กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง : บทวิเคราะห์

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 07:17

"ไตรภาคคดียึดทรัพย์"ทักษิณ" ภาค 1 ปฐมบท (1)

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

กาญจนาภา หงส์เหิน กับรหัส "T. Shinnavat" กุญแจสู่คดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้าน

กาญจนาภา หงส์เหิน ถึงวันนี้ ชื่อคงเป็นที่รู้จักกันทั่ว เพราะความสำคัญไม่เฉพาะแค่เลขานุการส่วนตัว คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร เท่านั้น...แต่เธอคือ "กุญแจ" สำคัญในปฐมบท คดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำนวน 76,261.6 ล้านบาท

ที่น่าสนใจไปกว่านั้น เมื่อเธอ เป็นทั้ง "ผู้ปกป้องและพยานปากสำคัญ" เพราะต้องอย่าลืมว่า ในการพิจารณาคดีซุกหุ้นภาคแรก เมื่อปี 2544 นั้น พ.ต.ท.ทักษิณ รอดมาอย่างฉิวเฉียด ส่วนหนึ่งเพราะ กาญจนาภา หงส์เหิน นี้แหละ !

ในฐานะผู้ทำหน้าที่รวบรวมทรัพย์สินและหนี้สิน พร้อมทั้งให้การแสดงความเสียใจที่ไม่รอบคอบในส่วนหุ้นที่อยู่กับคนใช้ ในการยื่นทรัพย์สินของครอบครัวอดีตนายกรัฐมนตรี ต่อ ป.ป.ช. นำมาซึ่งประโยคอมตะ "บกพร่องโดยสุจริต" รอดพ้น ยืนหยัดดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมายาวนาน 6 ปีก่อนที่จะมีการรัฐประหาร 19 ก.ย.2549

ตรงกันข้าม คดีซุกหุ้น ภาคสอง 2 นางกาญจนาภา ถูกคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) เรียกสอบปากคำในคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท อีกทั้งยังถูกกล่าวหาเป็นจำเลยร่วมกับนายใหญ่และนายหญิงในคดีอาญาเลี่ยงภาษีอีกด้วย

นี่คือปฐมบท ของคดีประวัติศาสตร์ ที่มี กาญจนาภา หงส์เหิน เป็นกุญแจสำคัญ !

คำตัดสินคดียึดทรัพย์ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง วันที่ 26 ก.พ.นี้ ในคดีที่อัยการสูงสุด ยื่นคำร้องให้ทรัพย์สินจำนวน 76,261.6 ล้านบาท ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณ มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ และได้ทรัพย์สินมาเนื่องจากการกระทำที่เป็นการขัดกัน ระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคล และประโยชน์ส่วนรวมขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คงเป็นบทพิสูจน์ความจริงหลายอย่างในช่วงที่ผ่านมา

หากมองย้อนกลับไปราวต้นปี 2549 พบว่าปฐมบทแห่งคดีมีจุดเริ่มต้นจากการที่คนในตระกูลชินวัตร ประกอบด้วย นายพานทองแท้ ชินวัตร นางสาวพินทองทา ชินวัตร นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รวมกัน 1,419,490,150 หุ้น หรือคิดเป็น 48% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ได้ขายหุ้นที่ถืออยู่ทั้งหมดให้กับกลุ่มเทมาเส็กของประเทศสิงคโปร์ ในราคาหุ้นละ 49.25 บาท คิดเป็นเงินรวม 69,722.88 ล้านบาท เมื่อวันที่ 23 ม.ค.2549

การซื้อขายหุ้นชินคอร์ปของในตระกูลชินวัตรครั้งนั้น เกิดคำถามตามมาอย่างมากมาย ทั้งกรณีการขายหุ้นโดยไม่ต้องเสียภาษี การประกาศใช้บังคับพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2549 เพื่อขยายสัดส่วนการถือครองหุ้นในกิจการโทรคมนาคมของต่างประเทศจากเดิมไม่เกิน 25% เป็นไม่เกิน 50% ก่อนการขายหุ้นคอร์ปไม่กี่วัน รวมไปถึงการซื้อขาย และโอนหุ้นชินคอร์ปของคนในตระกูลชินวัตรในราคาต่ำกว่าตลาด เป็นต้น

กระทั่งวันที่ 19 ก.ย.2549 ภายหลังการรัฐประหาร โดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ซึ่งนำโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น พร้อมด้วยผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้ายึดอำนาจการบริหารราชการแผ่นดินจากรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการ คตส.ขึ้นมา ตรวจสอบปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ที่หน่วยงานต่างๆ ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ใน 5-6 ปี ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ดำรงตำแหน่งนายกฯ

ปัญหาการหลีกเลี่ยงภาษีการซื้อขายหุ้นชินคอร์ปของคนในตระกูลชินวัตร กับกลุ่มเทมาเส็ก เป็นหนึ่งในประเด็นที่ คตส.หยิบยกขึ้นมาตรวจสอบ โดยพุ่งเป้าไปที่กรณีนายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา บุตรชายและบุตรสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซื้อหุ้นชินคอร์ปจากบริษัท แอมเพิลริช อินเวสต์เมนท์ จำกัด คนละ 164.6 ล้านหุ้น รวม 329.2 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 1 บาท ก่อนที่บุคคลทั้งสองจะนำขายหุ้นให้กลุ่มเทมาเส็กในราคา 49.25 บาทต่อหุ้น โดยที่นายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา ไม่มีการชำระภาษีจากกำไรที่ได้รับจากส่วนต่างการซื้อขายหุ้นกับบริษัทแอมเพิลริชแต่อย่างใด

ช่วงแรกของการตรวจสอบปัญหาการซื้อขายหุ้นชินคอร์ป คตส.จะมุ่งไปที่ปัญหาการหลีกเลี่ยงภาษีเป็นหลัก มีนายวิโรจน์ เลาหะพันธุ์ อธิบดีกรมสรรพากร หนึ่งในกรรมการ คตส.รับหน้าที่เป็นประธานอนุกรรมการตรวจสอบ โดยเชิญบุคคลต่างๆ ในตระกูลชินวัตรและคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาชี้แจงในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการหลีกเลี่ยงภาษี

อย่างไรก็ตาม จุดพลิกผันของคดีก็เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 พ.ค.2550 อนุกรรมการได้เชิญนางกาญจนาภา หงส์เหิน เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน มาให้ปากคำ เพื่อยืนยันในหลักหลักฐานเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับบริษัทแอมเพิลริช ที่นางกาญจนาภายื่นให้อนุกรรมการเมื่อวันที่ 6 ก.พ.2550

นางกาญจนาภา ยืนยันในบันทึกการให้ปากคำต่อ คตส.ว่า “พยานเอกสารที่ขอมาจากธนาคาร ยูบีเอส เอจี สิงคโปร์ ธนาคารที่รับดูแลหุ้นชินคอร์ปของแอมเพิลริช ทั้งหมดได้ส่งมอบให้กับ คตส. ทั้งหมดแล้วเมื่อวันที่ 6 ก.พ.2550 ดังนั้นผู้ที่มีอำนาจในบัญชีเลขที่ 119449 ตั้งแต่เริ่มเปิดบัญชี ถึงวันที่ 29 มิ.ย.2548 มีอยู่เพียงใบเดียว”

คำยืนยันของนางกาญจนาภา ในฐานะพยานเมื่อวันที่ 9 พ.ค.2550 กลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ คตส.มาใช้ในการตรวจสอบและกล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ ในคดีร่ำรวยผิดปกติ จนนำไปสู่การอายัดเงินจากการขายหุ้นชินคอร์ปรวมทั้งเงินปันผลทั้งหมดกว่า 7.6 หมื่นล้านบาท เนื่องจากก่อนหน้าที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในปี 2544 ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ว่า ได้ขายหุ้นชินคอร์ปที่แอมเพิลริชถืออยู่ให้แก่นายพานทองแท้ทั้งหมดแล้ว

ขณะที่หลักฐานชิ้นสำคัญที่นางกาญจนาภามอบให้ คตส. จนนำมาสู่การอายัดทรัพย์และดำเนินคดีร่ำรวยผิดปกติกับ พ.ต.ท.ทักษิณ คือ หลักฐานของธนาคารยูบีเอส เมื่อปี 2542 ที่ระบุว่าผู้มีอำนาจลงนามแทนแอมเพิลริช ชื่อ “T. Shinnavat

หลักฐานชิ้นนี้ทำให้ คตส.เชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ยังคงถือครองหุ้นชินคอร์ป ระหว่างดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี 2544 ถึงปี 2548 ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้อำนาจลงนามในบัญชีของแอมเพิลริช จาก “T. Shinnavat” เป็นชื่อของนายพานทองแท้ และการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่อ้างว่าได้มีการขายหุ้นแอมเพิลริชให้กับนายพานทองแท้ไปแล้วตั้งปี 2543 คตส.เชื่อว่า "ไม่เป็นความจริง"

ขณะผลการตรวจสอบของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ก็ปรากฏข้อเท็จจริงแต่เพียงหนังสือของนายพานทองแท้ที่ยอมรับว่าได้รับซื้อและเข้าถือหุ้นแอมเพิลริชแทน พ.ต.ท.ทักษิณตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2543 เท่านั้น ไม่มีพยานหลักฐานอื่นที่สนับสนุนว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้โอนหุ้นให้กับนายพานทองแท้

(ฉบับพรุ่งนี้ มาพบเส้นทางเชื่อมโยงสองบริษัทอันลือลั่น "แอมเพิลริชกับวินมาร์ค")

 

 

 

 

Tags : กาญจนาภา หงส์เหิน T. Shinnavat คดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้าน

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 22

โถ ควา ยป ทีอวดอ้าง ว่าตนเองจบจุฬา
แต่ไหงหอนแบบเอาตีนคิด
แกทำงานอะไรเหรอ หรือคนดูดส้่วมเลยหอนแบบคนอย่างนั้น
ทีไม่เคยรู้จักการทำนิติกรรมในการเปิดบัีญชี
นังอ้อทำเอกสารปลอมเรืองการ * ้เงิน แต่พลาดดันไปเอาคำนำ
หน้าว่าคุณหญิงทั้งทีตอนขายยังไม่เป็นพอโดนไม้ก็อ้าง ว่้า
หาย.....มันจะเกียวอะไรเรืองเหลียม
แกรุ้มะ ว่าการทำนิิติกรรมต้องใช้บัครประชาชน หรือเอกสารที
ราชการรับรอง อ้ิายควา ยป.
มันจะเซ็นย่ออะไร นั้นมันเรืองมันแต่ชือมันคืออะไร ทาง
ธนาคารเขารุ้ ว่าชื่อเต็มคืออะไรอ้ายควา ยโง่
5555555555555
เขาขอให้ยืนยัน ว่านายคนนี้ชื่อนี้ใช่ทักษิณ ชินวัตรมะ
แกโ่ง่ ก็อย่านึกว่าคนอืนจะโง่เหมือนแก

ความคิดเห็นที่ 21

ควา ย 2 เข้าคอกได้แล้ว55555
ก่อนหอนไปอ่านกม ก่อนนะ
คตส เขาบอกว่าขายหุ้นนอกตลาดไสียภาษีจากส่วนเกินมูลค่า
เรื่องเสียภาษีในตลาดก็คือแอมเพิลริช นิติบุคคลไม่ใช่หัก ณ.ที่จ่ายทีขายหุ้นนอกตลาด
เดียวแกจะเถียง ว่าในตลาดเขาไมเสียก็ถูก คตส พุดเรื่องภาษีนิติบุคคลทีกำไรจากขายหู้นมันต้องเสียอยู่แล้ว ส่วนบุคคลธรรมดานะมไม่ต้องเสียเขายกเว้น
สรุปคือ คตส บอก
1 การซื้อขายหุ้นระหว่างพ่อขายให้ลุก 1 บาท ที่ราคาตลาด 40 กว่าก็คืออ้ายโอ๊กต้องได้กำไร แต่จะเสียเมือไรก็เมือขายให้เทมาเส็ก นิติกรรมตอนขายให้เทมาเส็กนั้นแหลคือไม่เสีย
2 แอมเพิลริช ต้องเสียอยู่แล้วก็เป็นนิติบุคคล ตอนปลายปี ไม่ได้มีการหักณ.ที่จ่าย .... แล้วอ้ายโอ๊กมันแก้ตัว และสู้ว่า
แอมเพิลริชไม่ใช่บริษัทในประเทศไทย
แต่คตส บอกว่าก็กรรมการอยู่ในไทยทำนิติกรรมในไทย และหู้นก็ไม่มีสิทธิ์เคลือนย้ายคืออยู่ในไทย ดังนั้นต้องเสียภาษี
555555555555555 อ.เราเองทีตรวจเรืองนี้ทีเป็นอดีตอธิบดีกรมสรรพากร
วิโรจน์ เลาหพันธ์555555

ความคิดเห็นที่ 20

อ้ายควา ยรากหญ้า เอย ...
เขาเรียกว่าโกง แต่มันไม่ได้คายหรอก เขาเรียกหาหมาอย่างแกมาปกป้องมันแค่เศษเงินและหญ้าให้แกกินก็เห็นอย่างทีเห็น
แต่ความคิดของแกมาจากตีน ก็เลยโง่อบ่างทีเห็นวะ..
มันรวยขนาดนั้น มันกระสันกินโกงอะไรขนาดนั้น แล้วไหงก็กินขนาดเรียกว่า
แดกมหาศาล
แล้วควา ยทีตีนติด ว่า
ถ้ามีร้านและลูกจ้างแกกินโกง จนแกเจ้ง
แกจะอยู้ได้มะ
มันก็ไม่ต่างกะเหลียมทีรอวันพึงประเทศล่ม จม เมือถึงวันนั้นควา ยโง่อย่างกข้าวก็จะไม่มีแดก รัฐก็ไม่มีปํญญาเลี้ยงกวะ ก็ไม่หายนะ ล้มละลาย แล้วไหงมันก็จริงวะ
เก่งขนาดเงินในคลังหมด เก่งนัก 6 ปีเงินไปไหนหมดอ้ายควา ย

ความคิดเห็นที่ 19

น่าสงสัยอยู่ไม่น้อยที่เทมาเซก สิงคโปร ไม่เข้ามาบริหารจัดการ ชินคอร์ป หลังจากซื้อหุ้นไปจากตระ * ลชินวัตร์ถึง ๔๘% มันผิดธรรมชาติของคนที่ซื้อหุ้นตั้งมากมาย และโดยเฉพาะสิงคโปร ที่ไม่ยอมอยู่เฉยแน่ สงสัยว่าคงไม่ได่มีการซื้อหุ้นกระมัง ธุรกรรมอำพรางโดยยืมชื่อเทมาเซก สิงคโปร ทำให้ดูดี น่าเชื่อถือว่ามีการขายหุ้น เพราะ จะไปเอาตาสีตาสาที่ไหนมาก็คงจะความแตก เพราะไม่มีใครจะมีทุนมากมายขนาด ๗๖๐๐๐ ล้านบาท จริงมั๊ย น่าคิดนะ

ความคิดเห็นที่ 18

อ้าย ป. อุตสาห์ อวดฉลาดซะหลายกระทู้ แต่มันไม่เข้าใจอ่ะไรหรือป่าวเนี่ย
ออกมาทีไรน่าอายทุกที

ความคิดเห็นที่ 17

#6 นั่นแหละโง่ตัวจริง ไปศึกษาข้อมูลทั้งหมดซะก่อน แล้วจะรู้ว่า #2 นั้นเชลียร์กันแบบบื้อ ๆ แย้งที่เนื้อหาให้ดูก็ได้ว่า การออกกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ตนเองกับพวกเป็นคอร์รัปชั่นเหมือนกัน(เชิงนโยบายไงรู้จักเปล่า) #2 พูดเหมือนรู้จัตลาดหุ้นดี แล้วมีคนรู้ข้อมูลแบบ insider เรื่องค่าเงินบาท โกยกำไรไม่รู้เท่าไหร่ เรียกว่ารวยผิดปกติได้หรือยัง * เรื่องรวยมาก่อนเล่นการเมืองมันเป็นคำพูดที่ชอบพูดกันจังต้องดูซิว่าตอนแจ้งก่อนเข้ามามีเท่าไหร่ ออกไปมันเท่าไหร่ (ไปอยู่ต่างประเทศนานขนาดนี้เขาควรจะมีสักเท่าไหร่นะนี่ขนาดอายัดไว้เจ็ดหมื่นนะเนี่ย) ฯลฯ มีข้อแย้งไม่หวาดไหว นักธุรกิจ เศรษฐีรวยๆ ข้าราชการ นักการเมืองที่รวยผิดปกติมันก็ควรโดนคุกเหมือนกันทั้งหมดแหละ มันจึงไม่สมควรเว้นทักษิณไง

ความคิดเห็นที่ 16

ถึงความเห็น 12, 13, 14 ป. ...ทักษิณใช้ชื่อบัญชี T. Shinnavat” หรือ Thaksin Shinawatra หรือ T. Shinawatra หรือ T. Shinnavat ...ไปเปิดบัญชีที่ไหนเหรอ.. ที่ตู้ไปรษณีย์เกาะฟอกเงินบริทิช เวอร์จิน เหรอ

ความคิดเห็นที่ 15

ummm น่าคิดนะ
แล้ว T. Shinnavat เป็นใคร
ทำไมไม่แสดงตัว เงินไม่ไช่น้อยๆ นะ

ความคิดเห็นที่ 14

คตส. เคยจับผิดชื่อในเอกสารที่มีชื่อว่า "คุณหญิงพจมาน" ทั้งๆที่ในตอนลงนามนั้นคุณหญิงพจมานยังไม่ได้เป็นคุณหญิงได้ ...... ดังนั้นในประเด็นนี้ทางคุณทักษิณก็สามารถจับผิด คตส.ได้เช่นกันว่าชื่อ Shin na vat และ Shi na watra เป็นคนละชื่อกัน เพราะในเอกสารต่างๆ มากมาย มันเป็นไปได้อย่างไรว่าชื่อในเอกสาร กับ ชื่อที่ใช้ลงนามไม่ตรงกัน

ความคิดเห็นที่ 13

ถ้าคตส.พิสูจน์ไม่ได้ว่าชื่อ “T. Shinnavat” และ T. Shinawatra เป็นคนๆเดียวกันงานนี้ยุ่งแน่ .... เพราะมันเท่ากับว่า คตส.กำลังทำเกินอำนาจหน้าที่ไปสอบนาย “T. Shinnavat” ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ...... ขอให้สังเกตความแตกต่างของ 2 ชื่อนี้ให้ดีๆ Shin na vat และ T. Shi na watra ว่าต่างกันอย่างไร

ความคิดเห็นที่ 12

ฟันธง ถ้าจะเอาประเด็นนี้ คตส.แพ้แน่ ..... คตส. แค่เห็นว่า ผู้มีอำนาจลงนามแทนแอมเพิลริช ชื่อ “T. Shinnavat” ........... เลยตาลุก !!!!!!!!!!!!!! โดยลืมไปแล้วว่า ท่านนายกทักษิณจะใช้ชื่อ Thaksin Shinawatra ซึ่งควรจะเขียนชื่อย่อเป็นภาษาอังกฤษว่า T. Shinawatra ไม่ใช่ชื่อ T. Shinnavat .......... ดังนั้นเป็นหน้าคตส.ต้องพิสูจน์ให้ได้ศาลเห็นได้ว่าชื่อ “T. Shinnavat” และ T. Shinawatra เป็นคนๆเดียวกัน .... ซึ่งในประเด็นนี้ คตส. แพ้แน่ ........ เพราะการเปิดบัญชีในนั้นต้องมีเอกสารต่างๆมากมาย มันเป็นไปได้อย่างไรว่าชื่อในเอกสาร กับ ชื่อที่ใช้ลงนามไม่ตรงกัน

ความคิดเห็นที่ 11

ขอให้ความรู้ เตือนความจำกันหน่อย เพราะมาวันนี้ คนแกล้งโง่ แกล้งลืมสิ่งดี...

ค่าโทร.มือถือที่แพงมาก... เป็นที่มาของการปรับเงื่อนไขสัมปทาน..... เงินที่ลดลง..ไปอยู่กับประชาชนอย่างเราๆ ท่าน. ไง... มาวันนี้กล่าวหาว่าเขาโกงประเทศชาติ.....

ผมว่าเราช่วยกัน..ปลุกประเด็นนี้ มาต่อสู้กับศาล เรื่องการยึดทรัพย์ดีกว่า.... ขอให้ช่วยๆ กันครับ เพื่อความยุติธรรม...

ความคิดเห็นที่ 10

คห 2 แถ ไปเรื่อย คิดเองเออเองเสียงั้น แถมสรุปเอง อีกต่างหาก ยังไม่พอ บ่งบอกถึงความเชยเสียอีก บางบอกถึงความด้อยสติและปัญญา

ทุกการกระทำ คงไม่ใช่ตดที่ผายลมออกมาแล้วก็หายไปในอากาศนะครับ ทุกอย่างล้วนเป็นหลักฐานทั้งสิ้น การกระทำใด ๆ ไม่ว่าดี ชั่ว มันก็ปรากฏอยู่นั่นแหละ แม้แต่ นช ทักษิณเองก็ตาม พูดแบบสติแตก พูดไปพูดมาก็มัดตัวเองเสียงั้น

เพราะฉะนั้นไม่ต้องคิดเองเออเอง สรุปเอาเองนะครับ ไปอ่านสรุปคดีของ นช ทักษิณ กับ พวกได้ที่
http://www.democrat.or.th/ebook/yellow.pdf

ความคิดเห็นที่ 9

ก็คงรู้สึกละอายแก่ใจอยู่เน้อ ...
แต่รับจ้างเขามาโพส แล้ว ก็ต้องจำใจทำหละครับพี่

ความคิดเห็นที่ 8

ช่าย...ฟายทั้งน้าน....
ปล่อยให้เค้าหลอก....
คนคนเดียวนะเนี่ย.....
ฝีมือจริง ๆ........

ความคิดเห็นที่ 7

6..
ม..รึงไม่ใช่คนปกตินะ ไร้สติดีชอบ คลั่งบ้าถึงขนาดอ้างเหตุผลของโจรไม่รู้สึกดีชั่วอะไรจริงเท็จจริงๆนะม..รึง ปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ พยานหลักฐานมากมายที่ขัดแย้งคำชี้แจงของพ่อม..รึงอ้ายชั่วทักษิณฟังขึ้นหรือไม่ ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวปิดได้หรือ ม..รึงอ่านไม่ออกหรืออะไรจริงเท็จ นัยไงไม่รุ้หรอก เพราะม.รึมันดื้อตาบอดใสว่ะ กลับไปอ่านเรียนใหม่ ก้คงได้เห็นแสงสว่างตอนค่ำๆได้บ้างเท่านั้น เพราะม..รึงมันมืดบอดไปหมดกายใจ ผูกประเด็นปัญหากับตัวทรราชย์จนเห็นชั่วมันเป็นชอบไปหมด กลับไปรูเก่าที่ออกมาจากท้องแม่ม..รึงเลยดีกว่า อาบน้ำครำใหม่ เผื่อบริสุทธิขึ้นมาบ้าง

ความคิดเห็นที่ 6

ใครโง่กันแน่#3,4, 5 อ่านภาษาไทยไม่เข้าใจรึ มีตรงไหนไม่ถูกแย้งที่เนื้อหาซิถ้าไม่โง่ ไม่มีปัญญาจะโต้แย้งทำมาแอ็คลักไก่ตีขุมอวดเก่ง...ฮาฮา น้องๆฟายทั้งน้าน ..อิอิ

ความคิดเห็นที่ 5

รวยแล้วไม่โกง แพ้ รวยแล้งงก ...

ความคิดเห็นที่ 4

ทั้งแกล้งโง่และโง่จริงปนๆกันครับ

ความคิดเห็นที่ 3

#2แกล้งโง่หรือโง่จริงๆ อ่านแล้วฮา

ความคิดเห็นที่ 2

#1 รากหญ้าปลอม ขาประจำสาวกสนธิลิ้มโจรยึดสนามบินทำเนียน..จำได้ว่ะ ฮาฮา

ร่ำรวยมาก่อนจะบอกว่ารวยผิดปกติยังไง? งั้นเศรษฐีทุกคนก็ต้องโดนยึดทรัพย์หมดซิ ใครขายหุ้นในตลาดต้องเสียภาษี? หุ้นเดิมราคาขึ้นลงตามตลาดขายตามที่ตกลง(ราคาตลาด)ผิดตรงไหน?

สมมุติพ่อแม่มีที่ราคา100 บาทจะขายให้ลูกหรือขายให้ใครราคา 1บาทหรือจะบริจาคให้ใครฟรีๆผิดกฎหมายข้อไหน ซื้อขายหุ้นในตลาดไม่มีใครเสียภาษี โว้ย..เสียค่าโบ้กเกอร์ ว่ะ ฮาฮา

การกระทำที่เป็นการขัดกัน ระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคล..ขัดกันแย้งกับใคร? หุ้นเขาขายให้เทมาเสก หุ้นจดทะเบียนในตลาด คนอื่นไม่เกี่ยวโว้ย เต็มใจซื้อทั้งคนซื้อคนขาย ใครเสียผลประโยชน์ ...ไปหนักหัวกระบาลใคร ตอนที่ขายหุ้น ดีแทคให้ เทเลนอร์ ก็ไม่เห็นหนักหัวกระบาลใคร ขัดแย้งกันทางผลประโยชน์กับใคร ใครจะขายหุ้นให้ใครในตลาดขายกันโครมๆทุกวันวันละหลายรอบไม่เห็นขัดแย้ง(ทางผลประโยชน์)กับใคร

เศรษฐีมีสมบัติเยอะจะเอาสมบัติไปฝังตุ่มฝากคนใช้มันผิดกฎหมายข้อไหนหนักหัวใครว่ะ และจะเอาไปกระจายการลงทุนในบริษัทต่างๆลดความเสี่ยงผิดกฎหมายข้อไหน เศรษฐีทุกคนก็มีการตั้งบริษัทเป็นสิบๆเป็นร้อยบริษัทแสดงว่าขัดแย้ง(ทางผลประโยชน์)ส่วนบุคคลต้องโดนยึดทรัพย์หมดน่ะสิ...เฮอๆบ้ากันใหญ่ ป่าเถื่อน..ใครจะมาลงทุนประเทศนี้มิน่าขนย้ายเงินสมบัติหนีกันหมด ต่อไปประเทศนี้ก็เหลือแต่คนจนๆนั่งมองหน้ากัน

ซุกหุ้นไม่มีหรอกยังไงหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ต้องจดทะเบียนซื้อขาย ตลท.ก็ต้องรับรอง..หุ้นกรูจะเอาใบหุ้นไปซ่อนในรองเท้ามันหนักหัวใครมิทราบ..บ้ากันใหญ่..อิจฉากลั่นแกล้งกันทั้งเพ

แล้วไ อ้บัง พวกทหารที่ปฏิวัติแล้วรวยเป็นร้อยเป็นพันล้านเงินเดือนทหารเดือนละเท่าไหร่ทำไมรวยขนาดนั้น นั่นแหละรวยผิดปกติตัวพ่อเลย ไม่ยิ่งผิดหรือทั้งขัดแย้ง(ทางผลประโยชน์) คอร์รับชั่น เงินคอร์รับชั่นก็ไม่ต้องจ่ายภาษีสักบาท ยึดเขา ยึดป่า ยิ่งกว่าขัดแย้งทางผลประโยชน์..บอกไม่ได้เจตนา..จบ ทำไมไม่ไปลากคอมาติดคุก...เฮอเฮอ

ความคิดเห็นที่ 1

ข้อย บ่ ฮู้ อิหยังดอก ไม่สนใจอดีตมหาเศรษฐีโทรคมนาคม ธุรกิจดาวเทียมทักษิณแอบโอนหุ้น โยกย้ายหุ้นวินมาร์ค แอมเปิลริชสลับซับซ้อน แอบฝากฟอกเงินที่ทุจริตยักยอกที่เกาะบริทิช เวอร์จิน ไอร์แลนด์ วันๆ ข้อยขอให้มีเงินเล่นแต่หวย ใครเขาจะโกงก็ให้เขาโกงไปเต๊อะ ทุกๆ คนมันก็โกงกันทั้งนั้น บ่ มีไผทำอิหยังคนโกงได้ดอก ขอให้โกงแล้วคายออกมาให้ชาวบ้านกินบ้าง ข้าเจ้าจะได้ บ่ ต้องขายลูกสาวให้ร้านอาหารไปตกเขียว เลือกตั้งทีข้อยได้ 300 จากหัวคะแนน ข้อยดีใจหลาย บางทีหัวคะแนนก็พาไปเที่ยว พาไปกินเลี้ยง ได้อุปถัมภ์งานรับเหมา....

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement