กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง : บทวิเคราะห์

วันที่ 11 มิถุนายน 2552 10:09

สตง.จี้คลัง-ตร.ฟันอาญาทุจริตเช่าซื้อยูโรทู500คัน

รถเมล์ยูโร

รถเมล์ยูโร

สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแจ้งผลการตรวจสอบทุจริตเช่าซื้อยูโรทู500คัน พบว่าโครงการนี้เงินสูงกว่าเงินอนุมัติเกิดความเสียหาย1.59พันล.

สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน แจ้งผลการตรวจสอบเรื่ององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพทุจริตโครงการจัดเช่าและจ้างเหมาซ่อมบำรุงรักษารถโดยสารชั้นเดียวปรับอากาศ (ยูโรทู) ขนาด 12 เมตร จำนวน 500 คัน เพื่อให้ปลัดกระทรวงคมนาคม และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อดำเนินคดีอาญาและทางแพ่งกับผู้ที่ทำให้รัฐเสียหาย 1,591,491,250 บาท

ด้วย สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ได้ตรวจสอบโครงการจัดเช่าและจ้างเหมาซ่อมบำรุงรักษารถโดยสารชั้นเดียวปรับอากาศ (ยูโรทู) ขนาด 12 เมตร จำนวน 500 คน ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ กระทรวงคมนาคม แล้ว พบว่า คณะกรรมการบริหารกิจการ ขสมก. ซึ่งประกอบด้วย

1. นายพงศกร เลาหวิเชียร ประธานกรรมการ

2. นายวันชัย ศารทูลทัต รองประธานกรรมการ คนที่ 1

3. พล.ต.ท.บุญเพ็ญ บำเพ็ญบุญ รองประธานกรรมการ คนที่ 2

4. นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ กรรมการ

5. นายเรืองนนท์ เรืองวุฒิ กรรมการ

6. นายสมบัติ ธรธรรม กรรมการ

ร่วมประชุมพร้อมได้อภิปรายสนับสนุนผู้เสนอขออนุมัติโดยไม่ได้มีการพิจารณาว่า คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาได้ปฏิบัติตามข้อบังคับขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ว่าด้วยการพัสดุหรือไม่ และจำนวนเงินที่ขออนุมัติสูงกว่าเงินตามโครงการตามที่เสนอขอความเห็นชอบจากกระทรวงคมนาคมและขออนุมัติกระทรวงการคลังหรือไม่ ทั้งๆ ที่คณะกรรมการบริหารกิจการ ขสมก. เป็นผู้อนุมัติโครงการ ในการประชุมครั้งที่ 7/2543 เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2543 คณะกรรมการบริหารกิจการจึงไม่สามารถอนุมัติโครงการได้

เนื่องจากราคาที่อนุมัติเป็นจำนวนเงินที่สูงจากที่ขออนุมัติตามโครงการจำนวน 1,591,491,250 บาท ซึ่งต้องเสนอข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงไปให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาเห็นชอบและกระทรวงการคลังพิจารณาอนุมัติใหม่เสียก่อน เห็นว่าคณะกรรมการฯ ดังกล่าวข้างต้นไม่ได้มีการพิจารณาให้มีความละเอียดรอบคอบต้องรับผิดชอบร่วมกับคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาด้วย สำหรับนางสาวสุภา ปิยะจิตติ ผู้แทนจากกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นกรรมการ ได้คัดค้านไม่ต้องรับผิดชอบ

ต่อมาเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2543 นายพงศกร เลาหวิเชียร ประธานกรรมการบริหารกิจการ ขสมก. บันทึกถึงนายพีระพงศ์ อิศรภักดี ผู้อำนวยการ ขสมก. ความว่า ในการพิจารณาผลการประกวดราคาการเช่าและจ้างซ่อมบำรุงรักษารถปรับอากาศฯ ของคณะกรรมการบริหารกิจการ ขสมก. ครั้งที่ 15/2543 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2543 ยังไม่ได้พิจารณาผลกำไรขาดทุน หากมีการเช่ารถดังกล่าว ซึ่งนับเป็นประเด็นสำคัญจึงให้องค์การจัดทำข้อมูลรายละเอียดให้ชัดเจนเสนอคณะกรรมการบริหารกิจการขององค์การฯ เพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป ในชั้นนี้ให้รอการลงนามในสัญญาไว้ก่อน

นอกจากนี้ นายพีระพงศ์ ยังทราบดีว่าเงื่อนไขของกระทรวงการคลังให้คำนึงถึงมูลค่าปัจจุบันของค่าเช่าทั้งสิ้นตลอดอายุสัญญาเช่า ซึ่งจะต้องไม่สูงกว่าราคารถโดยสารปรับอากาศหากซื้อด้วยเงินสด ซึ่งยอมรับว่าเป็นไปไม่ได้ ซึ่งถือว่าเป็นการฝ่าฝืนหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค.0209.2/29752 ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2543 และมติคณะรัฐมนตรี แต่นายพีระพงศ์ อิศรภักดี ไม่ได้ปฏิบัติตาม โดยวันที่ 15 มกราคม 2544 ได้ลงนามสัญญาเช่าและสัญญาจ้างซ่อมและบำรุงรักษารถโดยสารปรับอากาศในนามขององค์การฯ สูงกว่าวงเงินตามโครงการฯ ที่เสนอขออนุมัติทำให้รายจ่ายรวมสูงกว่าประมาณการผลการดำเนินงานของโครงการฯ ตามหนังสือที่กระทรวงคมนาคมขออนุมัติต่อกระทรวงการคลัง และรายการกำไรสุทธิต้องถูกปรับเปลี่ยนเป็นขาดทุน

ต่อมาเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2544 นายพีระพงศ์ ได้รายงานการทำสัญญาต่อคณะกรรมการบริหารกิจการองค์การฯ ในการประชุมครั้งที่ 1/1544 โดยมิได้เสนอบันทึกสั่งการฉบับลงวันที่ 28 ธันวาคม 2543 ของประธานกรรมการบริหารกิจการขสมก. ให้คณะกรรมการบริหารกิจการ ขสมก. ทราบในการประชุมดังนี้

การปฏิบัติหน้าที่ของนายพีระพงศ์ อิศรภักดี ผู้อำนวยการ ขสมก. ถือว่าปฏิบัติมิชอบ กล่าวคือ จงใจฝ่าฝืนคำสั่งของนายพงศกร เลาหวิเชียร ประธานกรรมการบริหารกิจการ ขสมก. และเงื่อนไขของกระทรวงการคลังที่ไม่ให้เช่าราคาสูงกว่าซื้อด้วยเงินสด โดยวันที่ 15 มกราคม 2544 ได้ลงนามสัญญาเช่าและจ้างซ่อมบำรุงรักษารถฯ ในนามของ ขสมก. จำนวน 6 สัญญา เป็นจำนวนเงินรวมเกินกว่าวงเงินโครงการตามที่ได้ขออนุมัติจากกระทรวงการคลัง จำนวน 1,591,491,250 บาท พฤติการณ์น่าเชื่อว่าเป็นการทุจริตทำให้รัฐได้รับความเสียหาย

นอกจากนี้ยังพบข้อสังเกตเกี่ยวกับการจัดเช่าและจ้างเหมาซ่อมบำรุงรักษารถโดยสารปรับอากาศ (ยูโรทู) กล่าวคือ ตามพยานเอกสารค่าเช่าที่บริษัท ธนบุรีมอเตอร์เซลส์ จำกัด ชี้แจงแล้วซึ่งปรากฏว่าราคาเสนอขายสูงไป จำนวน 900,000 บาท และจากพยานผู้ที่จัดซื้อเครื่องยนต์ คัสซี และประกอบตัวถัง และแอร์รถโดยสารปรับอากาศ (ยูโรทู) ราคาคันละไม่เกิน 2,500,000 บาท และค่าเหมาซ่อมต่อคันต่อวัน ที่จัดซ่อมสูงกว่าบริษัท ขนส่ง จำกัด จำนวน 1,200.50 บาท ซึ่งตามความเป็นจริงการเช่ารถโดยสารปรับอากาศ (ยูโรทู) ที่เป็นรถใหม่รายการค่าจ้างเหมาในปีแรกๆ ไม่มี แต่การจัดทำสัญญาจ้างซ่อมแซมบำรุงรักษารถโดยสารปรับอากาศดังกล่าว องค์การฯ ต้องจ่ายค่าซ่อมแซมบำรุงรักษาวันที่เริ่มต้นเช่า

พิจารณาแล้วเห็นว่า องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ จัดทำสัญญาเช่าและจ้างเหมาซ่อมบำรุงรักษารถโดยสารปรับอากาศชั้นเดียว (ยูโรทู) ขนาด 12 เมตร จำนวน 500 คัน ตลอดอายุสัญญา 10 ปี เป็นเงิน 9,041,232,500 บาท สูงกว่าวงเงินอนุมัติโครงการฯ ทำให้ทางการได้รับความเสียหายเป็นเงิน 1,591,491,250 บาท

พฤติการณ์น่าเชื่อว่าเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายให้แก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตและให้เรียกเงินที่ทางราชการจ่ายสูงกว่าโครงการที่ขออนุมัติ จำนวน 1,591,491,250 บาท จากผู้รับผิดชอบประกอบด้วยคณะกรรมการเปิดซองและเจรจาต่อรองราคา ตามคำสั่งที่ 366/2543 และที่แก้ไขเพิ่มเติมที่ 472/2543 443/2543 โดยนายปิยะพันธ์ จัมปาสุต กับพวกรวม 6 คน คณะกรรมการบริหารกิจการ ขสมก. โดยนายพงศกร เลาหวิเชียร กับคณะกรรมการร่วม รวม 7 ท่าน ยกเว้นนางสาวสุภา ปิยะจิตติ ผู้อนุมัติโครงการ และนายพีระพงศ์ อิศรภักดี ผู้อำนวยการ ขสมก. ผู้ลงนามสัญญาจัดเช่าและจ้างเหมาซ่อมแซมบำรุงรักษาชดใช้คืนเงินกับทางราชการและพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สำหรับเรื่องที่ 1 และที่ 2 ที่ประเด็นการตรวจสอบมีพฤติการณ์น่าเชื่อว่าเป็นการทุจริตได้ส่งสำเนาหนังสือถึง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลับมาก ด่วนมาก ที่ ตผ (คตพ.) 0002/ ลงวันที่ มกราคม 2547 เรื่องดังกล่าวข้างต้นมาเพื่อทราบ

Tags : สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6

การโกงเงินภาษีประชาชน โกงกันตั้งแต่รากหญ้าถึงรากแก้ว ยันยอดต้น แล้วประเทศไทยจะรอดรึเนี่ย สงสานลูกหลานของเราจังที่ต้องมีบรรพบุรุษขี้โกง

ความคิดเห็นที่ 5

แบบนี้ถ้าผลการตรวจสอบโครงการ รถเมล์4000คันออกมาว่า ไม่คุ้มอย่างแรง ขาดทุนอย่างหนัก ก็สมควรที่จะพิจารณาว่า รัฐมนตรีที่รับผิดชอบและผลักดันมีความสามารถดีพอ หรือบกพร่องต่อหน้าที่หรือไม่ ว่าปล่อยให้โครงการแย่ๆถูกนำเสนอเข้ามาได้อย่างไร ถ้าไร้ความสามารถก็ควรถอดถอน

ความคิดเห็นที่ 4

ขนาดเช่าซื้อยูโรทู สตง ยังเบรค แจกแจงละเอียด แล้วนักการเมือง กระทรวงคมนาคมจะรีบเช่ารถเมย์ 4 พันคันทำไม เพราะมันยิ่งสร้างภาระทำให้ ขสมก ขาดทุนมหาศาลในอนาคตแน่นอน แต่นักการเมืองไม่ต้องรับผิดชอบอะไร

ความคิดเห็นที่ 3

ว่างๆมาสอบที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาซื เห็นบังคับข้าราชการให้ไปจัดสัมมนาที่สวนนงนุช แถมจัดเลี้ยงต้องไปอาหารจากสวนนงนุช มีอะไรดีแถวนั้นนักหนา

ความคิดเห็นที่ 2

ทนไม่ดั้ยๆๆๆๆๆๆๆๆๆต้องแก้รัดทำมานวย(ฮา)

ความคิดเห็นที่ 1

แล้วใครจะสอบผว.สตง.เรืองพาญาติไปทัวร์สตง.ผิดระเบียบล่ะ

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement