียง สาธารณสุข ปลากระป๋องเน่านมบูด สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่บ่อนทำลายประเทศอย่างแท้จริง แต่มันค่อยๆบ่อนทำลายทีละเล็กละน้อยไปเรื่อยๆ
เงิน7.6หมื่นล้านก็เป็นเงินที่มาจากกองทุนเทมาเส็กที่ซื้อหุ้นบริษัทชินฯ ประเทศมีความเสียหายอะไร ในเมื่อช่องทางการซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ ประชาชนเสียอะไร ประเทศชาติเสียอะไร

ความคิดเห็นที่ 11

ในห้องราชดำเนิน ของพันทิป ยังมัว งมโข่งกันเรื่องการขายหุ้นชินให้เทมาเสกว่าไม่ต้องเสียภาษี หาว่า 2 มาตรฐาน

เข้าไปอ่านก็ได้แต่สมเพชในใจว่าเรื่องซุกหุ้นที่เป็นที่มานั้น ไม่ได้มีเสื้อแดงคนไหนสนใจจะรับฟังเลย เอาแต่พล่ามว่า มีที่ไหนขายหุ้นในตลาดทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้วเสียภาษี เอามาตรามาโพสกันทีเดียว

รออ่านตอนต่อไป

ความคิดเห็นที่ 10

สุดยอดจริงๆ ครับ
อ่านมา 2 ตอนแล้ว
ไม่เคยรู้มาก่อนเลย

ต้องอ่านซ้ำเพราะ งง

คนเรามันจะเลวได้ถึงเพียงนี้ ถึงว่ามันถึงต้องปฏิวัติ
ไม่งั้นประเทศ chip loss แน่ๆ

ความคิดเห็นที่ 9

เรียน คุณณัฐพล หวังทรัพย์
อยากจะให้คุณนำเสนอบทความนี้เป็นรายการทางทีวีไทย ในรายการหลังข่าว ๒ ทุ่ม และเชิญพิธีกรที่เก่งๆ ในการอธิบายให้ชาวบ้าน ร้านค้า ในตลาด เข้าใจในภาษาง่ายๆ หลายๆรอบครับ จะเป็นการช่วยเหลือประเทศชาติได้มาก ไม่ใช่ปล่อยให้ชาวบ้านทุกวันนี้ ยังเข้าใจผิดว่า เป็นการกระทำของพวกที่ปฏิวัติไล่นายเหลี่ยม ณ.ดูไบ ออกนอกประเทศด้วยความอิจฉา ตาร้อนที่เห็นนายคนนี้รวยกว่า และอ้างตลอดว่า เขาร่ำรวยมาก่อนเล่นการเมืองครับ..
หรือไม่ก็อยากให้คุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เอาไปออกรายการทีวีช่อง ๑๑ จะเป็นการดีมากอีกช่องหนึ่งครับ..
ขอขอบคุณ.

ความคิดเห็นที่ 8

"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม" ....

ความคิดเห็นที่ 7

อยากเป็นนายกก้ออยาก อยากทำธุรกิจก้ออยาก มนุษย์นี้หนอ เลยเป็นที่มาของความยุ่งยากให้ปัจจุบัน ถ้าเลีอกสักอย่างก้อคงไม่ยุ่งเหมือนตอนนี้ เหมือนนักธุรกิจทั่วไปที่เค้าทำแต่ธุรกิจ ไม่ได้อยากมาเป็นนายก

ความคิดเห็นที่ 6

ค่าโทร มือถือที่แพงในอดีต เป็นเพราะ มีคนใช้น้อย คู่แข่งยังไม่มีศักยภาพเพียงพอผู้ให้บริการจึงสามารถตั้งราคาขายสูงๆ ได้ตามใจรัวเอง

แต่ต่อมาการแข่งขันรุนแรงขึ้น ประกอบกับมีผู้ใช้บริการมากขึ้น ราคาก็ต้องลดลงเป็นธรรมดา

ตามหลักเศรษฐศาสตร์ การตั้งราคา จะมีจุดเหมาะสมอยู่ค่าหนึ่ง คือ เมื่อราคาถูกลง จะมีผู้ใช้มากขึ้น และ กลับกัน เมื่อราคาแพงขึ้น จะมีผู้ใช้น้อยลง ผู้ให้บริการจะต้องประเมิน หาจุดที่ทำกำไรให้แก่ตนสูงสุด
ส่วนกรณีแปลงเงินค่าสัมปทานไปเป็นภาษีสรรพสามิต เป็นการเอาประโยชน์เข้าสู่ตนเอง เพราะถ้าเป็นข้อตกลงเดิม ผู้ที่จะต้องจ่ายภาษีสรรพสามิต จะต้องเป็นผู้รับสัมปทาน ไม่เกี่ยวกับเงินค่าสัมปทานที่ต้องจ่ายให้กับองค์การโทรศัพท์อยู่แล้ว

ความคิดเห็นที่ 5

ผมว่าไม่ใช่แค่ทักษิณที่ทำอะไรแบบนี้นะ

มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่เค้าจะเป็น the one วิธีที่เขาใช้ก็ต้องมีคนใช้มาก่อน หรือไม่ก็ใช้ตามเขา เมื่อเป็นเช่นนี้มันเป็นไปได้หรือไม่ที่จริงๆแล้วมีบริษัทอีกมากมายที่มีความสัมพันธ์กับนักการเมือง อย่างลับๆโดยที่ไม่เปิดเผย ซึ่งก็เช่นเดิม นำไปสู่ความขัดแย้งทางผลประโยชน์และการคอรัปชั่นโดยนโยบายรัฐ

ยังไงก็ช่วยขยายผลด้วยสิ

อุตส่าห์ขุดคุ้ยจนสังคมเข้าใจแล้วก็ต้องโฟกัสไปที่อื่นบ้าง อีกทั้งก็ควรจะนำไปสู้การขยายผลเพื่อเพิ่มเติมกฎระเบียบและกฎหมายเกี่ยวกับการครอบครองหลักทรัพย์ครับ
กฎหมายเกี่ยวกับการถือหุ้น นับสัญชาติ และนอมินีบ้านเรามันไม่พัฒนาเลยครับ

อ้างอิง
http://docs.google.com/viewer?url=http://www.fringer.org/wp-content/writings/nominee.pdf

ความคิดเห็นที่ 4

ซับซ้อนมากครับ กึ่งรากหญ้าอย่างผม อ่านแล้วปวดหัว .... รู้สึกอย่างเดียวว่า โกงเก่งครับ

ความคิดเห็นที่ 3

อย่าลืม..
ค่าโทร.มือถือที่แพงมาก... เป็นที่มาของการปรับเงื่อนไขสัมปทาน... เงินที่ได้ตกกับประชาชนอย่างเราๆ ครับ

ขอแรงผู้รักความยุติธรรม ช่วยกันปลุกประเด็นนี้ เพื่อต่อสู้กับศาลเรื่องการยึดทรัพย์..

ความคิดเห็นที่ 2

สุดยอดมากๆ ครับ ขอบคุณที่นำข้อมูลเหล่านี้มาเผยแพร่ ยังมีคนที่ไม่รู้ไม่เข้าใจเรื่องนี้อีกมาก ผมอยากให้รัฐบาลจัดทำเป็นสารคดีออกมาเลย เพื่อให้ประชาชนตาสว่างซะที

ความคิดเห็นที่ 1

ขอกราบงาม ๆ ักที ที่ท่านช่วยเผยแพร่ความชั่วร้ายของ นช.ทักษิณ ให้สังคมได้ทราบโดยละเอียด

คราวต่อไปขอเรื่องที่ดินรัชดา, เริ่องให้พม่า * ้เงินแผ่นดินไทย เพื่อมาซื้อเครื่องมือสื่อสารในธุรกิจของตน, เรื่องแก้ไขสัมปทานเอื้อประโยชน์บริษัทในเครือของตน ในสมัยมรันเรืองอำนาจ, เรื่องการกว้านซื้อ สส.จากพรรคต่าง ๆ ในชั่วข้ามคืน เพื่อก่อตั้งพรรค ทรท. ฯลฯ นะครับ ผมจะขออนุญาตขอลอกเก็บไว้ให้ลูกหลานได้ศึกษาต่อไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement