กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเมือง : บทวิเคราะห์

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2552 07:53

"สุรเกียรติ์"อ่านเกมเขมร เตือนรัฐอย่าโต้เพลินจนไพ่หมดมือ

สุรเกียรติ์ เสถียรไทย

สุรเกียรติ์ เสถียรไทย

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

"เราจะตอบโต้ไปจนหมดไพ่ในมือเลยหรือเปล่า หรือจะตอบโต้จนกระสุนหมด" เป็นคำถามจาก สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีต รมว.ต่างประเทศ

ที่ยอมเสี่ยงออกมากระตุกรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในยามที่กระแสสังคมหนุนเนื่องให้ใช้มาตรการแข็งกร้าว เพื่อกดดันกัมพูชา

เป็นความพยายามกดดันอย่างสุดแรงจากปัญหาการแต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลเขมร และเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของ สมเด็จฮุนเซน ผู้นำกัมพูชา ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการ "ตบหน้าไทย" เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังหลบหนีโทษอาญาจากคำพิพากษาของศาลไทยอยู่ในต่างแดน

สุรเกียรติ์ ซึ่งห่างหายไปจากเวทีการเมืองนานพอสมควร ออกตัวว่า ไม่ได้คัดค้านที่รัฐบาลใช้มาตรการตอบโต้เขมร เพราะเป็นสิ่งจำเป็นและมิอาจหลีกเลี่ยงได้ แต่กลยุทธ์ในการใช้มาตรการกดดันต่างหากที่เขาอยากให้รัฐบาลทบทวน

"สมมติเรามีมาตรการ 5 อย่าง กัมพูชาทำ 5 เรื่อง เราตอบโต้ทุกเรื่อง ไพ่เราก็หมดแล้ว แทนที่จะค่อยๆ ใช้ทีละ 1 ใน 10 ของแต่ละมาตรการ" สุรเกียรติ์ แนะนำจากประสบการณ์ที่เคยดำรงตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ หลายปีในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ

"เรารู้อยู่แล้วว่าทักษิณต้องการ play up (ปั่นกระแส) เราต้องลดกระแสลง การตอบโต้ควรจะเป็นขั้นเป็นตอน เช่น พอขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนแล้วกัมพูชาไม่ให้ ค่อยเรียกทูตกลับ แต่เราไปเรียกทูตกลับตั้งแต่วันแรก (วันที่กัมพูชาประกาศตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาอย่างเป็นทางการ) พอเรื่องมาถึงขั้นปฏิเสธการส่งผู้ร้ายข้ามแดน เราก็ต้องเพิ่มมาตรการใหม่เข้าไปอีก ก็หมดไพ่ไป 2 ใบแล้ว ฉะนั้นเราต้องระมัดระวัง"

สุรเกียรติ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่กังวลมากและอาจเป็นอันตราย ก็คือ การสร้างกระแสสาธารณะให้เกิดขึ้นจากประเด็นชาตินิยม เพราะจะทำให้ในลำดับต่อไปรัฐบาลจะบริหารนโยบายต่างประเทศอย่างยากลำบาก การตอบโต้กัมพูชาแน่นอนว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำ แต่ประเทศเราอยู่ติดกัน หากใช้มาตรการแข็งกร้าวมากๆ และใช้ไปเรื่อยๆ จะยากในการปรับความสัมพันธ์ให้กลับคืนมา ในอนาคตใครไปทำก็จะถูกครหาว่าขายชาติ อย่าลืมว่าถ้าปีนบันไดขึ้นไปสูงแล้วถีบบันไดทิ้ง สุดท้ายจะลงอย่างไร

สิ่งสำคัญที่ สุรเกียรติ์ เน้นย้ำ ก็คือ ปัญหานี้เกิดจากคนคนเดียว อย่าทำให้คนไทยกับคนกัมพูชาต้องเกลียดชังกัน

"การขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนนั้น หากพิจารณาจากกรณีของคุณราเกซ สักเสนา จะพบว่าใช้เวลาถึง 13 ปีกว่าจะได้ตัวกลับ ทั้งๆ ที่แคนาดากับไทยไม่ได้ทะเลาะกัน เหตุนี้เราจึงต้องรอบคอบ ไม่เอานโยบายต่างประเทศมาเล่นการเมืองแรงเกินไป อย่าเอาคนทั้งประเทศมาชนกันเพราะคนคนเดียว เพราะที่ทำไปทั้งหมดนี้ กับอีกหลายมาตรการที่จะตามมา ก็คงไม่ได้ตัวคุณทักษิณกลับ วันที่ 13 พฤศจิกายน เขาก็บินไปดูไบแล้ว คำถามคือเราได้อะไร ผมไม่อยากให้ใช้นโยบายต่างประเทศเปลือง หรือใช้ชาตินิยมมาบริหารนโยบายต่างประเทศ ไม่อย่างนั้นประเทศพัง"

สุรเกียรติ์ ยังชี้ว่า ยุคนี้เป็นยุคของความร่วมมือ ไม่ใช่แค่เศรษฐกิจ แต่เป็นเรื่องทางสังคมและความมั่นคงด้วย ไม่ว่าจะเป็นกรอบของอาเซียน หรือแอกเม็กซ์ (การประชุมผู้นำยุทธศาสตร์ความร่วมมืออิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง) ฉะนั้นทุกประเทศในภูมิภาคต้องเป็นพลังร่วมกันที่จะสู้กับโลกข้างนอก ไม่ใช่หวาดระแวง หรือทะเลาะกันเองเพราะคนคนเดียว

"ความรู้สึกว่าใครเป็นเบี้ยใคร เป็นเรื่องที่กระทบถึงประชาชนของทั้งสองชาติ ปัญหาไม่ใช่แค่นายกฯ 2 ประเทศ แต่เรากำลังขนประชาชนมาทะเลาะกัน ด้วยปัญหาของคนคนเดียว ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้น สิ่งสำคัญที่สุด คือ ความสัมพันธ์ของประชาชน ถ้าความรู้สึกของประชาชนกัดกร่อนเสียแล้ว ความสัมพันธ์ของสองประเทศก็จะพัง ผมไม่อยากให้นำประเทศไทยไปสู่จุดนั้น"

อีกมุมหนึ่งที่ สุรเกียรติ์ เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ คือ ต้องวิเคราะห์ว่าทำไมฮุนเซนถึงคิดและทำแบบนี้ ที่สำคัญคือจะทำอะไรต่อ ซึ่งเขามองว่า ผู้นำกัมพูชามีแผนหยิบประเด็นขัดแย้งกับไทยเข้าสู่เวทีระหว่างประเทศ

"สมมติฮุนเซนเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมอาเซียน กล่าวหาว่าเราแทรกแซงกิจการภายใน เราก็ชี้แจงว่าคุณทักษิณมีความผิดตามกฎหมายไทย แล้วสุดท้าย เขาโต้ว่าความผิดนั้นไม่ผิดตามกฎหมายกัมพูชา เราจะทำอย่างไร เราต้องคิดและคิดดักหน้าด้วย จากนั้นก็วางแผนป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น"

"อย่าลืมว่าช่วงนี้เป็นรอยต่อที่เวียดนามกำลังจะขึ้นเป็นประธานอาเซียนต่อจากไทย หากเวียดนามเข้ามาไกล่เกลี่ยปัญหาผ่านบทบาทของประธานอาเซียน ไทยจะรับได้หรือไม่ เพราะเมื่อก่อนคนอื่นขอให้ไทยเป็นตัวกลางพูดกับกัมพูชา แต่วันนี้ เราคุยกับเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกัน 500 กิโลเมตรไม่ได้แล้ว เรากำลังจะประกาศให้โลกเห็นใช่หรือไม่ว่าต้องให้เพื่อนบ้านที่ไกลกว่ามาคุยให้เรา"

"ที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้น คือ หากฮุนเซนยกเรื่องขึ้นไปคุยในเอเปค (ความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก) ที่กำลังจะประชุมกันเร็วๆ นี้ เราจะป้องกันอย่างไร เราไม่ควรเอาเรื่องขัดแย้งจากคนคนเดียวไปพูดในวงประชุมที่มีถึง 21 เขตเศรษฐกิจ"

สุรเกียรติ์ ยังเตือนว่า อย่าประเมินกัมพูชาต่ำเกินไปในเวทีโลก

"เราต้องมองโลกปัจจุบัน แต่บางครั้งเหมือนเรามองย้อนกลับไปเมื่อ 25 ปีก่อน เราอาจประเมินกัมพูชาจากจุดนั้น ทั้งๆ ที่วันนี้เขาเติบโต มีเพื่อนฝูงในเวทีโลก ถ้าเขายกขึ้นพูดในเวทีพหุภาคี จะมีเพื่อนที่เข้าใจไทยมากกว่าเขาหรือเปล่า ฉะนั้นเราต้องเริ่มลงมืออธิบาย ไปพบ ส่งทูตส่งผู้แทนพิเศษไปพูดคุยได้แล้ว เราจะชะล่าใจไม่ได้เด็ดขาด"

"อย่าลืมว่า กรรมการมรดกโลก 18 ประเทศ สนับสนุนกัมพูชาทั้งหมดให้ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ทั้งๆ ที่ใน 18 ประเทศนั้น มีหลายประเทศที่เรามองแล้วว่าน่าจะยกมือให้เรา แต่ไม่มีเลย การเมืองระหว่างประเทศเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตลอดเวลา ต้องถามว่า 3 ปีที่ผ่านมา เราอาจหมกมุ่นกับปัญหาตัวเองมาก จนไม่ได้เปิดคบใครหรือไม่"

สุรเกียรติ์ สรุปทิ้งท้ายว่า มีความเป็นไปได้ไม่น้อยที่กัมพูชาจะทำเรื่องนี้ให้เป็นประเด็นในเวทีระหว่างประเทศ เพราะผู้นำกัมพูชาเองก็ให้สัมภาษณ์ที่ญี่ปุ่นว่า พร้อมหากอาเซียนจะเข้ามาไกล่เกลี่ยปัญหาระหว่างกัมพูชากับไทย แสดงว่าไต๋เริ่มออกมาแล้ว

"การที่กัมพูชาจะโยนเรื่องไปอาเซียน เอเปค ยูเอ็น จึงมีโอกาสเกิด และเราต้องมองล่วงหน้า ต้องดักทาง ต้องสกัด ต้องรู้แล้วว่าจะไปคุยกับใคร ใครเป็นประธานในที่ประชุมแต่ละเวที เพราะประธานคือผู้ที่ตัดสินว่าจะอนุญาตให้ยกเรื่องใดขึ้นมาพูดหรือไม่ หรืออนุญาตให้ใครพูดหรือไม่ให้พูด"

Tags : สุรเกียรติ์ เสถียรไทย

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 21

เรา คนไทย ต้องให้กำลังใจ ซึ่งกันและกัน ไม่ใช่มา พูดจาถากถางกัน ถ้าเราสามัคคีกันจะไปไหนเสีย เขมรประเทศเขา ถ้าไม้มีฮุนเซน เขาอยู่กันได้ ประชาชนเขาอดยาก ดิ้นรน ดูผู้นำซิ กร่างซะทำว่าแน่ แล้วที่ผ่านมาเขา เผารูปอะไร ก็รู้ ๆ กันอยู่ เราเจริญกว่าตั้งมากมาย

ความคิดเห็นที่ 20

listen to dr.surakiat alright !

ความคิดเห็นที่ 19

เขมรต้องการให้รบครับ เพราะรู้อยู่แล้วว่ารบแพ้ จะได้ไปฟ้อง ยูเอ็นให้ยื่นมือมาช่วย อีกทั้งบีบให้ไทยต้องยอมปล่อยที่เขาพระวิหารอย่างเลี่ยงไม่ได้ อีก 2 อย่าง คือ เพื่อกลบกระแส เสียเขตแดนฝั่งเวียดนาม และ เพื่อให้ข่าวธุรกรรม อำพรางระหว่างฮุนเซน และ ทักษิณ ที่คุยไว้ปากเปล่าหลายเรื่อง ซาลงไป

สู้กับเขมร ต้องตัดเสบียงเขมรครับ ผมแนะว่า รัฐบาลไม่ต้องทำอะไรเป็นทางการเพิ่มแล้วครับ แต่ไปขอร้องภาคเอกชนช่วยบีบดีกว่า ไม่ไปบ่อน ไม่ไปเที่ยว ทุกสายการบินของไทยไม่ไปเขมร งดส่งก๊าซ งดส่งอาหาร มีเงินมาซื้อก้อไม่ขาย ให้เอกชนส่งตัวคนงานเขมรกลับปท.ให้มากที่สุด โดยอ้างเหตุผลความปลอดภัย โดยที่ภาครัฐต้องเข้าไปหาตลาดรองรับให้พักหนึ่ง ไม่นาน เขมร ฮุนเซนบ้าแน่ครับ เพราะค่าเงินจะอ่อนฮวบ เศรษฐกิจดิ่งลงทันที แค่นั้น ปชช เขมร ลุกฮือแน่ๆครับ

ความคิดเห็นที่ 18

อย่าลืมว่าฮุนเซ็นเกิดและเติบโตมาในสภาพสงคราม ขณะที่อภิสิทธิ์เติบโตมาในสภาพที่ถูกเลี้ยงมาอย่างดี เรียนมาแต่ทฤษฎี จะสู้ทันเล่ห์ฮุนเซ็นไหวหรือ ไม่แน่จริงเขาไม่ครองเขมรมาเกือบ 20 ปี

ความคิดเห็นที่ 17

แต่ผมกลับเห็นว่าไทยควรดำเนินมาตรการเด็ดขาดมากกว่านี้ครับ มันเป็นปัญหาของสองประเทศ อย่าไปแคร์กับสายตาต่างชาติมากครับ สมัยนี้แต่ละประเทศก็คิดแต่จะเอาเปรียบกันอยู่แล้วนะครับ อยากให้ไทยเล่นบทเด็กเกเรมากขึ้นบ้างครับแต่เกเรอย่างมีเหตุผลไม่ให้ใครมาเอเปรียบ ไม่ใช่เล่นบทหน่อมแน้มยอมไปหมดทุกอย่างครับ

ความคิดเห็นที่ 16

"ผมเห็นด้วยกับท่านสุรเกียร์ติครับ"..เคยสังเกตุไหมละครับ...ไม่ว่าท่านทักษิณ จะอยู่ที่ไหนประเทศอะไรที่นั้นๆโดนหมด..ใส่กันทุกอย่าง...โดยกลุ่มคนหรืองกรอิสระหรือเเม้เเต่รัฐบาล...รักชาติ รักประเทศ ส่วนนี้เราเข้าใจ...เเต่อยากจะให้ท่านนึกถึงทถษฎีที่มีอยู่จริงก่อนๆที่จะปฎิบัตี..ถ้าทำเเบอารมณ์อยู่เหนือจิตใจ...เสียหายเเละพังครับ...วันหนึ่งๆก็เห็นเสียเวลาเเต่เรื่องของท่านทักษิณ...คนไทยมีตั้ง63ล้านกว่าคนนะครับ

ความคิดเห็นที่ 15

ความเห็นของทุกฝ่ายควรที่จะเคารพ ไม่ใช่ใครที่คุณไม่ชอบก็ด่าเเละปฎิเสธ ควรเปิดใจให้กว้าง

ความคิดเห็นที่ 14

หลายคนถูกกล่อมเกลาด้วยนิทานว่า ผู้ร้ายตายตอนจบ ผู้ดีชนะเป็นพระเอก แต่ในความเป็นจริงของชีวิตไม่เหมือนนิทาน ไม่มีใครดีหมดชั่ว และไม่มีใครชั่วหมดดี ยิ่งยุคเสื่อม ถ้าความดีชนะจะใช่ยุคเสื่อมหรือ ต้องเป็นยุครุ่งโรจน์ ทุกสิ่งมีเจริญขึ้นเสื่อมลง

ความคิดเห็นที่ 13

ผมว่าที่ท่านพูดรัฐบาลเขาคิดไปหมดแล้วละ เขาเดินหมากกัน 8 ชั้นอยู่แล้ว ระดับนี้

แต่บางเรื่องมันไม่มีความจำเป็นต้องมาสอนกันกลางอากาศ

บางคนก็มี "hidden agenda" ตลอด ต้องมองให้ทะลุเท่านั้นเอง

หรือไม่ตอนนี้เราอยู่ในสภาพของที่ภาษาฝรั่งบอก "Forced to Move (Change)"

แต่มันจะมักจะมีจุดผกผันเสมอ สำหรับพวก "ผู้ร้าย" ที่ยังไงก็ต้องแพ้ มีแต่ความดีเท่านั้นที่จะครองโลกได้

ความคิดเห็นที่ 12

ทำให้นึกไปถึงการสู้ค่าเงินบาทสมัยก่อน เห็นว่าเปิดไวน์ฉลองชัยชนะทั้งที่ศึกยังไม่จบลง ลงท้ายผู้ชนะคือผู้แพ้ ผู้แพ้คือผู้ชนะ

ความคิดเห็นที่ 11

ก็น่าคิดนะ ..... ทำไม ทุกชาติ ยกมือให้ เขมร หมด ..... ความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศไทย กับ หลาย ๆ ประเทศ เป็นอะไรไปแล้ว

ความคิดเห็นที่ 10

ได้อ่านเรื่องอย่าสีซอแล้ว ทำให้นึกถึงคนบางคนเมื่อ 8 ปีที่แล้วเลยใช่เลย

ความคิดเห็นที่ 9

แปลกแต่จริง คุณสุรเกีรติเคยพูดติติง พวก นช ทักษิณ บ้างไหม เคยออกมาพูดเรื่องปราสาทพระวิหารบ้างไหม เคยอกมาพูดเรื่องนพเหล่ ไปทำข้อตกลงเรื่องปราสาทพระวิหารบ้างไหม ทั้ง ๆ เรื่องเล่านี้เรื่องใหญ่กว่า ไทยเรียกฑูตกลับนั้น กว่าไหน ๆ เพราะอะไรหรือ

ความคิดเห็นที่ 8

อย่าไปสีซอให้ค ว า ย ฟัง สติปัญญาพวกเหลืองอั ป รี ย์ ก็คิดแค่ทำยังไงให้ยึดสนามบินแล้วไม่ต้องรับโทษเท่านั้น วิธีเดียวคือปลุกคนไทยให้ไปร่วมล้างสีโกเต๊กของมันที่สนามหลวง เพราะมันใช้เองก็เหม็นเองจนแทบทนไม่ไหว ลองล้างหลายรอบแล้ว เช่นไม่กล้าแต่งเหลืองไปชายแดนเขมร ไม่กล้าแต่งเหลืองไปปราศรัยที่อุดร ที่สนามหลวงก็คิดว่ามันจะไม่กล้าใส่เหลืองไปเหมือนกัน ถือโอกาสสลัดเหลืองทิ้ง แต่กลิ่นโกเต๊กคงไม่หลุด เพราะมันเอาลูบหน้ามันไว้ * พวกอั ป รี ย์

ความคิดเห็นที่ 7

ช่างเอาแคนาดามาเปรียบ มันคนละเรื่องกัน
คุณจะให้hearเเม้วล้มราชบังลังค์เสร็จก่อนเหรอ คุณจะให้คนไทยเป็นทุกข์ไปอีกกี่ปี

ออกมาพูดก็อย่าพยายามมาเปลี่ยนความรักชาติซึ่งตอนนี้คนไทยหมายถึงพระเจ้าแผ่นดินของชาวไทยกำลังโดนhearแม้วกระทำอยู่

อย่าแก้ตัวว่าhearแม้วก็รักนายหลวงเหมือนกัน เพราะนั่นผมจะจองเวรกับคุณอีกคน...

ความคิดเห็นที่ 6

ถูกต้อง เห็นด้วยกับท่านสุรเกียรติ เราแค่ด่า ส.ส. พรรคเพื่อเขมรแค่บางคน ไม่ได้ด่าทุกๆ คน ....คนเราต้องคิดได้เสียที ว่าเจ้านายเก่า ครอบงำพวกคุณด้วยคำๆ เดียว .... เรามีเสียงข้างมากคนจนรากหญ้าส่วนใหญ่ในสภาทั้ง สภาผัว สภาเมีย สส สว ทำอะไรได้ชอบธรรมทุกๆ อย่างแก้กฏหมายให้เอ้ออำนวยธุรกิจของครอบครัวเรา .เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ....คนไทยต้องพิจารณาพื้นฐานตระกุล ครอบครัว ของเผด็จการฮุนเซนทำธุรกิจการเมืองสัมปทานผูกขาดทุกๆ อย่าง ในเขมร เหมือนนายใหญ่อดีตคนเก่งแต่โกง ฉกมากจนกลายเป็นทรราชย์ทั้งโคตรและทำให้คนไทยแตกแยกมากที่สุด

ความคิดเห็นที่ 5

ประเทศไทยเมื่อย้อนกลับไปถึงจะมีความขัดแย้งทางความคิดเป็นระยะๆ แต่ไม่เคยมีความรุนแรงเกิดขึ้นมาก่อน อาจจะเป็นเพราะการเสพสื่อต่างๆไม่มากเท่าปัจจุบัน แต่ใช้วิธีการพูดคุยกันในวงกาแฟ ท้ายที่สุด ก็ซาไป จนกระทั่งบัดนี้ ทุกคนสามารถเข้าถึงสื่อทุกประเภททั้งโดยตั้งใจ และไม่ตั้งใจ เช่น SMS และทีวี จนเมาสื่อกันไปและฝังลึกเข้าไปในจิตใจโดยไม่รู้ตัว ทำให้เกิดความเกลียดชังกันอย่างรุนแรง โดยที่ยังไม่รู้เลยว่าที่เราเกลียดเขานั้นเป็นเพราะเราไปเห็นเป็นจริงอย่างที่พูด หรือเป็นเพราะอารมณ์มวลชนพาไป เราน่าจะหันหน้าเข้าหากัน แล้วใช้สติในการไตร่ตรองดูอีกสักครั้ง หยุดหรืออย่าให้อารมณ์พาไปกับมวลชน และปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมทำตามหน้าที่ไปตามที่ควรจะเป็นไม่ดีกว่าหรือ

ความคิดเห็นที่ 4

เอากษิตออกไป เคยเป็นอดีตฑูตได้ยังไงฟะ ไม่มีความสุขุม ทำตัวเป็นกุ๊ย ระรานกับเพื่อนบ้านอยู่ได้ ทำให้ประเทศไทยไม่แตกต่างจะกัมพูชา ถ้าเอาเจ้านี่ออกไป แล้วแต่งตั้งคนที่เหมาะสมกว่าคงจะทำให้บรรยากาศความตึงเครียดบรรเทาลง ขืนเป็นอย่างนี้ต่อไป คิดว่าเจ้าฮุนเซ็นต์มันคงสั่งทหารมันยิงจรวดเข้ามาฝ่ายไทยแน่นอน แล้วสิ่งที่ไม่อย่าให้เกิดมันคงต้องเกิด คนที่ล้มตายไปก็ไม่ใช่ญาตพี่น้องของอ้ายกษิต(ปากพร่อย)แต่อย่างใด ปลุกกระแสคลั่งชาติอยู่ได้ แต่ไม่รักชาติแต่อย่างใด

ความคิดเห็นที่ 3

เหม็นขี้ฟัน คุณไม่มีเครดิตแล้ว

ความคิดเห็นที่ 2

แหม...ทีแบบนี้คิดเก่งมานี่ครับ แต่ชายคนนี้ไม่ใช่หรือที่ทำให้ธนาคารแหลมทองเจ๊ง พอๆกับนายสมคิกแหละที่ทำให้นครหลวงไทยเป็นอัมพาต

ความคิดเห็นที่ 1

ที่ท่านเตือนมาก็เห็นด้วย แต่
ผิดหวังที่ท่านเคยไปรับใช้ทักษิณและไปลงนามเกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนทำให้เรื่องวุ่นวายมาจนถึงทุกวันนี้

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement