กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเมือง : บทวิเคราะห์

วันที่ 13 มกราคม 2553 07:17

เปิดคำฟ้องอุ้มฆ่า"อัล-รูไวลี่" นับหนึ่งสางคดีคาใจซาอุฯ

อัล-รูไวลี่

อัล-รูไวลี่

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

คณะทำงานอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องพล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ. 5พร้อมพวกรวม5คนในคดีร่วมกันฆ่าโมฮัมเหม็ด อัล-รูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย

คณะทำงานอัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ. 5 พร้อมพวกรวม 5 คน เป็นจำเลยที่ 1-5 ต่อศาลอาญา ในคดีร่วมกันฆ่า นายโมฮัมเหม็ด อัล-รูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย พระญาติของกษัตริย์ไฟซาล "กรุงเทพธุรกิจ" สรุปคำฟ้องของอัยการมานำเสนอ เพื่อให้เห็นพยานหลักฐาน และความเชื่อมโยงของคดี

คำฟ้องของอัยการ ระบุความผิดของจำเลยทั้งห้าสรุปว่า เมื่อประมาณปี 2530 เกิดความขัดแย้งขึ้นอย่างรุนแรงระหว่างรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามนิกายซุนนีย์ (สุหนี่) กับรัฐบาลประเทศอิหร่าน ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามนิกายชีอะต์ เนื่องจากความขัดแย้งทางศาสนา รวมทั้งสาเหตุที่รัฐบาลซาอุฯ ทำการปราบปรามสลายการชุมนุมของกลุ่มประท้วงที่เป็นมุสลิมนิกายชีอะต์ที่ไปแสวงบุญที่เมืองเมกกะ ประเทศซาอุฯ ทำให้กลุ่มผู้ประท้วงซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวอิหร่านเสียชีวิตจำนวนมาก

จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดเหตุลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่นักการทูตของรัฐบาลประเทศซาอุฯ ในประเทศต่างๆ กระทั่งเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2532 เกิดเหตุคนร้ายลอบฆ่านักการทูตของสถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทยเสียชีวิต 1 คน เหตุเกิดที่บริเวณแขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตซาอุฯ ได้แจ้งร้องขอต่อรัฐบาลไทยให้ดูแลรักษาความปลอดภัยแก่สถานเอกอัครราชทูตซาอุฯ รวมทั้งเจ้าหน้าที่นักการทูตอย่างเต็มที่ และแจ้งเตือนถึงกรมตำรวจในขณะนั้น รวมถึงกระทรวงการต่างประเทศของไทยในเรื่องดังกล่าวหลายครั้ง

แต่ต่อมาวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2533 เกิดเหตุคนร้ายลอบฆ่านักการทูตซาอุฯ อีก 2 ครั้ง ทำให้นักการทูตของซาอุฯ เสียชีวิตรวม 3 ราย เหตุเกิดที่แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตยานนาวา กทม.

รัฐบาลไทยในขณะนั้น สั่งการให้ พล.ต.อ.แสวง ธีระสวัสดิ์ อธิบดีกรมตำรวจ ดำเนินการติดตามและนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้ ต่อมาระหว่างวันที่ 12-15 กุมภาพันธ์ 2533 ต่อเนื่องกัน พล.ต.ท.สมคิด จำเลยที่ 1 ขณะนั้น มียศเป็น พ.ต.ท. ดำรงตำแหน่งรองผู้กำกับการกองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาลพระนครใต้ กองบัญชาการตำรวจนครบาล พ.ต.อ.สรรักษ์ หรือสมชาย จูสนิท ผู้กำกับการ สภ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน จำเลยที่ 2 และ พ.ต.อ.ประภาส ปิยะมงคล ผู้กำกับการ สภ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี จำเลยที่ 3 ขณะนั้น มียศ ร.ต.อ. ดำรงตำแหน่งรองสารวัตร

ส่วน พ.ต.ท.สุรเดช อุดมดี นายตำรวจนอกราชการ จำเลยที่ 4 ยศ ร.ต.ท. ดำรงตำแหน่งรองสารวัตร และ จ.ส.ต.ประสงค์ ทอรั้ง จำเลยที่ 5 ยศ จ.ส.ต. ตำแหน่งผู้บังคับหมู่ (ผบ.หมู่) ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ติดตามสืบสวนจับกุมคนร้าย ที่ฆ่านักการทูตซาอุฯ ดังกล่าว

จำเลยทั้งห้ากับพวกได้ร่วมกันลักพาตัว นายโมฮัมเหม็ด อัล-รูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุฯ ประกอบธุรกิจจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานที่ประเทศซาอุฯ เนื่องจากจำเลยทั้งห้าเข้าใจว่า นายโมฮัมเหม็ด อัล-รูไวลี่ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของนักการทูตซาอุฯ เพราะมีความขัดแย้งกันเรื่องจัดส่งแรงงานไทย

จำเลยทั้งห้าบังคับนำตัว นายโมฮัมเหม็ด อัล-รูไวลี่ ไปหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังไว้ที่โรงแรมฉิมพลี แขวงคลองตัน เขตพระโขนง กทม. บังคับข่มขืนใจใช้กำลังประทุษร้าย ชกต่อย และทำร้ายร่างกายโดยวิธีการต่างๆ มีวัตถุประสงค์เพื่อซักถามข้อเท็จจริงเพื่อให้นายโมฮัมเหม็ด อัล-รูไวลี่ ยอมรับว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆ่านักการทูตซาอุฯ ซึ่งจำเลยทั้งห้ามีเจตนาฆ่า นายโมฮัมเหม็ด อัล-รูไวลี่ จนถึงแก่ความตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และเพื่อปกปิดความผิดของตนในความผิดที่จำเลยร่วมกันลักพาตัว นายโมฮัมเหม็ด อัล-รูไวลี่ มาหน่วงเหนี่ยวกักขัง และทำร้ายร่างกาย เพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ดังกล่าวมา

นอกจากนี้ จำเลยทั้งห้ายังร่วมกันใช้กำลังประทุษร้ายชกต่อยทำร้ายร่างกาย นายโมฮัมเหม็ด อัล-รูไวลี่ โดยวิธีการต่างๆ และร่วมกันใช้อาวุธปืนยิง นายโมฮัมเหม็ด อัล-รูไวลี่ จนถึงแก่ความตาย สมดังเจตนาโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และได้ร่วมกันซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ โดยนำศพของนายโมฮัมเหม็ด อัล-รูไวลี่ ไปเผาทำลายภายในไร่ ท้องที่ ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เพื่อปิดบังการตายหรือปิดบังสาเหตุของการตาย เหตุเกิดที่แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตยานนาวา แขวงและเขตบางกะปิ แขวงคลองตัน เขตพระโขนง และที่ ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เกี่ยวพันกัน

ต่อมาวันที่ 24 พฤศจิกายน 2552 จำเลยทั้งห้าได้เข้าพบพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาและทำการสอบสวนแล้ว ซึ่งจากการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน พนักงานสอบสวนได้ยึดแหวนของนายโมฮัมเหม็ด อัล-รูไวลี่ ที่สวมใส่อยู่ขณะเกิดเหตุจำนวน 1 วงเป็นของกลาง โดยชั้นสอบสวนจำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธ

ท้ายคำฟ้อง อัยการขอให้ศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมาย และสั่งให้คืนแหวนของกลางให้กับทายาทของนายโมฮัมเหม็ด อัล-รูไวลี่ ด้วย

Tags : อัล-รูไวลี่ อุ้มฆ่า ซาอุระเบีย

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement