"ฮุนเซน"ชิงตั้งบ้านพื้นที่พิพาทล็อตแรก600หลัง ผญบ.ยันเคยเป็นไร่นาชาวโสกขามป้อม หลังปี20 ไทยห้ามเข้าหนักข้อถูกจับยกครัว กำนันย้ำมีใบเสียภาษี
ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาค่อนข้างดีมาตลอดนับจากหลังการเผาสถานทูตไทยในกัมพูชา และมาปะทุอีกในรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช และสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ขณะที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) ชุมนุมขับไล่ ก็เกิดการยิงปะทะกันที่ชายแดนเขาพระวิหาร เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2551 เป็นเหตุให้ทหารไทยเหยียบกับระเบิดพิการและเสียชีวิตหลายนาย ผลจากการยิงปะทะ ทำให้ตลาด และอาคารบ้านเรือนที่ครอบครัวทหารกัมพูชามาตั้งชุมชนถูกเผาทำลายราบคาบ
จนขณะนี้ บริเวณพื้นที่พิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านซำแต ใกล้กับอ่างเก็บน้ำเขื่อนห้วยขนุน ต.ภูผาหมอก อ.กันทรลักษ์ ศรีสะเกษ มีความเคลื่อนไหวของฝ่ายกัมพูชา ได้ระดมกันปลูกสร้างบ้านเรือนเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของข้าราชการทหาร ตำรวจ และตชด. ของกัมพูชาซึ่งบริเวณดังกล่าวเดิมเป็นไร่นาของชาวบ้านโสกขามป้อม ต.ภูผาหมอก โดยชาวบ้านจะเรียกตรงนั้น ภูบักพริก และ ซำแต โดยมี ลำห้วยสมบูรณ์ ไหลผ่านคดเคี้ยวอยู่หลายโค้งเป็นแหล่งน้ำสายหลักที่ชาวบ้านใช้ในการเกษตรนับแต่อดีต
แต่ฝั่งกัมพูชาเรียกจุดนั้นว่า ฐานเบ๊าะสะเบา(ฐานทหารเขมรแดงเก่าของนายพลตาม๊อก) ซึ่งต่อมาหลังจากรัฐบาลสมเด็จฮุน เซน มีนโยบายก่อสร้างบ้านพักข้าราชการให้ทหาร ตชด. และตำรวจประจำจังหวัดพระวิหาร จึงได้เรียกหมู่บ้านดังกล่าวว่า บ้านเบ๊าะสะเบา ขึ้นกับ ต.กันตร๊วจ อ.จอมกระสาน จ.พระวิหาร
แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า โครงการก่อสร้างหมู่บ้านดังกล่าวเริ่มตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคม 2552 ทางกัมพูชาได้ตัดไม้ทำลายป่าเสียงดังสนั่นหวั่นไหวตลอดทั้งวันทั้งคืนเพื่อสร้างถนนเชื่อมต่อจาก บ้านสะแอม ต.กันตร๊วจ มาถึงซำแต ต.ภูผาหมอกของไทย พร้อมทั้งจัดแบ่งเป็นบล็อคๆ เพื่อปลูกบ้านตลอดแนวสองข้างถนนที่ตัดขึ้นใหม่ ซึ่งล่าสุดข้อมูลเมื่อประมาณกลางเดือนตุลาคม 2552 โครงการได้คืบหน้าไปมาก ช่วงแรกได้เปิดให้ทหารประจำจังหวัดพระวิหารเข้าไปอยู่อาศัยได้แล้วจำนวน 200 หลัง จากโครงการทั้งหมด 600 หลัง พร้อมทั้งมีการก่อตั้งโรงเรียน สถานีอนามัย ขึ้นอย่างละ 1 แห่งด้วย
แหล่งข่าวเปรียบเทียบว่า โครงการนี้ลักษณะคล้ายกับบ้านเอื้ออาทร ของรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่จะเน้นให้เป็นสวัสดิการสำหรับข้าราชการทหาร ตำรวจ และตชด. ระดับผู้บังคับบัญชาขึ้นไปที่มาปฏิบัติหน้าที่อยู่ชายแดนเขาพระวิหารเข้ามาจับจอง คาดว่าเมื่อโครงการนี้แล้วเสร็จอาจจะมีการขยายโครงการออกไปตลอดแนวชายแดนไทย - กัมพูชาอย่างแน่นอน
ด้านนายสำเพียร พันแก่น ผู้ใหญ่บ้านโสกขามป้อม หมู่ 4 ต.ภูผาหมอก อ.กันทรลักษ์ กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวเดิมชาวบ้านเรียกว่า ภูบักพริก อยู่ใกล้กับ ภูกระทิง ซึ่งจะอยู่ด้านท้ายอ่างเก็บน้ำห้วยขนุน ต.ภูผาหมอก ติดหน้าผาทางลงไปเขมร เมื่อประมาณปี 2519 ถึง 2520 จุดนี้เคยเป็นเรือกสวนไร่นาของชาวบ้านฝั่งไทย แต่พอเกิดสงครามในเขมรทางการไทยก็สั่งห้ามไม่ให้เข้าไปทำกินได้อีก พอสงครามเริ่มสงบยังมีทหารเขมรแดงเหลืออยู่บ้างไม่มาก ชาวบ้านขอเข้าไปทำกินได้อีกครั้งก็ถูกทางการไทยเตือนว่าอาจจะถูกทหารเขมรแดงจับตัว หรือถูกฆ่าได้ แต่ชาวบ้านไม่กลัวและพยายามจะเข้าไปทำกินจึงถูกทางการไทยขู่ว่าจะจับกุมข้อหาเป็นสายลับให้เขมร จึงไม่มีใครกล้าเข้าไป
ต่อมาเมื่อ 10 กว่าปีย้อนหลังไปเขมรแดงถูกกวาดล้าง สงครามภายในเขมรสงบลง ชาวบ้านจึงเข้าไปทำกินอีกครั้ง สุดท้ายก็มาเจอปัญหากับทางการไทยอีก คือถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้ของอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารจับข้อหาบุกรุกป่าอนุรักษ์ ชาวบ้านที่ไม่มีที่ทำกินหลายคนแอบเข้าไปดูไร่นาตัวเองก็ถูกจับดำเนินคดีหลายสิบคน
"เมื่อเร็วๆ นี้ลูกบ้านของผมถูกจับทีเดียวยกครอบครัว 7 คนในนั้นมีเด็กอยู่ด้วย เพียงแค่พวกเขาขับรถเข้าไปในป่าเฉยๆ ยังไม่ได้ทำอะไรเลย ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขมรมาสร้างบ้านเรือนตรงพื้นที่เดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ของไทยจึงไม่กล้าเข้าไปจับกุมเขา และปล่อยให้เขาสร้างบ้านเรือนในป่าอนุรักษ์ได้อย่างไร" ผู้ใหญ่บ้าน พูดอย่างเบื่อระอา
"ทหารบอกให้ชาวบ้านช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับทางการ แจ้งความเคลื่อนไหวของทหารเขมรให้ทราบ ผมและลูกบ้านก็ไม่รู้ว่าจะช่วยได้อย่างไร ในเมื่อทั้งเจ้าหน้าที่ป่าไม้ และทหารสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้เข้าไป แล้วจะให้เราเอาข่าวจากไหนให้ ตอนนี้ก็เลยได้แต่อยู่เฉยๆ” ผู้ใหญ่บ้านโสกขามป้อม พูดตัดพ้อ
ด้าน นายวีระยุทธ ดวงแก้ว กำนันตำบลเสาธงชัย กล่าวว่า พื้นที่ตำบลเสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ ที่ชาวบ้านเกิดความเดือดร้อนเรื่องที่ทำกินจะอยู่บริเวณบ้านเก่าที่ชาวบ้านเรียกว่า บ้านเฝ้าไร่ ในเขต ต.เสาธงชัย บริเวณนั้นจะอยู่แถวร่องตามาเรีย ใกล้กับภูมะเขือติดกับพื้นที่พิพาท 4.6 ตารางกิโลเมตร(ตร.กม.) ซึ่งบริเวณนั้นตนยืนยันได้ว่าเดิมชาวบ้านเคยเข้าไปทำกินมาอย่างต่อเนื่อง มีร่องรอยการทำกิน และอยู่อาศัย เช่น มีบ่อน้ำ ร่องรอยขุดคลอง มีคันนา ทำนบน้ำ ต้นมะม่วง และไม้ผลที่ชาวบ้านปลูกไว้จำนวนหนึ่ง
นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานยืนยันการทำกินเป็น ใบแจ้งเสียภาษีบำรุงท้องที่(ภบท. 5) หรือภาษีดอกหญ้าที่ชาวบ้านเสียภาษีมาทุกปี แต่เมื่อเกิดสงครามเขมรขึ้น ทางฝ่ายความมั่นคง ได้มีคำสั่งให้ชาวบ้านเฝ้าไร่ ย้ายออกจากพื้นที่ เพราะกลัวจะมีอันตรายจากการสู้รบกันเองของเขมร
"ประมาณ 2535 สงครามภายในเขมรสงบลง ชาวบ้านจะขอกลับขึ้นไปทำกินอีกครั้ง ปรากฏว่าทางอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารได้ประกาศพื้นที่อุทยานทับที่ทำกินของชาวบ้านไปแล้ว ซึ่งช่วงแรกๆ ก็มีการรังวัดแยกพื้นที่อุทยานฯกับพื้นที่ทำกินชาวบ้าน แต่ทำไปทำมาก็ไม่มีความชัดเจนในเรื่องนี้ จึงกลายเป็นปัญหาระหว่างเจ้าหน้าที่ป่าไม้ กับชาวบ้านที่เรื้อรังมาจนถึงปัจจุบัน” กำนันตำบลเสาธงชัย กล่าว
Tags : ปราสาทเขาพระวิหาร • ฮุนเซน


ความคิดเห็นที่ 19
ร้านดอกไม้ , 22 พฤศจิกายน 2553 15:50
คนที่ทรยศต่อแผ่นดินจะไม่ได้ตายดีอย่างแน่นอน อย่างน้อยเราก็ไม่ยอม
ความคิดเห็นที่ 18
casinobet99 , 8 ตุลาคม 2553 18:53
คาสิโนออนไลน์ ที่มีมาตรฐานสากลและให้บริการสมาชิกทุกท่านดุจเครือญาติ เปิดให้บริการสมาชิกตลอด 24 ชั่วโมง เพียงท่านสมัครเป็นสมาชิกกับเราพร้อมทั้งโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับสมาชิกใหม่ ทุกท่าน เพียงบ้านของท่านมีอินเตอร์เน็ตก็สามารถดาวน์โหลดเกมส์มาเล่นได้อย่างสบายสบายไม่ต้องเดินทางไปไกล
สนใจติดต่อเรา ตลอด 24 ชั่วโมง
AIS : 084-417-7063
DTAC : 080-559-7275
http://www.casinobet99.com
ความคิดเห็นที่ 17
มานะ , 3 ธันวาคม 2552 13:44
สุดยอดแย่ไทยแลนด ปี๒๕๕๒ ปล่อยประเทศต่ำสิบมาบีบกระโ..กของคนไทยได้ไง อย่าน้อยต้องฟาดปากคนละหมัด อ้ายคนที่เห็นแก่รายได้จิ๊บจ๊อยจากเขมรมันไม่ใช่คนไทยเว๊ย
ต้องบีบกระโ..กมันบ้าง ข้ามันคนไทยโบราณเว้ย ต้องรบ...อย่าให้มันดูแคลน...ให้เอาจีนเป็นตัวอย่างเว๊ย
ความคิดเห็นที่ 16
ดกหดก , 3 ธันวาคม 2552 11:33
นิ่งสงบความเคลื่อนไหวครับ
ไทยนิ่ง รอมันสร้างบ้านเสร็จ ค่อยฟ้องศาลโลกมาเขมรมีเจตนายึดพื้นที่ไทย ขอความเห็นชอบ ให้ไทยขับไล่เขมร และ เอาเขาพระวิหารคืน เพราะ มรดกโลก ต้องไม่ทำให้เกิด ข้อพิพาด และ สงคราม
ความคิดเห็นที่ 15
มรรค๙ , 3 ธันวาคม 2552 10:06
เสธแดงน่าจะกลับใจทำงานเพื่อมนุษยชาติและประวัติศาตร์โลกให้จารึก ด้วยการลั่นไกปืนใส่คนที่อยู่ใกล้ๆ2คน(1คนเขมร+1คนไทย) แค่นั้นเอง เสธแดงจะมีชื่อตลอดไป ทำเถอะเสธแดง ทำเพื่อชาติ 2 นัดเท่านั้น ปัญหาทุกอย่างจะจบลงโดยเร็ว
ความคิดเห็นที่ 14
ไข่ศรีธนญชวน , 2 ธันวาคม 2552 16:44
คน ปชป.เลว ปากหมา กระล่อนกลับกอก เพราะรับมรดกชั่วจาก ลิจี้เหวินสัณดานชั่ว
ความคิดเห็นที่ 13
ข้อเท็จจริง , 1 ธันวาคม 2552 22:15
"มาร์ค"ยันทะเลาะเขมรเพื่อผลประโยชน์คนไทย" ข่าวพาดหัวของไทยรัฐครับ นี้คือหนังสือพิมพ์ที่เคยมีคนอ่านกันมากที่สุด แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้วครับ กลายเป็นนสพ.ผู้จัดการ การพาดหัวอย่างนี้พยายามที่จะให้คนไทยทั้งประเทศเห็นว่า เราไปทะเลาะกับเขมรคืออยู่ด้วยกันดีๆแล้วเราก้ไปชวนทะเลาะ ก็อยากจะถามว่าไปทะเลาะกับเขมรแล้วไทยได้อะไร ไม่มีครับ นายอภิสิทธิ์ได้อะไรก็ไม่มีบริษัทไปลงทุนที่เขมรอีก แต่เมื่อถามกลับเขมรได้อะไรนี้น่าสนใจกว่า ยิ่งนายฮุนเซนจะได้อะไรนี้ยิ่งน่าสนใจมากที่สุด ท่านผู้อ่านก็ลองคิดกันเอาเองก็แล้วกัน
ความคิดเห็นที่ 12
แม้วเอง , 1 ธันวาคม 2552 19:40
เมื่อพูดถึงคดีเขาพระวิหาร ใครหลายๆคนคงยังจำกันได้ดีว่าเป็นคดีที่คนไทยทั้งประเทศต้องน้ำตาตกในขนาดไหน เมื่อปีพุทธศักราช
๒๕๐๒ ก่อนศาลโลกจะตัดสิน ๒ ปีเศษ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้แต่งกลอนด่าเขมรไว้ ว่าเขมรเป็นโคตรเนรคุณ...
"สัปดาห์นี้มีเรื่องความเมืองใหญ่
ไทยถูกฟ้องขับไล่ขึ้นโรงศาล
เคยเป็นเรื่องโต้เถียงกันมานาน
ที่ยอดเขาพระวิหารรู้ทั่วกัน
กะลาครอบมานานโบราณว่า
พอแลเห็นท้องฟ้าก็หุนหัน
คิดว่าตนนั้นใหญ่ใครไม่ทัน
ทำกำเริบเสิบสันทุกอย่างไป
อันคนไทยนั้นสุภาพไม่หยาบหยาม
เห็นใครหย่อนอ่อนความก็ยกให้
ถึงล่วงเกินพลาดพลั้งยังอภัย
ด้วยเห็นใจว่ายังเยาว์เบาความคิด
เขียนบทความด่าตะบึงถึงหัวหู
ไทยก็ยังนิ่งอยู่ไม่ถือผิด
สั่งถอนทูตเอิกเกริกเลิกเป็นมิตร
แล้วกลับติดตามต่อขอคืนดี
ไทยก็ยอมตามใจไม่ดึงดื้อ
เพราะไทยถือเขมรผองเหมือนน้องพี่
คิดตกลงปลงกันได้ด้วยไมตรี
ถึงคราวนี้ใจเขมรแลเห็นกัน
หากไทยจำล้ำเลิกบ้างอ้างขอบเขต
เมืองเขมรทั้งประเทศของใครนั่น?
ใครเล่าตั้งวงศ์กษัตริย์ปัจจุบัน
องค์ด้วงนั้นคือใครที่ไหนมา?
เป็นเพียงเจ้าไม่มีศาลซมซานวิ่ง
ได้แอบอิงอำนาจไทยจึงใหญ่กล้า
ทัพไทยช่วยปราบศัตรู * ้พารา
สถาปนาจัดระบอบให้ครอบครอง
ได้เดชไทยไปคุ้มกะลาหัว
จึงตั้งตัวขึ้นมาอย่างจองหอง
เป็นข้าขัณฑสีมาฝ่าละออง
ส่งดอกไม้เงินทองตลอดมา
ไม่เหลียวดูโภไคไอศวรรย์
ทั้งเครื่องราชกกุธภัณฑ์เป็นหนักหนา
ฝีมือไทยแน่นักประจักษ์ตา
เพราะทรงพระกรุณาประทานไป
มีพระคุณจุนเจือเหลือประมาณ
ถึงลูกหลานกลับเนรคุณได้
สมกับคำโบราณท่านว่าไว้
อย่าไว้ใจเขมรเห็นจริงเอย...
ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
หนังสือพิมพ์สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์
๑๘ ตุลาคม ๒๕๐๒
ความคิดเห็นที่ 11
่joed , 1 ธันวาคม 2552 17:59
งง....มันเกิดขึ้นได้ไง
พี่มาร์คกับกษิตและ ปชป. ทำอะไร...งง....
ความคิดเห็นที่ 10
สมหมาย , 1 ธันวาคม 2552 16:11
อย่างนี้เข้าทาง ต้องของบประมาณซื้ออาวุธเพิ่มเพื่อป้องกันประเทศอีกสัก ห้าหมื่นล้านถึงจะพอ
นายทหารไทยหลายคนขี้เหล้าเมายาไม่อยู่ในศีลธรรมคอยหาแต่ผลประโยชน์ เสียดายภาษี บอกตามตรงทุกวันนี้ไม่อยากเสีภาษีเลย พอถึงเรื่องรบนะหรือ ต้องใจเย็นๆ คิดให้รอบคอบ ถึงผลกระทบ แต่เวลา กินเหล้าไม่เห็นมันต้องคิดถึงผลกระทบเลย แล้ท่านก็มีแนวทางแก้ไขมีดังนี้
ต้องตั้งอนุกรรมการขึ้นมาศึกษาข้อมูลก่อน 5 คณะ แล้วส่งให้คณะกรรมการพิจารณาศึกษาข้อมูลให้ถี่ถ้วนถึงข้อดี และข้อเสียก่อน หากหาข้อสรุปไม่ได้ ก็ให้ตั้งคณะอนุกรรมการเพิ่มเติ่มอีกสัก 10 คณะ ส่งให้คณะกรรมการ พิจารณาหากมีความเห็นขัดแย้ง ก็ต้องส่งเรื่องให้กฤษฎีกาตีความตั้งมาสัก 5 คณะ พอได้ข้อสรุป เขมรมันก็มาถึงอนุเสวรีย์ชัยพอดี เซงรั้วของชาติบางคน
ความคิดเห็นที่ 9
คิดให้ยาวหน่อยเหอะ , 1 ธันวาคม 2552 10:53
คห.6 ครับ แล้วไม่ประท้วงจะไม่เสียเหรอครับ
ยิ่งยอมยกให้เขา เขายิ่งมีหลักฐานในที่รอบ เพิ่มสิครับ เหมือนเรายอมรับว่าบ้านเขาอยู่ตรงนี้ เราจะมาบอกสวนย่อมข้างๆเป็นบ้านเราได้ไง
ความคิดเห็นที่ 8
โหวง , 1 ธันวาคม 2552 10:47
เอวัง..ทหารไทยที่วางท่าดูขรึมน่าเกรงขาม หวังไว้ว่าจะเป็นรั้วของชาติ แต่จริง ๆ แล้ว บ่มิไก๊ เลย ดีแต่ซื้ออาวุธมาตั้งโชว์ให้ดูเทห์ รมว.กลาโหม ไม่ทราบว่ารู้เรื่องหรือป่าว? หรือรู้แต่ทำงานไม่เป็น หรือไม่มีความคิดริเริ่ม ถ้าอย่างไรก้อลาออกไปเลี้ยงหลานเถอะ ปล่อยให้คนอื่นที่เขารักชาติมากกว่าพวกคุณเข้ามาทำงานแทนเถอะ เสียดายภาษีที่ต้องจ่ายเป็นเงินเดือนให้พวกคุณ แพงมากแต่ไร้ค่า
ความคิดเห็นที่ 7
อิอิ , 1 ธันวาคม 2552 09:00
ลองปรึกษา ท่านที่ปรึกษาฮุนเซ็นดูบ้างครับ ว่าเค้าจะทำอย่างไร มันรุกแผ่นดินแม่ทุกวัน เห็นยังนั่งเฉยย...หรือว่าที่ปรึกษาสั่งให้รุกซะเอง..555
ความคิดเห็นที่ 6
ริมน้ำ , 1 ธันวาคม 2552 06:36
เป็นอย่างที่เสธ.แดง บอกไว้ว่า อย่าประท้วงเรื่องเขาพระวิหาร เพราะจะเสียดินแดน 4.6 ตร.กม. เพิ่ม
แล้วก็เริ่มเป็นจริง แล้ว ถ้ากัมพูชาจะให้นำเรื่องขึ้นพิจารณาในระดับนานาชาติ ก็ต้องเสียพื้นที่อีกเยอะ
แล้วจะทำอย่างไร รบกับเขมรเลยหรือ แค่นี้ก็ลำบากกันทั่วไปแล้ว ยิ่งไปรบ ก็ยิ่งแย่
ความคิดเห็นที่ 5
คมสัน , 1 ธันวาคม 2552 02:32
มาถึงวันนี้คงต้องยอมแลกแผ่นดินกับตัวประกันแล้วล่ะ ตัวประกันที่ถูกหลอกให้ไปตั้งใว้อย่างถาวร โรงพยาบาล โรงแรม โรงงาน โรงปูน หลักแสนล้าน สะใจฮุนเซนรอมาตั้งนาน
ความคิดเห็นที่ 4
มรรค๘ , 30 พฤศจิกายน 2552 20:12
อ้าว นายกษิต-อภิสิทธิ์ มัวแต่ด่าทักษิณ หาว่าขายชาติ แต่เขมรรุกเอาๆ กลับเฉย ทหารก็เฉย ใครขายชาติกันแน่ ชมรมศึกษาข้อพิพาทชายแดนไทย-เขมร ของม.ธรรมศาสตร์ ได้ศึกษาเรื่องนี้หรือยัง ปชช.จะว่าอย่างไร กษิต-อภิสิทธิ์จะเอาข้อนี้ไปแลกกับ การคืนดีกับเขมรหรือไม่ ทำไมจึงทำเฉย จะไว้วางใจให้เป็นรัฐบาลต่อไปได้หรือไม่ ก็ต้องติดตามดูกันต่อไปครับ
ความคิดเห็นที่ 3
คนไทย , 30 พฤศจิกายน 2552 19:29
ทางการน่าจะตรวจสอบและชี้แจงให้ประชาชนทราบด้วยนะครับจะได้ทราบข้อเท็จจริง
ความคิดเห็นที่ 2
ยม , 30 พฤศจิกายน 2552 18:56
คนที่ทรยศต่อแผ่นดินจะไม่ได้ตายดีอย่างแน่นอน
ความคิดเห็นที่ 1
เศร้าใจ , 30 พฤศจิกายน 2552 18:47
น่าจะเปลี่ยนเครื่องแบบไปใส่กระโปรงกับรองเท้าส้นสูงแทน ทหารมีหน้าที่ทำอะไร ไม่ใช่เป็นรั้วของชาติหรอกหรือ แทนทีรั้วจะป้องกันไม่ให้คนบุกรุก กลับขยับรั้วหนีคนบุกรุก ทู่เรศที่สุด