กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเมือง : บทวิเคราะห์

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2552 16:13

รื้อระบบภาษีเอื้อ 'Trading Hub' อาเซียน

กานต์ ตระกูลฮุน

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

เมื่อครั้งที่แล้วได้พูดถึงไทย ควรจะ Positioning ทิศทางของประเทศไปสู่การเป็น Regional Trading Hub เบียดแซงสิงคโปร์

ด้วยจุดแข็งด้านสถานที่ตั้งประเทศ ที่สามารถเดินทางไปทุกประเทศในอาเซียนได้ภายใน 3 ชั่วโมง
 

ทั้งนี้ ตัวเลขที่ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยเหมาะที่จะวางตำแหน่งของตัวเองในวันพรุ่งนี้ ไปสู่การเป็น Regional Trading Hub อย่างยิ่ง ที่สำคัญ การวางตำแหน่งประเทศดังกล่าว จะได้รับประโยชน์จำนวนมหาศาลที่จะตามมาทั้งในแง่เงินลงทุนจากต่างประเทศ ตลาดภายในประเทศจะขยายตัวอีกมหาศาล เทคโนโลยีใหม่ๆ ทันสมัยจะเข้ามา ความสามารถในการแข่งขันที่จะตามมาอีกนับไม่ถ้วน
 

เอาง่ายๆ ถ้ามีคนต่างชาติมาอยู่ 10,000 คน คอนโดมิเนียมขายได้ทันที 10,000 ห้อง รถยนต์อีก 10,000 คัน มาถึงต้องติดอินเทอร์เน็ตทันทีมาช่วยแชร์โครงสร้างพื้นฐาน พวกนี้ต้องมีแม่บ้าน ต้องขึ้นรถไฟฟ้า เล่นฟิตเนส ดื่มไวน์ ดื่มเบียร์ ภรรยาก็ชอปปิงอย่างเดียว ธุรกิจเกี่ยวเนื่องมันโตขึ้นหมดเลย ลูกก็ต้องเข้าโรงเรียนนานาชาติ แล้วพวกนี้รายได้ปีละ 300,000 ดอลลาร์ ปีละ 10 ล้านบาท แล้วคนพวกนี้ใช้เงินไม่เหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไป อย่างคนญี่ปุ่นที่มาทำงานเมืองไทยเวลาถูกเรียกตัวกลับเขาร้องไห้เลย เขาอยู่บ้านเราเหมือนราชามีคนขับรถ กลับญี่ปุ่นต้องไปเบียดกันขึ้นรถไฟฟ้าไปทำงาน ค่าครองชีพก็สูงใช้ชีวิตแบบอยู่เมืองไทยไม่ได้
 

คนพวกนี้ไปอยู่ฮ่องกงอยู่สิงคโปร์ ปัญหาคือภาษีส่วนบุคคลของไทยสูงคนพวกนี้ก็ไม่มา ทำให้เราสูญเสียโอกาส ยกตัวอย่างที่ฮ่องกง ผู้มีรายได้ต่อปีตั้งแต่ 540,001 บาทขึ้นไป เขาคิดภาษีสูงสุดเพียง 17% สิงคโปร์ รายได้ต่อปี 3,760,001-7,520,000 บาท เขาคิด 17% แต่ถ้าเกิน 7,520,001 บาท เขาคิดสูงสุด 20% แต่ของไทยคนที่มีรายได้ 4,000,001 บาทขึ้นไปเราคิดภาษีสูงสุด 37% หักลดหย่อนแล้วยังต้องจ่าย 33% ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติที่เข้ามารายได้คนพวกนี้สูง ตรงนี้ต้องแก้ไขเพราะทั่วโลกมีแนวโน้มลดลง ถ้าเราจะเป็น Regional Trading Hub ก็ต้องทำให้ต่ำลง และรัฐจะมีรายได้ทางด้านอื่นๆ มาชดเชย
 

ถ้ามองภาพรวมภาวะเศรษฐกิจในระยะสั้น 3-5 ปีนี้ มีทิศทางที่ดีขึ้น โจทย์ทั้งหมดขึ้นอยู่กับรัฐบาลมีส่วนช่วยได้มากในภาวะอย่างนี้ ประเทศไทยขาดเรื่องการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานมานาน ถ้ามีการลงทุนนำโดยภาครัฐ จะทำให้ความเชื่อมั่นกลับมาใหม่ และพร็อพเพอร์ตี้เซคเตอร์จะเริ่มกลับมา
 

ผมเชื่อว่าการลงทุนภาคเอกชนจะกลับมา การบริโภคจะกลับมา คราวนี้จะมายังไง! ซีกขวา คือ การส่งออกที่ใหญ่มาก ซีกซ้าย คือ C (การบริโภค) กับ  I (การลงทุน) ของเราตัว I หายไปเลย แต่การกลับมาในระยะสั้นนี้จะไม่ใช่การลงทุนในภาคการผลิต เพราะทั่วทั้งโลกมันยังมีการผลิตส่วนเกิน อีก 5 ปียังโอเวอร์ซัพพลายหมด เพราะวิกฤติรอบนี้ดีมานด์มันหายไป โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและยุโรป
 

ยกตัวอย่างตัว C (การบริโภค) ในสหรัฐอเมริกาเท่ากับ 72% ของจีดีพี คนอเมริกันไม่มีเงินออมเลย ตัวเลขล่าสุดเงินออมมันขึ้นมา 6% ความหมายก็คือการบริโภคในโลกก็หายไป 6% ด้วย โรงงานเก่าๆ ที่ไม่ได้สเกลก็ลำบาก สรุปว่าเรื่องของกำลังการผลิตใหม่จะเกิดขึ้นยาก สรุปคือมีน้อยลง กรณีของญี่ปุ่นจะเห็นการย้ายฐานการผลิตกันอีกรอบ เขาจำเป็นเพราะการผลิตในประเทศต้นทุนเขาสูงมากแข่งขันไม่ได้ แต่เงินใหม่จะมาลงทุนขยายกำลังการผลิตในประเทศไทยเหมือนสมัยก่อนคงยาก แต่ถ้ามองไกลกว่านั้นทุกอย่างคงจะกลับมาหมด
 

แต่ระยะสั้น 3-5 ปี ผมยังมองว่า Service Industry ของเรายังมีศักยภาพอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว โรงแรม อาหาร การแพทย์ ในช่วงนี้ถูกกระทบแต่จะต้องกลับมาหมด เพราะผมเชื่อมั่นว่าประเทศไทยเรามีจุดแข็งด้านวัฒนธรรม และ Service Industry เราไม่แพ้ใครในโลก โรงแรมเราเป็นเบอร์ต้นๆ ของโลก ผมเดินทางปีละ 160 วันทั่วโลก เข้าโรงแรมทั่วโลกยืนยันว่าเราไม่แพ้ใคร

 (พร่งนี้มาติดตามจุดแข็งด้านวัฒนธรรม)

 

Tags : ระบบภาษี

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

สวัสดีอาจารย์ครับ
อยากเป็นเหมือนสิงคโปร์ก็ต้องลดภาษีที่ทำให้ของแพงและรายได้จากการผลิตการค้าลด คือ ภาษีสินค้าเข้าออก ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีการผลิตการค้าอื่น ๆ ที่มีอยู่ และภาษีเงินได้
แล้วหันไปเพิ่มภาษีที่ทำให้ราคาบ้านและที่ดินลด คือภาษีมูลค่าที่ดินครับ (สิงคโปร์ที่ดินส่วนใหญ่เป็นของรัฐ)

ผลดีและความเป็นธรรมของการมุ่งเก็บภาษีที่ดินแทนภาษีจากการลงแรงลงทุนผลิต http://bbznet.com/scripts2/view.php?user=tangnamo&board=1&id=242&c=1

สติกลิตซ์ นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล ที่มาไทยปลายเดือนสิงหาคม 2552 ก็สนับสนุนความคิดทำนองเดียวกัน http://bbznet.com/scripts2/view.php?user=tangnamo&board=1&id=293&c=1

สุธน หิญ เว็บเศรษฐศาสตร์เพื่อความเป็นธรรม
http://utopiathai.webs.com

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement