กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี เรียบร้อยแล้ว มีผลตั้งแต่เมื่อวานนี้ (11 ม.ค.)
มีรายงานข่าวว่า จะไปรับตำแหน่ง เก้าอี้เลขาธิการนายกรัฐมนตรี แทน "นิพนธ์ พร้อมพันธ์" ที่ได้ลาออกไปก่อนหน้านี้
"นโยบายประกันรายได้เกษตรกร ถือเป็นผลงานที่น่าภูมิใจของรัฐบาลชุดนี้ ที่ตัวเองมีส่วนผลักดันในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี เนื่องจากสามารถสร้างรายได้ ให้กับเกษตรกรได้มากขึ้นกว่า 40%"
กอร์ปศักดิ์ มีความภูมิใจอย่างมากกับนโยบายประกันรายได้เกษตรกร เพราะนอกจากไม่ผิดกฎขององค์การการค้าโลก (WTO) แล้ว ยังสามารถเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรได้เป็นอย่างดี ซึ่งเขาเห็นว่ามีประสิทธิภาพกว่า นโยบายเรียนฟรีด้วยซ้ำ เพราะการพิสูจน์ว่าการศึกษาจะดีขึ้นหรือไม่ยังต้องรอพิสูจน์ในระยะยาว ขณะที่โครงการประกันรายได้เกษตรกร ได้พิสูจน์แล้วว่ากำไรของเกษตรกรเพิ่มขึ้น 40% จากระบบเดิม "การจำนำ" รายได้ของเกษตรกรลดลง 40%
ทั้งนี้ จากตัวเลขผลการดำเนินงานโครงการประกันรายได้เกษตรกร ในส่วน "ข้าว" ณ 22 ธ.ค. 2552 นั้น ผลการผลิตปี 2552/2553 พบว่ามีเกษตรกรที่เข้าโครงการจำนวน 3.2 ล้านราย ผลผลิตที่ขอสิทธิ 20 ล้านตันข้าวเปลือก ซึ่งปรากฏว่าราคาประกันนั้นในส่วน ข้าวหอมมะลิอยู่ที่ 15,300 บาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ อาทิเช่น ค่าบริหาร ของ ธ.ก.ส. ค่าดอกเบี้ย ค่าใช้จ่ายขึ้นทะเบียน เป็นต้น มีจำนวนรวม 1,673 ล้านบาท ขณะที่เงินชดเชยส่วนต่าง 25,000 ล้านบาท รวมเม็ดเงินที่ใช้ในโครงการทั้งสิ้น 2.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ตกแก่เกษตรกรโดยตรง
ขณะที่โครงการรับจำนำนั้น แม้ว่ายอดรวมจะอยู่ที่ 1.8 หมื่นล้านบาท แต่ส่วนใหญ่สูญเสียไปกับค่าดำเนินการที่ใช้ไป 6,588 ล้านบาท ในปีผลผลิต 2551/2552 เนื่องจากระบบประกันรายได้ ไม่ต้องมีสต็อก ให้ต้องเสียค่าดำเนินการ
ในส่วนของมันสำปะหลังนั้น ปีผลผลิต 2552/2553 มีขอใช้สิทธิ 25 ล้านตัน เกษตรกรเข้าร่วม 4.4 แสนราย รัฐบาลชดเชยส่วนต่างราคาให้ทั้งหมด 1,021 ล้านบาท ขณะที่ตามระบบจำนำเดิม ในปีผลผลิต 2551/2552 จำนวน 11 ล้านตัน เกษตรกรที่จำนำ 2.5 หมื่นราย รัฐบาลใช้เงินทั้งสิ้น 6,893 ล้านบาท
ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ในส่วนของระบบจำนำและประกันรายได้ ภาระของรัฐบาลในการชดเชย หรือค่าใช้จ่ายนั้น อยู่ระดับเดียวกัน คือ 5 พันล้านบาท แต่ที่มีความแตกต่างตรงที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ในส่วนระบบจำนำ 1 ล้านตัน ใช้เงินทั้งสิ้น 1,911 ล้านบาท ขณะที่ระบบประกันรายได้ 5 ล้านตัน ข้าวโพดค่าดำเนินงานเพียง 257 ล้านบาทเท่านั้น
"เราประยุกต์ มาจากข้อเสนอของทีดีอาร์ไอ เรื่องของ put option ซึ่งถือเป็นการประกันความเสี่ยงรายได้เกษตรกรได้เป็นอย่างดี ซึ่งขณะนี้ ก็มีเกษตรกรที่เข้าร่วมมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังมีจุดอ่อนเรื่องของการลงทะเบียน ที่บางส่วนยังไม่เข้าใจอยู่"
นอกจากนโยบายประกันรายได้แล้ว ดร.กอร์ปศักดิ์ เห็นว่า นโยบายเช็คช่วยชาติ 2,000 บาท เป็นอีกโครงการที่ช่วยลดผลกระทบได้เป็นอย่างดี เห็นได้จากตัวเลขการจ้างงานในเดือน มี.ค.-เม.ย.ปีที่ผ่านมาดีขึ้น เพราะตัวเลขกำลังซื้อเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับโครงการ "ต้นกล้าอาชีพ" ที่ช่วยลดผลกระทบทางเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี
สำหรับนโยบายที่ผิดหวังนั้น คือ "โครงการชุมชนพอเพียง" ที่ถือเป็นความผิดพลาดทางการเมือง เนื่องจากมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก และกรณีที่ทุจริตนั้นส่วนใหญ่แล้ว ชาวบ้านไม่ได้เกี่ยวข้อง เพราะเป็นความร่วมมือระหว่างบริษัทกับนักการเมือง โดยที่ชาวบ้านเป็นผู้ลงนามในสัญญา
"ผมทราบดีว่า โครงการชุมชนพอเพียง เกี่ยวข้องการจัดซื้อจัดจ้างกว่า 8 หมื่นรายการ ซึ่งประชาชนในชุมชนจะต้องเป็นคนตัดสินใจ หากชุมชนไหนไม่เข้มแข็งจริง ก็มีโอกาสจะถูกหลอกให้ซื้อสินค้าได้เช่นกัน เมื่อโครงการเยอะ ผมเลยต้องการหาคนที่ไว้ใจได้มาตรวจสอบอีกชั้น เพราะตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ไม่สามารถลงในรายละเอียดสินค้าได้ทั้งหมด ดังนั้น จึงตั้งน้องชาย สมโภชน์ สภาวสุ เข้ามาเป็นคณะทำงาน เพื่อตรวจสอบอีกชั้น แต่สุดท้าย กลับถูกกล่าวหาว่าดึงน้องมาร่วมกระบวนการ"
Tags : กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ

ความคิดเห็นที่ 2
รัฐบาล สู้ ๆ , 12 มกราคม 2553 11:30
เห็นด้วย ผลงานกอร์ปศักด์ รัฐบาลอภิสิทธ์ใช้นโยบายประกันรายได้เกษตรกรเป็นครั้งแรกในเมืองไทยปี 2552 ... โดยในช่วงแรก ระบบมันยังไม่ลงตัว รัฐบาลเลยยังตั้งโต๊ะรับซื้อเองไปด้วย รับจำนำไปด้วย ..รัฐบาลเดินหน้าโครงการประกันรายได้ ถึงแม้ชาวนา โรงสี พ่อค้าคนกลาง ผู้ส่งออกต่างคน ต่างบ่นตัวเองขาดทุนเสียประโยชน์กันหมด รัฐก็ยังขาดทุนเหมือนเดิม ไม่รู้ขาดทุนมากกว่าเดิม หรือขาดทุนน้อยกว่าเดิม ไม่เห็นมีการชี้แจงตัวเลขขาดทุนให้ประชาชนดู...แต่การปฏิบัติเรื่องรับประกันรายได้ครั้งแรก ดูผิดฝา ผิดตัวกันไปหมด ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เช่นเรื่องความชื้นในข้าว .ผลผลิตต่อไร่ ฯลฯ .
แต่คิดว่าการประกันรายได้ดีกว่านักการเมืองทำประชานิยม ให้ชาวนาเอาข้าว เอาลำไย มาจำนำเอาเงินจากรัฐ แต่ชาวนาไม่มาไถ่ข้าว ไถ่ลำไยอบแห้งคืน รัฐบาลขายต่างประเทศไม่ทันเลยเก็บโกดังทำพืชผลเน่าเสียหาย (ทำรัฐขาดทุนมหาศาลเหมือนกัน)
ความคิดเห็นที่ 1
สาวกเกษตร , 12 มกราคม 2553 10:55
โครงการประกันรายได้ก็แค่เงินโอนรุปแบบหนึ่ง ประสิทธิภาพในการผลิตสูงสุดเกิดไม่ได้ ถ้าท่านกอปรศักดิ์เก่งจริงดังปากท่าน ต้องส่งเสริมพืชเศรษฐกิจอื่นๆที่เราผลิตแล้วได้เปรียบซิ ไม่ใช่เอาภาษีประชาชนมาสร้างความภาคภูมิใจ(ไทย) 555+
แต่ก็เอาเถอะ มีอะไรก็ค่อยๆแก้กันไป