เขายายเที่ยงและรากเหง้าการผูกขาดอำนาจจัดการพื้นที่ป่าของกรมป่าไม้
ปรากฏการณ์"เขายายเที่ยง" ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ ถึงความไม่ชอบธรรมการครอบครองพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติของอดีตนายกรัฐมนตรีสุรยุทธิ์ ขณะที่ประชาชนผู้ยากไร้บริเวณเดียวกันกลับถูกจับกุมคุมขังในการใช้พื้นที่ แท้จริงแล้ว รากเหง้า ความขัดแย้งในการจัดการป่า มีสาเหตุเชิงโครงสร้าง นับตั้งแต่ก่อตั้งกรมป่าไม้ในปี 2439 คือ ระบบการรวมศูนย์อำนาจของรัฐต่อการจัดการป่า โดยผ่านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับป่าไม้ 5 ฉบับกฎหมายป่าไม้ 5 ฉบับได้แก่ พระราชบัญญัติป่าไม้ 2484, พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ 2504, พระราชบัญญัติ ป่าสงวนแห่งชาติ 2507, พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2535, พระราชบัญญัติสวนป่า 2535 ซึ่งมีสาระสำคัญคือ
ประการแรก การนิยามว่า “ป่า” คือ พื้นที่ดินว่างเปล่าที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ ทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นป่าตามความหมายเชิงนิเวศ หรือเป็นพื้นที่ที่มีชุมชนอยู่อาศัยโดยไม่มีเอกสารสิทธิ์ก็ตาม ก็ถูกเหมารวมว่าเป็นป่าของรัฐ ที่รัฐจะสามารถใช้อำนาจเข้ามาจัดการได้เต็มที่ ซึ่งมีประชาชนนับล้านครอบครัวที่อาศัยทำกินมาก่อนการประกาศพื้นที่ของรัฐ และรัฐใช้อำนาจตามกฎหมายจับกุมคุมขังชาวบ้านอ้างว่าผิดกฎหมาย โดยมีกระบวนการหลักเกณพิสูจน์สิทธิ์ที่ประชาชนไม่มีส่วนร่วมแต่อย่างใด
ประการที่สอง การกำหนดเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตป่าอนุรักษ์ โดยใช้อำนาจของรัฐตามลำพังตามพื้นที่ที่ถูกนิยามว่าเป็นป่าตามกฎหมาย ซึ่งรัฐกำหนดเขตต่างๆ เหล่านี้ เพื่อควบคุม จัดระเบียบในพื้นที่อย่างเบ็ดเสร็จตามวัตถุประสงค์ของรัฐ
ประการที่สาม การใช้ระบบสิทธิต่อการจัดการป่าเชิงเดี่ยวและเบ็ดเสร็จอยู่ที่ภาครัฐ และเปิดช่องให้รัฐใช้ดุลพินิจให้นายทุนเอกชนในการแสวงประโยชน์จากป่า เช่น การให้สัมปทานป่า หรือรับรองสิทธิการใช้พื้นที่ป่าและทรัพยากรอื่นๆ ในป่าของนายทุนภาคเอกชน แต่ปฏิเสธสิทธิชุมชนท้องถิ่นในการจัดการป่าตามวัฒนธรรม ประเพณี จึงมีการใช้พื้นที่ป่าของนายทุนเอกชน ทำรีสอร์ท สนามกอฟล์ บ้านพักตากอากาศ และอื่นๆในพื้นที่ป่าจำนวนมากมาย
ที่สำคัญ ประการที่สี่ การให้อำนาจเบ็ดเสร็จแก่กรมป่าไม้ในการควบคุมจัดการในพื้นที่ที่เป็นป่าตามกฎหมาย โดยไม่เปิดช่องให้เกิดการมีส่วนร่วมจากท้องถิ่น ส่วนราชการอื่นๆ และภาคประชาสังคมในวงกว้าง และมักเปิดช่องทางให้กลุ่มอภิสิทธิ์ชน กลุ่มนายทุนนักการเมืองอิทธิพลต่างๆ เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน เช่น การเช่าพื้นที่ทำสวนป่าระยะยาว สัมปทานโรงโม่หิน ฯลฯ
กล่าวโดยสรุป ตราบใดที่ปล่อยให้รัฐผูกขาดอำนาจในการจัดการป่าเพียงฝ่ายเดียว ย่อมนำมาสู่การเบียดขับคนจน และปล่อยให้มีการฉ้อฉลของกลุ่มนายทุนอิทธิพล กลุ่มอภิสิทธิ์ชนต่างๆ ได้ประโยชน์ เหมือนเช่นปัญหารกรณีเขายายเที่ยง ใช่หรือไม่?
เพราวิธีคิดของกรมป่าไม้เป็นเช่นเดียวกับเหล่าอำมาย์นั่นเอง
Tags : เขายายเที่ยง • กรมป่าไม้

ความคิดเห็นที่ 9
G[NJV;JT , 14 มกราคม 2553 09:56
"กล่าวโดยสรุป ตราบใดที่ปล่อยให้รัฐผูกขาดอำนาจในการจัดการป่าเพียงฝ่ายเดียว ย่อมนำมาสู่การเบียดขับคนจน และปล่อยให้มีการฉ้อฉลของกลุ่มนายทุนอิทธิพล กลุ่มอภิสิทธิ์ชนต่างๆ ได้ประโยชน์ เหมือนเช่นปัญหารกรณีเขายายเที่ยง ใช่หรือไม่?
เพราวิธีคิดของกรมป่าไม้เป็นเช่นเดียวกับเหล่าอำมาย์นั่นเอง"
เปลี่ยนแปลงการปกครองมากี่ปีแล้ว คนเขียนบทความมีสามัญสำนึกบ้างหรือไม่ โยนความผิดให้ "อำมาตย์" ซึ่งผู้ตั้งคำนี้ขึ้นมา ต้องการโยงถึงสถาบัน เพื่อทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์เท่านั้นเอง
คนเขียนบทความ ถ้าไม่ใช่มีแต่ความชิงชังสถาบันกษัตริย์ เช่นเดียวกับพวกฝ่ายซ้ายตามทฤษฎีชนชั้นที่พวกนี้บูชาอย่างลืมหูลืมตาไม่ขึ้น จนทำให้ปิดกั้นจิตใจส่วนดีและสติปัญญาที่สัมมาทิฏฐิจนไม่สามารถเข้าใจโลก เข้าใจความเป็นจริงของชีวิตได้ และพวกมีแต่ความริษยา และมีอคติเป็นที่ตั้ง ก็ต้องเป็นพวกไร้สามัญสำนึกเขียนบทความเข้าทางพวกต้องการทำลายสถาบัน
เปลี่ยนแปลงการปกครองมาตั้งกี่ปีแล้ว จนผู้ปกครองที่มาจากลูกชนชั้น ชาวสวน ชาวนา ชาวไร่ นายทุนพ่อค้า ได้ไตร่เต่าขึ้นมาเป็นชนชั้นปกครองสวาปามทั้งอำนาจสูงสุด และ/หรือกินบ้านกินเมืองมากี่ยุคกี่สมัย เริ่มตั้งแต่นักลัทธิประชาธิปไตยนำเข้าตัวพ่ออย่าง ปรีดี พยมยงค์ ป. พิบูลสงคราม ที่ได้ทุนเล่าเรียนหลวงไปศึกษาต่อยังฝรั่งเศส เป็นต้นมา และกว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 จะฟื้นฟูสถาบันซึ่งเป็นที่ยอมรับของประชาชนอย่างมากมายอยุ๋แล้ว และเป็นที่ชิงชังของพวกต้องการอำนาจ คิดว่าตัวเองก็มีความสามารถ ทำไมจะต้องให้คนอื่นมาปกครอง จึงต้องทำให้ตัวเองมีอำนาจ โดยการแย่งชิงอำนาจจากคนอื่นมา จนวันนี้ ประเทศไทยก็เป็นอย่างที่เห็นและเป็นอยู่ ตลก(ว่ะ) พอมันจะเข้ากลียุค ด้วยผีห่าซาตานขึ้นครองเมืองมาหลายสิบปี จนซาตานตัวพ่อทั้งใช้อำนาจ ทั้งกินโกง อย่างบ้าคลั่ง ประเจิดประเจอ หยาบคาย กลับไปโทษ "สถาบัน" ยกให้ฝ่ายตรงกันข้าม เป็ยพวกอำมาตย์ ทั้งๆ ที่ก็เป็นพวกเดียวกันนั่นแหละ คือช่วงเวลาการไตร่เต้าขึ้นมามีอำนาจ ก็พร่ำพูดแต่ว่า จงรักภักดี ถวายชีวิตเป็นราชพลี ได้เคยดื่มน้ำพิพัตฯ เคยถวายสัตย์ฯ ฯลฯ ยกท่านไว้เหนือเกล้าเหนือหัว ขณะเดียวกันก็สวาปามตำแหน่ง สวาปามอำนาจ สวาปามทรัพย์สมบัติ เข้าไปจนจุกล้นทะลักปากออกมาให้ประชาชนได้รู้ได้เห็น พออยู่ฝ่ายตรงกันข้ามกัน * พวกเนรคุณอกตัญญูต่อในหลวง ต่อแผ่นดิน ก็โทษ สถาบัน
ความคิดเห็นที่ 8
กรณ์ , 13 มกราคม 2553 11:15
ปัจจุบันมีแต่พวกรับจ้างคอยก่อกวน เรื่องการออกเอกสารที่ดินแปลก ๆ นั้นคงมีทั่วประเทศ ไม่รู้พวกหนังสือพิมพ์ไปตรวจสอบดูจริง ๆ หรือเปล่าว่าทำกันอย่างไรทั่วประเทศ ทำกันมาตั้งแต่เมื่อไหร่ และกฎเกี่ยวกับที่ดินนั้นมีอย่างไรบ้าง ใครเป็นคนออกกฎ แล้วเรื่องลักษณะนี้แต่แต่ละเรื่องเกิดขึ้นอย่างไร มีแต่ออกมาสรุปเป็นศาลเตี้ย ยังไม่ทันหาข้อมูลอะไรก็รีบพูดกันแล้ว แทนที่จะนำเรื่องนี้ไปสรุปตามกระบวนการที่ถูกต้องว่าผู้ครอบครองนั้นได้ที่ดินมาอย่างไร ใช้อิทธิพลแหกกฎที่มีอยู่แล้วหรือเปล่า หรือใช้อิทธิพลไปแก้กฎที่มีอยู่แล้วหรือเปล่า ไปบีบบังคับให้เจ้าของเดิมขายที่ให้ในราคาถูก ๆ หรือเปล่า กลับทำตัวเป็นศาลเตี้ยเสียเอง มันก็เป็นเหมือนพวกกฎหมู่เท่านั้นเอง เรื่องที่ผิด ๆ ในลักษณะนี้มีเยอะทุกวงการ เพียงแต่ใครอยากจะขุดอะไรออกมาพูดเท่านั้นเอง
ความคิดเห็นที่ 7
ยก , 13 มกราคม 2553 09:07
เมืองไทยนั้นไม่ค่อยจะมีมาตรฐานอยู่แล้ว บางคนเรียกร้องให้คนอื่นมีมาตรฐานสูง แต่ตัวเองก็ไม่ได้มีมาตรฐานสูงส่งอะไร เอาตำแหน่งไปทำตัวเป็นนักเลงอันธพาลรับจ้างรับใช้คนอื่นก็เยอะ เรื่องของคนอื่นพยายามขุดคุ้ย แต่เรื่องของตัวพยายามปิดบัง เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่นมีเยอะ
ความคิดเห็นที่ 6
หาญ , 13 มกราคม 2553 09:03
การผูกขาดอำนาจนั้นคงจะไม่ใช่มีแต่ถ้าจะมีก็คงจะไม่ใช่จะมีเฉพาะกรมป่าไม้เท่านั้น แล้วการที่มีกฎแปลก ๆ ออกมานั้นก็อาจจะไม่ใช่พวกข้าราชการประจำที่ทำกัน แต่เป็นเพราะมีผู้ที่ไปสั่งให้ข้าราชการประจำทำ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีอำนาจจากกลุ่มนักการเมือง หรือผู้มีอำนาจจากผู้มีเงิน หรือมีอำนาจอย่างอื่น แม้แต่กฎหมายเรื่องภาษีอากรก็ใช่ว่าจะเป็นธรรม ไปดูได้ว่าภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มพวกเหล้าเบียร์เป็นธรรมหรือเปล่า กฎหมายเรื่องกำไรจากการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไม่ต้องเสียนั้นเป็นธรรมหรือเปล่า หรือการลดหย่อนทางภาษีต่าง ๆ นั้นเป็นธรรมหรือเพื่อประโยชน์ของคนบางกลุ่ม หรือการจับผู้ร้ายคดีฆ่าคนตายต่าง ๆ นั้นเป็นธรรมหรือเปล่า ถ้าสามารถสอบสวนทุก ๆ เรื่องในประเทศไทยก็คงจะเห็นว่ามีเรื่องไม่ชอบพามากลจำนวนมหาศาลในทุกวงการ เพียงแต่ว่าความผิดนั้นเป็นความผิดด้วยเจตนา หรือด้วยความพลั้งเผลอ หรือเพียงแต่ว่าจะชี้ใครและหลีกเลี่ยงไม่ชี้ใครเท่านั้นเอง แม้แต่หนังสือพิมพ์บางฉบับก็ออกมายอมรับอย่างหน้าตาเฉยว่ารับเงินชาวบ้านอย่างไม่มีความคิดด้วยซ้ำว่าไม่ถูกต้องอย่างหนัก รวมทั้งพวกนักข่าวที่ไปรับเงินจากนักการเมืองเมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งเป็นการกระทำผิดทางจรรยาอย่างชัดเจนซึ่งสำคัญยิ่งกว่าการทำผิดทางกฎหมาย ปรเทศไทยขณะนี้ถูกตราหน้าว่ามีการคอร์รัปชั่นติดอันดับโลก ไม่เห็นมีใครคิดจะทำอะไร ไม่เห็นมีใครติดคุกเพราะเรื่องคอร์รัปชี่น
ความคิดเห็นที่ 5
ฟาง เส้นสุดท้าย , 13 มกราคม 2553 08:14
ขำจริงเว้ยนักวิชาการหยั่งสมพงษ์จิตระดับ -สุรยุทธ์ไม่มีเจตนาเหมือนโฆษกอัยการสูงสุดว่า.มันเป็นไปได้ไงที่อยู่สูงบนเขาอย่างนั้น แล้วก็เป็นที่ไม่มีโฉนด เอกสารสิทธิทำประโยชน์อะไรเลยนอกจาก ภบท.5 แสดงว่ามีการเสียภาษี.ไม่ได้เป็นเกษตรกรผู้ยากไร้ไม่มีที่ทำกิน-ไปสร้างพักตากอากศ ตัดไม้ทำลายป่า ตัดถนนขึ้นสู่ยอดเขา สร้างสระน้ำบนยอดเขา.จะหวังสะพิหริต ยอมรับผิด ยอมคืนที่ดินให้หลวง ยอมรับโทษตามกฎหมายที่ดิน คงยาก.มันคือไอ๊ฆาตกร ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ ปฏิเสธความจริง มันคือคนที่สั่งฆ่าประชาชนบนถนนราชดำเนิเมื่อปี 2535 พฤษภาทมิฬมีหลักฐานมีผลการสอบสวนชัดเจน-มันคือคนที่สั่งฆ่าทหารพม่า 300คน มันคือคนที่ขอนายกพระราชทานทำให้ในหลวงกระอักกระอ่วนบีบให้ในหลวงทำผิดกฎหมาย ขัดหลักประชาธิปไตย-มันคือพวกเผด็จการลูกป๋าเปลมนักพิฆาตแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระบา มันขุ่นเคืองที่ทักษิณไม่ยอมค้อมหัว ไม่เกรงกลัวท่านพ่อป๋าพะองเปลม วางแผนการทำผิดกฎหมายขั้นกบฏยึดอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ทำรัฐประหาร-ลับ-ลวง-พราง-แผนบันได 4 ขั้น ตัดรากถอนโคน ทุบยุยพรรคไทยรักไทย/พลังประชาชน/เพื่อไทย ประหารทักษิณให้ดับดิ้นสิ้นไปด้วยแผนระเบิดเครื่องบิน คาร์บอมส์ ส่องกล้องยิงด้วยปืนสไนเปอร์ ยึดทรีพย์สมบัติส่วนตัวที่มีมาก่อนเล่นการเมืองตามวิสัยโจร กล่าวหาเอาผิดเรื่องทุจริตผิดจริยธรรมการซื้อที่ดินรัชดา-กล่าวหาเรื่องหมิ่น จาบจ้วงไม่จงรักภักดี ทำตัวเทียมเจ้า จะตั้งตนเป็นประธานาธิบดี จะล้มราชวงศ์ จะสถาปนาประเทศไทยเป็นสาธารณรัฐ บิดเบือนความจริง ออกกฎกติกาเขียนกฎหมายประกาศตคำสั่งรัฐธรรมนูญผิดหลักนิติธรรม นิรโทษกรรมให้เผด็จการกบฏคมช. ปฏิบัติการบังคับใช้สองมาตรฐาน ประชาชนเห็นความอยุติธรรมเกิดขึ้นในสังคมไทย ทนไม่ไหวแล้วเว้ย เหมือนหรือยิ่งกว่าสมัยจอมพล.ป จอมพล.ส./ถ. ...บ้านเมืองมีกฎหมายที่ไม่ใช่กฎหมาย ไม่ใช่นิติรัฐ ตุลาการวิบัติ กองทัพอยู่ใต้อุ้งตินมาร องคมนตรีประธานองคมนตรีทำตนอยู่เหนือกฎหมาย อัยการ ตำรวจไม่กล้าดำเนินคดีกับองคมนตรีผู้กระทำผิดกฎหมาย ศาลตัดสินคดีความไม่ต้องด้วยหลักนิติธรรม
ความคิดเห็นที่ 4
คนตรง , 12 มกราคม 2553 05:25
สังคายนาทั้งระบบได้แล้วกรณีกว้านซื้อที่ดินรุกป่าผิดวัตถุประสงค์ผิดกฏหมาย นอกจากเขายายเทียงลองสำรวจดูกาญจนบุรีพิษณุโลกดูจะพบอีกมากมายมีทั้งทหารตำรวจข้าราชการชั้นสูงนายทุนนักการเมืองไม่เว้นข้าราชการกรมป่าไม้ มีทุกสีทุกกลุมทั้งรัฐบาลฝ่ายค้านสีแดงสีเหลืองสีน้ำเงินไม่เว้นแม้แต่สีชมพู รับรองว่าถ้ารัฐบาลทำจริงจังแล้วจะพ้นข้อหาปกป้ององค์มนตรีสุรยุทธิ์แน่นอนและยังได้ที่ดินคืนมาจัดประโยชน์ให้ผู้ยากไร้มากมายโดยไม่ต้องไปเปิดผืนป่าแห่งใหม่อีก
ความคิดเห็นที่ 3
. , 12 มกราคม 2553 01:04
2.. * หน้าด้านกว่านะ เอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้คนอื่น คิดสิว่ากรณ๊พลเอกสุรยุทธ์เป็นแค่แพะในระบบจัดการที่ดินและป่าไม้ที่บทความนี้พยายามสื่อให้เห็นความชั่วช้าเท่านั้นเอง หากเอาตามกฏหมายจริงๆ ทั่วประเทศเจอแบบเขายายเที่ยงทั้งนั้น มันชั่วที่กรมป่าม้วยจริงๆและหน่วยราชการเกี่ยวข้องที่ไม่สนใจอะไรมากไปกว่าค่าหมาแดกส์ คำขอต่างๆคือเงินทั้งนั้นในแวดวงราชการงานเมืองยิ่งต่าง จว.มีใครไม่ทราบว่ราชการแดกส์กับคำว่าคำขอไปเท่าไร ในรูปแบบอย่างไร ไม่แปลกที่พวกมีเงินมีอำนาจจะมีที่ทางอาศัยในเขตป่าเขาได้ทั้งที่มีกฏหมายห้าม ข้อเท็จจริงมากมายในบ้านเมืองนี้ คนไทยถูกหลอกให้หันไปสนใจเรื่องนอกประเด็นมาตลอด ที่เป็นปัญหาไม่มีชั่วตัวไหนไม่ว่าราชการ การเมืองหรือแม้แต่สื่อที่อ้างเป็นปากเสียงก้เถอะจะเอาจริงกับปัญหาบ้านเมืองสักครั้งอย่างจริงจังแท้จริงเลย นอกจากจะตกใส่ตีนอย่างเขายายเที่ยงที่บังเอิญการเมืองชั่วอย่างทักษิณและสมุนสิ้นท่าไม่มีปัญญาปลุกระดมหลอกใครได้ ก้เอาเรื่องนี้มาหากินหวังปลุกกระแสสังคมให้เชื่อหลงตามคำโฆษณาที่มุ่งผลการเมืองที่ล้มเหลวของพวกมันเท่านั้น แต่หลอกคนได้สักกี่คนเล่า ระวังนะ ผลสะท้อนปัญหาที่ราชการละเว้นไม่ทำตามกฏหมายจะย้อนมาใส่ตัวได้ ประชาชนที่เป็นเหยื่อแบบเขายายเที่ยงจะฮือขึ้นมา หากมีการรื้อร้องฟ้องกันขึ้นมาภายใต้วาทกรรมชั่วๆว่ามาตรฐานๆๆๆ แต่ไม่รู้ไม่มองข้อเท็จจริงและข้อกฏหมายที่แท้จริงว่าเป้นอย่างไร
ความคิดเห็นที่ 2
ยายเที่ยง , 11 มกราคม 2553 21:53
พวกครอบครองที่ดินอย่างผิดกฏหมายโดยที่ราชการทำอะไรไม่ได้ ให้รวมองคมนตรีหน้าด้าน สันดานโกง เข้าไปด้วย
ความคิดเห็นที่ 1
กิต , 11 มกราคม 2553 17:20
เห็นด้วยกับบทความนี้ ชาวบ้านทำอะไรก็ผิด แต่พวกข้าราชการขี้ฉ้อ นายทุนขี้โกง นักการเมืองชั่วช้า สารเลว กลับได้ครอบครองอย่างง่ายดาย ส่วนชาวบ้านผู้ยากไร้ก็ต้องก้มหน้ารับชะตากรรมต่อไป เพราะเกิดมาจนแท้ๆ
เมื่อไหร่จะแก้ไข ตรงนี้ได้ซะที