กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเมือง : บทวิเคราะห์

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2552 07:30

เปิด 20 คดี "ราเกซ"จุดล่ม"บีบีซี"(จบ)

ราเกซ สักเสนา

ราเกซ สักเสนา

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ฉบับวันจันทร์ที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา "กรุงเทพธุรกิจ" ได้นำเสนอ 10 คดีแรก ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวโทษ นายราเกซ สักเสนา

จากทั้งหมด 20 คดี ที่เกี่ยวข้องกับ ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ หรือบีบีซี ทั้งนี้ 10 คดีที่ผ่านมานั้น ส่วนใหญ่ลักษณะจะมีความคล้ายกันเกือบทุกคดี นั้นคือปล่อยกู้ให้กับ บริษัทที่พึ่งจัดตั้งมาใหม่หรือปล่อยกู้ให้กับบริษัทที่ฐานะการเงินไม่ดีนัก ซึ่งหลังจากปล่อยกู้แล้ว บริษัทเหล่านั้น จะนำไปซื้อหุ้น แล้วนำหุ้นมาค้ำประกันเงินกู้ พร้อมกับที่ดิน ที่มีการตีราคาสูงเกินจริง

11.ให้สินเชื่อกับกลุ่ม Pace Internationnal Limited. และ Pace Investment Internationnal Limited และ Mr.J.M.Rajan Pilla และ Mrs. Gopika Nina Pilla และ บริษัท Weser Investment A.V.V.และบริษัทชะอำ แฟร์วิว มูลค่าความเสียหาย 7,015 ล้านบาท คดีนี้นอกจากนายราเกซ แล้วยังมีบุคคลและบริษัทเกี่ยวข้องจำนวนมาก โดยการปล่อยกู้ให้กับบริษัทดังกล่าว ยังคงเป็นลักษณะการปล่อยกู้ระยะสั้น และอาวัลตั๋ว โดยการนำที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ พิจิตร ค้ำประกัน ซึ่งผลการตรวจสอบหลักประกันไม่คุ้มหนี้ และไม่ได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการธนาคาร

12.ให้สินเชื่อบริษัทวินิเวศน์ ของนายสุชาติ ตันเจริญ มูลค่าความเสียหาย 406 ล้านบาท โดยนายเกริกเกียร ชาลีจันทร์ ได้อนุมัติเงินสกุลดอลลาร์ เทียบเป็นเงินบาท 220 ล้านบาท เพื่อนำเงินไปซื้อหุ้นสามัญ ของบริษัทเทคโนโลยี แอพพลิเคชั่น (ประเทศไทย) และหลังจากนั้นยังปล่อยสินเชื่ออีก 102 ล้านบาท นอกจากนั้นยังมีการเบิกเงินเกินบัญชีอีก 15 ล้านบาท สำหรับหลักประกัน โดยการนำหุ้นบริษัทเทคโนโลยีฯ 10.4 ล้านหุ้นและที่ดินจังหวัดหนองคายจำนวน 242 แปลงโดยตีราคาสูงถึง 406.7 ล้านบาท

13.ให้สินเชื่อบริษัทชีล่าร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์วิส ของ นายสุชาติ ตันเจริญ และมะไข่ซอ มูลค่าความเสียหาย 798 ล้านบาท เป็นการปล่อยกู้อีกกรณีที่มีการกล่าวถึงกันมาก เพราะผลของการปล่อยกู้นำมาซึ่ง ผลทางการเมืองในขณะนั้น โดยนายเกริกเกียรติ ได้อนุมัติเงินกู้ให้บริษัท เพื่อนำเงินไปซื้อหุ้นของบริษัทฟินิกซ์ พัลพ แอนด์ เพเพอร์ ทั้งนี้มีการนำที่ดิน 391 แปลง ที่จังหวัดหนองคาย มาจำนอง โดยตีราคา 580 ล้านบาท สูงกว่าราคาแท้จริง ที่ประเมินไว้เพียง 100 ล้านบาทเท่านั้น พร้อมกับนำหุ้นของ บริษัทฟินิกซ์ รวมจำนองเป็นหลักประกันด้วย

ทั้งนี้ก่อนที่ บริษัทชีล่าร์ มากู้บีบีซี นั้นมีหนี้ค้างที่ธนาคารอยู่แล้วจากการเบิกเกินบัญชี จำนวน 58 ล้านบาทและยอดหนี้คงค้างส่วนอื่นอีก 196.9 ล้านบาท

14.ให้สินเชื่อบริษัท โพรฟิท ออเรนจ์ มูลค่าความเสียหาย 1,567 ล้านบาท เป็นอีกหนึ่งข้อหาที่ร่วมกันกระทำผิดต่อหน้าที่โดยทุจริตและเบียดบังยักยอกทรัพย์ จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ธนาคาร เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลอื่น ซึ่งในกรณีนี้นายราเกซและพวกใช้บัตรพิเศษ ของธนาคารเพื่อแก้ไขข้อมูลคอมพิวเตอร์ของลูกค้าเงินกู้ โดยอนุมัติเงินกู้ให้กับบริษัท เพื่อนำเงินซื้อหุ้นหวังครอบงำ กิจการของบริษัทไทยเกรียงสิ่งทอ โดยใช้วิธีนำเงินหุ้นบริษัทดังกล่าวและที่ดินจังหวัดสระแก้ว จำนองเป็นหลักประกัน

15.ให้สินเชื่อบริษัทสยามแมส คอนสตรัคชั่น มูลค่าความเสียหาย 732 ล้านบาท เนื่องจากนายเกริกเกียรติ และพวก เป็นที่ปรึกษาบริษัทสยามแมส และปล่อยเงินกู้แก่บริษัท วงเงินกู้ระยะยาวเพื่อครอบงำกิจการบริษัทอินทรประกันภัย จำนวน 570 ล้านบาท ทั้งๆ ที่ทราบดีว่าบริษัทพึ่งจดทะเบียนไม่นาน และทุนจดทะเบียนเพียง 1 ล้านบาท โดยบริษัทเสนอว่าจะนำหุ้น 6 ล้านหุ้นที่เข้าไปซื้อและที่ดิน 51 แปลงที่จังหวัดเชียงราย และหลังจากนั้นยังมีการปล่อยกู้ระยะสั้นอีกจำนวนหนึ่ง

16.ให้สินเชื่อบริษัทอัดนัน คาช็อคกี มูลค่าความเสียหาย 2,003 ล้านบาท นายอัดนัน คาช็อคกี เป็นอีกตัวละคร สำคัญที่เกี่ยวข้องกับคดีของนายราเกซ สืบเนื่องจากนายเกริกเกียรติ ได้ปล่อยกู้ให้กับนายอัดนัน 1,520 ล้านบาท ผ่านนายเอกชัย อธิคมนันทะ เพื่อครอบงำกิจการบริษัท เซมิคอนดัคเตอร์ เวนเจอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล โดยนำใบหุ้นบริษัทวงเงิน 749 ล้านบาท และที่ดิน 9 โฉนด จังหวัดพิจิตร ราคาประเมิน 1,165 ล้านบาท โดยนายราเกซ เป็นผู้ดำเนินการเอกสารที่เกี่ยวข้องดังกล่าวมาประกอบการขอสินเชื่อ ทั้งๆ ที่ราคาประเมินที่ดินที่แท้จริง เพียง 26 ล้านบาทและราคาหุ้นของบริษัท เซมิคอนดัคเตอร์ ก่อนที่จะนำมาเป็นหลักประกัน ราคาได้ตกต่ำลงไปมาก

17.ให้สินเชื่อบริษัทซัพพอร์ต ซิสเต็ม มูลค่าความเสียหาย 2,468 ล้านบาท โดยนายเกริกเกียรติ ได้ใช้บัตรผ่านรายการประเภทพิเศษ ผ่านรายการเช็คที่ บริษัทซัพพอร์ต ซิสเต็ม สั่งจ่าย 180 ครั้งจำนวนเงิน 1,267 ล้านบาทและนายเอกชัย ยังใช้บัตรผ่านพิเศษอีก 220 ครั้ง จำนวนเงิน 962 ล้านบาท และนายเกริกเกียรติ ยังได้อนุมัติเงินกู้ระยะสั้นอีก โดยหลักประกันเป็นหุ้นมูลค่า 36 ล้านบาทและที่ดินที่ประเมินไว้สูงถึง 1,538 ล้านบาท โดยสิ้น 31 ธ.ค.2539 บริษัทมีหนี้คงค้างที่ธนาคาร 2,475 ล้านบาท

18.ให้สินเชื่อกลุ่ม National Credit Bank มูลค่าความเสียหาย 4,250 ล้านบาท โดยเมื่อ 4 ก.ค.2540 ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ร้องทุกข์ ดำเนินคดีกับนายเกริกเกียรติ และนายราเกซ รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากได้อนุมัติเงินกู้ให้กับ กลุ่ม National Credit Bank

โดยไม่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการแต่ละชุด โดยได้นำเงินดังกล่าวไปซื้อหุ้นเพิ่มทุนของ บีบีซี

19.ให้สินเชื่อ นายสมชาย ชัยศรีชวาลา มูลค่าความเสียหาย 212 ล้านบาท เนื่องจากนายเกริกเกียรติและพวกร่วมกันให้ นายสมชาย ยืนคำขอเงินกู้ 250 ล้านบาท โดยอ้างนำเงินซื้อหุ้นสามัญบริษัทมรกต อินดัสตรี และจะนำหุ้นดังกล่าวมูลค่า 248 ล้านบาท มาจำนำค้ำประกันและที่ดินราคาประเมินไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท มาจำนองค้ำประกันในวงเงิน 126 ล้านบาท ซึ่งราคาประเมินสูงกว่าความเป็นจริง

20.ให้สินเชื่อบริษัท Silver Star Investment Corporation ทุนทรัพย์ 1,596 ล้านบาท โดยบริษัทเป็นนิติบุคคลต่างประเทศ จดทะเบียนที่ ปานามา เริ่มจากกู้เงินครั้งแรก 50 ล้านดอลลาร์ โดยนำหุ้นและที่ดินที่ตีมูลค่าเกินจริงมาค้ำประกัน และหลังจากนั้นยังมีการอนุมัติเงินกู้อีก 166 ล้านบาทโดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และตามมาด้วยอีก 1.8 ล้านดอลลาร์ ทำให้ยอดหนี้ค้างชำระ ณ 26 มิ.ย.2539 เป็นเงิน 52.6 ล้านบาท

จะเห็นว่า กลไกที่นายเกริกเกียรติ นายราเกซ และพวกปฏิบัติการนั้น ทั้ง 20 คดีมีความเหมือนทั้งหมด นั่นคือปล่อยกู้ให้บริษัทพรรคพวก เพื่อซื้อหุ้นบริษัทอื่นเพื่อการเก็งกำไรหรือพยุงหุ้น โดยนำหุ้นมาจำนอง และที่ดิน ซึ่งมูลค่าต่ำ แต่ให้บริษัทประเมินตีราคาสูงเกินจริง มาค้ำประกันเงินกู้ดังกล่าว จนนำมาซึ่งความเสียหายของบีบีซีในที่สุด

 
 
 
 

Tags : ราเกซ สักเสนา ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ บีบีซี

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement