การประชุมคณะรัฐมนตรีวานนี้(19 พ.ค.)หหหหหหหได้อนุมัติในหลักการตามที่กระทรวงคมนาคมได้เสนอแผนปรับปรุงบริหารจัดการและบริการของขสมก.ดังนี้
คณะกรรมการบริหารกิจการ ขสมก.เห็นชอบดำเนินโครงการเช่าและซ่อมแซมบำรุงรักษารถยนต์โดยสารปรับอากาศใช้ก๊าซธรรมชาติ(NGV) หลังจากปรับแผนตามมติ ครม.ก่อนหน้านั้น โดยนำเสนอต่อ ครม.พิจารณา มีประเด็นสำคัญ คือ
1. ประเด็นเส้นทางเดินรถ 145 เส้นทาง
ขสมก.ปรับเปลี่ยนโครงข่ายเส้นทางเดินรถ จากเดิม 112 เส้นทาง เป็น 145 เส้นทาง ครอบคลุมพื้นที่บริการ ประกอบด้วย สายหลัก 15 เส้นทาง สายรอง 44 เส้นทาง บนทางด่วน 25 เส้นทาง เส้นทางวงกลม 55 เส้นทาง วงแหวนชั้นใน 2 เส้นทาง และ วงแหวนชั้นนอก 4 เส้นทาง
2. ประเด็นสนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการในประเทศ
ในเงื่อนไขขอบเขตของงาน หรือ ทีโออาร์ ขสมก.ได้กำหนดให้รถยนต์โดยสารไม่น้อยกว่า 2,800 คัน หรือ 70% ต้องเป็นรถที่ประกอบโดยผู้ประกอบกิจการต่อตัวถังในประเทศ
3. ประเด็นการให้เช่ารถในช่วงแรกและรถปรับอากาศเดิมของ ขสมก.สภาพดี 1,800 คัน
ขสมก.ได้กำหนดทีโออาร์การจัดหารถ โดยเห็นว่าเมื่อรับรถใหม่ปี 2544 รถปรับอากาศเดิม 1,800 คัน จะมีอายุใช้งาน 10-20 ปี ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้นจึงไม่น่าจะนำมาวิ่งบริการร่วมกับรถใหม่ แต่จะให้เอกชนที่มีรถปรับอากาศใหม่ใช้ก๊าซธรรมชาติเข้ามาร่วมวิ่งด้วย 1,800-2,000 คัน
4. ประเด็นค่าเช่าระบบ E-Ticket ระบบ GPS และ GPRS และระบบอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ
ติดตั้งเฉพาะรถโดยสาร CNG ที่ ขสมก.จัดหาใหม่ จำนวน 4,000 คันเท่านั้น ไม่รวมรถเอกชนร่วมบริการและได้ตัดระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่มีความจำเป็นออก
5. การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการสารสนเทศ เพื่อการบริหารจัดการ (MIS)
จะดำเนินการสองระดับ คือ ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อการเดินรถส่วนกลาง 1 ศูนย์และ เขตการเดินรถ 14 ศูนย์ ซึ่งเป็นไปตามจำนวนเขตการเดินรถใหม่ของขสมก.
6. ประเด็นอู่เช่ารถ ที่มติ ครม.เดิม ให้เช่าซื้อที่ดินเองหรือจัดหาพื้นที่ส่วนราชการ
การจัดหาด้วยการเช่าซื้อ และ ซื้อ ต้องลงทุนสูง และการซื้ออู่ 14 แห่งต้องใช้งบประมาณ 5,434.085 ล้านบาท อีกทั้งเงื่อนไขการจัดซื้อจัดจ้างต้องใช้เวลาประมาณ 27 เดือน ดังนั้น ขสมก.จึงเลือกใช้วิธีเช่าเอกชน ซึ่งจะใช้เวลาไม่เกิน 15 เดือน โดยเงินชำระค่าเช่าจะมาจากรายได้ค่าโดยสาร และเอกชนผู้ให้เช่าต้องเป็นผู้ดำเนินการจัดหาที่ดินและสร้างอาคารต่างๆ ทั้งหมด
7. ประเด็นกรอบงบประมาณ ปรับลดจาก 111,690.00 ล้านบาท เหลือ 62,598.33 ล้านบาท ตามมติ ครม.เดิม เมื่อ 2 ก.ย.2551
ขสมก.ได้ทบทวนกรอบวงเงินดำเนินโครงการใหม่ โดยมีการปรับในส่วนของค่าตัวรถ ค่าอิเล็กทรอนิกส์ และค่าใช้จ่ายการบริหารจัดการ และปรับเพิ่มค่าซ่อมรถ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในปัจจุบัน ในการนี้ ขสมก.จึงเสนอกรอบวงเงินโครงการเช่ารถ 4,000 คัน (ไม่รวมค่าอู่) เป็นจำนวน 69,788.00 ล้านบาท
8. ประเด็นค่าเช่ามีระยะเวลาถึง 10 ปี ขสมก.ควรพิจารณาเงื่อนไขที่ยืดหยุ่นได้ทุก 3-4 ปี ตามการเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาล
การคำนวณต้นทุนของ ขสมก. มาจากการคำนวณตลอดโครงการ 10 ปี หากมีการทบทวนทุก 3-4 ปี ผู้ลงทุนต้องวิเคราะห์ความคุ้มค่าของการลงทุนขนาดใหญ่ ซึ่งจะส่งผลให้การคำนวณค่าเช่าเพิ่มสูงขึ้นเป็น 3 เท่า ตามระยะเวลาการคืนทุนภายใน 3-4 ปี ต้นทุนดำเนินการจะสูงขึ้น การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางการเงินจะไม่มีความเป็นไปได้
9. ประเด็นอัตราค่าปรับที่ ขสมก.กำหนดปรับวันละ 100 บาทต่อคันต่อวัน จะเป็นเงื่อนไขที่เอื้อเอกชน
ขสมก.ได้พิจารณากำหนดทีโออาร์ ไว้ว่ามีการปรับชั่วโมงละ 313 บาทต่อคัน หรือ ถ้าเกิน 16 ชั่วโมง ให้ปรับวันละ 5,000 บาท และงดจ่ายค่าเช่าตลอดทั้งวัน สำหรับรถโดยสารเช่าคันนั้น
10. ประเด็นค่าเช่าและวิธีการจ่ายค่าเช่าตามทีโออาร์ ขัดกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีและหลักเกณฑ์การเช่ารถยนต์ของกระทรวงการคลัง
การจัดหารถโดยสารของ ขสมก.โดยวิธีการเช่า เป็นการเช่ารถเพื่อดำเนินกิจการในการหารายได้ จึงไม่เข้าเงื่อนไขการเช่ารถยนต์มาใช้ในราชการ ทั้งนี้ โครงการนี้จะดำเนินการด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ จึงต้องปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2549
11. ประเด็นการทำตามระเบียบสำนักนายกฯ
ขสมก. ดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2549 โดยนำร่างทีโออาร์ ประกาศในเว็บไซต์ของกรมบัญชีกลางและของขสมก. ถึง 11 ครั้ง โดยข้อเสนอแนะจากสาธารณชนทุกครั้งได้นำมาปรับปรุงแก้ไขร่างทีโออาร์ เพื่อให้มีความโปร่งใสและการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
Tags : ขสมก.

ความคิดเห็นที่ 4
sy/ , 24 พฤษภาคม 2552 10:45
อ่านรายละเอียดแค่นี้ไม่พอจะตัดสินใจหรอกครับ ลองไปทำงานธนาคารพาณิชย์ตอนเขาพิจารณาสินเชื่อดูสิว่าเขาพิจารณากันอย่างไร หรือไปทำงานกับบริษัทใหญ่ ๆ ทั้งหลาย เวลาเขาตัดสินใจลงทุน เขาพิจารณากันละเอียดถี่ถ้วน ต้องใช้ข้อมูลมากกว่านับสิบหรือร้อยเท่า มันเงินของเขาก็ต้องระวัง ส่วนครม.เราเขาไม่ได้คิดว่าเป็นเงินของประชาชน มันเป็นเงินที่หล่นมาจากฟ้า ก็เลยพิจารณากันแบบง่าย ๆ ผิดถูกอย่างไรก็ไม่ใครใครไปสนใจตรวจสอบ
ความคิดเห็นที่ 3
ชัย , 21 พฤษภาคม 2552 13:56
สงสัยมานานว่าคณะรัฐมนตรีมีความสามารถขนาดไหนจึงอนุมัติโครงการต่าง ๆ มากมายที่เป็นเรื่องของธุรกิจ ดูคุณสมบัติของคนในครม.ก็ไม่ค่อยมีประสบการณ์ด้านบริหารธุรกิจขนาดยักษ์ใหญ่มาก่อน แต่ทำเหมือนกับรู้ทุกเรื่อง ตั้งแต่รถไฟ สายการบิน น้ำมัน รถเมล์ ธนาคาร ท่าอากาศยาน รถไฟฟ้า ทางด่วน โทรทัศน์ นี่เหมือนกับเป็นเทวดาเลย สามารถในทุก ๆ เรื่อง ติดตามข่าวในต่างประเทศยังไม่เคยเจอเลยว่ารัฐบาลอเมริกาหรือรัฐบาลประเทศอื่นอนุมัติอะไรในทำนองนี้เลย แล้วเวลารัฐบาลของเราแต่ละคณะเมื่ออนุมัติโครงการแล้วก็ไม่เคยมีคนสนใจติดตามว่าที่อนุมัติไว้มันเข้าท่าหรือเปล่า จึงไม่แปลกที่รัฐวิสาหกิจส่วนใหญ่มีปัญหาทั้งนั้น เช่นอนุมัติซื้อเครื่องบินแอร์บัส 340 เอาไว้ แล้วพอเส้นทางการบินนั้นขาดทุนอย่างหนักก็เลยขายเครื่องบิน ขาดทุนกันไปมหาศาล แล้วเรื่องก็หายต๋อมไปในที่สุด นี่ล่าสุดการบินไทยทำแผนเสนอรัฐมนตรีกรณ์ ท่านก็ใช้เวลาเพียงไม่กี่วันก็ออกมาบอกว่าพอใจแผน ไม่รู้ว่าแผนที่ว่านี้เป็นอย่างไร พอใจตรงไหน ตอนนี้อ่านนิตยสาร Aviation Week เขาก็มีการวิเคราะห์การประกอบการของสายการบินเหมือนกัน ไม่รู้ของเราวิเคราะห์กันอีแบบไหน
ความคิดเห็นที่ 2
ศุภกิจ จงศักดิ์สวัสดิ์ , 20 พฤษภาคม 2552 14:31
ควรโอน ขสมก.ไว้ในกำกับของ กทม. เพราะบริการคนกทม.อย่างเดียว
งบประมาณของรัฐทั้งหมดควรกระจาย ปัญหาการใช้บริการขนส่งสาธารณะ
ของ กทม.ควรให้คนในกทม. และผู้บริหาร กทม.รับผิดชอบ รัฐบาลอาจรับชำระหนี้คงค้าง.. แล้วยกให้กทม.ไปบริหาร อย่าแบกภาระให้หลังอานบานตะเกียงอย่างนี้ไปอีกนานเท่าไร สาธุ..อ้อลืมไป ขสมก.ก้อเป็นเค็กก้อนหนึ่งที่ใครๆ ก็ให้ความสนใจในการลิ้มรส..สาธุ..สาธุ..
ความคิดเห็นที่ 1
ประชาชน , 20 พฤษภาคม 2552 09:21
ดีครับ จะได้ใช้รถใหม่ ๆ มีมาตราฐานสักที..ขอบคุณรัฐบาลที่อนุมัติ..และ ปชป ก็ไม่ได้คัดคานเหมือนตอนเป็นฝ่ายค้าน...สีเหลืองก็เงียบ.เห็นด้วยไม่ค้าน..ดีครับ ประชาชนจะได้ประโยชน์...มันก็แค่นี้เองเกมส์การเมือง