ประเทศไทยจะอยู่รอดหรือไม่ ลองมาอ่านความคิดเห็นของศ.นพ.ประเวศ วะสี กับทางรอดของประเทศไทย
หมายเหตุ ศ.นพ.ประเวศ วะสี ปาฐกถาในการประชุมวิชาการเรื่อง “ทางรอดของประเทศไทย” ครั้งที่ 1 จัดโดยสถาบันพระปกเกล้าร่วมกับสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยและภาคี มีรายละเอียดที่น่าสนใจ โดยเฉพาะ "การปฏิรูปประเทศไทย กลไกเพื่อความอยู่รอด"
ที่ต้องมาพูดกันถึงทางรอดของประเทศ ก็เพราะมีความรู้สึกกันทั่วๆ ไปว่า ประเทศไทย วิกฤติสุดๆ สุดปัญญาที่จะแก?ไข เมื่อสุดทางไปแล้วก็จะเกิดความรุนแรงขนานใหญ่ จนอาจเป็นมิคสัญญีกลียุค จนผู้คนล้มตายจํานวนมากถึงขนาดแล้วจึงเกิดปัญญาร่วมตกลงกันได้ว่าเราจะไปสู่จุดลงตัวใหม่ได้อย่างไร นั่นเป็นฉากทัศน์หนึ่งที่อาจจะเกิดขึ้น แต่เราก็อยากเห็นฉากอื่นที่ดีกว่านั้น จึงมาพูดกันในวันนี้เรื่องทางรอดของประเทศ การจะเห็นทางรอดก็จะควรทําความเข้าใจว่าวิกฤติอะไร และสาเหตุจากอะไร
ผมเรียกวิกฤตการณ์ปัจจุบันว่า "วิกฤตการณ์คลื่นลูกที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์" มา 10 กว่าปี เป็นวิกฤตการณ์ที่รุนแรงที่สุดและแก?ไขยากที่สุด เพราะเราไม่รู้ว่าศัตรูคือใคร เพราะความซับซ้อนของมัน สังคมปัจจุบันเชื่อมโยงซับซ้อน เข้าใจได้ยากแก?ไขได้ยากแม้อาการมันจะออกมาว่าเป็นวิกฤติเศรษฐกิจ วิกฤติสังคม วิกฤติสิ่งแวดล้อม วิกฤติการเมือง แต่ลึกๆ แล้วเป็นวิกฤติแห่งความซับซ้อน ที่สังคมไทยไม่มีปัญญาพอที่จะเข้าใจและเผชิญกับมันได้ ปัญหาที่ยากและซับซ้อน ใช้อํานาจแก้ไม่ได้ ต้องใช้ปัญญา เมื่อยังพยายาม แก้ด้วยอํานาจ นอกจากแก้ไม่ได้แล้วอํานาจมันยังปะทะกันเกิดความรุนแรง
เมื่อสุดทางไปก็จะเกิดมิคสัญญีกลียุค หรือปฏิรูปใหญ่วิกฤติใหญ่ประเทศไทยขณะนี้ไม่มีองค์กรหรือสถาบันใดจะถอดวิกฤติได้ เพราะความยากสลับซับซ้อน และการติดอยู่ในหลุมดําทางปัญญาดังกล่าวแล้วสภาพวิกฤติขณะนี้จึงดูเสมือนสุดทางไป เมื่อสุดทางไป (แบบเดิม) ก็จะมีการผุดบังเกิดของปรากฏการณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ หนึ่ง เกิดมิคสัญญีกลียุค ฆ่าฟันกันล้มตายกันยกใหญ่จนคนตายมากพอที่สังคมจะเกิด "จิตสํานึกใหม่" หรือ สอง สังคมเกิดจิตสํานึกใหม่ โดยไม่ต้องผ่านมิคสัญญีกลียุค แล้วปฏิรูปตัวเอง
การปฏิรูปเป็นกลไกตามธรรมชาติเพื่อความอยู่รอดถ้าเราดูธรรมชาติของจุลชีพมันต้องใช้การ "ปฏิรูป" เพื่อความอยู่รอด อาทิเช่น เวลามันเผชิญสภาวะวิกฤติของมัน มันจะปฏิรูปดีเอ็นเอ หรืออาร์เอ็นเอ ที่เรียกว่ากลายพันธุ์ เพื่อความอยู่รอดของมัน
ดังนั้น การปฏิรูปประเทศไทย 10 เรื่องเชื่อมโยงกันการจะออกจากโครงสร้างวิกฤตการณ์ อันหนาแน่น จะทําเพียงเรื่องใดเรื่องหนึ่งไม่ได้ เพราะเรื่องทั้งหมดเชื่อมโยงกัน จึงต้องปฏิรูปแบบยกเครื่อง (Overhaul) คือ ทําทั้งหมดอย่างเชื่อมโยงกันอย่างน้อย 10 เรื่องคือ 1.สร้างจิตสํานึกใหม่ 2.ระบบเศรษฐกิจใหม่สร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ 3.ความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น 4.สร้างระบบการศึกษาที่พาชาติออกจากวิกฤติ 5.ธรรมาภิบาลของการเมืองการปกครองระบบความยุติธรรมสันติภาพ 6.ระบบสวัสดิการสังคมที่ก้าวหน้า 7.ระบบพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่มีดุลยภาพ 8.การปฏิรูประบบสุขภาพเพื่อสุขภาวะของคนทั้งมวล 9.การวิจัยยุทธศาสตร์ชาติ 10.สร้างระบบการสื่อสารที่ผสานการพัฒนาทุกเรื่อง
ถ้าปฏิรูปประเทศไทยทั้ง 10 เรื่อง อย่างเชื่อมโยงกัน ประเทศไทยจะมีพลังออกจากหลุมดําไปสู่จุดลงตัวใหม่ได้ แต่ละเรื่องเป็นเรื่องใหญ่ๆ และยากที่ต้องการบุคคล กลุ่ม องค์กร สถาบัน มาร่วมสร้างความเข้าใจและขับเคลื่อนระบบการสื่อสารที่ดี จะเป็นพลังปฏิรูปที่ยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะปฏิรูปจิตสํานึก เพื่อเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ดังกล่าวในข้อ 7 ข้างต้น เครื่องมือสื่อสารเรามีมาก แต่ปัญญาที่จะใช้ประโยชน์มีน้อย ถ้ารัฐบาลฉลาดจะต้องมียุทธศาสตร์การสื่อสารที่ดี ที่เครื่องมือการสื่อสารทุกประเภททั้งของรัฐและเอกชนได้รับการนํามาใช้เพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ภาคธุรกิจมีเครื่องมือและช่องทางการสื่อสารมหาศาล หากภาคธุรกิจเกิดจิตสํานึกใหม่ ประเทศไทยจะอยู่รอดได้อย่างสบาย องค์กรวิชาชีพสื่อควรช่วยกันผลักดันให้มีการใช้ยุทธศาสตร์การสื่อสารที่ดีเป็นเครื่องมือปฏิรูปประเทศ
นอกจากนี้ ทางรอดประเทศไทย คือ INN หรือ โครงสร้างใหม่ที่คนไทยจะทํางานร่วมกัน มายาคติอย่างหนึ่งที่ทําให้ประเทศไทยไม่มีพลังคือ การยึดติดเฉพาะ “ความเป็นทางการ” คือ แท่งอํานาจทางราชการ แท่งอํานาจใช้อํานาจมากกว่าปัญญา จึงไม่มีพลังในการแก้ปัญหาที่ยาก และซับซ้อน รัฐบาลใช้กลไกที่เป็นทางการเท่านั้น จึงไม่มีรัฐบาลใดแก้ปัญหาของประเทศได้ โครงสร้างการทํางานใหม่ คือ INN
I = Individual หรือปัจเจกบุคคลที่มีจิตสํานึกในศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นคนของตนแล้วลงมือทําอะไรดีๆ
N = Nodes หรือการรวมกลุ่มกัน สี่ซ้าห้าคนหรือหกเจ็ดคน มีวัตถุประสงค์ร่วมกัน รวมตัวกันทําเรื่องดีๆ ที่กลุ่มสนใจ มีกลุ่มที่หลากหลายเต็มประเทศ
N = Networks หรือเครือข่ายเชื่อมโยงกันระหว่างบุคคลและเครือข่าย
โครงสร้าง INN นี้ คนทุกคนจะมีความหมาย มีความเสมอภาคไม่มีใครมีอํานาจเหนือใคร มีภราดรภาพ จึงให้ความสุขอย่างยิ่ง และมีพลังของความสําเร็จสูง ทั้งนี้โดยไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อคนในโครงสร้างทางดิ่ง เพราะสามารถเชื่อมโยงกันได้และทําให้โครงสร้างที่เป็นการทํางานได้ดีขึ้น
INN เป็นโครงสร้างที่คนไทยทุกคน ทุกกลุ่ม ทุกองค์กร ทุกสถาบัน จะร่วมปฏิรูปประเทศไทย ทั้งที่แยกกันทํา และเชื่อมโยงกันทําให้เต็มประเทศ ก็จะสามารถทําเรื่องยากๆ อาทิเช่น การปฏิรูปประเทศไทยได้
นอกจากนี้ เรื่องเฉพาะหน้าคือการป้องกันความรุนแรง โดยการปฏิรูปประเทศ นั้น เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา เพราะฉะนั้นเรื่องเฉพาะหน้าคือต้องป้องกันความรุนแรงไว้ก่อนเพื่อให้เวลาประเทศไทย จึงเป็นหน้าที่ของทุกคนทุกฝ่ายที่จะต้องป้องกันความรุนแรงทุกวิถีทาง วิธีหนึ่งคือการสร้างกรอบ กติกา และกลไก ที่สังคมจะเข้ามามีส่วนในการควบคุมไม่ว่าชาติใดๆ จะเป็นอย่างไร ก็สามารถไปเล่นฟุตบอลกันได้ทั่วโลก ในการเล่นฟุตบอลมีกรอบกติกา และกลไกที่ชัดเจน กรอบคือสนามว่าเราจะเล่นกันเฉพาะในสนามนี้เท่านั้นไม่เล่นนอกกรอบ กติกา อาทิเช่น จะไม่ชกกัน ไม่ด่ากัน ไม่ถ่มน้ำลายรดกัน ฯลฯ กลไกก็คือมีกรรมการและผู้กํากับเส้น กรรมการและผู้กํากับเส้นอาจโกงได้ แต่ทําไม่ได้เพราะมีคนดูทั้งสนามและที่บ้านที่รู้กรอบกติกา และกลไก คอยกํากับอีกทีหนึ่ง
โดยสรุปทางรอดของประเทศ คือ การป้องกันความรุนแรงและการปฏิรูปประเทศไทยโดยคนทั้งมวลอันที่จริงประเทศไทยมีทุนหรือทรัพยากรต่างๆ อย่างมหาศาล มากเกินพอที่จะสร้างสุขภาวะสําหรับคนทั้งมวล เราสามารถสร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลกได้คงไม่มีรัฐบาลใดที่สามารถทําได้ แต่คนไทยทั้งมวลร่วมกันสามารถสร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลกได้
Tags : ทางรอดของประเทศไทย • ของศ.นพ.ประเวศ วะสี

ความคิดเห็นที่ 21
ท่านเต้ , 28 ธันวาคม 2553 11:48
นักยืมเงิน = * ้ มาแบนคำผมทำไม
ความคิดเห็นที่ 20
ท่านเต้ , 28 ธันวาคม 2553 11:47
เหอๆๆๆ นึกอะไรไม่ออกก็ใช้เงิน ใช้งบ แล้วแบบนี้จะปฏิรูปอะไรครับ ปฏิรูปประเทศไทยห้กลายเป็นทาส เป็นลูกหนี้เค้าใช่ไหมครับ พวกคุณนักการเมือง มันรวยเละเทะอยู่แล้ว หนีไปอุ่เมืองนอกยังสบายๆ เหลือแต่คนไทยตาดำๆ ที่ต้องมาใช้กรรมที่คุณก่อไว้
* ้ * ้ * ้ * ้ * ้ เฮ้ นัก * ้ พันธุ์ ขี้เปียก
ตอบ คห. 2 หุ้นขึ้นเพราะอะไร ส่วนตัวผมก็สนใจการลงทุนในหุ้นนะครับ คิดว่ามันมีหลายอย่างที่ไม่ชอบมาพากล เงินไหลเข้าจากต่างประเทศมันมากเกินจริงทั้งๆที่บ้านเรามีปัจจัยลบมากมาย ไม่น่าจะเป็นต่างชาติที่เข้ามาลงทุนเสียทีเดียว ผมสงสัยเงินที่ * ้มาจากต่างประเทศนี่แหละ ที่เอามาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ คอยดูครับ มันจะแตกในกลางปี 54 แน่นอน เพราะเศรษฐกิจเรามันเลี้ยงตัวเองไม่ได้ ตอนนี้โตด้วยเงิน * ้ ดูท่าจะเหมือนต้มยำกุ้งรอบ 2 แน่ๆ
ปล. พี่แกทำเนียน ปล่อยนโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำก่อน พอจากนั้น 1 สัปดาห์ ก็ขึ้นให้ตัวเองบ้าง โธ่ ถุยส์ คิดดูแล้วตามสัดส่วน ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ประมาณ 3.5 % ขึ้นเงินเดือนพวกตัวเอง 5% แล้วแบบนี้จะมีประโยชน์อะไร ข้าวของ ก็ปรับขึ้นตาม เพราะเห็นเงินขึ้นกันทั้งระบบ เงินก็เฟ้อ สรุปแล้ว ขึ้นเงินก็ไม่ได้อะไร มีแต่ท่านสิได้ เพราะท่านชิงขึ้นมากกว่าเขา แบบเนียนๆ อิอิ * ..หาย
ความคิดเห็นที่ 19
pijitra , 10 กันยายน 2553 12:01
http://www.thailandforum2010.com/magazine/magazine_5/index.html#/2
อ่านเพื่อเป็นแนวทางการสร้างแนวทางการปฏิรูปประเทศไทย
ความคิดเห็นที่ 18
เมร ผมทอง , 7 สิงหาคม 2553 14:54
การปฏิรูปประเทศนั้นควรปฎิรูปคนก่อน ผมขอพูดในส่วนชนบท ควรให้การศึกษา อบรมให้ถูกต้อง ตัวแทนของรัฐต้องเอาจริงเอาจังวัด บ้าน โรงเรียน ต้องจับมือกันให้แน่นแนะนำทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมให้ถูกต้อง ควบคู่ไปกับคุณธรรม ไม่ใช่ให้เรียนไม่ต้องเรียนก็ได้ใบรับร้องทำนองนี้มันผิด
ความคิดเห็นที่ 17
ณัฏฐชัย ภัทรวสุ , 10 กรกฎาคม 2553 20:19
การปฏิรูปประเทศไทย
ก่อนที่ปฏิรูปในเรื่องอื่นใด ต้องปฏิรูปให้ประชาชน ในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อยู่ดี กินดี มีความสุขเสียก่อน เพราะ การปกครองระบอบประชาธิปไตย คือ การปกครองโดยประชาชน เพื่อประชาชน
ดังนั้น ประชาชนต้องมีเงินเดือนๆ ละ ๓,๐๐๐.-บาทต่อคนต่อเดือน (คิดเฉลี่ยในการดำรงชีพต่อวันปี ๒๕๕๓ วันละ ๑๐๐.-บาทต่อคนต่อวัน) เพื่ออะไร
- เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
- เพื่อลดสถิติ การฆ่าชิงทรัพย์เพื่อเงิน (หรือการฆ่าตัวตาย เพราะมีเงินไม่พอใช้จ่าย)
การลักขโมย เพื่อเงิน
การขายบริการทางเพศทั้งชาย-หญิง เพื่อเงิน
การโกหกหลอกลวง เพื่อเงิน
การเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เพื่อเงิน (หรือประชดชีวิต หรือไม่มีทางเลือก เพื่อเงินและความอยู่
รอด หรือ เพื่อความอยากจะมีชีวิตอยู่อย่างหรูหรา ฟุ่มเฟือย รวยผิดปกติ ผิดกฎหมาย ศีล)
- โดยใช้แนวความคิดมาจากศีล ๕ มาเป็นแนวทางในการปกครอง
- เพื่อรณรงค์ให้คนรู้จักศีล ๕ และข้อปฏิบัติในหลักการทางพระพุทธศาสนา อีกหหลาย ๆ ข้อ ซึ่ง
เป็นทฤษฎี และนำไปปฏิบัติได้จริงในสังคมตั้งแต่อดีต-ปัจจุบัน แต่ไม่มีใครคิด และนำมาใช้
อย่างเป็นรูปธรรม และ สิ่งที่เราคิดเพื่อนำมาปฏิบัตินี้เป็น ทาน (วิทยาทาน) เพื่อให้ทำให้คนมีศีล
และเกิดการพัฒนาทุก ๆ ด้าน (ภาวนา)
- เพื่อให้ประชาชน ในระบบประชาธิปไตย อยู่กันอย่างมีความสุข สมกับคำว่า การปกครองโดย
ประชาชน เพื่อประชาชน
- เพื่อป้องกันการขายสิทธิขายเสียงในการเลือกตั้ง
- เพื่อป้องกันการอพยพของคนในชนบท เข้าเมือง และคนต่างจังหวัด แออัดในกรุงเทพ
- เพื่อพัฒนาระบอบการปกครองประชาธิปไตยในท้องถิ่นโดยการใช้หลักศีล ๕ ในท้องถิ่นเริ่มต้น
ตั้งแต่ ครอบครัว หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด เข้มแข็ง ซึ่งจะเป็นการรักษา ชาติ ศาสน์ กษัตริย์
และประชาชน ด้วยประชาชนเอง
- เพื่อพัฒนาทรัพยากรบุคคลในท้องถิ่น ซึ่งทุกอย่างจะต้องต้นจาก คนดี คิดดี พูดดี ทำดี
- เพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้น จากเงินเดือนที่ได้ โดยการรวมกลุ่มผลิตภัณฑ์ประจำหมู่บ้าน (OTOP)
- เพื่อเป็นต้นแบบของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่มีสถาบันชาติ ศาสนาพุทธ มีพระ
มหากษัตย์เป็นพระประมุข และมีประชาชน (คนที่มีความฉลาดมาก (ปัญญา) ช่วยเหลือประชาชน
ทั้งชาติ และคิดช่วยเหลือประชาชนทั้งโลกที่มีความฉลาดน้อยกว่า คือ ไม่คิดมุ่งร้าย ไม่เบียดเบียน
(เมตตา) ปรารถนาให้คนอื่นมีความสุข (กรุณา))
- เพื่อตรวจสอบสถิติความสุขหลังจากปฏิรูปตามแนวทางปฏิรูปที่เสนอมานี้
- เพื่อให้ประชาชนในชาติ และในโลกนี้ อยู่กันอย่างมีความสุข อย่างแท้จริง
- ประชาชนที่จะได้รับเงินเดือน คือ
๑. คนเกิดใหม่เป็นลูกชายหรือหญิงไม่เกิน ๒ คน
๒. นักเรียน, นิสิต, นักศึกษาให้ถึงจบปริญญาตรี-ทำงาน
๓. คนแก่ให้ถึงตาย
๔. คนเจ็บช่วยเหลือตัวเองไม่ได้, คนพิการทุภพลภาพ
๕. คนตกงาน (คนที่ออกจากเรือนจำใหม่ๆ คนที่จบจากการเรียนมาใหม่ๆ คนที่ยังหางานทำไม่ได้
จริงๆ
- การปฏิรูปต้องปฏิรูปปัจัยพื้นฐานของประชาชนเป็นอันดับแรกก่อนๆ ที่จะปฏิรูปเศรษฐกิจ เพราะ
เศรษฐกิจจะเกิดขึ้นต้องเกิดจากประชาชนอยู่ดีกินดีก่อน เศรษฐกิจจึงจะดีตามไปด้วย
- ถ้าให้ถึงขนาดนี้แล้วยังมีคนทำผิด จนถึงขั้นดำเนินคดีถึงที่สุด และมีการตัดสินลงโทษ จะต้องมี
มาตรการลงโทษ (เพราะปัจจุบันคนที่เคยกระทำผิด ทำผิดซ้ำซาก เดินเข้าออกคุก เหมือนไม่มีอะไร
เกิดขึ้น และบางรายยังคิดว่า หนีได้ก็สบาย ถูกจับได้ก็สบาย เพราะรัฐให้ปัจจัย ๔ ที่อยู่อาศัย เครื่อง
นุ่งห่ม อาหาร และยารักษาโรคยามเจ็บป่วย ทุกอย่างฟรีหมด ไฟฟ้า-น้ำประปา แถมมีคนมาฝึก
วิชาชีพให้ถึงที่อีก แต่ไม่นำเอาสิ่งดีออกมาใช้) ดังนี้.-
๑. โกนผมไม่ว่าหญิงหรือชาย
๒. ตีด้วยหวาย 5 ครั้ง ราดน้ำเกลือ (ให้เจ็บและจำในการทำผิดศีล แม้จะทำผิดศีลข้อเดียวหรือหลาย
ข้อ) ให้ผู้ที่เป็นเจ้าทุกข์หรือบุคคลที่เครือญาติของเจ้าทุกข์เป็นผู้ตี
๓. ใส่เสื้อสีแดง (พิมพ์ตัวหนังสือสีขาวว่าผิดศีลข้อใหน ๑,๒,๓,๔,๕)
๔. ส่งไปยังที่คุมขังประจำหมู่บ้าน (เพื่อลด ปัญหาคนล้นคุกที่มีอยู่ในปัจจุบัน)
๕. กินอาหารมื้อเดียว
๖. ให้เรียนวิชาพุทธศาสนาจนให้รู้ถึงกรรมที่ตัวเองได้กระทำผิดศีล ๕
๗. นำตัวไปพัฒนาหมู่บ้านของนักโทษเอง เพื่อให้เกิดความสำนึกรักบ้านเกิดเมืองนอน และเป็นการ
เริ่มพัฒนาทรัพยากรบุคคลในท้องถิ่น ให้เกิดประโยชน์ต่อท้องถิ่นนั้นๆ เริ่มต้นจากตนเอง
ครอบครัว หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด จนถึงระดับประเทศชาติ
ความคิดเห็นที่ 16
รักประเทศไทย , 5 กรกฎาคม 2553 22:12
เรื่มจากการใ้ห้อภัย ไม่ได้หมายถึงการให้อภัยโทษ หรือการไม่เอาผิดกับผู้กระทำผิด แต่หมายถึงจิตใจที่ให้อภัย แก่ผู้ที่สร้างความเดือดร้อน สร้างความไม่พอใจ ให้กับเรา รัฐบาลต้องคิดว่าประชาชนทุกคนย่อมมีสิทธิเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็น แดง เหลือง เขียว กากี หลากสี และต้องทำให้เป็นความจริงในทางปฎิบัติ ความเหลื่อมล้ำ ที่มีอยู่ต้องทำให้หมดไป ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม โดยเฉพาะนักการเมือง ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ เป็นกลุ่มอาชีพ ที่สามารถปฏิบัติเป็นแบบอย่างที่ดีได้ทันที (ถ้ามีสามัญสำนึก) เริ่มง่ายๆ เท่านี้ก่อน ถ้าทำได้เราค่อยมาว่าก้นต่อ
ความคิดเห็นที่ 15
มติ , 13 กันยายน 2552 21:54
จงเอาหูแนบกับดินจะได้ยินเสียงสวรรค์เสียงประชาชน
จงเคารพเสียงสวรรค์เสียงประชาชน..
ท่านฆ่ า คนที่ประชาชนรักไม่ได้...
ความคิดเห็นที่ 14
อิทัปปัจจยตา , 12 กันยายน 2552 21:32
ขอเรียน อาจารย์ ประเวศ ว่า การแก้ปัญหาต้องรู้ถึงเหตุแห่งปัญหา จึงจะพบทางออกของประเทศ
ตอนสมัยรัฐบาลทักษิณ4ปีแรก ประเทศก็กำลังมีอนาคตดีวันดีคืน..แต่จู่ๆเมื่อสื่อชั่ว..สนธิ และเจิมศักดิ์ ขัดแย้งกับทักษิณที่ไม่ช่วยเหลือการทำงานด้านสื่อและการเงิน สื่อชั่วจึงรวมหัวกันงัดสารพัดวิชามารทำลายทักษิณ..
1 โดยใช้การสร้างเรื่องทุจริตเป็นตัวนำ ซึ่งพรรคใหญ่การดูแลพวกแอบแฝงหาผลประโยชน์ทำได้ยาก
2 ตามด้วยใช้การสร้างกระแสคลั่งสถาบันแอบอ้างทำลายศัตรู ดึงฟ้าต่ำเพื่อประโยชน์ในการเคลื่อนไหวของพวกตน
3 การสร้างกระแสคลั่งชาติ เช่นกรณีเขาพระวิหาร ปลุกปั่นจนคนจำนวนมากหลงเชื่อ ทำให้ประเทศเกิดความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับเพื่อนบ้าน
ม็อบของสื่อชั่วก็ได้รับการสนับสนุนอย่างเงียบๆของพรรคการเมืองเก่าแก่ที่ต้องการมีอำนาจเป็นรัฐบาล
และนักวิชาการจำนวนมากอยากเป็นฮีโร่ก็หลงกลเข้าร่วมเกมส์ไล่ล่าทักษิณจนถึงปัจจุบัน
แม้กระทั่ง พลเอก. เปรม ก็หลงเชื่อพวกสื่อชั่วเพราะมองข้อมูลไม่รอบด้านและรู้ไม่เท่าทันเล่ห์สื่อชั่ว หรือเพราะการหวงอำนาจที่ได้รับการยอมรับมายาวนาน จึงออกมาเคลื่อนไหวแทรกแซงการเมือง
เมื่อสื่อชั่วจัดตั้งม็อบได้พยามขับไล่รัฐบาลทักษิณไม่สำเร็จ
4 จึงหาทางเชิญทหารออกมายึดอำนาจ และทักษิณก็ตกหลุมพลางที่รีบร้อนปลด พลเอก สนธิ ทหารจึงยึดอำนาจ ประเทศกลายเป็นเผด็จการ พวกที่ร่วมยึดอำนาจจึงพยายามหมกเม็ดกฎหมายรัฐธรรมนูญ และศัตรูของทักษิณเข้ามามีอำนาจในกระบวนการทำลายพรรคการเมืองที่ประชาชนเสียงส่วนใหญ่เลือก..จนถึงปัจจุบัน
เมื่อ พลเอก เปรม เข้ามาแทรกแซงการเมืองแบบเลือกข้างจึงอยู่ในฐานะตกกระไดพลอยโจน .ประกอบกับการปลุกปั่นเป่าหูของสื่อชั่วอย่างต่อเนื่องและหาทางแอบอิงอำนาจจากพลเอกเปรม โดยการยกย่องเชียร์พลเอก เปรม จนตกอยู่ในวังวนอำนาจจนเสียคน และทหารบางส่วนที่หลงเชื่อ เข้ามาเล่นเกมส์อำนาจซึ่งเต็มไปด้วยผลประโยชฯ์แอบแฝงหรือเกมส์วงจรอุบาทว์ ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตมาแล้วหลายรอบ
พลเอกเปรม และเหล่าบรรดาลูกป๋า จึงเคลื่อนไหวสนับสนุนรัฐบาลข้างตรงข้ามฝ่ายประชาธิปไตยและทักษิณ
ทักษิณคือเหยื่อโอชะของสื่อชั่วที่ใช้สร้างกระแสความเกลียดชัง และอ้างความถูกต้องของพวกตน และเพื่อใช้ทักษิณเป็นขั้นบันไดอ้างความชอบธรรมการเคลื่อนไหวขึ้นสู่อำนาจของพวกสื่อชั่วอีกด้วย ดังเช่นการพยายามสร้างพรรคการเมืองของตนขึ้นมา
เป็นความโชคร้ายหรือกฎแห่งกรรมของสื่อชั่วและพรรคเก่าแก่ที่ได้อำนาจ แบบอุ้มสมจากอำนาจนอกสภา นายก ที่มาอย่างไม่บริสุทธิ์ตามระบอบประชาธิปไตยไม่มีคุณวุฒิ ความสามรถอย่างแท้จริง นอกจากการพูดด้วยถ้อยคำสวยหรู่ กลับ ไม่สามารถสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นได้เพราะเอนเอียงเข้าข้างพวกสื่อชั่ว จนเกิดระบบสองมาตรฐานในการบริหารและเลือกปฏิบัติ ยิ่งกว่านั้น นายกคนนี้และทีมเศรษฐกิจไม่มีความรู้ความสามารถทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง จึงแก้ปัญหาเศรษฐกิจผิดทิศผิดทางเช่นการกรู้ การขึ้นภาษีในสภาวะที่ประชาชนอยู่อย่างลำบาก นอกจากนี้ยังมีการโกงกินเพื่อถอนทุนกันอย่างเร่งรีบดังเช่นโครงการรถเมล์ฝังเพชร และโครงการชุมชนพอเพียงหรือชุมชนแพงเพรียบ
ยิ่งนานวันการบริหารของนายกคนนี้ยิ่งเกิดความแตกแยกในบ้านเมืองแม้กระทั่งพรรคร่วมรัฐบาลและวงการตำรวจ ซึ่งลามไปยังวงการทหาร วงการยุติธรรม
เศรษฐกิจในระดับต่างๆยิ่งเลวร้ายลงไปเรื่อยๆ การนำเงินกรู้มาใช้เป็นการซื้อเวลาชั่วคราวแต่ประเทศจะมีหนี้สินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจรอบใหม่ มีคนที่ได้รับประโยชน์แค่ส่วนน้อย โดยเฉพาะสื่อชั่วที่กำลังมีอำนาจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆท่ามกลางความแตกแยกของคนมากขึ้น ประเทศซึ่งอยู่ในวงจรอุบาทว์จึงกำลังก้าวเท้าเข้าไปสู่หลุ่มดำเข้าไปทุกที
ทางรอดของประเทศคือ อย่าปล่อยให้คนชั่วลอยนวล พวกสื่อชั่วหรือโจรยึดสนามบินติดคุก คืนประชาธิปไตยคืนอำนาจให้ประชาชน (พวกโกงปล้นอำนาจประชาชนถูกลงโทษ)กฎหมายต้องเป็นกฎหมายอย่าใช้แบบสองมาตรฐาน
หรืออีกทางรอดหนึ่งก็คือพระบารมีของพระเจ้าแผ่นดินที่จะดับทุกข์ของแผ่นดิน ซึ่งอีกฝ่ายที่นิยมเผด็จการและต้องการรักษาอำนาจพวกตนไว้ได้ออกมาขัดข้างอย่างเต็มที่.....โดยลืมไปว่า
....ไม่มีอำนาจใดจีรัง....
ถ้าคนส่วนใหญ่ของประเทศไม่ยอมรับ..ดังเช่นเหตุการของโจรก่อการร้าย3จังหวัดภาคใต้ แม้จะมีผู้ก่อการไม่มากแต่การแก้ไขก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะสำเร็จในเร็ววัน
ความคิดเห็นที่ 13
มรรค๘ , 12 กันยายน 2552 21:00
พูดให้เหนื่อยเปล่า สังคมไทยไม่มีทางเป็นอย่างอื่นได้ ถ้าระบอบอมาตยาธิปไตย ตัวก ูของก ู สองมาตรฐาน นั่งกินนอนกินเงินเดือนภาษีปชช.แพงๆ เอาเปยรียบปชช.มานานแล้ว ไม่ชอบใจใครก็ให้ทหารเอาปืนออกมาปราบมายึดอำนาจ ยังอยู่ มีสองทางเลือกที่จะให้ประเทศชาติกลับมาเป็นประชาธิปไตยได้ คือ ๑.ปฏิวัติปชช. ๒.ผู้มีอำนาจลงหลุมไปเอง ถ้าใครเลือกข้อ๑.เป็นจำนวนมาก ก็ได้ประชาธิปไตยมาเร็ว ถ้าส่วนใหญ่เลือกข้อ๒. ก็รอกัดก้อนกินเกลือไปก่อน เศรษฐกิจและการคอรัปชั่นจะเป็นตัวแปรที่่สำคัญ จริงหรือไม่ ก็ต้องติดตามดูกันต่อไปครับ
ความคิดเห็นที่ 12
รอดไม่รอด , 12 กันยายน 2552 19:52
ขอเสนอ อ.ประเวศ ว่าทางรอดของประเทศคือ อย่าปล่อยให้คนชั่วลอยนวล พวกโจรยึดสนามบินติดคุก คืนประชาธิปไตยคืนอำนาจให้ประชาชน (พวกโกงปล้นอำนาจประชาชนถูกลงโทษ)กฎหมายต้องเป็นกฎหมายอย่าใช้แบบสองมาตรฐาน ประเทศก็ไม่ตกหลุมดำ
ความคิดเห็นที่ 11
หวัง , 12 กันยายน 2552 16:38
ทางรอดของเราก็คือต้องรู้ทันผู้บริหารบ้านเมือง ซึ่งก็คือนักการเมืองนั่นเอง แล้วก็ต้องรู้ข้อเท็จจริงสำคัญ ๆ เอาไว้ จะได้ไม่หลงเชื่อนักการเมืองง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน ประชาชนคงจะต้องหูไว ตาไวเอาไว้ ประเทศอื่นเขาก็ต้องทำอย่างนี้เหมือนกัน ต้องหูไว ตาไว ส่วนสื่อยิ่งต้องหูไว ตาไวใหญ่ เพราะถือว่าเป็นอาชีพ
ความคิดเห็นที่ 10
= = , 12 กันยายน 2552 14:35
***เครื่องเซ่นไหว้กระตุ้นเศรษฐกิจดีจังครับเพราะถ้าคำนวนเม็ดเงินก็รู้อยู่หากจะไปรวมอยู่จุดเดียวเขาก็ต้องทำอย่างนี้กันทั้งนั้นแหละสงครามไม่ได้ช่วยให้รู้สึกดีเลยมีแต่เวทนาและการไร้ความปราณี
ความคิดเห็นที่ 9
= = , 12 กันยายน 2552 14:31
***ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคนไทยส่วนใหญ่ทำกรรมอะไรไว้1ปีมี365วันและใน365วันมีวาไรตี้สยองขวัญตามท่อน้ำทิ้งสุมทุมพุ่มไม้อันนี้แค่เฉพาะในเขต กทม.ข่าวแบบคดีแบบบอกว่าชู้สาวบ้างที่ดูภาพแก่หัวงอกยังมีคดีแบบนั้นถ้าวัยรุ่นจะไม่ว่าเลย หรือเจ้าหนี้โหดทวงหนี้โดยให้นอนในท่อพอลูกหนี้หมดลมแล้วจะได้หนี้คืนหรือไม่ทราบว่าหาตัวคนร้ายมาได้หรือยังหรือไม่ก็ชอบสะสมภาพสีแดงไว้เป็นคอเลคชั้นอ่ะครับลองแปะๆเล่นๆดูคงตั่งแต่ประตูเข้าหน้าบ้านยันห้องนอนเลยมั้งคงมีความสุข ชู้สาวหรือไม่ก็เจ้าหนี้โหดนะครับชาวบ้านทั่วประเทศไทยเขารู้กันดีแต่เขาไม่พูดกันเองเขาอยากจะย้ายไปอยู่เมืองนอกกันทั้งนั้นเพราะไม่รู้วันไหนจะไปนอนแบบพวกนั้นบ้างเขาไม่อยากเป็นดาราวาไรตี้สยองขวัญแล้วหาตัวคนร้ายมาไม่ได้กันทั้งประเทศหรอกครับ 3พันในตัวเมืองจาก10ปีแล้วถ้ารวมรอบนอกก็น่าจะราวๆกว่า3หมื่นไม่แปลกใจที่คนไทยอยากจะไปอยู่เมืองนอกกันเลย
ความคิดเห็นที่ 8
สมาชิกกลุ่ม 2 , 12 กันยายน 2552 13:59
ภาษาวันล่ะคำ
ศัพท์ประเทศ ตอแหลแลนด์:ดินแดนแห่งการตอแหล
คำพูด คำว่าสมานฉันท์ แปลว่า ให้ยอมพวกอำมาตย์แต่โดยดี
ความคิดเห็นที่ 7
สมาชิกกลุ่ม 2 , 12 กันยายน 2552 13:56
....การป้องกันความรุนแรงและการปฏิรูปประเทศไทยโดยคนทั้งมวล.....ท่าน ของศ.นพ.ประเวศ วะสี จะพูดทำไม เมื่อท่านไม่ยอมรับความคิดเห็นของคนเสียงส่วนใหญ่ ไม่ยอมรับยังไม่พอ ยังยุยงเสียงคนส่วนน้อยให้เสียงดัง สร้างความปั่นป่วนให้กับประเทศอีก ... วันนี้ไม่ใครฟังท่านแล้ว คำพูดของท่านแค่คนแก่ใกล้ตาย
ความคิดเห็นที่ 6
สมาชิกกลุ่ม 2 , 12 กันยายน 2552 13:52
ผู้มีอำนาจ ผู้มีบทบาท ทั้งการเมืองและเศรษฐกิจ ใช้อารมณ์ความรู้สึกนำทางชีวิต กัน :คนแก่มือถือสากปากถือศีล มีเยอะ...จริงๆปัญหาการเมืองขณะนี้ แก้ได้โดยหลักพระพุทธศาสนา อริยสัจ 4 น่าแปลกใจที่เราเป็นเมืองพุทธแท้ๆ...บางคน อ้างว่าศึกษาหลักธรรม เพราะศึกษาหลักธรรมจริง...แต่บางคนอ้างหลักธรรมเพื่อให้ตัวเองดูดี ว่าศึกษาพระธรรม เวลาพูดจะเอา หลักธรรมมาสอดใส่อยู่เสมอ เพื่อให้ตัวเองดูดีดูน่าเชื่อถือ ยังไม่พอ ยังนำเอาหลักธรรมมาทำลายล้างทางการเมืองอีก ... นายกขาดจริยธรรม คุณธรรม เอ...แต่ ณ วันนี้ไม่มีใครถามถึงจริยธรรมแล้วเหรอ
ดึงสถาบัน...เพื่อทำลายศัตรู
ดึงศาสนา...เพื่อทำลายศัตรู
อ้างชาติ ...เพื่อทำลายศัตรู
ใช้ครบหมดเลย
นี่ไง...."ตอแหลแลนด์": ดินแดนแห่งการตอแหล
ความคิดเห็นที่ 5
กระสุน , 12 กันยายน 2552 11:34
ถ้านักการเมืองของเรามีคุณภาพแค่ครึ่งเดียวของต่างประเทศ บ้านเมืองเราคงจะเจริญอีกมาก เพราะนักการเมืองปัจจุบันเป็นผู้ตัดสินอะไรทุกอย่าง อยากจะทำอะไร หรือไม่อยากจะทำอะไร อยู่ที่นักการเมืองหมด
ความคิดเห็นที่ 4
บรรลุ , 12 กันยายน 2552 11:28
ตราบใดที่ระบอบการเมืองยังเป็นแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เราก็คงจะได้ผู้บริหารที่ลงเลือกตั้งเพียงเพื่อให้ได้ตำแหน่งทางการเมืองเท่านั้นเอง ส่วนพรรคการเมืองก็เป็นแค่คนบางกลุ่มเข้าไปครอบงำ แล้วก็ส่งเสริมพรรคพวกของตัวเองให้เป็นผู้บริหารพรรค ไม่ได้เปิดโอกาสให้คนทั่วไปมีส่วนร่วมในการบริหารพรรค หรือตัดสินใจเรื่องสำคัญ ๆ ที่จะมีผลต่อการบริหารบ้านเมืองได้ นักการเมืองก็มักจะตกลงแบ่งตำแหน่งรัฐมนตรี แบ่งผลประโยชน์กันในรูปต่าง ๆ เพราะฉะนั้นจึงไม่มีความขัดแย้งกันในแนวนโยบายการบริหารบ้านเมือง อะไรที่ขัดแย้งกันก็หาทางประสานผลประโยชน์กัน ประชาชนไม่รู้อะไร เพราะเป็นความลับระหว่างนักการเมือง ประชาชนมีหน้าที่อย่างเดียวคือไปลงคะแนนเลือกตั้ง หลังจากเลือกตั้งแล้วไม่มีสิทธิ์อะไรอีกต่อไป
ความคิดเห็นที่ 3
อ้่างกันไป , 12 กันยายน 2552 11:23
ชอบพูดกันเสมอเหมือนเป็นข้ออ้างว่าจะเกิดสงครามกลางเมือง ใช้เป็นการข่มขู่ได้ดี ไม่เชื่อว่าจะเกิดสงครามกลางเมืองได้ เพราะชาวบ้านไม่มีอาวุธสงครามที่จะประหัตประหารกันได้เหมือนคนในเครื่องแบบ แต่ถ้าไม่อ้างก็ไม่รู้จะปฏิวัติได้ยังไงในสถานะการณ์ปกติ
ความคิดเห็นที่ 2
ฮ่าๆๆ มาถูกทางแล้วเสื้อแดง , 12 กันยายน 2552 09:19
เสื้อแดงงี่เง่า แถเรื่อยๆ อ้าง นายวิชา ปปช จัดฉากเอาระเบิดมาระเบิดบ้านตัวเอง องคมนตรีจัดฉากจ้างคนมาลอบสังหารตัวเอง..แถ ไร้สติเรื่อยๆ ว่าสนธิลิ้มจัดฉาก หาคนมาลอบสังหารตัวสนธิเอง เสื้อแดงสาดโคลนทหารว่าทหารเป็นคนทำคลิปเสียงสกปรกสาดโคลนนายกมาร์คสั่งฆ่าม๊อบเสื้อแดง เสื้อแดงเห็นหุ้นพุ่ง สมัยนายกมาร์ค แถเข้าไปว่ารัฐบาลปั่นหุ้น หุ้นมันขึ้นตามตลาดโลกอยู่แล้ว เสื้อแดงปัญญาอ่อน รบกวนคนเข้ามาอ่านข่าวโดย ใช้คำสั้นๆ ไร้สาระปลุกระดมคน ..ใช้คำพูดด่าถ่ อ ย ส ถุ ล หยาบๆ คาย ๆ ใช้วิธีการรุนแรง อันธพาล ทำให้สาธารณะชนเดือดร้อน ทำร้ายร่างกาย ทำลายสถานที่สิ่งของ จะทำให้คุณเสื้อแดงล้มเหลวเสมอ ไม่ประสบความสำเร็จในสิ่งที่คุณต้องการหรอกนะ ....คนที่เป็นทั้งอาชญากรเศรษฐกิจใช้อำนาจเสียงคนจนรากหญ้าอิสานเหนือฉ้อฉล ปล้นชาติเข้ากระเป๋า ซุกซ่อน ตามเกาะฟอกเงิน และอาชญากรทางการเมืองทำให้คนไทยแตกแยกเป็นเสี่ยง มันซวยแท้ที่ประเทศประชาธิปไตยร่ำรวย ประชากรมีวุฒิภาวะพากันรังเกียจ ปิดบ้านหนี ไม่ให้เข้าบ้าน ...มันแย่กว่าอาชญากรทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวแบบนายปิ่นจักกะพาท นายราเกซสักเสนาที่อังกฤษและแคนาดายังให้ที่ลี้ภัย เพราะไม่ได้ทำให้คนไทยแตกแยกเหมือนทักษิณ ..ฮ่า ฮ่า ฮ่า เสื้อแดงแถไปเรื่อยๆ ก็ดีแล้ว มาถูกทางแล้ว ได้ช่วยนายใหญ่ให้ไม่มีดินแผ่นดินไทยกลบหน้าในวันสุดท้ายในโลก
ความคิดเห็นที่ 1
lamai98 , 12 กันยายน 2552 08:58
ความคิดเห็นของตาแก่(แก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นาน) ก็แค่ลมเหม็นที่ออกจากก้นดันไปออกจากปาก กลัวคนลืมว่าเป็นราษฎรอาวุโส ก็ต้องหาทางแสดงออก คนเขาไมใส่ใจ ถ้าเชื่อแกก็นำประเทศไทยถอยหลังเข้าคลองไปอีก 40 คนแก่ก็อย่างนี้แหละ กลัวกับคำว่า"แก่กะโหลก กะลา กลัวสังคมลืม วันๆก็คิดอะไรบ้าๆบอๆ ให้ได้ชื่อว่า "ยังไม่ตาย" อ่านสนุกๆได้
การทํางานใหม่ คือ INN
I = Individual หรือปัจเจกบุคคลที่มีจิตสํานึกในศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นคนของตนแล้วลงมือทําอะไรดีๆ
N = Nodes หรือการรวมกลุ่มกัน สี่ซ้าห้าคนหรือหกเจ็ดคน มีวัตถุประสงค์ร่วมกัน รวมตัวกันทําเรื่องดีๆ ที่กลุ่มสนใจ มีกลุ่มที่หลากหลายเต็มประเทศ
N = Networks หรือเครือข่ายเชื่อมโยงกันระหว่างบุคคลและเครือข่าย
INN = ฮา