สูตรรัฐบาลสองพรรคคือ ประชาธิปัตย์ บวก เพื่อไทย หรือที่เรียกกันว่า สูตร 1 บวก 2 นั้น
ไม่ใช่สูตรใหม่ทางการเมือง แต่สูตรนี้ จะไม่มีทางเกิดขึ้นได้ หากยังไม่มีการเลือกตั้งใหม่
สองสามวันที่ผ่านมา สูตรรัฐบาล 1 บวก 2 เป็นกระแสขึ้นมา หลังจากเกิดปัญหาระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลคือ ประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคแกนนำ กับภูมิใจไทย พรรคที่มีอำนาจต่อรองกับประชาธิปัตย์มากที่สุด อันเนื่องมาจากการยอมลงทุนหักหลัง ทักษิณ ชินวัตร ของ เนวิน ชิดชอบ
ความจริงความสัมพันธ์ของทั้งสองพรรคไม่ค่อยดีมาตั้งแต่ตั้งรัฐบาลได้ไม่นาน ทั้งสองฝ่ายมีเรื่องระหองระแหงกันเรื่อยมาในสารพัดเรื่อง จนล่าสุดที่ดูเหมือนจะรุนแรงที่สุดคือเรื่องการแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ ที่หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล โหวตสวนนายกฯ
หลังเกิดข่าวเรื่องดังกล่าวขึ้นมา แกนนำประชาธิปัตย์ดาหน้ากันออกมาปฏิเสธ เริ่มตั้งแต่นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรค รองนายกฯสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค ไปจนถึงนายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรค
ขณะที่นักวิเคราะห์การเมือง ก็มองตรงกันว่า สูตรรัฐบาลสองพรรคไม่มีโอกาสเกิดขึ้นในสถานการณ์ที่สังคมยังมีการแตกแยกกันอย่างรุนแรงเช่นนี้
ในทางการเมืองแล้ว “การปล่อยข่าว” คือยุทธวิธีหนึ่งในการต่อสู้กัน ดังนั้นกระแสข่าวเรื่องสูตรรัฐบาลสองพรรค จึงถูกมองว่าเป็นความ “ตั้งใจ” ที่จะปล่อยข่าวออกมาเพื่อปรามพรรคภูมิใจไทย ของประชาธิปัตย์ หรือไม่ก็ฝ่ายคนเชียร์ประชาธิปัตย์
ความจริงแล้ว เรื่องสูตรรัฐบาลสองพรรคนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เรื่องนี้เคยมีความพยายามที่จะให้เกิดขึ้นจริงแล้วในช่วงสุญญากาศทางการเมือง หลังจากที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ถูกบังคับด้วยข้อกฎหมายให้ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกฯ หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคพลังประชาชน
ครั้งนั้นฝ่ายเพื่อไทย ซึ่งก็คือพลังประชาชนเดิม ที่มีต้นทางมาจากพรรคไทยรักไทยพยายามต่อสายกับประชาธิปัตย์เพื่อขอร่วมจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งแน่นอนว่าคนของประชาธิปัตย์ที่ทำหน้าที่ประสาน คือ "สุเทพ" เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์นั่นเอง
แหล่งข่าวจากประชาธิปัตย์ยืนยันว่า มีการแจ้งเรื่องนี้ในที่ประชุมระดับแกนนำของพรรค โดยสุเทพพยายามโน้มน้าวให้ประชาธิปัตย์ร่วมตั้งรัฐบาลกับเพื่อไทย ซึ่งก็ถือว่าเกือบจะสำเร็จแล้ว ถ้าฝ่ายเพื่อไทยยอมเงื่อนไขสุดท้ายของฝ่ายประชาธิปัตย์ คือขอให้นายกฯ เป็นของประชาธิปัตย์
เมื่อตกลงกันไม่ได้ ดีลก็จบ และนำมาสู่แผนสอง คือการเดินเกมดึง ส.ส.กลุ่มนายเนวิน ชิดชอบ ออกมาจากเพื่อไทย มาร่วมสนับสนุนให้นายอภิสิทธิ์ เป็นนายกฯ
มาถึงวันนี้ สูตรตั้งรัฐบาลสองพรรคก็ไม่ใช่ว่าถูกทิ้งไปแล้ว มันเป็นเพียงการพับเก็บเข้าลิ้นชัก เพื่อรอเวลาที่เหมาะสม เพื่อดึงออกมาใช้อีกครั้งเท่านั้น
หากสูตรรัฐบาลสองพรรคนี้เกิดขึ้นได้ ในช่วงเวลาที่เหมาะสม หลายฝ่ายเชื่อว่า มันจะเป็นสูตรที่ทำให้ความขัดแย้งในสังคมไทยหมดไปได้
แต่ก็แน่นอนว่า ช่วงเวลาที่เหมาะสมนั้น ไม่ใช่ตอนนี้อย่างแน่นอน
สถานการณ์ตอนนี้ นอกสภายังคงมีความแตกแยกกันอย่างรุนแรง หากสองพรรคนี้รวมกัน ผู้สนับสนุนทั้งสองฝ่ายไม่ยอมแน่
ขณะที่ในสภา หากจะเกิดสูตรรัฐบาล 2 พรรคนั้น ก็หมายถึงเป็นการปรับ ครม.ใหญ่มาก และสูตรนั้นคงหมายถึงนายอภิสิทธิ์ อาจจะต้องลาออกจากนายกฯ เพื่อเปิดทางให้มีการปรับใหญ่ เอาพรรคเพื่อไทยเข้ามาแทนพรรคร่วมรัฐบาลเดิมทั้งหมด ซึ่งมีอยู่ 5 พรรค ซึ่งก็ไม่ดีแน่นอน หากต้องเอาพรรคร่วมอื่นนอกจากภูมิใจไทยออกไปด้วย โดยที่ไม่มีความผิดอะไร
แต่จะเกิดภาพว่า อภิสิทธิ์หักหลังทุกฝ่ายที่สนับสนุนเขามาเป็นรัฐบาล ซึ่งแน่นอนรวมถึงฝ่ายกองทัพ ที่ชัดเจนว่าอุ้มอภิสิทธิ์มาเป็นนายกฯด้วย ซึ่งตอนนี้ความสัมพันธ์ของรัฐบาลกับกองทัพก็ไม่ราบรื่นเช่นกัน
หากอภิสิทธิ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกฯ ก็จะเกิดสุญญากาศทางการเมือง ซึ่งตอนนั้นอะไรก็เกิดขึ้นได้
จะมีการวิ่งจับขั้วกันอุตลุดไม่รู้ใครเป็นใคร ฝ่ายทักษิณอาจฉวยโอกาสไฮแจ็คตำแหน่งนายกฯคืน หรือ หากมองในแง่ร้ายขึ้นไปอีก ภาวะที่ประชาธิปัตย์กำลังมีปัญหากับพรรคภูมิใจไทยของ "เนวิน" ผู้ที่มีสัมพันธ์แนบแน่นกับฝ่ายทหาร อาจเกิดอำนาจนอกระบอบประชาธิปไตยขึ้นอีกครั้ง
สถานการณ์ตอนนี้ ประชาธิปัตย์จึงทำได้แค่
1. ทนอยู่ด้วยกันต่อไป
2. ไล่ภูมิใจไทยออกไป แล้วดึงกลุ่ม ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยส่วนหนึ่งมาสนับสนุนรัฐบาลแทน ซึ่งก็ชัดเจนว่า ตอนนี้มี ส.ส.เพื่อไทยประมาณ 40 คน นำโดย วิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน ที่พร้อมจะรับเงื่อนไขนี้อยู่แล้ว
3. ยุบสภา
แล้วเมื่อไหร่ ที่จะเหมาะสมในการเกิดรัฐบาลสองพรรค
“ช่วงที่เหมาะที่สุดก็คือ หลังการเลือกตั้ง เพราะสำหรับนักการเมืองแล้ว เมื่อมีการเลือกตั้งใหม่ ดีลทุกอย่างก็จบไปด้วย ถึงตอนนั้นหากประชาธิปัตย์จะไปจับมือกับเพื่อไทย ก็ไม่เกิดภาพว่าประชาธิปัตย์หักหลังใคร” นักการเมืองผู้คร่ำหวอดรายหนึ่ง กล่าว
นักการเมืองรายนี้ บอกอีกว่า ที่สำคัญ หลังเลือกตั้ง กลุ่มสีเหลืองหรือกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็จะเปลี่ยนตัวเองไปเป็นพรรคการเมืองอย่างเต็มตัว ถึงวันนั้นจะมีชุมนุมประท้วงอะไร น้ำหนักก็เหลือน้อยแล้ว
“อยากให้สูตร 1 บวก 2 เกิดขึ้นจริงๆ ความขัดแย้งต่างๆ มันจะได้จบเสียที ตอนนี้เราพยายามกำจัดคนคนหนึ่ง โดยใช้ต้นทุนสูงมาก มันมากเกินไปแล้ว ประเทศเราเดินหน้าไม่ได้เลย หากสูตรนี้เกิดขึ้น บ้านเมืองเราคงเดินหน้าได้สักที” หลายคนพูดตรงกัน ทั้งนักการเมืองและนักวิเคราะห์การเมือง
รัฐบาลสองพรรคจะเกิดหรือไม่ ต้องติดตามตอนต่อไป
Tags : ประชาธิปัตย์ • เพื่อไทย
