กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง : บทวิเคราะห์

วันที่ 25 มิถุนายน 2552 08:13

นักการเมือง-นักวิชาการชี้70ปีประชาธิปไตยลุ่มๆดอนๆ

วงเสวนา “การเมืองสยามประเทศไทย เราจะไปทางไหนกัน” โดยมีนักการเมือง-นักวิชาการ ต่างเห็นพ้องกันว่า 70 ปีประชาธิปไตยไทย ลุ่มๆ ดอนๆ

โดยนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ระบุยุคพาณิชยาธิปไตยทำประชาธิปไตยไทยไม่น่าไว้วางใจ ด้าน “จาตุรนต์ ฉายแสง-ผาสุก พงษ์ไพจิตร” ชี้รัฐประหารทำประเทศถอยหลัง

งาน 70 ปีสยามเป็นไทย-ย้อนเวลาสู่อนาคต มีการอภิปรายในหัวข้อ “การเมืองสยามประเทศไทย เราจะไปทางไหนกัน” โดย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แม้ประเทศไทยจะเป็นประชาธิปไตยมาแล้ว 70 ปี แต่ประชาธิปไตยของเราก็ลุ่มๆ ดอนๆ ไม่เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์

ผมอยู่ในวงการเมืองมา 30 กว่าปี พบว่ามีการคอร์รัปชันอย่างหนักหนาสากรรจ์ ทั้งที่ในช่วง 14 ต.ค.2516 ประชาชนรังเกียจ และต่อต้านนักการเมืองที่ทุจริตคอร์รัปชันแต่สุดท้ายบรรยากาศก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป จนในช่วง 10 ปีนี้เป็นการเมืองภายใต้ยุคพาณิชยาธิปไตย เป็นประชาธิปไตยที่มุ่งกำไรสูงสุด มีบรรดาพ่อค้าพาณิชย์ นักธุรกิจ หลั่งไหลเข้าสู่วงการทางการเมือง ซึ่งหากคนเหล่านี้เข้ามาโดยถอดวิญญาณพ่อค้าพาณิชย์ เข้ามารับใช้บ้านเมืองอย่างจริงจังก็จะเป็นประโยชน์ แต่ก็มีพวกพ่อค้าส่วนหนึ่งที่เข้ามาโดยยังรู้สึกตัวว่าเป็นนักธุรกิจ แล้วใช้กลไกของรัฐเอื้อประโยชน์เพื่อตัวเองและมุ่งกำไรสูงสุด

นายบัญญัติ กล่าวย้ำว่า คนประเภทหลังนี้ทำให้การทุจริตคอร์รัปชันเพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 3 ร้อยละ 5 เป็นร้อยละ 20 และมีการเรียกเก็บเบี้ยบ้ายรายทาง ยุคนี้จึงมีค่านิยมใหม่เกิดขึ้นว่า โกงได้แต่ขอให้มีผลงาน ตรงนี้ทำให้ประชาธิปไตยไม่น่าไว้วางใจ และไม่มีประสิทธิภาพ หากไม่ระงับยับยั้งก็คงแย่

นายบัญญัติ กล่าวว่า การที่ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยแบบลุ่มๆ ดอนๆ นั้น เนื่องจากมีการทุจริตคอร์รัปชันมาก จะเห็นว่าในการปฏิวัติรัฐประหาร ที่ผ่านมามักจะใช้ข้ออ้างนี้มาตลอด ซึ่งก็เป็นจริงบ้างไม่จริงบ้าง แต่การปฏิวัติรัฐประหารก็เป็นตัวสูบประชาธิปไตยอย่างร้ายแรง และรัฐบาลที่เข้าไปจากการปฏิวัติรัฐประหารบางครั้งก็ทุจริตมากกว่ารัฐบาลที่ประชาชนเลือกเข้าไปอีก

ดังนั้น เราควรมาร่วมมือกันทำให้ประชาธิปไตยไม่มีการทุจริต รวมทั้งรัฐบาลเองก็ต้องยกระดับชีวิตของประชาชนให้เท่าเทียมกัน ไม่ให้ประชาชนอดยาก ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ หากใครจะมาล้มรัฐบาลประชาชนคงไม่ยอม จึงฝากข้อคิดไว้ 3 ข้อ คือ

1.เมื่อเกิดภาวการณ์สับสน เกิดปรากฏการณ์ทำให้เกิดความเข้าใจผิด มหาวิทยาลัยควรคิดว่าเป็นภาระสำคัญที่ต้องออกมาชี้ถูกชี้ผิด

2.การทุจริตคอร์รัปชัน การไร้ศีลธรรมจริยธรรม ยังเป็นปัญหาที่สำคัญในระบอบประชาธิปไตย และสังคม ผมจึงอยากเห็นภาควิชาการจุดประกายเสริมสร้างค่านิยมให้คนมีคุณธรรมและพิทักษ์รักษาประชาธิปไตย

และ 3.เสริมค่านิยมการรังเกียจเดียดฉันท์นักการเมือง ข้าราชการ ที่ทุจริตและคอร์รัปชัน

ขณะที่ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต 111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า ประชาธิปไตยของไทยตลอด 70 ปี ดูเหมือนว่าจะล้มลุกคลุกคลานมาตลอด และเรียกได้ว่าส่วนใหญ่ไม่เป็นประชาธิปไตย เพราะเมื่อมีการปฏิวัติรัฐประหาร รัฐบาลที่ตั้งขึ้นมาก็จะปกครองประเทศยาวนาน โดยส่วนใหญ่เป็นการปกครองภายใต้ระบอบเผด็จการ และในปี พ.ศ.2522-2553 เราก็เป็นเพียงแค่ประชาธิปไตยครึ่งใบเท่านั้น จึงจะเห็นว่าคนไทยไม่มีความเข้าใจและเชื่อถือ ยึดถือต่อหลักแนวคิดรัฐธรรมนูญนิยม

นายจาตุรนต์ อภิปรายต่อว่า สังคมไทยไม่เข้าใจยึดถือรัฐธรรมนิยม ซึ่งถือว่าเป็นหลักการของระบอบประชาธิปไตย ไม่เชื่อว่าทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายสูงสุด ต้องเคารพกติกา ซึ่งการรัฐประหารทำให้เห็นว่ามีการใช้อำนาจเหนือกฎหมายสูงสุดๆ ได้

นอกจากนี้ ยังเห็นว่า การรัฐประหารในปี 2549 ไม่ได้ถอยหลังชั่วคราวเพื่อก้าวสู่ประชาธิปไตยแต่อย่างใด แต่ภายในระยะเวลา 3 ปีครึ่ง เราถอยหลังแบบต่อเนื่อง ทำให้ประเทศไม่เป็นประชาธิปไตย แล้วยังมาเขียนกติกาใหม่ที่ไม่เป็นประชาธิปไตยด้วย

ที่ผ่านมาเราจะเห็นการทำลายระบบพรรคการเมือง องค์การทางการเมือง และทำลายหลักนิติธรรมอย่างต่อเนื่อง จะเห็นว่าขณะนี้ไม่มีองค์กรใดที่น่าเชื่อถือ เป็นอิสระ และเป็นกลาง ทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานการตรวจเงิน (สตง.) เพราะ 2 องค์กรนี้ตั้งโดยคณะที่ยึดอำนาจ พร้อมทั้งสนับสนุนรัฐบาล ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่น่ากลัว เพราะหากองค์กรอิสระฝักใฝ่รัฐบาล ไม่ว่ารัฐบาลจะทำอะไรทุจริตเองหรือพรรคร่วมทุจริตก็จะไม่ดำเนินการอะไรทั้งสิ้น

ขณะที่ภาคประชาชนและนักวิชาการในกระแสหลักก็มีบทบาทส่งเสริมเกื้อกูลให้ประเทศไม่เป็นประชาธิปไตย ในช่วง 70 ปีของประชาธิปไตยจึงทำให้เกิดการเมืองที่ไม่สมดุล ไม่มีพลวัต มีแต่คำถามว่า จะเลือกตั้งเมื่อไร ยุบสภาเมื่อไร เมื่อการเมืองไม่ลงตัวจึงเป็นอุปสรรคต่อรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เราจึงอยู่ในสภาวะวิกฤติที่ไม่สามารถแก้ได้ และวิกฤติก็สูงขึ้น

ดังนั้นการพัฒนาประชาธิปไตยของไทยจึงถือว่าอยู่ในภาวะเสี่ยงมาก เพราะต้องผ่านความขัดแย้งที่รุนแรง ดังนั้น ทุกฝ่ายต้องช่วยกันคิดว่าทำอย่างไรจะก้าวผ่านไปโดยไม่เกิดความขัดแย้งจนนำไปสู่ความรุนแรง

ศ.ผาสุก พงษ์ไพจิตร อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า รัฐธรรมนูญปี 2540 ถือว่าเป็นการสร้างเกราะป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน เพราะจะเห็นว่า หลังใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 ถือว่าเป็นครั้งแรกที่มีรัฐมนตรีถูกดำเนินคดีฐานคอร์รัปชันจนติดคุก

นอกจากนี้ยังมีนักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองโดยศาลรัฐธรรมนูญ จึงถือว่าเป็นความก้าวหน้าของประเทศ ซึ่งเชื่อว่าหากไม่มีรัฐประหารเข้ามาประเทศเราจะก้าวหน้ากว่านี้ แต่เมื่อมีรัฐประหารเกิดขึ้นจะเห็นว่าเราย้อนกลับไปสู่การเมืองก่อน พ.ศ.2516 เพราะมีการสถาปนาตัวเองเพื่อต่อรองทางการเมือง และต่อรองเรื่องงบประมาณมากขึ้น ซึ่งการคอร์รัปชันถือว่าเป็นตัวหนึ่งที่ทำลายประชาธิปไตย แต่ตัวการสำคัญที่ทำลายการเมืองอย่างแท้จริงคือการรัฐประหาร

การแก้ปัญหาทางการเมืองโดยการใช้รัฐประหารนั้นถือเป็นข้ออ้าง ตนไม่เห็นด้วย ควรแก้ไขปัญหาภายใต้ระบบรัฐสภา ส่วนความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในขณะนี้นั้นเกิดมาจากการแสวงหาอำนาจของคนบางกลุ่ม แต่ข้อเท็จจริงแล้วความขัดแย้งเกิดขึ้นมานาน เกิดจากความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยจะเห็นว่าช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนห่างกันมาก

Tags : งาน 70 ปีสยามเป็นไทย-ย้อนเวลาสู่อนาคต

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3

ผมคิดว่า คนบางกลุ่มเลือกพรรคการเมืองที่ตัวเองชอบแล้วไม่ได้สมใจหวัง กลับโยนบาปให้ชาวบ้านรากหญ้าต่างจังหวัดตาดำๆ ว่าซื้อสิทธิขายเสียงกันเป็นนิจ มันไม่ดูจะเลวร้าย และเหยียดหยาม ไปหน่อยรึ เรื่องการซื้อสิทธิขายเสียงผมว่าถ้าเทียบกับแต่ก่อนดีขึ้นมากแล้ว แต่ก่อนมีระบบหัวคะแนนเข้มข้นกว่านี้เยอะ ส่วนคนเมืองหลวงที่กดดันเอาดอกไม้ไปให้รัฐประหารคนจำพวกนั้นต้องถามตัวเอง ว่า พวกคุณทำให้ประเทศไทยถอยห่างจากคำว่าประชาธิปไตยมากขึ้นไปอีก แล้วผมก็ไม่เชื่อด้วยว่าไม่มีพรรคไหนที่ขาวสะอาดเรื่องการซื้อสิทธิ ขายเสียงจริงๆหรอก มันห่างไกลเยอะ แทนที่จะช่วยหาทางออกกันตามระบอบประชาธิปไตย กลับตาลปัตรไปซบปีกเห็นดี เห็นงามกับ เผด็จการ รัฐประหาร ซะได้!! เดินมาตั้งไกล สุดท้ายถอยหลังลงคลอง ประชาธิปไตยเต็มใบจะหาได้ที่ไหน !!

ความคิดเห็นที่ 2

คนเมืองหลวงรู้ว่าไม่ถูกต้อง แต่เขาไม่มีทางออกจริงๆ เลยไปวนเวียนเรียกร้องเห็นดีเห็นงามให้ปฏิวัติ โดยเฉลี่ย 4 ปี 1 ครั้ง ..ดูแล้วคนไทยไม่พร้อมกับระบอบการปกครองแบบ *ใครให้เงิน รับไว้ แต่อย่าเลือก หัวคะแนนบอกชาวบ้านให้เอาเงินไปก่อน เลือกก็เลือก ไม่เลือกก็ไม่ต้องเลือก* เพราะทำให้คนจนอิสาน คนเหนือ โดยเฉพาะคนอิสาน ตัดสินใจลำบากเพราะเขาถือเรื่องเงินๆ ทอง ๆ ในช่วง 3 นาทีที่ยืนอยู่ในคูหามือถือปากกา ต้องตัดสินใจว่าจะกากบาทเลือกคนใด พรรคใดระหว่างคนให้เงิน กับคนไม่ให้เงิน คนอุปถัมภ์ให้งานรับเหมา กับคนไม่ให้งานรับเหมา .. นักการเมืองที่ดีเหมาะสมกับระบอบประชาธิปไตยเขาต้องไม่มีความคิดเรื่องแจกเงินอยู่ในหัวสมองเลยอ่ะ และชาวบ้านที่เหมาะสมกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยต้องเหมือนเด็กหญิงตัวอย่างที่เก็บเงินสด 2 แสนได้แต่เอาเงินไปคืนเจ้าของที่เขาจะปฏิเศสสินบนจากหัวคะแนนไปเลย ...แต่นักการเมืองไทยกลับใจถึงแบบกุกล้าลงทุนดูดนักเลือกตั้งให้ย้ายขั้ว ย้ายพรรค หัวคะแนนกล้าแจกสินบน ชาวบ้านกล้ารับสินบน แต่นักการเมืองไม่กล้าถูกยุบพรรค กลับโวยวายจนวันนี้นายทุนการเมืองช่วยกันต่อต้าน รธน สำเร็จ จะไม่ต้องถูกยุบพรรคแล้ว นายทุนสามารถเอาหู ไปนา เอาตาไปไร่ ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเรื่องคนลงทุนดูดนักเลือกตั้งให้ย้ายพรรค ย้ายขั้ว สามารถหลับหูหลับตา เอาหูไปนา เอาตาไปไร่เรื่องหัวคะแนนแจกเงินชาวบ้าน อุปถัมภ์งานรับเหมากันตามสบาย ..คนได้อำนาจมาก็อ้างอย่างเดียวมีคะแนนเสียงข้างมาก อิสานเหนือ ยักยอก ฉกฉวยเข้ากระเป๋าบริษัทครอบครัวพรรคพวกกันตามสบาย วันๆ จ้องหาทางแต่กำจัดคนตรวจสอบโกงกิน จนคนเมืองหลวงที่เขาทนการโกงกินไม่ได้ เขารู้สึกกดดัน บีบคั้น ไม่มีทางออก เลยแห่กันออกมาถนน เห็นดี เห็นงามเรียกร้องให้ทหารปฏิวัติแล้วไปยื่นดอกไม้ ให้ทหาร ยื่นดอกไม้ให้รถถัง ทั้งๆที่เขาก็รู้ดีว่าการปฏิวัติไม่ถูกต้องแต่เขาไม่มีทางออกอื่นๆ จริงๆ

ความคิดเห็นที่ 1

ผู้หญิงคนนั้นหายไปใหน
จากเดิมที่เคยรูปร่างดี เอวคอด ขาเรียว น่ามอง ที่เคยทำให้ผู้ชายหันมามอง
ที่ทำให้แฟน หรือสามีของคุณ สนใจจนเข้ามาจีบ
หันมาดูคุณตอนนี้สิ ว่าแปลี่ยนไปจากเดิมมากน้อยแค่ใหน
หน้าท้องที่เพิ่มขึ้นรูปร่างหน้าตาอวบอ้วนขึ้นหรือเปล่า
เค้ามองคุณด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปหรือเปล่า เรียกตัวคุณเองที่เคยน่ามองกลับคืนมา 3 – 10 กิโล/เดือน ได้ง่ายๆ ด้วยวิธีง่ายๆจากธรรมชาติ ที่นี่ Thaidietcenter.c
om/gooddiet

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement