บ้านเมืองเราตอนนี้ ส่วนใหญ่คนจะพูดว่าสิ้นหวัง ท้อแท้ โดยเฉพาะการเมืองที่ดูเหมือนไม่มีทางไป
แต่ก่อนมันอาจจะดูออกว่าสองแยกสามแยกแล้วเดี๋ยวก็ถึงที่หมายเอง แต่ตอนนี้มันเป็นร้อยแยก และแต่ละแยกที่ดูแล้วก็เหมือนจะเป็นทางตันทั้งนั้น คนส่วนใหญ่จึงรู้สึกไม่มีหวัง ผมคิดว่าสุดท้ายเราน่าจะมองไปที่วัฒนธรรมของความเป็นคนไทย วัฒนธรรมไทยมันไม่เหมือนใคร อย่างการมองหน้าแล้วยิ้มๆ แล้วให้อภัยนั้น เราได้เอามาใช้กันบ้างหรือยัง ผมว่าบ้านเราเนี่ย มีของดีที่สุดเลย ก็คือ วัฒนธรรม เรายังไม่เคยใช้วัฒนธรรมของเราจริงๆ มาเป็นอาวุธ
อันที่จริง เสน่ห์ของความเป็นไทยๆ นั้น มีอยู่หลายอย่างหากสามารถนำมาใช้และทำ เขายกตัวอย่างว่าเคยคุยกับ ทอดด์ ทองดี แล้วฝรั่งนามนี้บอกว่าเวลาเขามองวัฒนธรรมไทย เขาบอกเขาชอบอะไรบางอย่าง รวมทั้งชอบความเป็น "ไลฟ์สไตล์แบบคนไทย"
อาทิเช่น การไม่จริงจัง แม้แต่โกรธก็ไม่จริงจัง ฟังเผินๆ บางทีเหมือนโดนด่า แต่มาคิดอีกที ผมว่าการให้อภัยนั่นแหละ ฟังดูชุ่ย แต่เวลามันตึงมากๆ เรื่องแค้นกันนี่ชุ่ยๆ กันบ้างก็ดี อย่าไปตึงนัก เราเองเป็นคนไทยอยู่ใกล้มากจนลืมไปเหมือนกันว่าเราไม่เคยเคียดแค้นกันขนาดนี้
สำหรับแนวทางชีวิต ที่ควรจะเป็นนั้น ไม่นิยมให้อะไรต่างๆ มันตึงเกินไป เพราะเวลามันตึงก็เอาคำพระเข้ามาบอกว่า เออ ต้องหย่อนลงมาๆ หรือบางครั้งถ้ามันหย่อนมากๆ ก็เอาคำพระมา
ปรัชญาทางสายกลางของพระพุทธเจ้า ไม่เชยเลย ผมว่ามันเหมาะกับบ้านเมืองเราที่สุด ยิ่งกับยุคนี้ยิ่งเหมาะ สุดท้ายถ้าตัวเองรู้สึกตึงมากๆ ผมกระโดดออกมาจากตัวเองมายืนดูตัวเองเลย แล้วก็สมเพชตัวเองว่า ตึงไปแล้วมันได้อะไร
ผมว่าปัญหาการเมืองตอนนี้มันตึงหนักสุด มันเหมือนจะไม่เผาผีกันหรือเปล่า คนไทยเราไม่เป็นอย่างนี้ ไม่ว่าจะชาวบ้านร้านช่องหรือพ่อค้าแม่ขายอะไรก็ตาม บ้านเรามันไม่เคยรุนแรงแบบนี้
ส่วนของดีของบ้านเรานั้นมีเยอะจริงๆ น่าเสียดายว่ายังไม่ถูกนำเอามาใช้อย่างจริงจัง เนื่องจากของดีๆ ในบ้านเรานั้นมันมีเยอะเลย เราน่าจะงัดมาใช้กันบ้าง อาวุธของอเมริกาคืออะไร รถถังปืนใหญ่ จรวด หรือไอ้ที่แรงกว่านั้นคืออะไร ผมมองว่าฮอลลีวู้ดนี่แหละคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุดของอเมริกา เราดูหนังเราเห็นวิถีชีวิตของคนอเมริกา ฟังเพลงบูลส์ เพลงร็อค เพลงอาร์แอนด์บี นุ่งยีนส์ แม้แต่ท่าเต้นรำ อเมริกาส่งออกวัฒนธรรมให้คนทั้งโลกบริโภค ญี่ปุ่นเคยไม่ยอม แล้วก็ส่งออกวัฒนธรรมสู้ อย่างตอนนี้เกาหลีก็เริ่มส่งอาวุธของเขาโจมตีโลกแล้ว ดารานักร้อง ภาพยนตร์ แม้แต่ผักดองกิมจิ เขายังผูกเป็นเรื่องเป็นราว
มีคนบอกทำไมศิลปินบ้านเราไม่ทำงานอย่างฝรั่งอย่างเกาหลีญี่ปุ่นบ้าง เอาจริงๆ ศิลปินบ้านเราเก่ง ทั้งพื้นบ้าน ทั้งร่วมสมัย ทั้งโมเดิร์น เราไม่แพ้ใคร แล้วถามว่าเขาอยากทำงานดีๆ ที่มันส่งผลถึงเรื่องวัฒนธรรมระดับโลกมั้ย อยากจนอกแทบแตก แต่เรื่องแบบนี้ มันเป็นเรื่องระดับประเทศ ระดับชาติ คิดง่ายๆ งบประมาณสร้างหนังฝรั่งเรื่องหนึ่ง สามารถสร้างหนังไทยทุกเรื่องไปยี่สิบปี งบสร้างหนังไทยเรื่องหนึ่ง ถ่ายฉากเล็กๆ ของหนังต่างประเทศได้ไม่ถึงครึ่งฉาก แบบนี้เราจะสู้เขายังไงไหว ศิลปินไทยที่มีโอหังในความเป็นชาติไทย ต้องดูแลตัวเอง กินแกลบเอง แล้วจะสู้เขาได้ยังไง เวลามีโอกาสพูดเรื่องนี้กับผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ไม่ว่ารัฐบาลไหน ผมก็จะบอกว่ามันมีเรื่องอื่นๆ ที่เป็นวาระแห่งชาติมากกว่านี้ แต่ผมว่าเรื่องนี้แหละที่ควรจะเป็นวาระแห่งชาติ รัฐบาลเกาหลีใต้เขามีกองทุนภาพยนตร์แล้ว
แล้วอะไรบ้างล่ะ ที่เป็นของดีของไทย
การเกษตรโดยเฉพาะเรื่องต้นไม้ มองเห็นวัฒนธรรม ของสองอย่างนี้ อย่างเกษตรนี่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมองเห็นมาตั้งนานแล้ว ว่า บ้านเรานี่ต้องเกษตร เกษตรเป็นจุดแข็งของประเทศเรา เราหลงไปเป็นนิกส์อยู่นั่น เหมือนเราถูกหลอก อะไรต่อมิอะไรก็มาตั้งโรงงานที่นี่ จริงอยู่ ตัวเลขอะไรต่อมิอะไรทางเศรษฐกิจคงดีขึ้น แต่ตัวเลขด้านสิ่งแวดล้อมมันแย่ลง ที่สำคัญ ผู้คนทั้งระดับแรงงานและระดับความคิดหนีจากเกษตรมาหลงใหลกับนิกส์ไปหมด
ส่วนเรื่องศิลปวัฒนธรรมไทย ผมว่าของเรากลมกล่อมจะตาย เราอยู่ตรงกลางระหว่างจีนกับอินเดีย คนไทยเป็นศิลปิน แล้วก็ผสมทุกอย่างแบบลงตัวกลมกล่อม ทั้งเพลง ภาพวาด นาฏศิลป์ แม้แต่การแพทย์แผนไทยนี่ก็เป็นวัฒนธรรมผสมที่แข็งแรงมากของเรา เราเป็นนักผสมที่เก่ง เพลงไทยเรามีสำเนียงลาว เขมร ญวน จีน เพราะๆ ทั้งนั้น
(พรุ่งนี้กับข้อเสนอ "วิชาพอเพียง")
Tags : ประภาส ชลศรานนท์

ความคิดเห็นที่ 6
k.t.@hotmail.com , 15 ธันวาคม 2552 07:34
เมืองไทยดีมากมาย แต่คนก็อ่อนไหวตามกะแสมากไป ตามกะแสจัด ไม่คิดว่าอะไรคือใช่ไม่ใช่ทุกกะแสจึงเป็นเครื่องมือในการตักตวง แต่ก่อนสร้างกะแสก็ไม่รุนแรงมาก เอาอาวุธของสูงมาปั่นกะแส นี่คงคิดแล้วว่าเป็นหนทางที่จะชนะ เดียวนี้เลยยึดเป็นอาวุธประจํากายไปเลย แล้วก็สังคมมันเลยเป็นแบบที่รู้ที่เห็นนี่แหละ หาทางลงยาก นอกจากล้างเผ่าพันธุคนเริ่มให้หมด มองอย่างไงก็ยากที่จะหาทางออก เพราะฝ่ายกุมอํานาจไม่มีทางยอมแน่ เพราะกว่าจะได้มาด้วยอํานาจตอนนี้ลงทุนไปมาก อาจพูดได้ว่าเอาทุกอย่างที่มีในประเทศไปลงทุน แม้จะไม่ใช่ของๆมัน
ความคิดเห็นที่ 5
หย่อนแบบโง่ , 14 ธันวาคม 2552 20:57
เห็นด้วยครับจิก ... อย่าไปตึงกะเค้า เค้าจะรับประทานประเทศ จะโยนเศษให้ .. ก็เออออกันไป ... อิ่มเหมือนกันน่า ไปไป ... หย่อนกันนะ หย่อนกัน
ความคิดเห็นที่ 4
คำ , 14 ธันวาคม 2552 18:20
ขอสนับสนุนความเห็นของคุณทอง คห.1 มากๆ เมืองไทยเป็นเช่นนั้นจริงๆ พวกเอาแต่ประโยชน์ตน ไม่มีวัฒนธรรมใดๆ ทั้งสิ้น โดยเฉพาะสื่อที่อยู่ข้างคนเลว โกงชาติ
ความคิดเห็นที่ 3
คนไทย , 14 ธันวาคม 2552 18:00
คุณประภาส ชลศรานนท์ ครับบอกตรงๆ ว่า ความอยาก+ความเห็นแ่ก่ตัว คือสิ่งที่ทำให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้ไงครับ
คนไทยที่ยังคงรักกัน ให้อภัยกันก็มีอีกเยอะเหมือน คห.1 บอกไว้ หากแต่สภาพสังคมมันกำลังเดินห่างจากคุณธรรมมากขึ้นทุกๆ วัน สมัยนี้วิชา "พุทธศาสนา" ไม่มีสอนในวิทยาลัย หรือ มหาลัยกันแล้ว (นอกจากชมรมอิสระ) จึงส่งผลใ้ห้เกิดค่านิยมที่เน้นวัตถุ ส่งผลให้เกิดกิเลสครอบงำสภาพจิตใจ เน้นทำแต่สิ่งที่เป็นผลประโยชน์กับตัวเองและพวกพ้อง ถึงแม้จะผิดศีลธรรมก็ไม่แคร์
ความคิดเห็นที่ 2
คนไทย , 14 ธันวาคม 2552 17:30
เห็นด้วยกับ คคหหนึ่ง คนที่ยังมีวัฒนธรรมไทยไทย ไม่มีที่ยืนบนหน้าสื่อสารมวลชนหรือเปล่า ประเทศเราเลยมีสภาพไเหมือนไร้วัฒนธรรมเช่นนี้
ความคิดเห็นที่ 1
ทอง , 14 ธันวาคม 2552 16:10
ความจริงประชาชนคนไทยบนท้องถนนนั้น เขาก็มีวัฒนธรรมที่ดีอยู่แล้ว คนทั่วไปทำอะไรก็ไม่เห็นด่าทอใคร เดินไปชนเขาก็มักจะได้ยินคนกล่าวขอโทษ ถ้าเราเก็บของตกให้เขาก็มักจะได้ยินคำขอบคุณ แต่พวกที่คิดจะเอาแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง ของญาติพี่น้อง และของพรรคพวกต่างหาก ที่ไม่ได้มีวัฒนธรรมไทย หรือกลายเป็นคนไม่มีวัฒนธรรมอะไรทั้งสิ้น แล้วพวกนักการเมืองก็เป็นแบบนี้เสียกันทั้งนั้น วัฒนธรรมไทยยังพอมีให้เห็นอยู่บ้าง แต่บังเอิญกลุ่มคนที่เป็นข่าวอยู่ในสื่อมวลชนต่าง ๆ แทบทุกวัน ไม่ได้เป็นคนที่มีวัฒนธรรมอะไร