วิกฤติหนี้สินของบริษัทดูไบ เวิลด์ และนัคฮีล บริษัทในเครือ ที่สร้างปรากฏการณ์ช็อกตลาดเงินและตลาดหุ้น กำลังเป็นที่สนใจของคนทั่วโลก
ว่าในท้ายที่สุดแล้ว ชะตากรรมของบริษัทชั้นนำแห่งนี้จะจบลงเช่นไร เจ้าหนี้ทั้งหลาย ทั้งเจ้าหนี้ต่างชาติและเจ้าหนี้ที่เป็นธนาคารชั้นนำในภูมิภาค จะสูญหนี้หรือไม่
มูดี้ส์ สถาบันจัดอันดับชื่อดังของสหรัฐ ได้นำเสนอรายงานวิเคราะห์ ว่า การสูญเสียความเชื่อมั่นของเหล่านักลงทุนจากกรณีวิกฤติหนี้ของดูไบนั้น อาจถือเป็นหายนะสำหรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเลยก็ว่าได้ แม้ว่าความสูญเสียที่เกิดขึ้นครั้งนี้ จะค่อนข้างอยู่ในวงจำกัดก็ตาม
ทั้งนี้ รัฐบาลดูไบ ประกาศเมื่อวันพุธ (25 พ.ย.) ว่า กลุ่มบริษัทดูไบ เวิลด์ ขอหยุดพักการชำระหนี้เป็นเวลานาน 6 เดือน ซึ่งบริษัทมีกำหนดจ่ายคืนหนี้สิน 3,500 ล้านดอลลาร์ จากจำนวนหนี้สินทั้งหมด 59,000 ล้านดอลลาร์ ที่ถึงกำหนดต้องจ่ายคืนให้แก่กลุ่มเจ้าหนี้
"หนี้จำนวนนี้ ไม่ถือว่าสูงมาก แต่หากรวมกับความสูญเสียที่นักลงทุนต้องเผชิญในช่วงวิกฤติการเงินโลกช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ก็ถือเป็นจำนวนพอสมควร นอกจากนั้น แม้ว่าการสูญเสียในรูปของตัวเงินค่อนข้างจะจำกัด แต่ปฏิกิริยาของตลาดเงินโลก ที่ดิ่งลงไปอย่างมาก หลังจากรัฐบาลดูไบประกาศเรื่องนี้ออกไป ทำให้เกิดความกลัวว่า รัฐบาลดูไบจะผิดนัดชำระหนี้ ส่งผลให้มีการประเมินความเสี่ยงของนักลงทุนใหม่" นายแมทท์ โรบินสัน นักวิเคราะห์จากเว็บไซต์มูดี้ส์ อิโคโนมี ดอท คอม ให้ความเห็น
นายโรบินสัน ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า หากดูไบซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดรัฐของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ผิดนัดชำระหนี้ ก็จะเป็นการผิดนัดชำระหนี้ของประเทศครั้งใหญ่ที่สุด ตั้งแต่เกิดกรณีการผิดนัดชำระหนี้ของประเทศอาร์เจนตินา เมื่อปี 2544
นอกจากนี้ นายโรบินสันยังวิเคราะห์ต่อไปว่า ขณะนี้ ตลาดกำลังวิตกกังวลเกี่ยวกับการเร่งขายสินทรัพย์ในต่างประเทศของดูไบ เวิลด์ โดยเฉพาะสินทรัพย์ในอังกฤษ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อความพยายามกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ของโลกให้ฟื้นตัวขึ้นมาอีกครั้ง
ที่สำคัญ การประกาศเลื่อนชำระหนี้ของดูไบ ยังเพิ่มกระแสความหวาดกลัวว่าจะเกิดการผิดนัดชำระหนี้ประเทศตามมาอีกเป็นจำนวนมหาศาลในภูมิภาค ในรูปของผลกระทบโดมิโน ที่อาจทำให้นักลงทุนทั่วโลกไม่กล้าลงทุนที่เสี่ยง
"วิกฤติหนี้ดูไบจะทำลายความเชื่อมั่นของเหล่านักลงทุน และท้ายที่สุดแล้ว อาจจะกดดันให้อัตราดอกเบี้ยทั่วโลกสูงขึ้น บั่นทอนความพยายามที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกช่วงขาลง" นายโรบินสัน กล่าวและว่า อย่างน้อยที่สุด วิกฤติหนี้ดูไบครั้งนี้ก็เตือนใจให้ทุกคนตระหนักว่า ผลกระทบอย่างเต็มรูปแบบของวิกฤติการเงินอาจจะยังไม่สิ้นสุด
ในส่วนของภาพรวมปัญหาหนี้ของบริษัทดูไบ เวิลด์ นั้น มูดี้ส์มีความเห็นว่าไม่มีแนวโน้มที่จะเป็นภัยคุกคามต่อคุณภาพหนี้ของรัฐบาลกลางประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และของนครรัฐอาบูดาบี ซึ่งเป็นผู้ถือครองรายได้ส่วนใหญ่จากน้ำมันของยูเออี แม้ดูไบจะเป็นนครรัฐที่มีขนาดใหญ่อันดับสองของยูเออีก็ตาม
มูดี้ส์ได้จัดอันดับความน่าเชื่อถือของรัฐบาลกลางยูเออี และรัฐบาลอาบูดาบีไว้ที่ Aa2 โดยมีแนวโน้มที่มีเสถียรภาพ โดยให้เหตุผลว่าปัจจัยหลักที่ทำให้อันดับความน่าเชื่อถือของยูเออี อยู่ในขั้นน่าลงทุนสูง คือ การที่ยูเออีมีสถานะดุลบัญชีต่างประเทศที่แข็งแกร่ง ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการที่กองทุนบริหารความมั่งคั่งของอาบูดาบี ถือครองสินทรัพย์ทางการเงินในต่างประเทศไว้เป็นจำนวนมาก รวมถึงสินทรัพย์ในต่างประเทศที่ถือครองโดยสำนักงานการลงทุนแห่งอาบูดาบี (เอดีไอเอ) ซึ่งมีไม่ต่ำกว่า 284,000 ล้านดอลลาร์
"เฉพาะสินทรัพย์ในต่างประเทศของเอดีไอเอ ก็มากกว่าหนี้สินต่างประเทศของทั้งประเทศแล้ว และสินทรัพย์ยังมากขึ้นไปอีกเมื่อรวมสินทรัพย์ในต่างประเทศของธนาคารกลาง ธนาคารพาณิชย์ในประเทศ รัฐวิสาหกิจรายอื่น และภาคอุตสาหกรรม-ธุรกิจอื่นนอกเหนือจากธนาคาร" มูดี้ส์ระบุ
นอกจากนั้น นายทริสตัน คูเพอร์ หัวหน้านักวิเคราะห์ ประจำภูมิภาคตะวันออกกลางของมูดี้ส์ ยังให้ความเห็นว่าเสถียรภาพของเศรษฐกิจมหภาคโดยรวม ได้รับการปกป้องคุ้มครองจากการที่ยูเออี มีสถานะเจ้าหนี้สุทธิที่แข็งแกร่ง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากความมั่งคั่งด้านน้ำมันที่อาบูดาบีสะสมไว้
อย่างไรก็ตาม มูดี้ส์ มองว่า การปรับโครงสร้างของดูไบ เวิลด์ครั้งนี้ อาจส่งผลกระทบในทางลบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจในประเทศ ในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับพลังงาน โดยเฉพาะในดูไบ และอาจส่งผลลบต่อปริมาณหนี้สินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตของรัฐบาล เนื่องจากการปรับโครงสร้างในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า รัฐบาลดูไบให้ความช่วยเหลือเพียงในวงจำกัดต่อบริษัทของรัฐบาลเอง
ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าหน้าที่ระดับสูงคนหนึ่งในกระทรวงการคลังของดูไบ ยังกล่าวว่า รัฐบาลจะไม่ค้ำประกันหนี้สินของดูไบ เวิลด์ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่สวนทางกับการคาดการณ์ของกลุ่มเจ้าหนี้อย่างมาก
หนี้สินของดูไบ เวิลด์ นับจนถึงเดือนสิงหาคม รวมทั้งสิ้น 59,000 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดในยอดหนี้สินโดยรวมของรัฐบาลดูไบที่ระดับ 80,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่า พันธบัตรอิสลามมูลค่า 3,500 ล้านดอลลาร์ของนัคฮีล ที่จะครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 14 ธันวาคมนี้ จะได้รับการชำระหนี้อย่างครบถ้วน
Tags : มูดี้ส์
