กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเมือง : บทวิเคราะห์

วันที่ 4 ธันวาคม 2552 15:30

ต้องทำให้ชุมนุมการเมือง "บนท้องถนน" ไม่ได้ผล

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

น่าห่วงว่าขณะนี้ความเป็น"รัฐ" แตกออกเป็นเสี่ยง การเมืองแบ่งออกเป็นหลาย"ก๊ก" และทุก"ก๊ก" ก็มีศักยภาพในการเป็น"รัฐ" นั่นคือการใช้ความรุนแรง

ความรุนแรงระหว่างกลุ่ม รู้สึกว่ามันลดน้อยลง แต่ไม่ใช่ว่าไม่น่าห่วงความรุนแรง อาทิเช่น ถ้าเสื้อแดงเขาชุมนุม แล้ววิธีการของรัฐ ไปยิงเข้าแล้วมันบานปลายออกมา อันนี้ก็น่าห่วง ถามว่ารัฐบ้าพอที่จะไปยิงเขาไหม ผมไม่รู้เหมือนกัน ถามว่าคุณอภิสิทธิ์จะทำไม คุณอภิสิทธิ์ไม่ทำหรอก เพราะแกไม่ใช่คนนิสัยอย่างนั้น แต่ขอโทษ คุณอภิสิทธิ์เป็นรัฐหรือ ไม่ใช่ เวลานี้รัฐของเราแตกแยกหมดนะ คุณเนวิน (ชิดชอบ) เป็นส่วนหนึ่งของรัฐไหม คุณอนุพงษ์ (เผ่าจินดา) เป็นไหม ถามว่ารัฐไม่ใช้ความรุนแรง ไม่รู้ หมายถึง รัฐไหน อภิสิทธิ์ มันไม่ใช้ แต่รัฐอื่นไม่รู้
 

วิธีการทำให้ทุกฝ่ายเข้าไปอยู่ใน "กรอบ" จะทำอย่างไร
 

วิธีการ คือ ต้องทำให้การชุมนุมทางการเมืองนอก "กรอบ" เหล่านี้ ใช้ไม่ได้ผลในทางการเมือง แต่รัฐบาลก็ต้องยอมรับว่าการชุมนุมเป็นเรื่องปกติ ที่สามารถทำได้ตามระบอบประชาธิปไตย
 

ก๊กจะมากขนาดไหนก็แล้วแต่ ต้องยึดกติการ่วมกัน เวลานี้เราไม่ได้ใช้กติการ่วมกัน และกติกาก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เวลานี้การชุมนุมบนท้องถนนเป็นเรื่องปกติ...คือ จะทำอย่างไรให้การชุมนุมบนท้องถนน ต้องไม่ให้มันได้ผล เวลานี้ที่เราทำอยู่ ก็คือ เป็นการทำการชุมนุมเป็นสิ่งที่ได้ผล
 

ส่วนแนวโน้มนโยบายประชานิยม ที่ทุกพรรคการเมืองหันมาชูเป็นนโยบายหลักในวันนี้นั้นทุกพรรคการเมืองเดินตามแนวคิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ที่ริเริ่ม "ประชานิยม" แต่ประชานิยมของพรรคการเมือง ก็เป็นเพียงแค่ "ประชานิยมแบบหาเสียง"
 

แต่เมื่อเปรียบเทียบระหว่างประชานิยมในยุคของ พ.ต.ท.ทักษิณกับยุคพรรคประชาธิปัตย์ แนวทาง พ.ต.ท.ทักษิณน่าจะดีมากกว่า เพราะนโยบายประชานิยมของ พ.ต.ท.ทักษิณได้จากการมี "ข้อมูล" โดยเฉพาะจากองค์กรพัฒนาเอกชน (เอ็นจีโอ) ซึ่งถือว่ามีความใกล้ชิดประชาชนระดับล่างมากกว่าระบบราชการ และเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของประชาชน
 

อย่างไรก็ตาม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ "คิดไปไกล" กว่าที่ "ทำ" แต่เนื่องจากข้อจำกัดทางการเมือง โดยเฉพาะเงื่อนไขทางการเมืองปัจจุบัน  "ผมถึงบอกถึงเสียดายคุณอภิสิทธิ์"
 

เมื่อคุณอภิสิทธิ์ขึ้นมา สิ่งที่คุณอภิสิทธิ์หยิบขึ้นมา คือ ต้องการหาเสียงกับประชาชนให้มากที่สุด เพื่อหยุดฝ่ายตรงข้ามไว้ แกก็ทำสำเร็จพอสมควรในการที่จะเอาเงินไปช่วยซื้อความนิยมของคน แต่มันไม่ได้ผล
 

เหตุที่ "ไม่ได้ผล" เพราะนโยบายของรัฐบาลประชาธิปัตย์เพียงหวังผลระยะสั้นเท่านั้น แต่ไม่ได้คิดถึงผลระยะยาวจากการทุ่มเทงบประมาณ
 

สำหรับบทบาทของ "สื่อมวลชน" ที่นับวันจะมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์บทบาทของสื่อมวลค่อนข้างมากในการนำเสนอข่าว ดังนั้น หากสื่อมวลชนต้องการรับใช้สังคมจริงต้อง "ปรับกันทั้งขบวน"
 

สื่อทั้งหมดในโลกปัจจุบันนี้ มีปัญหาแล้วนะ มันกลายเป็นธุรกิจ 100% เต็มไปแล้ว เมื่อเป็นธุรกิจ 100% คุณให้ความสำคัญกับการสืบหาข่าว การสอบสวนข่าวน้อยลง แต่คุณไปดูว่าข่าวที่คุณจะมาสื่อนี่ จะสามารถทำกำไรให้กับบริษัทได้หรือไม่
 

เขายังวิจารณ์ในแง่การทำงานของ "คนข่าว" ที่สังเกตเห็น คือ "ความอีเรื่อยเฉื่อยแฉะ" ของผู้สื่อข่าวในปัจจุบัน และเกิดข้อสงสัยว่าบางเรื่องทำไมสื่อไม่ได้ติดตามกัน จึงยังไม่แน่ใจว่านักข่าวที่เกาะติดนักการเมือง หรือเรื่องราวต่างๆ นั้น มีความเข้าใจภาพรวมในประเด็นปัญหาที่พยายามจะ "เจาะ" แค่ไหน
 

ตัวอย่างการฝึก "เด็กใหม่" ในยุคสมัยของนายกุหลาบ สายประดิษฐ์ หรือ "ศรีบูรพา" นักหนังสือพิมพ์ยุคแรกๆ นักข่าวใหม่ในสมัยนั้นทำหน้าที่ "เด็กซื้อโอเลี้ยง" ซึ่งไม่ใช่เป็นงานที่น่ารังเกียจ แต่เป็นการฝึกให้นักข่าวใหม่ได้เรียนรู้การถกเถียง และนำไปสู่ "ประเด็นข่าว" ซึ่งไม่ใช่การสั่งของหัวหน้าโดยตัวเองไม่เข้าใจและเรียนรู้ในประเด็น
 

แต่สื่อปัจจุบันกำลังถูกท้าทายจากโลกอินเทอร์เน็ต หากสื่อไม่ปรับตัวเองก็จะเกิดปรากฏการณ์ "ตามไม่ทันผู้อ่าน" ซึ่งสื่อปัจจุบันจะเผชิญกับการท้าทายมากขึ้น


(ฉบับวันจันทร์ ติดตามมุมมองของนายแบงก์ "บัณฑูร ล่ำซำ")
 

 

Tags : พรรคประชาธิปัตย์

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 25

เรื่องการใช้หนี้ไอเอ็มเอฟนั้น ประเทศไทยผ่อนใช้หนี้ก่อนที่ทักษิณเข้ามาเป็นนายกฯ และผ่อนใช้หนี้เกินกว่าที่ได้ทำสัญญาไว้กับไอเอ็มเอฟตั้งแต่ต้น ไปเอาตัวเลขการใช้หนี้จากหน่วยงานที่เกียวข้องมาดูก็จะเห็น เพราะการส่งออกของเราดีขึ้นก่อนหน้าทักษิณเข้ามาเป็นนายกฯ แต่ก็เป็นเพราะผลงานของเอกชน และเพราะค่าเงินบาที่ตกต่ำแบบสุด ๆ ไม่ใช่เพราะนโยบายหลัก ๆ ของรัฐบาลในยุคนั้นเหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 24

ทีประเทศไทยใช้หนี้ไอเอ็มเอฟนั้น ไม่ใช่เพราะโครงการทักษิณเลย โครงการทักษิณคือ OTOPS ครัวไทยสู่โลก หวย รักษาฟรี บัตรอีบีทการ์ด แต่ที่ไทยคืนเงินไอเอ็มเอฟได้นั้น เพราะไทยส่งรถยนต์ อุปกรณ์ไฟฟ้า อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ข้าว ไก่ กุ้ง และสินค้าอื่น ๆ ไปขายต่างประเทศได้ พวกบริษัทรถยนต์ส่งรถไปขายต่างประเทศได้ นั้น เป็นเพราะเขามีโรงงานในไทยตั้งแต่หลายสิบปีมาแล้ว แล้วเขาก็ส่งไปขายเอง ทักษิณไม่ได้ช่วยอะไร ส่งไปขายได้เพราะเงินบาทเหลือ 40 บาทต่อเหรียญ ก็เลยขายได้ เงินบาทเหลือ 40 บาทต่อเหรียญก็ไม่ใช่ฝีมือทักษิณอีก สินค้าอื่น ๆ ก็เหมือนกัน เขาส่งออกกันมาตั้งแต่ก่อนทักษิณมาเป็นนายกตั้งนาน ไม่มีทักษิณสินค้าก็ขายได้ เพราะขายกันมาตั้งนานแล้ว แล้วก็ไม่ใช่ผลงานของรัฐบาลไหน เป็นผลงานของพวกเอกชน รวมทั้งเป็นเพราะเงินบาทของเราอ่อนค่าลงไปเอง โครงการของทักษิณไม่ได้ทำให้ส่งออกได้มากขึ้น ต่อให้ทักษิณมาเป็นนายกฯ ในตอนนี้ ก็คงจะช่วยส่งออกของเราไม่ได้ เพราะเงินบาทของเราตอนนี้กลายเป็น 34 บาทต่อเหรียญไปแล้ว ส่วนราคายางหรือข้าวนั้นก็ไม่ได้อยู่ที่ผลงานรัฐบาล แต่เป็นเพราะสินค้าในตลาดโลกขาดแคลน ก็ทำให้ราคายางและข้าวแพงขึ้น ส่วนประชาธิปัตย์ที่ลอกโครงการประชานิยมมานั้นก็ไม่ใช่เป็นสิ่งดีอะไร เพราะโครงการประชานิยมนั้น ไม่ได้เป็นการทำให้ประชาชนพึ่งตัวเเองได้ในระยะยาว ไม่ได้ทำให้ประชาชนทำมาหากินได้เอง โครงการของทักษิณแต่ละโครงการเอามาวิเคราะห์ดูว่าได้ผลอะไรบ้าง และเสียทรัพยากรอะไรไปบ้าง ไม่ใช่ออกข่าวแต่ตอนแจก แต่ไม่เคยมีการวิเคราะห์ว่าแจกแล้วได้อะไรที่เป็นสาระสำคัญ อย่างนี้ถ้าทำธุรกิจก็เจ๊ง แต่รัฐบาลไม่มีการเจ๊ง เพราะมีเงินไม่จำกัด

ความคิดเห็นที่ 23

# 16 อ่านแล้วขำกลิ้ง ไม่รู้ไปหมกอยู่ที่ไหนไม่ทันโลกเอาซะเลย ช่วงปี 40-43 ก่อนทักษิณเป็นนายกประเทศแทบสิ้นชาติเพราะไอเอ็มเอฟ ทำไมไม่รู้เรื่องเลย หรือแกล้งลืม

ประชานิยมไม่ดี เมื่อก่อนก็ด่าแต่ทำไมมาร์ค ประชาวิบัติลอกเอาลอกเอา แต่ก็เอามาใช้ไม่เป็น เช่น แจกเงิน2000บาท ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำทิ้ง..ตอนนี้ก็มีแต่กรู้กะโกง บ้านเมืองเป็นยังไงต้องลงไปสัมผัส หาดูข่าวที่ไม่ใช่เขียนเชียร์รัฐบาลดูบ้าง..ยาเสพติด โจร การโกง เต็มไปหมด คือสัญญาณอันตราย ถ้าไม่แก้ แก้ไม่เป็นจะหนักขึ้นเรื่อยๆ
ตอนนี้ไทย โจรและเผด็จการครองเมือง ตุลาการก็วิบัติ สังคมเสื่อมทรามลงไปเรื่อยๆ เป็นสังคมโจรจอมโกหกสร้างภาพ ถ้าใครไม่โกงไม่เป็นพวกรัฐบวมประชาวิบัติ ใครที่เคยสบายระวังไว้บ้านเมืองลุกเป็นไฟสักวันแล้วจะรู้สึก..

ความคิดเห็นที่ 22

อยู่ที่มุมมองของใคร ว่าจะมองแบบใด
ถ้านักการเมืองขี้เหม็นมอง ก็จะคิดว่าการเดินขบวนเอ้ย การชุมนุมทางการเมือง แหมผมชักติดภาษาโบราณรุ่นอาจารย์นิธิแล้วล่ะ สมัยนั้นเขาเรียกการชุมนุมทางการเมืองว่า การเดินขบวนประท้วงรัฐบาล เห็นไหม แค่มุมมองของเวลา ของยุค นิยามก็เพี้ยนแล้ว จะหาสารัตถะอันใดกับโลกใบนี้ล่ะอาจารย์ อย่าคิดมาก ซีเรียสไปหน้าก็ย่น ความดันก็ขึ้น ชีวิตก็สั้นลง กับอีแค่คำว่าชุมนุมทางการเมืองโดยระบอบประชาธิปไตย กับคำว่าเดินขบวนประท้วงในมุมมองของรัฐบาลยุคโบราณ เราก็จะเห็นความแตกต่างแล้ว ว่าการยืนอยู่บนภูดูสถานการณ์นั้นแตกต่างกันโดยวันเวลา ดังนั้น จะอาศัยจุดยืนของอดีตมาเป็นคำตอบของอนาคตนั้นมิได้ครับ การจะหาคำตอบในเรื่องใดๆจะให้ได้คำตอบ อย่างเป็นรูปธรรมเป็นประสิทธิภาพนั้น เราต้องยืนอยู่บนปัจจุบัน แล้วมุ่งไปสู่อนาคต มิใช่มองอดีตแล้วก้าวสู่อนาคต อันนี้เป็นวิธีคิดที่ผิดครับ อย่าหาว่าเด็กสอนผู้ใหญ่เลย แต่การที่คนที่มีอำนาจ มีความรับผิดชอบต่อบ้านเมืองแล้วไม่มีกึ๊น ไม่มีไอเดีย ไม่มีวิธีการมองสถานการณ์สภาพวิสัยประเมิน วิเคราะห์ ทำนาย เหตุการณ์ ของปัญหาได้อย่างถูกต้องแม่นยำแล้วนำมาเจียรไนสังเคราะห์ ให้เป็นคำตอบ นั้นน่าหนักใจครับ ขอจบแค่นี้ครับ วันนี้จริงๆว่าจะเข้ามาอ่านเฉยๆแต่อดไม่ได้ เห็นพูดถึงเรื่องภาคประชาชนแล้วมันคันไม้คันมือครับ สุดท้ายขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนทำดีเพื่อพ่อหลวงครับ

ความคิดเห็นที่ 21

ฟังไม่รู้เรื่อง พูดอะไร ปัญญาอ่อน

ความคิดเห็นที่ 20

เห็นด้วยกับอาจารย์ครับ

ความคิดเห็นที่ 19

หมอนี่ แสดงความเป็นเสื้อแดงชัดเจนมาตั้งนานแล้ว จะมีสมองคิดอะไรให้เป็นกลางได้อย่างไร แล้วที่เขาลือกันว่าหักหลังเพื่อนน่ะแก้ข้อกล่าวหาหรือยัง ?

ความคิดเห็นที่ 18

นิธิ เดี๋ยวนี้ก็เป็นแบบบิ๊กจิ๋ว มองอะไรไม่ออก ไม่รู้ว่าแกล้งโง่ หรือโง่จริง การเปรียบเทียบเรื่องการเมืองบนท้องถนน ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ รูปแบบไม่ได้สำคัญเท่ากับเนื้อหาและจิตวิญญาณ ถ้าเป็นถึงศาสตราจารย์แล้ววิเคราะห์ได้แค่นี้ * ตู่ ก็คงเป็นได้

ความคิดเห็นที่ 17

คิดอะไรอยู่ บ้าหรือเปล่า

ความคิดเห็นที่ 16

เรื่องโครงการประชานิยมนั้นไม่ว่าจะทำโดยทักษิณหรือรัฐบาลไหน ก็ไม่ดีอยู่แล้ว เพราะโครงการประชานิยมก็คือโครงการที่รัฐบาลทำขึ้นเพื่อให้ตนเองได้คะแนนเสีย แต่สังคมส่วนรวมไม่ได้ประโยชน์ด้วย รัฐบาลคิดแต่เพียงว่าทำอย่างเพื่อให้ประชาชนลงคะแนนให้ตัวเองก็พอ เพราะไม่มีความสามารถในการสร้างคะแนนเสียงจากการบริหารบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองได้ ในสมัยก่อนทักษิณก็ไม่มีใครทำโครงการแบบนี้ บ้านเมืองก็เจริญรุ่งเรือง อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจก็สูงกว่าสมัยที่ทำโครงการประชานิยม คนจนยกฐานะขึ้นได้จำนวนเป็นล้าน ๆ คนจนมีรถขับกันจนถนนไม่พอใช้ มีบ้านอยุ่ราคาเป็นล้าน ส่วนที่คุณนิธิบอกว่าโครงการประชาชนิยมของทักษิณดีกว่าของประชาธิปัตย์ก็พิสูจน์ได้ยาก ไม่ได้ยกเอารายละเอียดของโครงการมาวิเคราะห์ถึงผลที่ต้องเสียไปกับผลที่ได้มา พูดลอย ๆ ว่าโครงการประชาชนิยมของคุณทักษิณดีกว่า เพียงแค่อ้างว่ามีข้อมูลจากองค์กรบางแห่งอย่างห้วน ๆ โดยไม่มีรายละเอียดมาประกอบเลย อย่างนี้จะไปเชื่อได้อย่างไร ถ้าทำข้อสอบก็ไม่รู้จะให้คะแนนอย่างไร

ความคิดเห็นที่ 15

พวกพันธมารช่างดีเลิศประเสริฐศรี ขอโทษ ถ้าพวกพันธมารไม่ออกมาเจือกบ้านเมืองจะเป็นแบบนี้หรือ

เพียงแค่ต้องการชำระแค้นที่ไถเงินและสั่งทักษิณไม่ได้ ก็ไปปลุกทหารมาปฏิวัติ ตอนนี้บ้านเมืองวิบัติขนาดไหนต่างจากสี่ห้าปีที่แล้วขนาดไหนกรุณแหกตาดูโลกมั่งเน้อพวกขี้ข้าโจรเจ็กกาบถ

เมื่อไหร่ที่สื่อชั่วASTV สูญพันธุ์ โจรยึดสนามบินติดคุกหรือโดนยิงเป้า ประเทศเป็นประชาธิปไตยให้ประชาชนตัดสินเลือกคนที่จะมาเป็นนายก ไม่ใช่รอใบสั่งจากขันทีบ้านสี่เสา เมื่อนั้นบ้านเมืองสงบสุข

ความคิดเห็นที่ 14

เลิก... การเมืองบนท้องถนน ...ได้อย่างเด็ดขาดคือ
.. คนในสภา.ทั้งบนและล่าง .. และนักการเมืองต้องเลิก ..เลว..
และ ปชช.ต้องเลิกคิดว่า เลวได้แต่ต้องแบ่งปัน

ความคิดเห็นที่ 13

ผมเห็นด้วยกับบทความนี้ แต่อยากเสริมมุมมองเพิ่มเติมว่า ปัญหาที่มากมายในปัจจุบันนี้เกิดจาก การเมืองบนท้องถนน ที่แย่มากของกลุ่มคนต่างๆที่ทำเพียงเพื่อเอาชนะโดยไม่ได้รักประเทศอย่างแท้จริง(แต่เอาประเทศมาอ้างสร้างความชอบธรรม) และที่น่าเสียใจคือมีการร่วมมือกันจากลุ่มคนที่มีอิทธิพลฯมาล้มหลักประชาธิปไตย โดยสร้างความเชื่อว่าที่ผ่านมาไม่ใช่(อ้างการซื้อเสียงเป็นธง) ทั้งที่มันค่อยๆพัฒนามาตามลำดับ เสาหลักขาดมโนธรรมเข้าข้างร่วมกันสร้างตราบาปแห่งสังคมจึงทำให้ปัญหาไม่คลี่คลาย ตราปใดที่กลุ่มคนที่เข้ามามีอำนาจไม่สำนึกก็ยากที่จะนำความปรองดองกลับมาได้ (เสียดายสัญลักษณ์เสื้อเหลืองที่งดงามถูกนำไปใช้ทางการเมืองเกิดความด่างพร้อยกับสัญลักษณ์ที่บริสุทธิ์ของประชาชน) พรรคการเมืองที่แย่ที่สุดในสายตาคงหนีไม่พ้น ปชป. ที่ใช้การเสี้ยมกลุ่มมวลชนหาผลประโยชน์แก่กลุ่มตนและเข้ามามีอำนาจเพราะเล่ห์เหลี่ยมทางการเมืองที่มีเบื้องหลังไม่ใช่ประชาธิปไตย แต่ยังภูมิใจกับการมีอำนาจอย่างไม่ละอาย นี่หรือ คือคุณธรรม ความดีที่น่าจดจำเอาอย่าง เมื่อเริ่มต้นไม่ดีแล้วจะพบความดีในบันปลายได้อย่างไร สงสารประเทศไทย

ความคิดเห็นที่ 12

พูดทีไรก็ลิ้นแดงสองแฉกโผล่ทุกที
แก่ขายตัว
นักวิชาการทาสเงิน

ความคิดเห็นที่ 11

บทความนี้ เลอะเทอะจริงๆ อ่ะ เจ้าของบทความควรเขียนเรื่องที่ตัวเองทำสำเร็จแล้ว เช่นมั่วกับเมียเพื่อนดีกว่า จะมีคนคล้อยตามกว่าเยอะ

ความคิดเห็นที่ 10

การชุมนุมบนท้องถนนจะได้ผลหรือไม่ด้ผล ขึ้นอยู่กับว่าการชุมนุมนั้นเป็นการชุมนุมเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมหรือไม่ ถ้าประชาชนเขาเห็นว่าหรือเชื่อว่ามีวัตถุประสงค์อย่างนั้น ประชาชนก็เข้ามาร่วมด้วยโดยไม่ต้องไปจ้าง แต่ถ้าเป็นการชุมนุมเพื่อสร้างผลประโยชน์ส่วนตัวให้กับบุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ประชาชนก็คงไม่เข้าไปร่วม นอกจากว่าจะไปจ้างเขาไปร่วมด้วย ส่วนการชุมนุมบนท้องถนนจะมีมากหรือน้อยเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับว่าประชาชนเขาพอใจกับพวกผู้บริหารราชการแผ่นดินหรือไม่ ถ้าเขาไม่พอใจ เขาก็แสดงออกด้วยการเรียกร้องในรูปต่าง ๆ ซึ่งเมื่อพูดกันดี ๆ พวกนักการเมืองไม่ฟัง มันก็ต้องไปชุมนุมกันแสดงพลังให้นักการเมืองเห็นว่าประชาชนเป็นเจ้าของประเทศที่แท้จริง ส่วนนักการเมืองเป็นแค่ลูกจ้าง นักการเมืองจะได้ไม่เหิมเกริมคิดว่าตัวเองเป็นเจ้านาย ส่วนประชาชนเป็นผู้ที่ถูกปกครอง เหมือนกับเมื่อครั้งที่ทักษิณบอกว่าถ้าจังหวัดไหนไม่เลือกทักษิณจังหวัดนั้นก็จะไม่ได้เงิน

ความคิดเห็นที่ 9

ไม่เห็นจะเกี่ยวกับเรื่องชุมนุมบนท้องถนน
ตรงไหนเลย
เห็นๆกันอยู่ว่าตราบใดที่รัฐไม่เป็นธรรมาภิบาล
จริงๆ ยึดผลประโยชน์ของชาติและลูกหลานเป็นที่ตั้ง จะคิดทำอะไรก็ติดขัดไปหมด เพราะมันไม่ซื่อสัตย์ต่อส่วนรวม
อย่างกรณีมาบตาพุด ถ้าประชาชนไม่ร่วมมือกับเอ็นจีโอ จะมีใครไปสนใจชีวิตของพวกเขาบ้าง ทั้งๆที่ไม่ใช่คนผิดแล้วทำไมต้องมารับกรรมชดใช้กันด้วยชีวิตมานานนับสิบปี
หรือแม้แต่เรื่องของพันธมิตร มีสิ่งใดบ้างที่พวกเขาเรียกร้องเพื่อตัวเอง
ถ้าเพียงแต่รัฐซื่อสัตย์ เอาผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นที่ตั้ง
ก็จะไม่มีใครให้ความสนใจการกลุ่มการเมืองนอกคอกเลย
บทวิเคราะห์นี้มั่ว!
ขอเรียกร้องให้เครือเนชั่นพิจารณาข้อเขียนของพวกนักวิชาการมีสี โดยเฉพาะสีที่ส่อไปในทางที่ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี
การที่ปล่อยให้เขาเล่าความเท็จ หรือความจริงเพียงแค่เสี้ยวเดียว เท่ากับว่าคุณกำลังสนับสนุนพวกชาติชั่วอยู่ในที

ความคิดเห็นที่ 8

หน้าด้านพูดจริงๆนะ เจ้าเฒ่าหัวงู แดงชุมนุมต่างหากที่นิยมความรุนแรง ถ่อยเถื่อน ดีที่อภิสิทธิ์ไม่สั่งปราบยิงทิ้ง ถ้ายิงทิ้งไปเสียแผ่นดินสูงขึ้นทวีคูณ รักชอบนายตักขี้ก็ไปอยู่กันที่ดูไบสิ ไปเสพกามกันที่นั่นเลยไป มีอีตัวไปส่งส่วยกันทุกเดือนอยู่แล้ว ของโปรดของเฒ่าวงุฒษฏมิใช่หรือ

ความคิดเห็นที่ 7

เขาพุดก็ถูกของเขา แปลกจัง พวก * โง่ที่ให้สนธิ-ผู้จัดการสนตะพายไล่ขวิดฟืดฟาดอย่างไม่มีสมอง ไปถามสนธิ นายเหนือหัวคุณหน่อยเถอะ เอาเงินฟาดหัวผู้หญิงมากี่ร้อยคนแล้ว ดารากี่ร้อยคนเรียงหน้าไปให้ * เฒ่าบ้ากามวันฟัน หัดรู้ซะบ้างว่า พฤติกรรมน่าขยะแขยงอย่างนี้เนี่ยที่พวก * โง่เทิดทูนไว้เหนือหัว ขนาดก้มประนมมือแต้รับพรมน้ำมนต์อย่าง * หื่นกาม จะอาเจียรพวก * โง่

ความคิดเห็นที่ 6

ต้องหาวิธีแปลงเมียเพื่อนเป็นเมียตน และแปลงเมียตนให้เป็นอดีตเมีย..... นี่ล่ะมั้งที่ ท่านเจ้าของบทความถนัด

ความคิดเห็นที่ 5

ถูกต้องแล้ว อ่ะ อาจรรย์ ด้วยความเคารพ

ความคิดเห็นที่ 4

เห็นด้วยกับอาจารย์

ความคิดเห็นที่ 3

นานมาแล้ว ที่การชุมนุมบนท้องถนนไม่ได้ผลอะไร 14ตุลา 6ตุลา พฤาภาทมิฬ สมัชชาคนจน ล้วนไม่ได้ผลอะไร จนเมื่อก่อเกิดพันธมิตรพิทักษ์สถาบัน ได้ประสิทธิภาพอย่างมากมาย สามารถยึดทำเนียบด้วยอริยะขัดขืน สามารถกำราบรัฐบาลแห่งความชั่วร้ายได้ด้วยการประท้วงปิดสนามบิน ด้วยพลังแห่งอริยะชนทั้งหลายนั้นแล จึงก่อเกิดพรรคการเมืองใหม่ ที่หัวหน้าพรรคมีพลังคุ้มกันอาวุธและเภททั้งทั้งปวงได้ รอดพ้นกระสุนร้อยฮามาได้ อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาในปรวัติศาสตร์ชาติไทยมาก่อน

ความคิดเห็นที่ 2

ตัวเองดีแค่ไหนว่ะ ในความเป็นนักวิชาการ?
ในความเป็นนักสื่อ? ทุเรศทั้งนั้นเลย แต่ยังใส่เกือกมานั่งสอนคนอื่น...ถุย

ความคิดเห็นที่ 1

อ่าน * บ้านี่วิเคราะห์แล้วทุเรศว่ะ
ไปผูกคอตายเสียดีกว่าน่ะ
ออกมาพูดอะไร เขียนอะไร
มีแต่ขยายขี้เท่อ ไม่รู้จบ...

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement