ทางกฎหมายช่วงที่นำหุ้นเอสซีแอสเสทเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยก็ไม่มีการเปิดเผยว่าตนเองถือหุ้นผ่านกองทุนโอดีเอฟ โอจีเอฟ ถือว่าเป็นการปกปิด
นายสุนัย มโนมัยอุดม อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พยานปากสำคัญในคดียึดทรัพย์ จำนวน 76,621 ล้านบาท ที่มีการกล่าวหาว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่ำรวยผิดปกติ มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ และได้ทรัพย์สินมาเนื่องจากการกระทำที่เป็นการขัดกัน ระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคล และประโยชน์ส่วนรวมขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เดินทางไปให้ปากคำศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในฐานะพยานฝ่ายโจทก์ วานนี้ (24 พ.ย.) ในประเด็นการตรวจสอบคดีปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้น เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
นายสุนัย ระบุว่า คดีนี้ทางดีเอสไอและสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ร่วมกันตรวจสอบเส้นทางทางการเงิน กรณีบริษัทวินมาร์ค ที่ได้ซื้อหุ้นบริษัทเอสซีแอสเสท พบว่าเป็นเงินของ พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมานเอง จำนวน 300 ล้านบาท และอีก 1,200 ล้านบาท มาจากในบัญชีของบริษัทวินมาร์ค จาก 3 ธนาคารในประเทศสิงคโปร์
หลังจากนั้นเส้นทางเงินทั้งหมดก็จะโอนเข้าบัญชีของทั้งพ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมานอีก ทำให้ทาง ก.ล.ต.สงสัยว่าบริษัทวินมาร์ค กับ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมานน่าจะเป็นคนคนเดียวกัน ก.ล.ต.และดีเอสไอ จึงร่วมกันตรวจสอบ พบว่าในปี 2537 พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมานได้ให้แมทธีสันทรัสต์ เป็นผู้ก่อตั้ง บริษัท วินมาร์คขึ้นมา โดยมีกลุ่มบริษัทในเครือแยกหน้าที่ต่างๆ กัน ขณะเดียวกันคุณหญิงพจมาน ก็มีการตั้ง ซิเนตราทรัสต์ ขึ้นมาในปีเดียวกัน จากนั้นก็มีการตั้งบริษัทบลูไดมอนด์ ขึ้นมาถือหุ้นวินมาร์คอีกชั้นหนึ่ง
หลังจากที่ดีเอสไอและก.ล.ต.ได้เอกสารจากหน่วยงานด้านหลักทรัพย์ของฮ่องกง ประกอบด้วยหลักฐานการจัดตั้ง ซึ่งเป็นเอกสารที่ได้รับการรับรองความถูกต้องไว้ด้วย จากการตรวจสอบพบว่า ทั้งพ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ตั้งแมทธีสันทรัสต์ขึ้นมาเพื่ออุปโลกน์การถือหุ้น มีบริษัท แมทธีสัน คอร์ปอเรท เซอร์วิส (เอ็มทีซีเอส) รับหน้าที่เป็นผู้ติดต่อธนาคารพาณิชย์ แต่บริษัทที่ตั้งขึ้นไม่มีอำนาจในการจัดการ เป็นแค่นอมินี เพราะคนมีอำนาจจริงๆ คือ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ตรงนี้ดีเอสไอและก.ล.ต. มีเอกสารทั้งหมด
ต่อมาปี 2547 มีกลุ่มดอยช์แบงก์ได้เข้ามาถือหุ้นในบริษัทบลูไดมอนด์ ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น โดยมีการโอนหุ้นที่ถืออยู่ในบริษัทบลูไดมอนด์ จาก แมทธีสันทรัสต์ มาเป็นกลุ่มดอยช์แบงก์ แต่ทั้งหมดก็ยังมี ซิเนตราทรัสต์ เป็นเจ้าของเหมือนเดิม ข้อมูลนี้ได้จากทางหน่วยงานด้านหลักทรัพย์ของฮ่องกงเช่นกัน
นายสุนัย ชี้แจงอีกว่า จากการตรวจสอบเส้นทางเงินจากธนาคารพาณิชย์ในต่างประเทศพบว่า ไม่ว่าจะเป็นบริษัท วินมาร์ค , บลูไดมอนด์ หรือบรรดากองทุน โอเวอร์ซี โกรว์ธ ฟันด์ (OGF) และออฟชอร์ ไดนามิค (ODF) ที่ถือหุ้นในเอสซีแอสเสท รวมกันกว่า 61.165 ล้านหุ้น หรือ คิดเป็น 19.05% ของหุ้นจดทะเบียน หรื กองทุนแวลู แอสเสทส์ ฟันด์ หรือ VAF พบว่าชื่อบัญชีธนาคารที่ปรากฏ ใน ธนาคารยูบีเอส ธนาคารยูโอบี หรือ ธนาคารดอยช์แบงก์ นั้น ชื่อเจ้าของบัญชีทั้งหมด จะระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ และหรือ คุณหญิงพจมาน เป็นเจ้าของ
"ตรงนี้เราได้ข้อมูลจาก แมทธีสันทรัสต์ คอร์ปอเรท เซอร์วิส รวมถึงได้รับข้อมูลจากแบงก์ชาติของสิงคโปร์และแบงก์ชาติไทยด้วย โดยข้อมูลเหล่านี้จะมีแสตมป์จากหน่วยงานของสิงคโปร์ และเอกสารก็มาจากแบงก์ต่างๆ ในสิงคโปร์เอง"
นอกจากนี้ในการตรวจสอบการทำธุรกรรมจากธนาคาร เจ้าของบัญชี คือ พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน เท่าที่เราทราบ ก่อนที่บางธนาคารจะเปิดบัญชี ได้สอบถามผู้เปิดบัญชีด้วยว่ามีประวัติอย่างไร บางธนาคารก็สอบสวนประวัติพ.ต.ท.ทักษิณด้วย และบางธนาคารก็ไม่อยากให้เปิดบัญชี
ส่วนของพฤติกรรมแวดล้อมในคดีนี้ ก.ล.ต.และดีเอสไอ พบว่า การที่พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ขายหุ้น 5 บริษัท รวมถึงบริษัท เอสซี แอสเสท ให้บริษัทวินมาร์คไปในราคาพาร์ และไม่มีการประเมินมูลค่า รวมทั้งต่อมาวินมาร์คขายหุ้น 5 บริษัท (บริษัท พี.ที. คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัท เอสซี ออฟฟิซ ปาร์ค จำกัด บริษัท เวิร์ธ ซัพพลายส์ จำกัด บริษัท บี.พี. พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และ บริษัท เอส ซี เค เอสเทต จำกัด) คืนให้แก่ น.ส.พินทองทา ชินวัตร บุตรสาวพ.ต.ท.ทักษิณ ในราคาพาร์ ก็ไม่มีการประเมินมูลค่าเช่นเดียวกัน แต่เงินที่โอนไปๆ มาๆ ถือเป็นเงินคนคนเดียวกันที่เข้าออกตลอด สุดท้ายเงินที่ได้รับจากการขายหุ้นให้น.ส.พินทองทาก็กลับมายังพ.ต.ท.ทักษิณ
ขณะเดียวกัน กองทุนวีไอเอฟ ยังมีการสละสิทธิ์การซื้อหุ้นเพิ่มทุน เอสซี แอสเสท ให้แก่บุตรของพ.ต.ท.ทักษิณ โดยนางบุษบา ดามาพงศ์ แถลงต่อที่ประชุมบริษัทเอสซีแอสเสทและไม่มีใครโต้แย้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางดีเอสไอและก.ล.ต.เชื่อว่าทั้งสองกองทุนและพ.ต.ท.ทักษิณ น่าจะมีอะไรที่เกี่ยวโยงกัน กระทั่งตรวจสอบพบ
ในทางกฎหมายช่วงที่นำหุ้นเอสซีแอสเสทเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ก็ไม่มีการเปิดเผย ว่าตนเองถือหุ้นผ่านกองทุน โอดีเอฟ โอจีเอฟ ถือว่าเป็นการปกปิดโครงสร้างการถือหุ้น เพราะถ้ารวมแล้วเท่ากับว่าครอบครัวนี้จะถือหุ้น 3 ใน 4 ของหุ้นทั้งหมด รวมทั้งยังสามารถใช้สิทธิออกเสียงได้ทุกมติ
“เรายืนยันว่าได้แจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาโต้แย้งได้ตลอด เพราะเราสอบสวน แต่อัยการสั่งไม่ฟ้องเพราะยกประกาศก.ล.ต.ที่ออกมาภายหลังจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นแล้ว แต่ก.ล.ต.ไม่เห็นด้วย เพราะเชื่อว่าการปกปิดสาระสำคัญเป็นความผิด เช่น การเอาหุ้นให้คนใช้ บอกว่าไม่ใช่ของตัวเองก็ผิดแล้ว ส่วนเรื่องนี้ก็เช่นกัน แต่ปกปิดโดยชื่อนิติบุคคลเท่านั้น”
"กรณ์"กระทุ้งก.ล.ต.รื้อคดีเอสซีแอสเสทซุกหุ้น
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึง ความคืบหน้าของกรณีบริษัท เอสซี แอสเสท จำกัด (มหาชน) ที่ก่อนหน้านี้ อัยการไม่มีคำสั่งไม่ฟ้องเรื่องการซุกหุ้น ว่า ล่าสุด ก.ล.ต.อยู่ระหว่างประเมินถึงสาเหตุที่อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องว่าได้มีการใช้หลักฐาน เอกสารที่ ก.ล.ต.ได้นำส่งประกอบการพิจารณาไปด้วยหรือไม่ เช่นเดียวกับกรณีที่พิจารณาของการยึดทรัพย์ของอดีตท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งจริงๆ แล้ว เรื่องนี้ ก.ล.ต.ไม่สามารถยื่นฟ้องเองได้ ซึ่งคงเป็นประเด็นที่ต้องตีความ ซึ่งส่วนตัวคิดว่าหาก ก.ล.ต.พิจารณาว่าหากมีหลักฐานบางอย่างที่เราไม่ได้นำมาพิจารณา ก็ควรที่จะขอเปิดคดี เพื่อฟ้องร้องตามหลักฐานใหม่ได้
"ให้ ก.ล.ต.ส่งหลักฐานใหม่ให้อัยการได้ในฐานะที่ปกปิดการถือครองหุ้นสมัยทักษิณ อัยการบอกว่าฟ้องไม่ได้ตอนนี้ มีหลักฐานเพิ่มก็ขอเปิดคดีใหม่เพื่อฟ้องร้องได้ เพราะมีหลักฐานที่เป็นนัยสำคัญที่ทำไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้น น่าจะนำมาคดีมาพิจารณาใหม่ได้ ซึ่งผมไม่ได้แทรกแซงการทำหน้าที่ของ ก.ล.ต.โดยตรง แต่ทุกคนก็ต้องรู้หน้าที่ว่าตัวเองทำอะไรอยู่ ก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด"
Tags : สุนัย มโนมัยอุดม • ดีเอสไอ

ความคิดเห็นที่ 7
ne , 26 พฤศจิกายน 2552 05:01
โคตรนี้...ช่างเลวบริสุทธิ์จริงๆๆๆ
น่าสงสารจริงๆ หายใจเข้า นรกมารอ...
หายใจออก นรกมารอ....พวกเดนนรก
นรกยังต้องตรึกตรอง...ว่าจะเอาไปไว้ที่ไหน..
ยังกล้าที่จะอยู่มองหน้าชาวโลกอีก...ไปลงนรกเสียที.....
ความคิดเห็นที่ 6
LEOM , 25 พฤศจิกายน 2552 20:09
สุนัขย่อมยินดีในเศษกระดูก หาได้สนใจความถูกต้องใดๆ ... แต่นั่น " ไม่ใช่คน " .
ความคิดเห็นที่ 5
รักประเทศไทนรักพ่อหลวง , 25 พฤศจิกายน 2552 11:47
คห ที่หนึ่งน่าจะไปอยู่เขมรนะ อยู่ที่นี้แผ่นดินน่าจะเจริญลงเรื่อยๆๆ มีแต่ความคิดโง่ๆๆอย่างนี้ บ้านเมืองถึงไม่สงบซะที จะอยู่ให้มันหนักแผ่นดินทำไม ไม่เข้าใจ สันดานห.....า จริงๆ(ซักทีเหอะทนไม่ไหวจริงๆๆ)
ความคิดเห็นที่ 4
Usak , 25 พฤศจิกายน 2552 11:32
ทำไมคนไทยถึงยังคิดว่า โกงได้ ไม่เป็นไร ขอแค่ให้มีผลงาน ใครๆก็โกงกันทั้งนั้น
บ้าไปแล้ว
คิดแบบนี้บ้านเมืองถึงได้ไม่เจริญ ล้าหลังประเทศที่เค้าไม่มีคอรัปชั่นกัน
เค้าโกงประเทศ กินประเทศไป 1000 คายคืนประชาชน แค่ 1 ตัวเองร่ำรวย ประชาชนไม่มีจะกิน อย่างนี้หรอเรียกว่าดี ทำได้ ไม่ผิด???
เงินประเทศที่โกงกินไป เอามาพัฒนาชีวิตชาวบ้านได้ตั้งเท่าไหร่ ทำไมมองได้แต่ระยะสั้น แค่มีพอกินไปวันๆ ไม่ได้มองว่า ลูกหลานจะมีกินไหม ใช้ชีวิตยังไงบนแผ่นดินไทยต่อไป
สุดท้ายก็เห็นแก่ปากท้องตัวเองวันต่อวัน ถึงได้จนอยู่อย่างนี้ แค่เงินหลอกล่อร้อยสองร้อยให้เลือกคนเลวๆไปทำงานก็เอาแล้ว
จิตวิทยาหมู่ หน้ามืดตามัว คนเค้าชั่วเค้าโกหกว่าเค้าไม่ได้ทำ โดนใส่ร้าย โดนกลั่นแกล้ง หลักฐานก็ไม่มีแจ้งว่าแกล้งยังไง ใช้แต่การปลุ่นปั่นอารมณ์รักพวกพ้อง สู้กันเข้าไป ปลุกปั่นมันเข้าไป ทะเลาะเพื่อให้ฝ่ายตัวเองชนะ .........
ที่ทำไปเพื่อประเทศ หรือเพื่อใครกันแน่
ไม่ได้เข้าข้างใคร แต่ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน ถ้าทุจริตคิดร้ายต่อประเทศ ขอสวรรค์บันดาล จะอยู่ก็ไม่มีแผ่นดินให้อยู่ จะตายคนก็ไม่สรรเสริญ แม้แต่เศษอินทรีย์ ขออย่าให้ได้เปื้อนแผ่นดินไทย......
ความคิดเห็นที่ 3
man , 25 พฤศจิกายน 2552 10:33
คห1 หลักฐานมีตราประทับรับรองจากหน่วยงานที่ต้องเชื่อถือยังหาว่าสร้างหลักฐานอีก น่าเศร้าจริงๆ ไม่มีเหตุผลเลย
ความคิดเห็นที่ 2
นายหน้าค้าความจน ..ยิ่งรวยก็ยิ่งโกง ! , 25 พฤศจิกายน 2552 09:36
ข้อย บ่ ฮู้ อิหยังดอกเรื่องซุกหุ้นแอมเปลริช วินมาร์ค โยกย้าย ถ่ายเทหุ้น โอนทรัพย์สินสลับซับซ้อน ซีนาตร้าทรัสต์ แอบฝากฟอกเงินที่เกาะบริติชเวอจิน ไอร์แลนด์ ข้อยรู้จักแต่หวยอย่างเดียวที่ไทยรักไทยมันช่วยกันออกหวยบนดินมาฟันกำไรพวกข้อย เอากำไรไปใช้จ่ายกันตามสบาย ..นักการเมือง ข้าราชการเขาจะโกงก็โกงไปเต๊อะ ทุกๆ คนมันก็โกงทั้งนั้น ข้าเจ้าขอให้โกงแล้วมีผลงาน คายออกมาให้ชาวบ้านบ้าง
ความคิดเห็นที่ 1
123 , 25 พฤศจิกายน 2552 09:28
สร้างจินตการณ์เอาเอง.. คิดชั่ว... เลยคิดว่าคนอื่นต้องชั่วเหมือนตัว.....
สร้างหลักฐานเท็จ... ปกปิดข้อมูลบางส่วนเพื่อหลอกศาล... ระวัง...