สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)ได้สรุปผลการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจระยะเร่งด่วนของรัฐบาลช่วง 6 เดือน
สศช.ได้สรุปผลการให้ความช่วยเหลือประชาชนเป็น 10 กลุ่ม
1.การฟื้นฟูเศรษฐกิจที่กำลังประสบปัญหาเป็นการเร่งด่วน
1.1 กลุ่มเกษตรกร รักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรที่สำคัญ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2552 รับจำนำสินค้าเกษตร ได้แก่ 1.ข้าวเปลือกนาปี 5.3 ล้านตัน วงเงิน 67,057 ล้านบาท 2. ข้าวนาปรัง ปี 2552 จำนวน 4.2 ล้านตัน วงเงิน 45,728 ล้านบาท 3. มันสำปะหลัง 11.73 ล้านตัน วงเงิน 22,997 ล้านบาท 4. ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 1.02 ล้านตัน วงเงิน 8,369 ล้านบาท โครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน วงเงิน 7,886.88 ล้านบาท สำหรับ 27,610 หมู่บ้าน/ชุมชน ซึ่ง ธ.ก.ส. และธนาคารออมสิน ได้โอนเงินไปยังหมู่บ้าน/ชุมชนแล้ว 7 ครั้ง เป็นเงิน 3,032.82 ล้านบาท 11,948 ชุมชน
1.2 แรงงานนอกภาคเกษตร
โครงการเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานเพื่อสร้างมูลค่าเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน (โครงการต้นกล้าอาชีพ) วันที่ 18-24 มีนาคม 2552 มีกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมโครงการ 113,069 คน โดยจัดทำโครงการฝึกอบรมของหน่วยงานรัฐ จำนวน 5 โครงการ ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย 58,509 คน รวมทั้งดำเนินงานในกลุ่มเป้าหมายชะลอเลิกจ้าง สถานประกอบการ/โครงการ ที่ได้รับอนุมัติ 213 แห่ง และ 6 สมาคมที่เกี่ยวข้องอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ จำนวนคนฝึกอบรมรวม 25,881 คน วงเงิน 205.37 ล้านบาท โครงการส่งเสริมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) คนละ 600 บาท รวม 984,810 คน วงเงิน 590.88 ล้านบาท
1.3 เด็ก/ผู้ปกครอง
ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาเพื่อให้ศึกษาฟรีจริง 15 ปี ในสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยจ่ายเงินสดให้ผู้ปกครองและนักเรียน เพื่อนำไปซื้ออุปกรณ์การเรียนและเครื่องแบบนักเรียน 99.7% และสถานศึกษาได้จัดซื้อหนังสือเรียนมอบให้นักเรียนในตอนเปิดภาคเรียน 99.9% และวันที่ 30 มิถุนายน 2552 สถานศึกษาได้ตรวจรับหนังสือเรียนแล้ว จำนวน 29,530 โรงเรียน คิดเป็น 93.8%
1.4 ประชาชนผู้มีรายได้น้อย
ดำเนินโครงการ 5 มาตรการ 6 เดือน เพื่อลดค่าครองชีพของประชาชน ผลการดำเนินโครงการ 5 มาตรการ 6 เดือน 1. การประปานครหลวงมีผู้ใช้น้ำ 3.04 ล้านราย ปริมาณน้ำ 50.9 ล้าน ลบ.ม. 2. การประปาส่วนภูมิภาค มีผู้ใช้น้ำ 3.86 ล้านราย ปริมาณน้ำ 48.2 ล้าน ลบ.ม. 3. การไฟฟ้านครหลวง มีผู้ใช้ไฟ 0.55 ล้านราย ปริมาณไฟฟ้า 21.2 ล้านหน่วย 4. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มีผู้ใช้ไฟ 8.36 ล้านราย ปริมาณไฟฟ้า 688 ล้านหน่วย 5. การรถไฟแห่งประเทศไทย มีผู้ใช้สะสม 8.5 ล้านราย 6. องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ มีผู้ใช้บริการ 25.60 ล้านคน
1.5 ผู้สูงอายุ
จัดสรรเบี้ยยังชีพให้กับผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยตนเองได้ โดยมีผู้สูงอายุทั่วประเทศขึ้นทะเบียนและมีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพ 3,576,661 คน (รวม 75 จังหวัด 3,142,188 คน กรุงเทพฯ 430,498 คน และพัทยา 3,980 คน) ซึ่งมีผู้สูงอายุได้รับเงินเบี้ยยังชีพแล้ว 67% วงเงิน 6,010 ล้านบาท
1.6 ภาคธุรกิจเอกชน
กำหนดมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นภาคการก่อสร้างและการซื้ออสังหาริมทรัพย์ การดำเนินการขยายสินเชื่อ โดยอาจผ่านทางสถาบันการเงินเฉพาะกิจ โดยเฉพาะในภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว
1.7 การท่องเที่ยวและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว
กำหนดมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยกระตุ้นอุปสงค์การท่องเที่ยวภายในประเทศผ่านมาตรการภาษี การลดค่าธรรมเนียมต่างๆ ตลอดจนให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่ผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยว
1.8 การสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศ
จัดตั้งกลไกเพื่อส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในด้านต่างๆ รวมทั้งเร่งรัดแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในการลงทุน ตลอดจนกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่าย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
1.9 การช่วยเหลือผู้มีรายได้ประจำ
จัดสรรเงินเพิ่มพิเศษให้แก่กลุ่มผู้มีรายได้น้อย ที่เป็นผู้เสียภาษีทั่วไป และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งข้าราชการ
- การจัดสรรเงินเพิ่มพิเศษให้กลุ่มผู้มีรายได้น้อย โดยปรับเพิ่มอัตราค่าตอบแทนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบแบบค่อยเป็นค่อยไป จำนวน 14,636.07 ล้านบาท
2. โครงการช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชน ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2552
1.สำนักงานประกันสังคม ได้จ่ายเช็คช่วยชาติให้ผู้ประกันตนรวม 7,481,591 ราย วงเงิน 14,963.182 ล้านบาท จากเป้าหมาย 8.139 ล้านคน กระทรวงการคลังได้จ่ายเช็คช่วยชาติให้บุคลากรภาครัฐ 970,256 คน วงเงิน 1,940.51 ล้านบาท จากเป้าหมาย 1.326 ล้านคน และผู้รับบำนาญ 0.15 ล้านคน วงเงิน 300.0 ล้านบาท
1.10 ภาครัฐ
เร่งเบิกจ่ายงบประมาณของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดทำแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2 เพื่อสร้างงานและสร้างรายได้ โดยการลงทุนของภาครัฐในโครงการที่จะสร้างขีดแข่งขันของประเทศในอนาคต และสร้างโอกาสของภาคเอกชนในการลงทุน
1. การเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ ณ 26 มิถุนายน 2552 เบิกจ่ายไปแล้ว 1,249,956.26 ล้านบาท คิดเป็น 68.12% ของวงเงิน 1.83 ล้านล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 70% ขณะที่งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม เบิกจ่ายแล้ว 53,638.77 ล้านบาท ของวงเงิน 1.16 แสน ล้านบาท คิดเป็น 45.96%
2. กู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ รัฐสภาเห็นชอบ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2552 สำหรับ พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและเสริมสร้างความมั่นคงทาง เศรษฐกิจ พ.ศ. 2552 วงเงิน 8 แสนล้านบาท
3. แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2
มติ ครม. เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2552 เห็นชอบวงเงินลงทุนแผนฟื้นฟูระยะที่ 2 (2553-2555) วงเงิน 1.4 ล้านล้านบาท และอนุมัติโครงการที่มีความพร้อมเริ่มดำเนินการได้ปี 2553 (โครงการกลุ่มที่ 1) วงเงินช่วง 2553-2555 จำนวน 1.06 ล้านล้านบาท และคณะทำงานภายใต้คณะกรรมการกลั่นกรองโครงการกำลังพิจารณาโครงการของส่วนราชการ ที่เสนอภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 เพิ่มเติม และ ครม.มีมติเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2552 เห็นชอบตั้งคณะกรรมการติดตามเร่งรัดการดำเนินโครงการภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2 เพื่อเร่งดำเนินโครงการตามแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2
Tags : การฟื้นฟูเศรษฐกิจ • สศช.

ความคิดเห็นที่ 9
aof , 9 สิงหาคม 2552 22:30
เขาจะทำดี...ยังมีคนมาด่า...ชาตินี้ทั้งชาติจะไม่ให้ประเทศเจริญเลยหรือไง....เทอดทูนบูชาคนไม่มีแผ่นดินอยู่ไปเถอะ สักวัน...ความเจริญจะปรากฏว่าพวกคุณแสนโง่
ความคิดเห็นที่ 8
พวกไร้อุดมการณ์ , 23 กรกฎาคม 2552 23:03
นักข่าวที่ไม่ชอบอยู่ตรงกลางทั้งหลาย
หยุดตอแหลประเทศไทยดีกว่าน่ะ หยุด
แบมือขอเงินเพื่อเขียนข่าวดีกว่า ยอดขายนสพ.ตกหรือไงถึงรับงานจากสมุนเผด็จการ
ที่มีโครงการนี้ออกมา เพราะเสื้อแดงเขามี
หนังสืออกมาหลายเล่ม ไม่ซื้อของพวกสมุนเผด็จการ เลยมีโครงการหมาๆนี้ออกมา
ช่างไม่อายเลยน่ะ ไปรับใช้พวกเผด็จการ
" ข่าวฝากถึงนาย ม.7 "
นายกระสัน ม.เจ็ด สมุนร่างทรงเผด็จการไดโนเสาร์ นายน่าจะดำเนินม็อบชั่วยึดสนามบินหรือทำเนียบก่อนดีกว่า ว่าทำไม่ล่าช้า แต่นายเล่นหลอกคนทั้งประเทศไปเน้นแต่คดียิงเจ็กเลว ว่าไม่ไว้หน้าใคร นายนี่มันยอดตอแหล หน้าเนื้อใจเสือจริง พอเข้าพรรคนี้ไม่กี่ปีเลวพอๆกับเจ้าของพรรค
ความคิดเห็นที่ 7
วิน , 23 กรกฎาคม 2552 10:19
รายงานสั้น ๆ แค่นี่จะไปรู้ได้อย่างไรว่าการทำงานที่ผ่านมาประสบความสำเร็จหรือไม่ นอกจากโครงการที่ต้องใช้เงินแล้ว มีเรื่องอื่นอะไรอีกบ้างที่เป็นการปรับปรุงการบริหารงานของหน่วยงานรัฐที่ทำแล้วได้ผล เช่น มีการประหยัดค่าใช้จ่ายของรัฐ หรือปรับปรุงการทำงานของรัฐวิสาหกิจ
ความคิดเห็นที่ 6
สุเมธ , 23 กรกฎาคม 2552 10:16
รายงานแค่ลอย ๆ เท่านั้นเอง ส่วนใหญ่เป็นการให้ข้อมูลตัวเลข แต่ผลที่ได้รับจริง ๆ ไม่สามารถประเมินได้ เพราะไม่มีข้อมูลว่าสภาพการณ์ต่าง ๆ ดีขึ้นอย่างไรหรือไม่ มีแต่ตัวเลขด้านการใช้จ่ายเป็นหลัก แต่ไม่มีตัวเลขด้านที่เป็นผลที่ได้รับมาเสนอ จะประเมินผลได้อย่างไร
ความคิดเห็นที่ 5
HIANSOON , 23 กรกฎาคม 2552 02:42
จงตั้งหน้ากัดฟันทำดีต่อไป
อย่าฟังเสียงพวกขี้แพ้ชวนรบ
อุปสรรคประเทศ และโลกมายมาย
ทำได้แค่นี้ก็บุญของประเทศแล้ว
ค่อยๆไต่ไปคับ
การเจริญทางเศรษฐกิจก็คือการเผาผลาญทรัพยากรโลกที่มากขึ้นและเร็วขึ้นนั่นเอง
ที่สำคัญคือเร่งช่วยผู้ด้อยโอกาส นั่นคือการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ไม่ทิ้งอีกฝ่าย ไม่มีมกเม็ด
จนสุดท้ายประเทศล่มจมแบบหลายๆประเทศ
และคนเหล่านี้ได้ไม่ตกเป็นเครื่องมือใคร
http://hiansoon.bloggang.com
ความคิดเห็นที่ 4
= = , 22 กรกฎาคม 2552 20:53
***ยาวเยียดเลย ???
ความคิดเห็นที่ 3
Krittapas , 22 กรกฎาคม 2552 11:12
นี่น่าจะเป็นการรายงานสิ่งที่ทำไปมากกว่าการประเมินว่าสิ่งที่ทำไปได้ผลหรือไม่ได้ผลอย่างไร
ความคิดเห็นที่ 2
naiyangkid , 22 กรกฎาคม 2552 10:04
ตามรายงานของสศช.เรื่องสรุปผลการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจระยะเร่งด่วนของรับบาลช่วง 6 เดือน ดังรายละเอียดข้างบนนี้นั้น ได้แสดงตัวเลขให้เห็นว่ารัฐบาลต้องใช้งบประมาณช่วยเหลือประชาชนมิใช่น้อยเลย ประกอบกับการที่รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีได้แถลงก่อนหน้านี้ว่า เศรษฐกิจของประเทศจะดีขึ้นในไตรมาสที่สี่ปลายปีนี้ และจะฟื้นตัวขึ้นต่อไปตั้งแต่ต้นปีหน้าเลยทีเดียว แต่ทั้งก็ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทั่วไปด้วยนั้น ประชาชนก็หวังจะเห็นทุกอย่างดีขึ้นตามการคาดคะเนของรัฐบาลดังกล่าว และข้อสำคัญขออย่าได้มีเรื่องไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับการทุจริตรายใหญ่รายน้อยในการทำงานของรัฐบาลชุดนี้เป็นอันขาดเลยเทียว เพราะเรื่องนี้มีการพูดปรามาสเอาไว้ล่วงหน้าอยู่แล้วจากฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลตลอดมา ซึ่งหากไม่เป็นไปในทางลบดังกล่าวได้แล้ว ประชาชนก็จะชื่นชมรัฐบาลเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว และนายกรัฐมนตรีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะจะต้องตั้งหลักให่มั่นคง อย่ายอมให้เกิดสิ่งที่ชั่วร้ายที่เรียกกันว่าคอรัปชั่นเป็นอันขาด
ความคิดเห็นที่ 1
ออ , 22 กรกฎาคม 2552 09:40
ลด นน. ด้วยสารอาหารจากธรรมชาติ ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่เพี่ยงพอต่อความต้องการของร่างกาย ได้รับ อย.
ลดแล้วไม่โทรม ไม่เหี่ยว หย่อนคล้อย ผิวพรรณ สุขภาพดี 3- 10 กก./เดือน
ด้วยกลไกการเผาผลาญพลังงาน ตามธรรมชาติของร่างกาย
ไม่ต้องทรมานกับความหิว เหมือนการอดอาหาร
ไม่ขาดสารอาหารเหมือน กับการลด นน. ด้วยการควบคุมปริมาณอาหาร
ร่างกายไม่โทรมเหมือนการใช้ยา ไม่มีสารเคมี และตัวยา
ส่งเสริมให้ร่างกายแข็งแรง ด้วยสารอาหาร ลดภาวะความเสียงต่อการ เป็น เบาหวาน ความดัน และโรคหัวใจ ด้วย
การสร้าง นน. ตัวที่ได้มาตรฐาน สร้างสุขภาพดี สร้างรูปร่างที่สมส่วน ชวนมอง
สร้างภาวะสมดุลให้แก่ร่างกาย ด้วยโปรแกรมทางโภชนาการ จากธรรมชาติ ที่
Thaidietcenter.com/gooddiet ไม่ต้องพิมพ์ www.