กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเมือง : บทวิเคราะห์

วันที่ 7 มกราคม 2553 12:12

เปิดข้อมูลกฤษฎีกาไม่รับพิจารณา สำนักงานสลากหารือล้มสัญญาหวย

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

เมื่อเดือนสิงหาคม 2552 สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตอบข้อหารือของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เกี่ยวกับข้อกฎหมาย

ในกรณีหากคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ต้องการยกเลิกโครงการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล ด้วยเครื่องจำหน่ายสลากแบบ 3 ตัวและ 2 ตัวแล้ว บริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเท็ค เทคโนโลยี จำกัด จะอาศัยข้อสัญญาเรียกค่าชดเชยจากสำนักงานสลากได้หรือไม่ จำนวนเท่าไร และเริ่มนับจากเวลาใดของสัญญา รวมทั้งบริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเท็ค จะเรียกค่าเสียหายจากสำนักงานสลากฐานผิดสัญญาตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือกฎหมายอื่นได้หรือไม่
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 12) ได้พิจารณาประเด็นข้อกฎหมายประกอบกับข้อเท็จจริงแล้วมีความเห็นดังนี้

ประเด็นที่หนึ่ง กรณีจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลแบบ 3 ตัว 2 ตัว ด้วยเครื่องจำหน่ายสลาก เห็นว่า การที่ ครม.มีมติเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2549 ให้ยกเลิกมติ ครม.เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2546 ที่อนุมัติโครงการออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย 3 ตัว และ 2 ตัว เพื่อนำรายได้คืนสู่สังคมนั้น มติ ครม.ดังกล่าวไม่มีผลเป็นการยกเลิกสัญญาจ้างบริการระบบเกมสลาก ซึ่งมีผลใช้บังคับ และได้มีการปฏิบัติตามสัญญาไปแล้ว

ส่วนวิธีออกสลากกินแบ่งรัฐบาลนั้น มาตรา 5 (1) แห่งพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ. 2517 บัญญัติให้จัดตั้งสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยมีวัตถุประสงค์ออกสลากกินแบ่งรัฐบาล จัดการโรงพิมพ์อันเป็นอุปกรณ์ในการพิมพ์สลาก หรือสิ่งพิมพ์อื่นที่คณะกรรมการสลากกินแบ่งให้ความเห็นชอบ และกระทำการอื่นใดที่เกี่ยวเนื่อง หรือเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินกิจการของสำนักงานสลาก โดยคณะกรรมการสลากมีหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการ และวางนโยบายของสำนักงานสลากให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์

ทั้งนี้ ตามมาตรา 13 (2) แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ด้วยเหตุนี้ อำนาจหน้าที่สำคัญของสำนักงานสลากที่ต้องกระทำ คือ จัดให้มีการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลให้ครบตามขั้นตอน หรือกระบวนการออก คือ การพิมพ์หรือจัดให้มีสลาก จำหน่ายสลาก ออกเลขรางวัล และจ่ายเงินรางวัล แต่มิได้หมายความว่าการออกสลากนั้น สำนักงานสลากต้องจัดพิมพ์สลากจากโรงพิมพ์ของสำนักงานสลากเท่านั้น

เนื่องจากมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นบทบัญญัติที่กำหนดวัตถุประสงค์การจัดตั้งสำนักงานสลาก เพื่อกำหนดว่าสำนักงานสลากสามารถดำเนินกิจการใดได้ และมิได้มีบทบัญญัติใดในพระราชบัญญัติสำนักงานสลากบังคับว่าการพิมพ์สลากต้องพิมพ์ที่โรงพิมพ์ของสำนักงานสลากเท่านั้น ดังนั้น เมื่อสำนักงานสลากประสงค์จะดำเนินโครงการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลแบบ 3 ตัว และ 2 ตัว โดยนำเครื่องจำหน่ายสลากมาใช้พิมพ์และจำหน่ายสลากก็ย่อมสามารถกระทำได้

ส่วนการนำสัญญาจ้างระบบเกมสลาก เลขที่ 119/2548 มาใช้กับการดำเนินโครงการดังกล่าวได้หรือไม่นั้น เป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่สำนักงานสลากต้องพิจารณา จึงมิใช่ประเด็นปัญหาข้อกฎหมายที่จะให้ความเห็น

ประเด็นที่สอง กรณีการออกเลขรางวัล เห็นว่าการออกเลขรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลแบบ 3 ตัว และ 2 ตัว ที่จะจำหน่ายด้วยเครื่องจำหน่ายสลาก ต้องอ้างอิงผลการออกเลขรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลในปัจจุบันหรือไม่นั้น ไม่ใช่ปัญหาข้อกฎหมายแต่เป็นปัญหาทางปฏิบัติเกี่ยวกับวิธีให้ได้มา ซึ่งเลขที่ถูกรางวัล ซึ่งอยู่ในดุลยพินิจของสำนักงานสลากจะพิจารณาได้เอง

ประเด็นที่สาม กรณีการจ่ายเงินรางวัล คณะกรรมการกฤษฎีกา เห็นว่าหากสำนักงานสลากประสงค์จะออกสลากแบบหมายเลข 3 หลัก และ 2 หลัก โดยดำเนินการตามขั้นตอนหรือกระบวนการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลตามอำนาจและหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดไว้ และจัดสรรเงินที่ได้รับจากการจำหน่ายสลาก 60% เป็นเงินรางวัลตามเกณฑ์ที่กำหนดในมาตรา 22 (4) แห่งพระราชบัญญัติสำนักงานสลากแล้ว แม้จะไม่ได้กำหนดเงินรางวัลไว้แน่นอน เช่นเดียวกับสลากกินแบ่งรัฐบาลในปัจจุบัน หรือการจ่ายเงินรางวัลต้องผันแปรตามจำนวนสลากที่จำหน่ายได้ หรือเงินรางวัลที่ผู้ถูกรางวัลจะได้รับต้องลดลงตามส่วนกรณีที่จำหน่ายสลากไม่หมดก็ตาม ก็เป็นเงื่อนไขการจ่ายเงินรางวัลที่สำนักงานสลากจะกำหนดขึ้นได้

ดังนั้น การจัดสรรเงินเพื่อจ่ายเป็นเงินรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลแบบ 3 ตัว และ 2 ตัว โดยให้เงินรางวัลผันแปรไปตามจำนวนเงินที่ได้จากการจำหน่ายเฉลี่ยให้แก่ผู้ถูกรางวัลตามสัดส่วนของจำนวนเงินที่ถูกรางวัล โดยมียอดรวมของเงินรางวัล 60% ของเงินที่ได้จากการจำหน่ายสลาก จึงชอบด้วยมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติสำนักงานสลาก

ประเด็นที่สี่ อำนาจในการพิจารณาให้ความเห็นชอบ หรือรับทราบโครงการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลแบบ 3 ตัว และ 2 ตัว ด้วยเครื่องจำหน่ายสลาก เห็นว่าคณะกรรมการสลากมีอำนาจหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการและวางนโยบายของสำนักงานสลากให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ รวมทั้งมีอำนาจออกระเบียบหรือข้อบังคับต่างๆ ตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการสลาก ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 13 (5) แห่งพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

ดังนั้น ในกรณีนี้เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า คณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลมีมติในการประชุมครั้งที่ 14/2551 และครั้งที่ 15/2551 เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2551 และวันที่ 27 พฤศจิกายน 2551 เห็นชอบโครงการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลแบบ 3 ตัว และ 2 ตัว ด้วยเครื่องจำหน่ายสลาก และให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลทำโครงการเสนอขอความเห็นชอบกระทรวงการคลังก่อนดำเนินการต่อไปแล้ว กรณีจึงไม่มีประเด็นปัญหาที่ต้องวินิจฉัยอีก

ประเด็นที่ห้า ความรับผิดค่าเสียหายหากรัฐบาลมีนโยบายล้มเลิกโครงการ เพราะตามสัญญาจ้างบริการระบบเกมสลาก เลขที่ 119/2548 ข้อ 12.1 กำหนดให้กรณีรัฐบาลมีนโยบายล้มเลิกโครงการ หรือจำเป็นต้องล้มเลิกโครงการ ผู้ว่าจ้าง (สำนักงานสลาก) จะชดเชยการลงทุนบางส่วนให้แก่ผู้รับจ้าง (บริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเท็ค เทคโนโลยี จำกัด) เป็นจำนวนเงินเท่ากับค่าจ้างบริการเฉลี่ยต่อ 1 เดือน นับแต่วันที่เริ่มจำหน่ายจริง ถึงวันยกเลิกสัญญาไม่เกิน 12 เดือน โดยผู้รับจ้างไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย หรือค่าชดเชยอย่างใดอีก

แต่ปรากฏว่านับแต่วันที่ได้ทำสัญญาจนถึงปัจจุบันยังมิได้จำหน่ายสลากจริง แต่ผู้รับจ้างลงทุนด้านระบบเครือข่ายสื่อสาร ระบบควบคุม และบริหารข้อมูล ประกอบด้วย ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ รวมทั้งติดตั้งเครื่องจำหน่ายสลากและอุปกรณ์ไปแล้ว 6,500 ราย สำนักงานสลากจึงขอหารือว่า หากคณะกรรมการสลากมีมติให้ยกเลิกโครงการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลแบบ 3 ตัว และ 2 ตัว ด้วยเครื่องจำหน่ายสลากแล้ว บริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเท็ค เทคโนโลยี จำกัด จะอาศัยข้อสัญญานี้เรียกค่าชดเชยจากสำนักงานสลากได้หรือไม่ จำนวนเท่าใด และเริ่มนับจากเวลาใดและจะเรียกค่าเสียหายฐานผิดสัญญาตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือกฎหมายอื่นได้หรือไม่

คณะกรรมการกฤษฎีกา เห็นว่าการให้ความเห็นในปัญหาข้อกฎหมายของคณะกรรมการกฤษฎีกาตามพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. 2522 เป็นการให้ความเห็นต่อปัญหาข้อกฎหมายแก่หน่วยงานของรัฐ หรือตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีหรือมติ ครม. ซึ่งปัญหาข้อกฎหมายนั้นต้องมีข้อเท็จจริงเกิดขึ้นแล้ว และหน่วยงานรัฐแห่งนั้น เห็นว่าปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงนั้น เป็นเหตุให้ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายได้ สำหรับข้อหารือในประเด็นนี้เป็นปัญหาการบังคับตามสัญญา ซึ่งยังไม่มีข้อเท็จจริงเกิดขึ้น คณะกรรมการกฤษฎีกาจึงไม่อาจรับไว้พิจารณาได้

Tags : สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล หวยออนไลน์

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4

ADuBOW qnbjiwrntgaz, [url=http://wqkwdfufsdeo.com/]wqkwdfufsdeo[/url], [link=http://vtwvbiwzhpqp.com/]vtwvbiwzhpqp[/link], http://smvhdwhqkbrl.com/

ความคิดเห็นที่ 3

เห็นด้วยกับคุณ คห.ที่1 อย่างแรงงงงงงง....ง

ความคิดเห็นที่ 2

ช่างแม้งเหอะ ถึง เรา ไม่ได้เล่น หวยตู้โทรศัพท์ออนไลน์ของ พรรคชาติไทยนายบรรหาร ศิลปอาชา นายประพัตรโพธิสุธน นายบดี จุนนานนท์ ที่ริเริ่มมาตั้งแต่ 14 ปีที่แล้ว (พ.ศ.2539) คนไทยก็คงไม่ตายกันหรอก

แต่อภิสิทธ์ต้องยอมรับว่ารัฐปราบหวยใต้ดินที่ตำรวจและนักการเมืองเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ บางทีเป็นเป็นเจ้ามือเอง ไม่ได้เสียที ...

ส่วนรัฐบาลก็รีบๆ ตัดสินใจเรื่องค่าเสียหายให้บริษัทล๊อกซ์เล่อย่าให้เอาเปรียบภาษีประชาชนทั้งประเทศ

อีกทางออก คือล๊อกเล่ย์ขายหวยออนไลน์ให้รัฐบาลเอามาปรับ เชื่อมต่อกับระบบลอตเตอรี่ เลขท้าย 2 ตัว 3 ตัวในระบบสลากกินแบ่งของรัฐบาล โดยให้ประชาชนช่วยตรวจสอบราคาที่ล๊อกเล่ขายรัฐ ว่าขายแพงเกินไปหรือไม่

ตั้งโปรแกรมบันทึกเลขที่บัตรประชาชนในสลิปหวย เยาวชนที่อยากลองเข้าเสี่ยงโชค เล่นเกมส์หวยออนไลน์ ถ้าอายุต่ำกว่า 20 แล้วเกิดถูกหวย ไม่มีสิทธิ์ขึ้นเงินรางวัล

กระจายรางวัลออกมาเหลือ รางวัลละ 5 แสน-1 ล้านบาทก็พอ รับรองไม่ทำให้คนหมกมุ่น เสพติด หวยมากเกินไป และไม่ถือว่าเป็นหวยกินรวบ จะช่วยกระจายรายได้แน่นอน ไม่ก่อปัญหาทำให้คนรวยๆ ขึ้นไม่กี่ตระกุลในเมืองไทย แต่คนจนยากจน ลง จนกระจาย

อภิสิทธิ์ต้องเอากำไรจากหวยออนไลน์มาจ่ายเบี้ยคนพิการเพิ่มขึ้น และให้ตรงเวลา ตลอดชีพ ขอย้ำว่าต้องตรงเวลาจริงๆ และตลอดชีพ

ความคิดเห็นที่ 1

ก็เคยเสนอความเห็นไปแล้วว่า ไม่ต้องไปกลัวเอกชนฟ้อง เอาเครื่องตามสัญญาเดิมไปปรับเปลี่ยนขายสลากปรกติแทนให้ผู้ซื้อสามารถกำหนดเลขเองได้ เงินรางวัลก็ใช้วิธีเอาจำนวนคนถูกมาหารกัน หากไม่มีคนถูกก็ยกยอดไป รับรองว่าวิธีนี้จะสามารถแก้ปัญหาการขายสลากเกินราคาได้ เพราะหากสลากพิมพ์ขายกันแพงเกิน คนก็จะหันไปหาซื้อจากเครื่อง แล้วขายจากเครื่องสามารถกำหนดผู้ซื้อได้โดยใช้หมายเลขบัตรประชาชน คนถูกก็ไม่ต้องกลัวโดนขโมย เพราะรางวัลถูกระบุหมายเลขบัตร เผลอๆก็ยกเลิกสลากพิมพ์ไปเลยมาออกด้วยเครื่องแทนจะสามารถลดต้นทุนของสลากได้อีกเยอะ ปัญหาที่ทำไม่ได้มันอยู่ที่คนต่างหากว่าจะทำหรือไม่ หาข้ออ้างกันไปเรื่อยๆเพราะผลประโยชน์อะไรหรือเปล่า หวยใต้ดินก็ใช่ว่าจะปราบไม่ได้ หากนายกฯเอาจริงตั้งหน่วยงานกลางขึ้นมาจับกุมโดยให้รางวัลนำจับจากเงินที่ยึดได้จากเจ้ามือหวย แล้วก็ปกปิดผู้ให้เบาะแสเป็นความลับ หากมีการจับกุมเจ้ามือรายใหญ่ในพื้นที่สน.ไหนก็ให้สอบโทษทางวินัยรายแรงกับ ผกก.สถานนีนั้น ให้ไม่เกินหกเดือนหวยใต้ดินจะหายไปกว่า 80 เปอร์เซ็น ทุกอย่างนะมีทางแก้แต่คนมันไม่ทำมากกว่า

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement