กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง : บทวิเคราะห์

วันที่ 27 ตุลาคม 2552 04:00

1-2-3 GO "3G" (ตอน 4)

3G

3G

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ตอนที่แล้ว ผมได้วิเคราะห์เรื่องอุปสรรคและปัญหาของ 3 G

ปัญหาที่หนึ่ง เรื่องของสัญญาสัมปทาน ที่ลงนามข้อตกลงกันมานานแล้ว และต่อมา ได้มีการแก้ไขสัญญาหลายครั้ง แต่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกาได้แจ้งผลคำวินิจฉัยให้หน่วยราชการได้ทราบว่า การแก้ไขที่ได้ดำเนินไปแล้วไม่ถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมาย และขอให้รัฐวิสาหกิจได้เร่งดำเนินการเจรจากับคู่สัญญา เพื่อขอให้มีการแก้ไขสัญญาใหม่ให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป แต่ผ่านมากว่าสองปีแล้ว ทั้งบริษัท ทีโอที จำกัด และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด ก็ยังไม่ดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น ไม่มีการรับรู้และปฏิบัติตามคำวินิจฉัยแต่ประการใด
 ปัญหาที่สอง ข้อพิพาท

หลายปีที่ผ่านมา ได้เกิดข้อพิพาทระหว่างบริษัทที่เป็นรัฐวิสาหกิจและภาคเอกชนที่เป็นคู่สัญญา จนเป็นเรื่องถึงโรงถึงศาล ไม่มีเนื้อที่พอที่จะแจกแจงว่าพวกนี้เขาทะเลาะกันเรื่องอะไรบ้าง แต่ถ้าดูจากตัวเลขมูลค่าทุนฟ้อง ท่านผู้อ่านคงพอคาดเดาได้ว่า เป็นคดีที่หนักหรือเบาเพียงใด (ข้อมูลจากกระทรวงการคลัง) 

บริษัททีโอที ในฐานะเป็นผู้ฟ้องมูลค่า 20,000 ล้านบาท ในฐานะเป็นผู้ถูกฟ้อง มูลค่า 50,000 ล้านบาท

บริษัท กสท ในฐานะเป็นผู้ฟ้อง มูลค่า 24,000 ล้านบาท ในฐานะเป็นผู้ถูกฟ้อง มูลค่า 3,000 ล้านบาท

แม้ม้กระทั่งระหว่างบริษัททีโอที และบริษัท กสท ก็ยังมีคดีฟ้องร้องกันเองครับ

ข้อพิพาทมีตั้งแต่การใช้เสาอากาศ ภาษีสรรพสามิต การแบ่งรายได้ จนถึงค่าเชื่อมต่อโครงข่าย (interconnection charge) เห็นแล้วหรือยังครับ ว่า ธุรกิจโทรคมนาคมของไทยเรามันยุ่งเหยิง มีปัญหาคาราคาซังมากเพียงใด

ปัญหาที่สาม บทบาทหน้าที่ของรัฐวิสาหกิจ
 กิจการโทรคมนาคมของเราในอดีตให้บทบาทและหน้าที่ผ่านไปที่หน่วยงานของรัฐ คือ บริษัททีโอที และบริษัท กสท เอกชนรายใดจะประกอบกิจการโทรคมนาคม ต้องได้เป็นคู่สัญญากับทั้งสองหน่วยงานนี้
 วันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว หน่วยงานอิสระที่ชื่อว่า กทช. รับบทบาทนี้แทน กทช. กลายเป็นผู้รับผิดชอบในการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแต่ผู้เดียว ถ้าบริษัททีโอที และบริษัท กสท ต้องการจะหารายได้จากการประกอบกิจการก็ต้องมาประมูลแข่งขัน เช่นเดียวกับภาคเอกชนรายอื่นๆ
 ความยุ่งยากมันอยู่ตรงนี้ครับ สัญญาสัมปทานที่บริษัทเอกชนมีไว้กับทีโอที และ กสท ยังไม่หมดอายุ ขณะเดียวกัน ทีโอที และ กสท ก็ต้องการจะลงมาเล่นเป็นผู้ประกอบการเสียเอง บทบาทของทั้งสองหน่วยงานจึงซ้ำซ้อน อยากจะเป็นทั้งผู้กำกับ มีรายได้จากสัญญาสัมปทานและขอเป็นผู้ประกอบการ แข่งกับภาคเอกชนอีกต่างหาก แม้กระทั่งงานของทั้งสองหน่วยงานนี้ก็มีส่วนที่ซ้ำซ้อนกันอยู่เช่นกัน
 ที่สนุกขึ้นไปอีก คือ สัญญาสัมปทานที่รัฐมีกับภาคเอกชนนั้น เป็นสัญญาในลักษณะสร้าง โอน ดำเนินการ (BTO) แปลว่า ผู้ได้รับสัญญาสัมปทานเมื่อสร้างเสร็จแล้วต้องโอนทุกอย่างให้กับรัฐ บริษัทเอกชนเป็นเพียงผู้ดำเนินการ เมื่อมีรายได้ก็ต้องนำรายได้นั้นมาแบ่งให้กับภาครัฐ สิ่งก่อสร้าง อุปกรณ์ทั้งหมดเป็นสมบัติของหลวงทั้งสิ้น
 เริ่มมีคำถามว่า ถ้าบริษัทเหล่านี้จะเข้าประมูลงาน 3 G บริษัทมีสิทธิที่จะใช้อุปกรณ์ที่เป็นส่วนของสัญญาสัมปทานมาใช้ในระบบ 3 G โดยไม่ต้องลงทุนใหม่หรือไม่ รวมทั้งเมื่อลูกค้าต้องการเปลี่ยนระบบ 2 G เป็น 3 G รายได้จากระบบ 2 G เดิมที่มีแบ่งให้ทีโอที และ กสท ตามสัญญาสัมปทานนั้นจะหดหายไป ใครรับผิดชอบ
 ท่านผู้อ่านพอเห็นภาพแล้วใช่ไหม ว่า 3 G อาจเป็นเพียงภาพลวงตา
 เป็นไปได้หรือไม่ ที่ขณะนี้ มีการแย่งใบอนุญาตกันมาก ไม่ใช่เพราะมีลูกค้า 3 G เพียบ แต่เป็นเพราะเป็นแผนธุรกิจ เป็นการย้ายฐานลูกค้า ที่แต่เดิมเคยอยู่ในระบบ 2 G ที่บริษัทต้องแบ่งรายได้ให้กับรัฐตามสัญญาเก่า ย้ายลูกค้าไปอยู่ภายใต้บริษัท 3 G ที่กำลังจะก่อตั้งใหม่ ไม่ต้องแบ่งรายได้ให้รัฐอีกต่อไป หรือแบ่งในอัตราที่ต่ำกว่าเดิมมาก ถึงแม้ว่าจะต้องจ่ายค่าใบอนุญาต ก็ยังสุดคุ้ม
 กทช.งานเข้าแน่นอน ถ้าเดินเรื่องการประมูลแล้วทำให้รัฐเสียหาย
 ที่เหลือคงต้องรอคุยกันในตอนหน้าครับ


  

 

Tags : ทีโอที 3G อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2

ไปอ่านแผนแม่บท ICT ก่อนดีกว่ามั้ง

ความคิดเห็นที่ 1

การแก้ไขสัญญาสัมปทานเป็นหน้าที่ของรัฐบาลไม่ใช่หรือครับ เป็นงานด้านเศรษฐกิจ อย่าโยนความรับผิดชอบให้คนอื่น ที่ว่างานเข้านี่ใครกันแน่ครับที่จะไม่ให้มีผู้ประกอบการรายใหม่ เพราะเอกชนสั่งไม่ได้เหมือนรัฐวิสาหกิจ

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement