กาญจนาภา หงส์เหิน กับรหัส "T. Shinnavat" กุญแจสู่คดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้าน
กาญจนาภา หงส์เหิน ถึงวันนี้ ชื่อคงเป็นที่รู้จักกันทั่ว เพราะความสำคัญไม่เฉพาะแค่เลขานุการส่วนตัว คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร เท่านั้น...แต่เธอคือ "กุญแจ" สำคัญในปฐมบท คดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำนวน 76,261.6 ล้านบาท
ที่น่าสนใจไปกว่านั้น เมื่อเธอ เป็นทั้ง "ผู้ปกป้องและพยานปากสำคัญ" เพราะต้องอย่าลืมว่า ในการพิจารณาคดีซุกหุ้นภาคแรก เมื่อปี 2544 นั้น พ.ต.ท.ทักษิณ รอดมาอย่างฉิวเฉียด ส่วนหนึ่งเพราะ กาญจนาภา หงส์เหิน นี้แหละ !
ในฐานะผู้ทำหน้าที่รวบรวมทรัพย์สินและหนี้สิน พร้อมทั้งให้การแสดงความเสียใจที่ไม่รอบคอบในส่วนหุ้นที่อยู่กับคนใช้ ในการยื่นทรัพย์สินของครอบครัวอดีตนายกรัฐมนตรี ต่อ ป.ป.ช. นำมาซึ่งประโยคอมตะ "บกพร่องโดยสุจริต" รอดพ้น ยืนหยัดดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมายาวนาน 6 ปีก่อนที่จะมีการรัฐประหาร 19 ก.ย.2549
ตรงกันข้าม คดีซุกหุ้น ภาคสอง 2 นางกาญจนาภา ถูกคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) เรียกสอบปากคำในคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท อีกทั้งยังถูกกล่าวหาเป็นจำเลยร่วมกับนายใหญ่และนายหญิงในคดีอาญาเลี่ยงภาษีอีกด้วย
นี่คือปฐมบท ของคดีประวัติศาสตร์ ที่มี กาญจนาภา หงส์เหิน เป็นกุญแจสำคัญ !
คำตัดสินคดียึดทรัพย์ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง วันที่ 26 ก.พ.นี้ ในคดีที่อัยการสูงสุด ยื่นคำร้องให้ทรัพย์สินจำนวน 76,261.6 ล้านบาท ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณ มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ และได้ทรัพย์สินมาเนื่องจากการกระทำที่เป็นการขัดกัน ระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคล และประโยชน์ส่วนรวมขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คงเป็นบทพิสูจน์ความจริงหลายอย่างในช่วงที่ผ่านมา
หากมองย้อนกลับไปราวต้นปี 2549 พบว่าปฐมบทแห่งคดีมีจุดเริ่มต้นจากการที่คนในตระกูลชินวัตร ประกอบด้วย นายพานทองแท้ ชินวัตร นางสาวพินทองทา ชินวัตร นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รวมกัน 1,419,490,150 หุ้น หรือคิดเป็น 48% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ได้ขายหุ้นที่ถืออยู่ทั้งหมดให้กับกลุ่มเทมาเส็กของประเทศสิงคโปร์ ในราคาหุ้นละ 49.25 บาท คิดเป็นเงินรวม 69,722.88 ล้านบาท เมื่อวันที่ 23 ม.ค.2549
การซื้อขายหุ้นชินคอร์ปของในตระกูลชินวัตรครั้งนั้น เกิดคำถามตามมาอย่างมากมาย ทั้งกรณีการขายหุ้นโดยไม่ต้องเสียภาษี การประกาศใช้บังคับพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2549 เพื่อขยายสัดส่วนการถือครองหุ้นในกิจการโทรคมนาคมของต่างประเทศจากเดิมไม่เกิน 25% เป็นไม่เกิน 50% ก่อนการขายหุ้นคอร์ปไม่กี่วัน รวมไปถึงการซื้อขาย และโอนหุ้นชินคอร์ปของคนในตระกูลชินวัตรในราคาต่ำกว่าตลาด เป็นต้น
กระทั่งวันที่ 19 ก.ย.2549 ภายหลังการรัฐประหาร โดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ซึ่งนำโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น พร้อมด้วยผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้ายึดอำนาจการบริหารราชการแผ่นดินจากรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการ คตส.ขึ้นมา ตรวจสอบปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ที่หน่วยงานต่างๆ ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ใน 5-6 ปี ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ดำรงตำแหน่งนายกฯ
ปัญหาการหลีกเลี่ยงภาษีการซื้อขายหุ้นชินคอร์ปของคนในตระกูลชินวัตร กับกลุ่มเทมาเส็ก เป็นหนึ่งในประเด็นที่ คตส.หยิบยกขึ้นมาตรวจสอบ โดยพุ่งเป้าไปที่กรณีนายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา บุตรชายและบุตรสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซื้อหุ้นชินคอร์ปจากบริษัท แอมเพิลริช อินเวสต์เมนท์ จำกัด คนละ 164.6 ล้านหุ้น รวม 329.2 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 1 บาท ก่อนที่บุคคลทั้งสองจะนำขายหุ้นให้กลุ่มเทมาเส็กในราคา 49.25 บาทต่อหุ้น โดยที่นายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา ไม่มีการชำระภาษีจากกำไรที่ได้รับจากส่วนต่างการซื้อขายหุ้นกับบริษัทแอมเพิลริชแต่อย่างใด
ช่วงแรกของการตรวจสอบปัญหาการซื้อขายหุ้นชินคอร์ป คตส.จะมุ่งไปที่ปัญหาการหลีกเลี่ยงภาษีเป็นหลัก มีนายวิโรจน์ เลาหะพันธุ์ อธิบดีกรมสรรพากร หนึ่งในกรรมการ คตส.รับหน้าที่เป็นประธานอนุกรรมการตรวจสอบ โดยเชิญบุคคลต่างๆ ในตระกูลชินวัตรและคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาชี้แจงในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการหลีกเลี่ยงภาษี
อย่างไรก็ตาม จุดพลิกผันของคดีก็เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 พ.ค.2550 อนุกรรมการได้เชิญนางกาญจนาภา หงส์เหิน เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน มาให้ปากคำ เพื่อยืนยันในหลักหลักฐานเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับบริษัทแอมเพิลริช ที่นางกาญจนาภายื่นให้อนุกรรมการเมื่อวันที่ 6 ก.พ.2550
นางกาญจนาภา ยืนยันในบันทึกการให้ปากคำต่อ คตส.ว่า “พยานเอกสารที่ขอมาจากธนาคาร ยูบีเอส เอจี สิงคโปร์ ธนาคารที่รับดูแลหุ้นชินคอร์ปของแอมเพิลริช ทั้งหมดได้ส่งมอบให้กับ คตส. ทั้งหมดแล้วเมื่อวันที่ 6 ก.พ.2550 ดังนั้นผู้ที่มีอำนาจในบัญชีเลขที่ 119449 ตั้งแต่เริ่มเปิดบัญชี ถึงวันที่ 29 มิ.ย.2548 มีอยู่เพียงใบเดียว”
คำยืนยันของนางกาญจนาภา ในฐานะพยานเมื่อวันที่ 9 พ.ค.2550 กลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ คตส.มาใช้ในการตรวจสอบและกล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ ในคดีร่ำรวยผิดปกติ จนนำไปสู่การอายัดเงินจากการขายหุ้นชินคอร์ปรวมทั้งเงินปันผลทั้งหมดกว่า 7.6 หมื่นล้านบาท เนื่องจากก่อนหน้าที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในปี 2544 ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ว่า ได้ขายหุ้นชินคอร์ปที่แอมเพิลริชถืออยู่ให้แก่นายพานทองแท้ทั้งหมดแล้ว
ขณะที่หลักฐานชิ้นสำคัญที่นางกาญจนาภามอบให้ คตส. จนนำมาสู่การอายัดทรัพย์และดำเนินคดีร่ำรวยผิดปกติกับ พ.ต.ท.ทักษิณ คือ หลักฐานของธนาคารยูบีเอส เมื่อปี 2542 ที่ระบุว่าผู้มีอำนาจลงนามแทนแอมเพิลริช ชื่อ “T. Shinnavat”
หลักฐานชิ้นนี้ทำให้ คตส.เชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ยังคงถือครองหุ้นชินคอร์ป ระหว่างดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี 2544 ถึงปี 2548 ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้อำนาจลงนามในบัญชีของแอมเพิลริช จาก “T. Shinnavat” เป็นชื่อของนายพานทองแท้ และการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่อ้างว่าได้มีการขายหุ้นแอมเพิลริชให้กับนายพานทองแท้ไปแล้วตั้งปี 2543 คตส.เชื่อว่า "ไม่เป็นความจริง"
ขณะผลการตรวจสอบของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ก็ปรากฏข้อเท็จจริงแต่เพียงหนังสือของนายพานทองแท้ที่ยอมรับว่าได้รับซื้อและเข้าถือหุ้นแอมเพิลริชแทน พ.ต.ท.ทักษิณตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2543 เท่านั้น ไม่มีพยานหลักฐานอื่นที่สนับสนุนว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้โอนหุ้นให้กับนายพานทองแท้
(ฉบับพรุ่งนี้ มาพบเส้นทางเชื่อมโยงสองบริษัทอันลือลั่น "แอมเพิลริชกับวินมาร์ค")
Tags : กาญจนาภา หงส์เหิน • T. Shinnavat • คดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้าน

ความคิดเห็นที่ 22
555 , 10 กุมภาพันธ์ 2553 00:26
โถ ควา ยป ทีอวดอ้าง ว่าตนเองจบจุฬา
แต่ไหงหอนแบบเอาตีนคิด
แกทำงานอะไรเหรอ หรือคนดูดส้่วมเลยหอนแบบคนอย่างนั้น
ทีไม่เคยรู้จักการทำนิติกรรมในการเปิดบัีญชี
นังอ้อทำเอกสารปลอมเรืองการ * ้เงิน แต่พลาดดันไปเอาคำนำ
หน้าว่าคุณหญิงทั้งทีตอนขายยังไม่เป็นพอโดนไม้ก็อ้าง ว่้า
หาย.....มันจะเกียวอะไรเรืองเหลียม
แกรุ้มะ ว่าการทำนิิติกรรมต้องใช้บัครประชาชน หรือเอกสารที
ราชการรับรอง อ้ิายควา ยป.
มันจะเซ็นย่ออะไร นั้นมันเรืองมันแต่ชือมันคืออะไร ทาง
ธนาคารเขารุ้ ว่าชื่อเต็มคืออะไรอ้ายควา ยโง่
5555555555555
เขาขอให้ยืนยัน ว่านายคนนี้ชื่อนี้ใช่ทักษิณ ชินวัตรมะ
แกโ่ง่ ก็อย่านึกว่าคนอืนจะโง่เหมือนแก
ความคิดเห็นที่ 21
555 , 9 กุมภาพันธ์ 2553 23:59
ควา ย 2 เข้าคอกได้แล้ว55555
ก่อนหอนไปอ่านกม ก่อนนะ
คตส เขาบอกว่าขายหุ้นนอกตลาดไสียภาษีจากส่วนเกินมูลค่า
เรื่องเสียภาษีในตลาดก็คือแอมเพิลริช นิติบุคคลไม่ใช่หัก ณ.ที่จ่ายทีขายหุ้นนอกตลาด
เดียวแกจะเถียง ว่าในตลาดเขาไมเสียก็ถูก คตส พุดเรื่องภาษีนิติบุคคลทีกำไรจากขายหู้นมันต้องเสียอยู่แล้ว ส่วนบุคคลธรรมดานะมไม่ต้องเสียเขายกเว้น
สรุปคือ คตส บอก
1 การซื้อขายหุ้นระหว่างพ่อขายให้ลุก 1 บาท ที่ราคาตลาด 40 กว่าก็คืออ้ายโอ๊กต้องได้กำไร แต่จะเสียเมือไรก็เมือขายให้เทมาเส็ก นิติกรรมตอนขายให้เทมาเส็กนั้นแหลคือไม่เสีย
2 แอมเพิลริช ต้องเสียอยู่แล้วก็เป็นนิติบุคคล ตอนปลายปี ไม่ได้มีการหักณ.ที่จ่าย .... แล้วอ้ายโอ๊กมันแก้ตัว และสู้ว่า
แอมเพิลริชไม่ใช่บริษัทในประเทศไทย
แต่คตส บอกว่าก็กรรมการอยู่ในไทยทำนิติกรรมในไทย และหู้นก็ไม่มีสิทธิ์เคลือนย้ายคืออยู่ในไทย ดังนั้นต้องเสียภาษี
555555555555555 อ.เราเองทีตรวจเรืองนี้ทีเป็นอดีตอธิบดีกรมสรรพากร
วิโรจน์ เลาหพันธ์555555
ความคิดเห็นที่ 20
Matahari , 9 กุมภาพันธ์ 2553 23:48
อ้ายควา ยรากหญ้า เอย ...
เขาเรียกว่าโกง แต่มันไม่ได้คายหรอก เขาเรียกหาหมาอย่างแกมาปกป้องมันแค่เศษเงินและหญ้าให้แกกินก็เห็นอย่างทีเห็น
แต่ความคิดของแกมาจากตีน ก็เลยโง่อบ่างทีเห็นวะ..
มันรวยขนาดนั้น มันกระสันกินโกงอะไรขนาดนั้น แล้วไหงก็กินขนาดเรียกว่า
แดกมหาศาล
แล้วควา ยทีตีนติด ว่า
ถ้ามีร้านและลูกจ้างแกกินโกง จนแกเจ้ง
แกจะอยู้ได้มะ
มันก็ไม่ต่างกะเหลียมทีรอวันพึงประเทศล่ม จม เมือถึงวันนั้นควา ยโง่อย่างกข้าวก็จะไม่มีแดก รัฐก็ไม่มีปํญญาเลี้ยงกวะ ก็ไม่หายนะ ล้มละลาย แล้วไหงมันก็จริงวะ
เก่งขนาดเงินในคลังหมด เก่งนัก 6 ปีเงินไปไหนหมดอ้ายควา ย
ความคิดเห็นที่ 19
Maew , 9 กุมภาพันธ์ 2553 21:34
น่าสงสัยอยู่ไม่น้อยที่เทมาเซก สิงคโปร ไม่เข้ามาบริหารจัดการ ชินคอร์ป หลังจากซื้อหุ้นไปจากตระ * ลชินวัตร์ถึง ๔๘% มันผิดธรรมชาติของคนที่ซื้อหุ้นตั้งมากมาย และโดยเฉพาะสิงคโปร ที่ไม่ยอมอยู่เฉยแน่ สงสัยว่าคงไม่ได่มีการซื้อหุ้นกระมัง ธุรกรรมอำพรางโดยยืมชื่อเทมาเซก สิงคโปร ทำให้ดูดี น่าเชื่อถือว่ามีการขายหุ้น เพราะ จะไปเอาตาสีตาสาที่ไหนมาก็คงจะความแตก เพราะไม่มีใครจะมีทุนมากมายขนาด ๗๖๐๐๐ ล้านบาท จริงมั๊ย น่าคิดนะ
ความคิดเห็นที่ 18
t , 9 กุมภาพันธ์ 2553 21:23
อ้าย ป. อุตสาห์ อวดฉลาดซะหลายกระทู้ แต่มันไม่เข้าใจอ่ะไรหรือป่าวเนี่ย
ออกมาทีไรน่าอายทุกที
ความคิดเห็นที่ 17
ดาว , 9 กุมภาพันธ์ 2553 17:01
#6 นั่นแหละโง่ตัวจริง ไปศึกษาข้อมูลทั้งหมดซะก่อน แล้วจะรู้ว่า #2 นั้นเชลียร์กันแบบบื้อ ๆ แย้งที่เนื้อหาให้ดูก็ได้ว่า การออกกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ตนเองกับพวกเป็นคอร์รัปชั่นเหมือนกัน(เชิงนโยบายไงรู้จักเปล่า) #2 พูดเหมือนรู้จัตลาดหุ้นดี แล้วมีคนรู้ข้อมูลแบบ insider เรื่องค่าเงินบาท โกยกำไรไม่รู้เท่าไหร่ เรียกว่ารวยผิดปกติได้หรือยัง * เรื่องรวยมาก่อนเล่นการเมืองมันเป็นคำพูดที่ชอบพูดกันจังต้องดูซิว่าตอนแจ้งก่อนเข้ามามีเท่าไหร่ ออกไปมันเท่าไหร่ (ไปอยู่ต่างประเทศนานขนาดนี้เขาควรจะมีสักเท่าไหร่นะนี่ขนาดอายัดไว้เจ็ดหมื่นนะเนี่ย) ฯลฯ มีข้อแย้งไม่หวาดไหว นักธุรกิจ เศรษฐีรวยๆ ข้าราชการ นักการเมืองที่รวยผิดปกติมันก็ควรโดนคุกเหมือนกันทั้งหมดแหละ มันจึงไม่สมควรเว้นทักษิณไง
ความคิดเห็นที่ 16
เบื่อความไร้สาระของเสื้อแดง , 9 กุมภาพันธ์ 2553 15:40
ถึงความเห็น 12, 13, 14 ป. ...ทักษิณใช้ชื่อบัญชี T. Shinnavat หรือ Thaksin Shinawatra หรือ T. Shinawatra หรือ T. Shinnavat ...ไปเปิดบัญชีที่ไหนเหรอ.. ที่ตู้ไปรษณีย์เกาะฟอกเงินบริทิช เวอร์จิน เหรอ
ความคิดเห็นที่ 15
wii , 9 กุมภาพันธ์ 2553 15:35
ummm น่าคิดนะ
แล้ว T. Shinnavat เป็นใคร
ทำไมไม่แสดงตัว เงินไม่ไช่น้อยๆ นะ
ความคิดเห็นที่ 14
ป , 9 กุมภาพันธ์ 2553 10:13
คตส. เคยจับผิดชื่อในเอกสารที่มีชื่อว่า "คุณหญิงพจมาน" ทั้งๆที่ในตอนลงนามนั้นคุณหญิงพจมานยังไม่ได้เป็นคุณหญิงได้ ...... ดังนั้นในประเด็นนี้ทางคุณทักษิณก็สามารถจับผิด คตส.ได้เช่นกันว่าชื่อ Shin na vat และ Shi na watra เป็นคนละชื่อกัน เพราะในเอกสารต่างๆ มากมาย มันเป็นไปได้อย่างไรว่าชื่อในเอกสาร กับ ชื่อที่ใช้ลงนามไม่ตรงกัน
ความคิดเห็นที่ 13
ป , 9 กุมภาพันธ์ 2553 09:56
ถ้าคตส.พิสูจน์ไม่ได้ว่าชื่อ T. Shinnavat และ T. Shinawatra เป็นคนๆเดียวกันงานนี้ยุ่งแน่ .... เพราะมันเท่ากับว่า คตส.กำลังทำเกินอำนาจหน้าที่ไปสอบนาย T. Shinnavat ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ...... ขอให้สังเกตความแตกต่างของ 2 ชื่อนี้ให้ดีๆ Shin na vat และ T. Shi na watra ว่าต่างกันอย่างไร
ความคิดเห็นที่ 12
ป , 9 กุมภาพันธ์ 2553 09:49
ฟันธง ถ้าจะเอาประเด็นนี้ คตส.แพ้แน่ ..... คตส. แค่เห็นว่า ผู้มีอำนาจลงนามแทนแอมเพิลริช ชื่อ T. Shinnavat ........... เลยตาลุก !!!!!!!!!!!!!! โดยลืมไปแล้วว่า ท่านนายกทักษิณจะใช้ชื่อ Thaksin Shinawatra ซึ่งควรจะเขียนชื่อย่อเป็นภาษาอังกฤษว่า T. Shinawatra ไม่ใช่ชื่อ T. Shinnavat .......... ดังนั้นเป็นหน้าคตส.ต้องพิสูจน์ให้ได้ศาลเห็นได้ว่าชื่อ T. Shinnavat และ T. Shinawatra เป็นคนๆเดียวกัน .... ซึ่งในประเด็นนี้ คตส. แพ้แน่ ........ เพราะการเปิดบัญชีในนั้นต้องมีเอกสารต่างๆมากมาย มันเป็นไปได้อย่างไรว่าชื่อในเอกสาร กับ ชื่อที่ใช้ลงนามไม่ตรงกัน
ความคิดเห็นที่ 11
123 , 9 กุมภาพันธ์ 2553 09:16
ขอให้ความรู้ เตือนความจำกันหน่อย เพราะมาวันนี้ คนแกล้งโง่ แกล้งลืมสิ่งดี...
ค่าโทร.มือถือที่แพงมาก... เป็นที่มาของการปรับเงื่อนไขสัมปทาน..... เงินที่ลดลง..ไปอยู่กับประชาชนอย่างเราๆ ท่าน. ไง... มาวันนี้กล่าวหาว่าเขาโกงประเทศชาติ.....
ผมว่าเราช่วยกัน..ปลุกประเด็นนี้ มาต่อสู้กับศาล เรื่องการยึดทรัพย์ดีกว่า.... ขอให้ช่วยๆ กันครับ เพื่อความยุติธรรม...
ความคิดเห็นที่ 10
http://newpoliticsparty.spaces.live.com , 9 กุมภาพันธ์ 2553 05:29
คห 2 แถ ไปเรื่อย คิดเองเออเองเสียงั้น แถมสรุปเอง อีกต่างหาก ยังไม่พอ บ่งบอกถึงความเชยเสียอีก บางบอกถึงความด้อยสติและปัญญา
ทุกการกระทำ คงไม่ใช่ตดที่ผายลมออกมาแล้วก็หายไปในอากาศนะครับ ทุกอย่างล้วนเป็นหลักฐานทั้งสิ้น การกระทำใด ๆ ไม่ว่าดี ชั่ว มันก็ปรากฏอยู่นั่นแหละ แม้แต่ นช ทักษิณเองก็ตาม พูดแบบสติแตก พูดไปพูดมาก็มัดตัวเองเสียงั้น
เพราะฉะนั้นไม่ต้องคิดเองเออเอง สรุปเอาเองนะครับ ไปอ่านสรุปคดีของ นช ทักษิณ กับ พวกได้ที่
http://www.democrat.or.th/ebook/yellow.pdf
ความคิดเห็นที่ 9
xxx , 8 กุมภาพันธ์ 2553 23:11
ก็คงรู้สึกละอายแก่ใจอยู่เน้อ ...
แต่รับจ้างเขามาโพส แล้ว ก็ต้องจำใจทำหละครับพี่
ความคิดเห็นที่ 8
ช่าย...ฟาย , 8 กุมภาพันธ์ 2553 20:34
ช่าย...ฟายทั้งน้าน....
ปล่อยให้เค้าหลอก....
คนคนเดียวนะเนี่ย.....
ฝีมือจริง ๆ........
ความคิดเห็นที่ 7
. , 8 กุมภาพันธ์ 2553 19:33
6..
ม..รึงไม่ใช่คนปกตินะ ไร้สติดีชอบ คลั่งบ้าถึงขนาดอ้างเหตุผลของโจรไม่รู้สึกดีชั่วอะไรจริงเท็จจริงๆนะม..รึง ปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ พยานหลักฐานมากมายที่ขัดแย้งคำชี้แจงของพ่อม..รึงอ้ายชั่วทักษิณฟังขึ้นหรือไม่ ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวปิดได้หรือ ม..รึงอ่านไม่ออกหรืออะไรจริงเท็จ นัยไงไม่รุ้หรอก เพราะม.รึมันดื้อตาบอดใสว่ะ กลับไปอ่านเรียนใหม่ ก้คงได้เห็นแสงสว่างตอนค่ำๆได้บ้างเท่านั้น เพราะม..รึงมันมืดบอดไปหมดกายใจ ผูกประเด็นปัญหากับตัวทรราชย์จนเห็นชั่วมันเป็นชอบไปหมด กลับไปรูเก่าที่ออกมาจากท้องแม่ม..รึงเลยดีกว่า อาบน้ำครำใหม่ เผื่อบริสุทธิขึ้นมาบ้าง
ความคิดเห็นที่ 6
รวยเพราะยึดอำนาจ , 8 กุมภาพันธ์ 2553 14:46
ใครโง่กันแน่#3,4, 5 อ่านภาษาไทยไม่เข้าใจรึ มีตรงไหนไม่ถูกแย้งที่เนื้อหาซิถ้าไม่โง่ ไม่มีปัญญาจะโต้แย้งทำมาแอ็คลักไก่ตีขุมอวดเก่ง...ฮาฮา น้องๆฟายทั้งน้าน ..อิอิ
ความคิดเห็นที่ 5
กรรม , 8 กุมภาพันธ์ 2553 13:19
รวยแล้วไม่โกง แพ้ รวยแล้งงก ...
ความคิดเห็นที่ 4
เสื้อแดง คห#3 , 8 กุมภาพันธ์ 2553 12:58
ทั้งแกล้งโง่และโง่จริงปนๆกันครับ
ความคิดเห็นที่ 3
มธ15 , 8 กุมภาพันธ์ 2553 11:54
#2แกล้งโง่หรือโง่จริงๆ อ่านแล้วฮา
ความคิดเห็นที่ 2
รวยเพราะยึดอำนาจ , 8 กุมภาพันธ์ 2553 11:03
#1 รากหญ้าปลอม ขาประจำสาวกสนธิลิ้มโจรยึดสนามบินทำเนียน..จำได้ว่ะ ฮาฮา
ร่ำรวยมาก่อนจะบอกว่ารวยผิดปกติยังไง? งั้นเศรษฐีทุกคนก็ต้องโดนยึดทรัพย์หมดซิ ใครขายหุ้นในตลาดต้องเสียภาษี? หุ้นเดิมราคาขึ้นลงตามตลาดขายตามที่ตกลง(ราคาตลาด)ผิดตรงไหน?
สมมุติพ่อแม่มีที่ราคา100 บาทจะขายให้ลูกหรือขายให้ใครราคา 1บาทหรือจะบริจาคให้ใครฟรีๆผิดกฎหมายข้อไหน ซื้อขายหุ้นในตลาดไม่มีใครเสียภาษี โว้ย..เสียค่าโบ้กเกอร์ ว่ะ ฮาฮา
การกระทำที่เป็นการขัดกัน ระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคล..ขัดกันแย้งกับใคร? หุ้นเขาขายให้เทมาเสก หุ้นจดทะเบียนในตลาด คนอื่นไม่เกี่ยวโว้ย เต็มใจซื้อทั้งคนซื้อคนขาย ใครเสียผลประโยชน์ ...ไปหนักหัวกระบาลใคร ตอนที่ขายหุ้น ดีแทคให้ เทเลนอร์ ก็ไม่เห็นหนักหัวกระบาลใคร ขัดแย้งกันทางผลประโยชน์กับใคร ใครจะขายหุ้นให้ใครในตลาดขายกันโครมๆทุกวันวันละหลายรอบไม่เห็นขัดแย้ง(ทางผลประโยชน์)กับใคร
เศรษฐีมีสมบัติเยอะจะเอาสมบัติไปฝังตุ่มฝากคนใช้มันผิดกฎหมายข้อไหนหนักหัวใครว่ะ และจะเอาไปกระจายการลงทุนในบริษัทต่างๆลดความเสี่ยงผิดกฎหมายข้อไหน เศรษฐีทุกคนก็มีการตั้งบริษัทเป็นสิบๆเป็นร้อยบริษัทแสดงว่าขัดแย้ง(ทางผลประโยชน์)ส่วนบุคคลต้องโดนยึดทรัพย์หมดน่ะสิ...เฮอๆบ้ากันใหญ่ ป่าเถื่อน..ใครจะมาลงทุนประเทศนี้มิน่าขนย้ายเงินสมบัติหนีกันหมด ต่อไปประเทศนี้ก็เหลือแต่คนจนๆนั่งมองหน้ากัน
ซุกหุ้นไม่มีหรอกยังไงหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ต้องจดทะเบียนซื้อขาย ตลท.ก็ต้องรับรอง..หุ้นกรูจะเอาใบหุ้นไปซ่อนในรองเท้ามันหนักหัวใครมิทราบ..บ้ากันใหญ่..อิจฉากลั่นแกล้งกันทั้งเพ
แล้วไ อ้บัง พวกทหารที่ปฏิวัติแล้วรวยเป็นร้อยเป็นพันล้านเงินเดือนทหารเดือนละเท่าไหร่ทำไมรวยขนาดนั้น นั่นแหละรวยผิดปกติตัวพ่อเลย ไม่ยิ่งผิดหรือทั้งขัดแย้ง(ทางผลประโยชน์) คอร์รับชั่น เงินคอร์รับชั่นก็ไม่ต้องจ่ายภาษีสักบาท ยึดเขา ยึดป่า ยิ่งกว่าขัดแย้งทางผลประโยชน์..บอกไม่ได้เจตนา..จบ ทำไมไม่ไปลากคอมาติดคุก...เฮอเฮอ
ความคิดเห็นที่ 1
รากหญ้า , 8 กุมภาพันธ์ 2553 09:51
ข้อย บ่ ฮู้ อิหยังดอก ไม่สนใจอดีตมหาเศรษฐีโทรคมนาคม ธุรกิจดาวเทียมทักษิณแอบโอนหุ้น โยกย้ายหุ้นวินมาร์ค แอมเปิลริชสลับซับซ้อน แอบฝากฟอกเงินที่ทุจริตยักยอกที่เกาะบริทิช เวอร์จิน ไอร์แลนด์ วันๆ ข้อยขอให้มีเงินเล่นแต่หวย ใครเขาจะโกงก็ให้เขาโกงไปเต๊อะ ทุกๆ คนมันก็โกงกันทั้งนั้น บ่ มีไผทำอิหยังคนโกงได้ดอก ขอให้โกงแล้วคายออกมาให้ชาวบ้านกินบ้าง ข้าเจ้าจะได้ บ่ ต้องขายลูกสาวให้ร้านอาหารไปตกเขียว เลือกตั้งทีข้อยได้ 300 จากหัวคะแนน ข้อยดีใจหลาย บางทีหัวคะแนนก็พาไปเที่ยว พาไปกินเลี้ยง ได้อุปถัมภ์งานรับเหมา....