วิกฤติที่เกิดขึ้นและจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต เป็นวิกฤติเชิงโครงสร้าง ที่น่าห่วงว่าประเทศไทยจะออกจากกับดักนี้อย่างไร
สังคมไทยวันนี้ กำลังเผชิญกับวิกฤติในหลายด้านพร้อมๆ กัน แต่วิกฤติที่เรากำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติทางด้านการเมือง สังคมและเศรษฐกิจ ล้วนแต่มาจากสิ่งที่เรียกว่า "วิกฤติเชิงโครงสร้าง"
เวลาเรามองทางออก พูดถึงวิกฤติทั้งหลาย ผมคิดว่าเรามองง่ายเกินไปว่าเสื้อสองสีจะตีกัน หรือว่ารัฐบาลจะไปตีเสื้อสีใดสีหนึ่ง อะไรทำนองนี้ แน่นอนว่า ความรุนแรงก็เป็นวิกฤติอย่างหนึ่ง...มีวิกฤติอีกหลายอย่าง เช่นเวลานี้ประเทศไทยมีรัฐบาลที่อ่อนแอที่สุดเท่าที่รัฐบาลเคยมีมา
ใครมาเป็นรัฐบาลก็อ่อนแอทั้งนั้นในสภาพการเมืองอย่างนี้ หากคนคิดว่าสิ่งนี้เป็นวิกฤติ มันวิกฤติมากๆ เลย เรากำลังเผชิญหน้ากับการค้าเสรี ถามว่าเรามีปัญญาเตรียมตัวได้ไหม ไม่มี ไม่มีหมดเลยสักอย่าง ถามว่าอันนี้วิกฤติไหม..."ยิ่งกว่าวิกฤติเสียอีก"
วิกฤติเชิงโครงสร้าง เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจของไทยในช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมา ซึ่ง "คนไทยเปลี่ยนไปมาก" การพัฒนาประเทศในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เกิดคนกลุ่มใหม่จำนวน "มโหฬาร" คือ คนชั้นกลาง และภาคชนบทก็เปลี่ยนแปลงไปกลายเป็นเมือง การเปลี่ยนแปลงนี้เอง ทำให้คนเหล่านี้ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น
วิกฤติทั้งโครงสร้าง ซึ่งเราไม่ได้สนใจกันอย่างเพียงพอ ทำให้เราแก้ปัญหาไม่ได้ อาทิเช่น ในเชิงโครงสร้างทางสังคมและเศรษฐกิจของไทย คนไทยเปลี่ยนไปมากแล้ว เราไม่มีชาวนาเหลืออยู่แล้ว
ชาวนาในความหมายที่ฝรั่งเรียกว่า peaseant คือ ปลูกเพื่อกิน ชาวนาทุกคนคือพ่อค้า...เขาต้องการความสนใจจากภาครัฐมากกว่าเดิม ขณะเดียวกัน คนชั้นกลางก็เพิ่มขึ้นอย่างมโหฬาร คนเหล่านี้ก็ทนไม่ได้จากรัฐบาลที่มีทุจริตคดโกง ทนไม่ได้กับนโยบายที่ตัวเองไม่ได้รับผลประโยชน์ อยากจะเข้ามามีส่วนร่วม ฉะนั้นสภาพการเปลี่ยนแปลงสังคม มันก่อให้เกิดความตึงเครียดทางการเมือง
การเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยนี้เอง การมองว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของ "ชนชั้น" อย่างเดียวไม่เพียงพอ ไม่ใช่เรื่อง "ชนบท-เมือง" "ชนชั้นล่าง-ชนชั้นกลาง-ชนชั้นสูง" หากเราจะเข้าใจสังคมไทย เราต้องเอาเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เกิดขึ้นมาร่วมวิเคราะห์ด้วย
เวลาเราพูดว่าเห็นด้วยกับเรื่องโน้นเรื่องนี้ แปลว่าเราเห็นด้วยกับเครื่องมือการวิเคราะห์หรือไม่
ผมคิดว่าเครื่องมือการวิเคราะห์เรื่องชนชั้นอธิบายได้ส่วนหนึ่ง แล้วก็เป็นส่วนสำคัญพอสมควร อีกส่วนหนึ่ง ก็คือ การเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่ผมพูดถึง คนชั้นกลางเองก็มีความมุ่งหวังในชีวิตแตกต่างจากคนชั้นกลางในสมัยก่อน ชนชั้นกลางในสมัยใหม่เขาต้องการสองอย่าง อันที่หนึ่งเขาต้องการสุขภาพที่ดี อันนี้เป็นของใหม่นะ อันที่สอง เขาต้องการให้ลูกหลานได้รับการศึกษาที่ดี คือ พร้อมจะลงทุน คุณจะลงทุนการศึกษาให้แก่ลูกของคุณมากกว่าที่พ่อของคุณลงทุนให้การศึกษาของคุณ อันนี้เป็นความเปลี่ยนแปลงเหมือนกัน
ดังนั้น วิกฤติสังคมในครั้งนี้ เป็นเรื่องระดับโครงสร้างทั้งหมด และเป็น "วิกฤติจริง" ไม่เพียงได้เป็นเรื่องของ "ความรู้สึกว่ามันวิกฤติ" แต่สังคมกลับไปให้ความสนใจกับ "ปรากฏการณ์" ที่เกิดจากวิกฤติ คือ การแบ่งแยกเป็นเสื้อเหลือง-เสื้อแดง
แต่พรรคการเมืองของไทยก็ไม่สามารถรับมือกับวิกฤติได้
เหมือนไม่มีรัฐบาล ประชาธิปไตยมีความเสี่ยง เพราะเมื่อคุณอยู่ท่ามกลางความอ่อนแอแบบนี้ ทำให้ประชาชนเห็นว่าประชาธิปไตยมันไม่ตอบปัญหา ก็พร้อมจะเปิดให้ระบอบอื่นเข้ามาแทน ก็จะวิกฤติอีก ดังนั้น ตัววิกฤติจริง คือ ความเปลี่ยนแปลงของสังคม ซึ่งระบบการเมืองของเรารับไม่ได้
ดังนั้น ให้ห่วงวิกฤติอื่นให้มาก เพราะวิกฤติอื่นนั่นแหละที่เป็นตัวทำให้เกิดวิกฤติ อย่าไปห่วงแต่ตัวปรากฏการณ์ โดยไม่ห่วงไปถึงวิกฤติอื่นที่สำคัญกว่า
(พรุ่งนี้กับการวิเคราะห์เหตุใดคนไทย "พร้อมจะให้ทหารเข้ามา")
Tags : วิกฤติเชิงโครงสร้าง • นิธิ เอียวศรีวงศ์

ความคิดเห็นที่ 9
สุธน หิญ , 4 ธันวาคม 2552 00:38
ที่ดินคือเงื่อนไขแห่งชีวิต การปล่อยให้เอกชนมีกรรมสิทธิ์แทบจะเต็มที่ในที่ดิน ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติ มิได้มีมนุษย์ผู้ใดลงทุนลงแรงสร้างขึ้นมา การไม่เก็บภาษีที่ดินสูง ๆ ทำให้เกิดการเก็งกำไรเก็บกักที่ดิน ทำให้แผ่นดินของประเทศชาติไม่ได้รับการทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพ และที่ดินมีค่าเช่า/ราคาสูงเกินกว่าที่ควร ทำให้ผู้ลงแรงลงทุนต้องเสียส่วนแบ่งผลตอบแทนการผลิตให้แก่เจ้าของที่ดินมากกว่าที่ควร การเก็บภาษีทั้งหลายยกเว้นภาษีที่ดิน ยิ่งก่อผลร้าย เช่น ทำให้ของแพงและค่าแรงต่ำยิ่งขึ้น ถ่วงความร่วมมือในการผลิต ทั้งภายในประเทศด้วยกัน และกับต่างประเทศ ทำให้ผลผลิตลดลง และการว่างงานรุนแรงขึ้น
ภาษีนั้นไม่ควรจะให้เป็นภาระแก่ผู้ลงทุนลงแรงสร้างผลผลิตและบริการ แต่ควรจะเก็บตาม หลักผลประโยชน์ หรือถือตามหลักความยุติธรรม คือส่วนที่เกิดจากเอกชนแต่ละคนก็ต้องเป็นของเอกชนแต่ละคนนั้น ๆ ส่วนที่เกิดจากสังคมก็จักต้องไม่ยอมให้ตกไปเป็นของเอกชน แต่ต้องใช้วิธีการภาษีหรืออื่น ๆ นำกลับมาเป็นของรัฐหรือสังคมส่วนรวม
สุธน หิญ เว็บเศรษฐศาสตร์เพื่อความเป็นธรรม
http://utopiathai.webs.com
ความคิดเห็นที่ 8
meow , 3 ธันวาคม 2552 13:09
การช่วยเสนอแนวทางการแก้ปัญหาที่มีอยู่ในสังคมสมัยใหม่นี้ คงหาทางออกอยากมากถ้า มนุษย ยังใช้แว่นตาทีสวมคนละแบบ..เวลาฟังมีเสียงรบกวน...เวลากินอาหารยังต้องปรุง..........บทวิเคราะห์ของ อจ.ช่วยให้มนุษยที่เป็นคนไทยนำไปพิจารณา และคิดต่อไม่ใช่หรือ?
ความคิดเห็นที่ 7
พรฟ้า , 3 ธันวาคม 2552 05:06
ความคิดต่างไม่ได้หมายความผิด หรือเลว การกระทำต่างหากเป็นเครืองเบ่งชี้ เห็นด้วยกับ คห 4 เพราะสามารถเห็นผลได้จากคำตอบของ คห 1-2 ในบางเรื่องไม่เห็นด้วยกับอาจารย์ แต่เรื่องเห็นดัวย โดยเเฉพาะ 1.เรื่องสุขภาพหมายถึงการดูแลรักษา 2.การลุงทุนด้านการศึกษา ไม่อย่างนั้น รร.กวดวิชา จะมีมากมายอย่างนี้หรือ
ความคิดเห็นที่ 6
น่าเบื่อหน่ายเฒ่าหัวงู , 3 ธันวาคม 2552 02:30
พูดผิดแล้ว ต้องพูดใหม่ว่าประเทศไทยเผชิญวิกฤติเฒ่าหัวงู เป็นชู้เมียชาวบ้าน
ความคิดเห็นที่ 5
วิหค , 2 ธันวาคม 2552 19:45
อาจจะมีการแบ่งชั้นวรรณะกันบ้างในสังคมในระดับหนึ่ง แต่ทุกประเทศก็มีการแบ่งชั้นวรรณะกัน สิ่งที่ขึ้นอยู่กับระดับจรรยาของคน แต่ถ้าไม่หาหนทางที่จะยกฐานะทางเศรษฐกิจของคนจนให้สูงขึ้น การแบ่งชั้นก็คงจะมีไปเรื่อย ๆ แต่ถ้าใครจะรังเกียจคนอีกคนหนึ่งเนื่องจากความยากจน เราก็คงจะทำอะไรไม่ได้ สิ่งที่เราทำได้ก็คือยกฐานะของคนยากจนคนนั้นให้สูงขึ้นเท่านั้นเอง ผู้ที่บอกว่าความเองเป็นปราชญ์ โดยเฉพาะปราชญ์ทางเศรษฐกิจ ก็ควรจะหาหนทางที่จะทำให้คนจนยกฐานะทางเศรษฐกิจของเขาให้สูงขึ้น ซึ่งก็เป็นหนทางที่สุจริต ใครจะทำก็นับว่าเป็นบุญกุศล ถ้ามัวแต่คิดอย่างอื่น คนจนก็ยังจะเป็นคนจนวันยังค่ำ
ความคิดเห็นที่ 4
สึนามิสื่อซัดไทย , 2 ธันวาคม 2552 19:20
ความผิดปกตินี้มาจากกระแสคลื่นลูกที่สามถามโถมเข้าใส่ทุกคน นั่นคือการสื่อสาร ข้อมูลที่ไม่เคยได้รับรู้มาก่อน แพร่สะพัดไปทุกทิศทาง แล้วแต่ใครจะหยิบฉวยนำไปใช้ การแต่งเติม บิดเบือนข้อมูล ในสมัยก่อนรับรู้กันช้าและแคบมาก แต่ปัจจุบันแม้แต่เด็กปอสี่ก็เสพข้อมูลจำนวนมากกว่าเด็กโบราณมากมายนัก การควบคุมข้อมูล การโฆษณาชวนเชื่อ การล้างสมอง จะเป็นการพิสูจน์การรับรู้ของประชาชนไทย นำไปสู่การทำตามที่ตัวเองเชื่อโดยไม่รับฟังใครอีก
ความคิดเห็นที่ 3
http://newpoliticsparty.spaces.live.com , 2 ธันวาคม 2552 19:10
คนนี้ คนไทยหัวใจเขมร ไหมหว่า คุ้น ๆ
ความคิดเห็นที่ 2
บูรพาใต้ฝ่าพระบาท , 2 ธันวาคม 2552 17:38
นายคนนี้ก็แค่ หนึ่งในขบวนการล้มเจ้า...กรุงเทพธุรกิจ ต้องถามตัวเองด้วยครับว่า ปล่อยให้นายคนนี้มีพื้นที่สื่อเพื่อนำไปสู่อุดมการณ์ที่น่ารังเกียจได้อย่างไร
ความคิดเห็นที่ 1
555 , 2 ธันวาคม 2552 16:54
ความผิดปกติโครงสร้างทางสมองของ มึ ง นั่นแหละ อาจารย์เขมรแดงขายชาติเอ้ย....55555