กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง : บทวิเคราะห์

วันที่ 27 มิถุนายน 2552 13:07

ความจริง-ความลวง ดีเอสไอ vs สตม.แถลงจับคนเดียวกัน2วันซ้อน

พล.ต.ต.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ (ผบช.สตม.) นำผู้ต้องหาแถลงข่าว 17 มิ.ย.52

พล.ต.ต.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ (ผบช.สตม.) นำผู้ต้องหาแถลงข่าว 17 มิ.ย.52

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

ข่าวแปลกคงเกิดเสมอๆ ข่าวจริง ข่าวลวงก็เกิดในทุกวงการ สำหรับข่าวอาชญากรรมช่วงนี้พบพิรุธในการแถลงข่าวของหน่วยงานด้านความมั่นคงของรัฐ2วันซ้อน

ถ้าฟังเล่าข่าว หรืออ่านข่าวเผินๆ คนทั่วไปคงจะตื่นเต้น กังวลใจ ระคนดีใจที่จับได้อาชญากรคนสำคัญ

สำหรับผม อ่าน 2 ข่าวนี้แล้วเอ๊ะใจ! เมื่อค้นข่าวย้อนหลังจากหลายสำนัก ผ่านเว็บไซต์ ได้แก่ เดลินิวส์ออนไลน์ ไทยรัฐออนไลน์ มติชนออนไลน์ เอ็มคอทดอดเน็ต และกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ 

โดยเฉพาะเว็บไซต์ดีเอสไอ* พาดหัวข่าว "การดำเนินคดีกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติเชื้อสายโรฮิงญา" การแถลงข่าวกรณีการดำเนินคดีต่อเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติกลุ่มนายหน้าชาวพม่าเชื้อสายโรฮิงญา (นายบาบูจิ หรือนายมะฮัมหมัด หมัดบาเหม คดีพิเศษที่ ๕๙/๒๕๕๒)

ก่อนอื่นขอสรุปสาระสำคัญ ซึ่งสอดคล้องตรงกันทุกสำนักข่าว ดังนี้ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันที่ 16 มิถุนายน 2552 พาดหัว "จับ3โรฮิงญาค้ามนุษย์พันอัลกออิดะห์-อีแลม"

โปรยข่าว : "ดีเอสไอ-ศรภ.-สตช.-สน.ข่าวกรอง" แถลงจับ 3โรฮิงญาค้ามนุษย์ ปลอมเอกสารเข้าสหรัฐฯ ก่อวินาศกรรม 9-11-2004 พัวพัน"อัลกออิดะห์-พยัคฆ์ทมิฬอีแลม"

(เนื้อข่าว) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พลตรีวิศณุ ศรียะพันธ์ โฆษกกองทัพไทย พลโทเชาวฤทธิ์ ประภาจิตร์ ผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัย(ศรภ.) และพ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ โฆษกดีเอสไอ ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหา 3 คน ได้แก่

1) นายมะฮัมหมัด อาลี ฮุสเซ็น ชาวโรฮิงญา ผู้ต้องหาลักลอบเข้าประเทศ จับกุมได้ที่ อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2552

2) นายมะฮัมหมัด หมัดบาเหม(หรือบาบูจิ) ชาวโรฮิงญา อายุ 39 ปี และ 3) นายชุบรี อาแว หรือจิ๊บ อายุ 20 ปี ชาวโรฮิงญา ผู้ต้องหาร่วมกันปลอมแปลงเอกสารทางราชการ โดยสองคนหลังจับกุมได้ที่ อ.หาดใหญ่ สงขลา 

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า การจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าว ดีเอสไอ ได้รับเป็นคดีพิเศษ จากการสืบสวนพบเป็นเครือข่ายค้าแรงงานและค้ามนุษย์ มีหลักฐานเชื่อมโยงกลุ่มผู้มีอิทธิพลทางภาคใต้ และหาผลประโยชน์ระหว่างประเทศ

โดยเฉพาะนายมะฮัมหมัด อาลี ฮุสเซ็น ข้อมูลการข่าวระบุเป็นหัวหน้ากลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ จัดส่งลูกแพะและค้าเอกสารทางราชการปลอม รวมทั้งเป็นนายหน้าค้าอาวุธสงคราม ร่วมกับกบฏพยัคฆ์ทมิฬอีแลม และก่อนนี้พักอยู่ อ.หาดใหญ่

นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลผู้ต้องหารายนี้ปลอมแปลงเอกสารให้กลุ่มอัลกออิดะห์ ให้เข้าไปก่อวินาศกรรมถล่มตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ หรือเรียกว่าเหตุการณ์ 9/11 จากนั้นหลบหนีไปมาเลเซีย แล้วถูกจับกุมในข้อหาเป็นภัยต่อความมั่นคง ถูกศาลสั่งจำคุก 2 ปี เมื่อพ้นโทษออกมาเข้ามาประเทศไทย และติดต่อกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลในภาคใต้ ทั้งกลุ่มค้าอาวุธสงคราม ยาเสพติด และกลุ่มก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้" 

การจับกุมครั้งนี้ระบุว่า เป็นความร่วมมือระหว่าง 4 หน่วยงาน ประกอบด้วย ศูนย์รักษาความปลอดภัย(ศรภ.) สำนักข่าวกรองแห่งชาติ(สขช.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)

สตม.แถลงจับอาชญากรข้ามชาติ นำผู้ต้องหาโชว์ตัว

วันถัดมา(17 มิ.ย.) เมื่อเวลา 10.30 น. พล.ต.ต.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ผบช.สตม.) พ.ต.อ.วัชระ สังวรโยธิน รอง ผบก.ศสส.สตม. พ.ต.อ.บณฑิต ตุงคะเศรณี ผกก.1 ศสส.สตม. ร่วมกันแถลงผลงานจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายอาชญากรข้ามชาติ รวม 3 คดี 

แต่ในที่นี้ ขอสรุปเฉพาะ รายแรก คือ ระบุว่า พ.ต.ท.กิจจา เกษมณี รอง ผกก.1 ศสส.สตม. นำกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่กรม ดีเอสไอ จับกุมตัว นายโมฮาหมัด อาเมียร์ ฮุสเซ็น หรือ นายโมฮัมหมัด อาลี ฮุสเซ็น (Mr. Mohammad Ali Hussein) หรือ เอ็ม เอ ฮุสเซ็น อายุ 49 ปี ผู้ต้องหาสัญชาติบังคลาเทศ ตามหมายจับศาลแขวงพระนครใต้ที่ 155/2548 ข้อหาปลอมแปลงหนังสือเดินทาง

จับกุมได้ที่อู่กิตติธเนศยนต์ หมู่ 1 ต.บ้านยาง อ.เกษตรสมบูรณ์ ชัยภูมิ เป็นบุคคลสำคัญที่หน่วยข่าวกรองอาชญากรรมทั้งในและต่างประเทศต้องการตัวเป็นอย่างมาก   

จับคนชื่อเดียวกัน จุดเดียวกัน แต่ระบุคนละสัญชาติ

- 4 หน่วยงาน คือ ศรภ. สขช. สตช. และ ดีเอสไอ แถลง สรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้

 1.จับนายโมฮาหมัด อาเมียร์ ฮุสเซ็น หรือ โมฮัมหมัด อาลี ฮุสเซ็น
 2.จับได้ที่ อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ
 3.ระบุเป็นชาวโรฮีงญา
 4.ข้อหา จัดส่ง"ลูกแพะ"(ค้ามนุษย์) และปลอมแปลงเอกสารทางราชการปลอม
 5.ร่วมกับกบฎพยัคฆ์ทมิฬอีแลมค้าอาวุธสงคราม 
 6.ปลอมแปลงพาสปอร์ตให้ "อัลกออิดะห์" เข้าไปก่อวินาศกรรม 9-11-2004
 7.คบค้ากลุ่มอิทธิพลในภาคใต้ ค้าอาวุธ ยาเสพติด และกลุ่มก่อเหตุความไม่สงบ
 8.เน้นในวงเล็บว่า (บาบูจิ หรือนายมะฮัมหมัด หมัดบาเหม ซึ่งระบุเป็นคดีพิเศษ ที่ ๕๙/๒๕๕๒)

- ส่วน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) แถลง สรุปได้ดังนี้
1.สตม. ระบุร่วมมือกับ ดีเอสไอ จับกุม นายโมฮาหมัด อาเมียร์ ฮุสเซ็น หรือ นายโมฮัมหมัด อาลี ฮุสเซ็น หรือ เอ็ม เอ ฮุสเซ็น อายุ 49 ปี  ตามหมายจับศาลแขวงพระนครใต้ที่ 155/2548 ข้อหาปลอมแปลงหนังสือเดินทางระหว่างประเทศ
 2.ระบุสัญชาติบังคลาเทศ
 3.จับกุมได้ที่ "อู่กิตติธเนศยนต์" หมู่ 1 ต.บ้านยาง อ.เกษตรสมบูรณ์ ชัยภูมิ!!
 4.หน่วยข่าวกรองอาชญากรรมทั้งในและต่างประเทศต้องการตัวมาก 
 5.ไม่ระบุว่า พัวพันขบวนการไฟใต้ ไม่ระบุ พัวพันกบฎพยัคฆ์ทมิฬอีแลม หรือช่วยอัลกออิดะห์

ดีเอสไอชิงแถลงผลงาน - สตม.แถลงมั้ง!

ข้อสังเกตอย่างผิวเผิน คือ งานนี้แถลงข่าวครั้งแรก สตม.ตกขบวน!

ดังนั้น สตม.จึงออกโรงแถลงเดี่ยวบ้าง แต่ก็ยังรักษาหน้า ดีเอสไอ โดยแถลงว่าร่วมมือกัน แต่ไม่ระบุถึงหน่วยงานอื่นอีก 

ขณะที่ ดีเอสไอ แถลงข้อมูลบางส่วน(เท่าที่มี?) แต่ สตม.แถลงข้อมูลละเอียดกว่า และยังขัดแย้งกันอีกด้วย คือ ถือสัญชาติบังคลาเทศ(ไม่ใช่โรฮีงญา) ระบุอายุ 49 ปี จับกุมได้ที่อู่รถ"อู่กิตติธเนศยนต์" หมู่ 1 ต.บ้านยาง อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ วันเดียวกัน(15 มิ.ย.) ตามที่มีหมายจับอยู่แล้ว

ขณะที่ ตรวจสอบข่าวหลายสำนักแล้ว การแถลงข่าวของดีเอสไอ ไม่ปรากฏรูปผู้ต้องหา

ขณะที่ สตม.นำตัวผู้ต้องหาชาวต่างชาติ 4 คนมานั่งแถลงข่าวยืนยันการมีตัวตนอยู่จริงด้วย

สัญชาติบังคลาเทศ หรือพม่า เชื้อสายโรฮีงญา? 

ดีเอสไอ ซึ่งอ้างร่วมมือกับ 4 หน่วยงาน ระบุว่า นายโมฮาหมัด อาเมียร์ ฮุสเซ็น หรือ โมฮัมหมัด อาลี ฮุสเซ็น ชาวโรฮีงญา เกี่ยวพันกับองค์กรก่อการร้ายสากล ร่วมขบวนการค้าอาวุธกับกบฏพยัคฆ์ทมิฬอีแลม(ในศรีลังกา) ที่น่าตกใจ คือ ยังเกี่ยวข้องกับขบวนการก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

แล้วทำไม จึงต้องเป็น โรฮิงญา? ขณะนี้มีสื่อมวชนบางสำนัก เขียนรายงานพิเศษขานรับกรมดีเอสไอ โดยสรุปคือ มองโรฮีงญา ไม่ใช่กลุ่มคนหลบหนีเข้าเมืองมาหางานธรรมดา และไม่ใช่แค่เป็นขบวนการค้ามนุษย์ เท่านั้น

แต่มองไปไกลถึงขั้น "เป็น" หรือ "อยู่ใน" ขบวนการอาชญากรข้ามชาติ โยงก่อการร้ายสากล ไปไกลถึงขั้นเป็นสายลับ ล้วงข้อมูล ความลับจากหน่วยงานความมั่นคงของไทย!   
 
นายกฯ ไม่ปักใจเชื่อโยงไฟใต้

อย่างไรก็ตาม ในเช้าวันรุ่งขึ้น(17มิ.ย.) นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ตอบคำถามนักข่าวว่า...เมื่อมีข่าวเรื่องโรฮิงยาก็จะไปเชื่อมโยงกับขบวนการค้ามนุษย์ซึ่งก็เป็นแหล่งทุน อาจจะไม่ใช่กรณีของการแบ่งแยกดินแดน ซึ่งก็ต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติม ส่วนที่มีข่าวว่าเหตุการณ์ภาคใต้มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มขบวนการอัลกออิดะห์นั้น ต้องเข้าใจว่าในแง่ขององค์กรก่อการร้ายระหว่างประเทศจะมีข่าวอยู่เป็นระยะ แต่สิ่งที่เราได้ตรวจสอบหลายยุคแล้วไม่ว่ารัฐบาลนี้หรือรัฐบาลก่อนก็คือ ยังไม่มีการเข้ามาในลักษณะนั้น... 

เมื่อนายกรัฐมนตรีพูดกลบฝุ่นข่าวนี้แล้ว ระดับ ผบ.ตร. ระดับ ผบ.ทบ.ก็เงียบงัน

เหล่าโรฮีงญาโพ้นทะเล ที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชน ก็ยังไม่ทันได้ขยับเลย

ข้อน่าสังเกตคือ ข่าวชิ้นนี้และรายงานพิเศษชิ้นนั้น ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน จงใจทำให้ชาวโรงฮีงญา ดูน่ากลัว เสมือนปีศาจตัวใหม่ ท่ามกลางไฟใต้รุนแรง แหลมคม และสถานการณ์การเมืองอึมครึม

รูปการณ์ แนวทางข่าว ที่มีตัวละครชื่อ นายโมฮาหมัด อาเมียร์ ฮุสเซ็น หรือ โมฮัมหมัด อาลี ฮุสเซ็น (ยังไม่แน่ชัดสัญชาติบังคลาเทศ หรือสัญชาติพม่า เผ่าโรฮีงญา) มีโครงเรื่องเกี่ยวกับขบวนการค้ามนุษย์ขบวนการก่อการร้ายจังหวัดชายแดนภาคใต้ พัวพันถึงก่อการร้ายสากล

น่าเร้าใจ แต่ยังไม่โดนใจคอข่าวมากนัก แต่ยังไม่รู้จะมีอะไรปล่อยออกมาพิกลๆ อีก

แต่คงจะมองแค่ว่า หน่วยงานรัฐแถลงชิงผลงานกัน แถลงข่าวหักหน้ากันเท่านั้น ไม่ได้กระมัง!

*http://www.dsi.go.th/dsi/news_index.jsp?id=1916

Tags : มะฮัมหมัด อาลี ฮุสเซ็น โรฮิงญา ดีเอสไอ สตม.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3

ท่องเที่ยวทั่วไทย
รถตู้ วี ไอ พี คาราโอเกะ
ราคากันเอง สักรถตู้
081-827 3688

ความคิดเห็นที่ 2

หนังสือพิมพ์ชอบรับเงินจากโจรมุสลิม

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement