กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเมือง : บทวิเคราะห์

วันที่ 2 พฤษภาคม 2552 06:00

อภิสิทธิ์เอาใจแรงงานเร่งมาตรการชะลอ เลิกจ้าง

อภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

ในวันแรงงานปีนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวปราศรัยผ่านทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย

โดยกล่าวว่า สถานการณ์ของพี่น้องผู้ใช้แรงงานเป็นปีที่มีความยากลำบากอีกปีหนึ่ง เพราะในขณะนี้ทุกประเทศทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย ต่างก็กำลังเผชิญกับวิกฤติทางเศรษฐกิจที่ตกต่ำรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของโลก

ผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ทำให้สถานประกอบกิจการที่ผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก และสถานประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ซึ่งมีอยู่รวมกันมากกว่า 15,000 ราย ต้องประสบปัญหาในการดำเนินกิจการ บางรายอาจจะถึงขั้นเลิกกิจการ ซึ่งแน่นอนที่สุดว่าต้องส่งผลกระทบมาถึงพี่น้องผู้ใช้แรงงานด้วย โดยได้มีการคาดการณ์ตัวเลขผู้ที่จะถูกเลิกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากกรณีนี้ในปี 2552 ประมาณ 8 แสนคน และยังส่งผลกระทบต่อผู้ที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานใหม่ ซึ่งก็คือผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันการศึกษาต่างๆ ในทุกระดับด้วย

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เป็นปัญหาสำคัญที่รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการแก้ไข โดยนอกจากการเร่งแก้ไขปัญหาให้เศรษฐกิจทั้งระบบของประเทศ ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกให้น้อยที่สุดแล้ว ยังต้องเร่งช่วยเหลือผู้เดือดร้อนจากวิกฤติเศรษฐกิจในภาคส่วนต่างๆ ของประเทศอย่างเร่งด่วน ซึ่งก็รวมถึงพี่น้องผู้ใช้แรงงานนั่นเอง

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวอีกว่า ในการแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจของรัฐบาลนั้น นอกจากรัฐบาลจะได้เร่งนำความเชื่อมั่นของนักลงทุน นักการค้า และนักท่องเที่ยวกลับคืนมา โดยใช้เวทีระหว่างประเทศให้เกิดประโยชน์ให้มากที่สุด และได้ดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการโดยตรงแล้ว ยังได้ออกมาตรการหลายด้านเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เช่น มาตรการช่วยค่าครองชีพ ช่วยค่ารถเมล์ หรือช่วยค่าน้ำ ค่าไฟ

มาตรการสนับสนุนโครงการชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง การเพิ่มเบี้ยยังชีพแก่ ผู้สูงอายุ การเพิ่มค่าตอบแทนแก่ อสม. และโครงการเช็คช่วยชาติ ส่วนในระยะยาวรัฐบาลได้กำหนดให้เพิ่มการลงทุนด้านการเพิ่มผลผลิตด้านอาหาร พลังงานทดแทน และโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภค คมนาคม แหล่งน้ำ รวมทั้งเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยว โดยให้การท่องเที่ยวเป็นระเบียบวาระแห่งชาติ เป็นต้น

ส่วนในการช่วยเหลือพี่น้องผู้ใช้แรงงานนั้น นอกจากมาตรการที่ได้กล่าวมาแล้ว เช่น มาตรการช่วยค่าครองชีพ ซึ่งพี่น้องผู้ใช้แรงงานเองก็ได้รับประโยชน์ด้วยแล้ว รัฐบาลยังได้ดำเนินโครงการต้นกล้าอาชีพ เพื่อช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานที่ได้รับผลกระทบจากการเลิกจ้างหรือกำลังจะถูกเลิกจ้างงาน โครงการนี้นอกจากจะทำให้แรงงานได้รับการพัฒนายกระดับฝีมือแล้ว ยังสามารถทำให้กลับเข้าสู่การจ้างงานโดยเร็วได้อีกด้วย

รัฐบาลโดยกระทรวงแรงงานได้ตั้งคณะทำงานขึ้นติดตามสถานการณ์เลิกจ้างและการช่วยเหลือพี่น้องผู้ใช้แรงงาน และรายงานให้รัฐบาลทราบอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งรัฐบาลยังให้ความสนใจเป็นพิเศษแก่แรงงานนอกระบบ ซึ่งมีหลักประกันความมั่นคงน้อย โดยจะให้มีการจัดระบบการคุ้มครอง และการให้ความช่วยเหลือแรงงานนอกระบบให้ครอบคลุมมากขึ้นต่อไป

"รัฐบาลไม่อยากให้ท่านทั้งหลายวิตกหรือตื่นตระหนกเกินไปในสถานการณ์ ทั้งทางเศรษฐกิจและแรงงานที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ รัฐบาลได้ให้ทุกหน่วยเตรียมการรับมือกับปัญหาอย่างเป็นระบบแล้ว ผมมั่นใจว่าเราจะก้าวผ่านวิกฤติเศรษฐกิจครั้งนี้ไปได้ด้วยดี"

การแก้ไขปัญหาที่มีผู้ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมากให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นต้องอาศัยความร่วมมือและความร่วมใจกันของทุกๆ ฝ่าย ส่วนในด้านแรงงาน ทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างซึ่งต่างก็มีผลประโยชน์ร่วมกัน จะต้องมีความเข้าอกเข้าใจกัน และช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ในขณะเดียวกันทุกฝ่ายก็ต้องมีการปรับตัว และมีแนวคิดในหลักการพึ่งพาและพัฒนาตนเองด้วย เช่นการพยายามลดรายจ่าย การพัฒนาฝีมือและความรู้ต่าง ๆ ให้เพิ่มพูนขึ้น หรือรวมไปถึงการเพิ่มรายได้ด้วยการหาอาชีพเสริม เป็นต้น

นายอภิสิทธิ์ ย้ำตอนท้ายว่า สำหรับรัฐบาลนั้น ผมขอให้ความมั่นใจว่าจะดูแลแก้ไขปัญหาของประเทศ และพี่น้องประชาชน ตลอดจนของผู้ใช้แรงงานให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความมั่นคงในชีวิต โดยการทำงานจะยึดหลักนิติธรรม ความเสมอภาค ความเป็นธรรม ความเท่าเทียมกันภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

สมาพันธ์ฯจี้รัฐคุ้มครองนอกระบบ

สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) และเครือข่ายแรงงานนอกระบบได้ส่งตัวแทนจำนวน 12 คน นำโดย นายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการ สรส.และ นางวิไลวรรณ แซ่เตีย เลขาธิการ คสรท.เข้ายื่นหนังสือต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ห้องรับรองนายกรัฐมนตรี อาคารรัฐสภา 1 เพื่อเรียกร้องสิทธิแรงงานเนื่องในวันกรรมกรสากลปี 2552

กลุ่มเครือข่ายผู้ใช้แรงงานมีข้อเสนอเรียกร้องไปยังนายกฯ จำนวน 7 ข้อ ดังนี้

1. ให้กระทรวงแรงงานตั้งคณะกรรมการตรวจสอบสถานประกอบการที่มีปัญหาเพราะที่ผ่านมามีสถานประกอบการบางแห่งถือโอกาสจากสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำเลิกจ้างและไม่จ่ายค่าชดเชย รวมทั้งขอให้กระทรวงแรงงานตั้งกองทุนให้ความช่วยเหลือ จ่ายเงินชดเชยให้คนงานที่ไม่ได้รับค่าชดเชย

2. ให้รัฐบาลใช้ พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ฉบับเดียว เนื่องจากที่ผ่านมามีหลายภาคส่วนเสนอกฎหมายทำให้มีความซ้ำซ้อน

3. ขอให้รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย เพราะมีบทเรียนมาตั้งแต่เหตุการณ์เพลิงไหม้ที่โรงงานเคเดอร์

4. รัฐบาลต้องยกเลิกการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ

5. รัฐบาลต้องรับรองอนุสัญญาองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ไอแอลโอ ฉบับที่ 87 และ 98 เพื่อส่งเสริมเปิดพื้นที่ทางการค้า เพราะอนุสัญญาทั้ง 2 ฉบับ ประเทศใกล้เคียง อาทิเช่น ประเทศกัมพูชาและลาว ต่างก็ประกาศรับรองแล้ว

6. ต้องปรับโครงสร้างการบริหารงานสำนักงานประกันสังคม โดยต้องขยายไปยังแรงงานนอกระบบด้วย

7. ให้รัฐบาลตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงให้แก่สมาชิกกองทุน สำรองเลี้ยงชีพ ที่ได้รับผลกระทบจากการลงทุนที่ผิดพลาดของกองทุน

Tags : อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เลิกจ้าง แรงงาน

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5

คห2 นิยายน้ำเน่าแห่งปี ช่างจินตนาการ อือ ไม่ใช่ๆๆต้องใช้คำว่า ช่างตอแหล ได้เหมือนพ่อมันมากๆๆๆ เลย ถามหน่อยเหอะ เมื่อไหร่เลิกกินหญ้าซะที

ความคิดเห็นที่ 4

***มันก็พอจะเร่งได้อยู่อะครับแต่ภาวะเงินเฟ้อที่เฟ้ออยู่ในตอนนี้มันก็เพิ่มขึ้นอีกอ่ะสิครับที่จริงอยากให้แรงงานพวกนี้กลับไปช่วยพ่อแม่ทำเกษตรที่บ้านบ้างแต่ถ้าหากจะช่วยทำให้กระตุ้นเพิ่มมันก็มีแนวอยู่ไม่ค่อยอยากให้เพิ่มเม็ดเงินในระบบเยอะเลยอ่ะครับกลัวคนไทยจะเป็นแบบเดิม วิธีดึงเม็ดเงินให้เพิ่มนะง่ายและได้ผลดีกับทุกส่วนด้วยแต่มันจะมีค่าอะไรหากมีเงินแล้วภาวะจิตใจเสื่อมโทรมเพิ่ม

ความคิดเห็นที่ 3

คห 2 นี่มันมั่วได้ใจจริงๆ คุณว่าอภิสิทธิ์มาด้วยทหารเหรอ แล้วสมัครมาด้วยประชาชน คุณพูดเหมือนคนไม่รู้กฏหมายและระเบียบเลยแล้วยังมาอ้างประชาธิปไตย นาย สมัคร สุนทรเวช ได้เป็นนายกเพราะ สส ในรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้งโหวตให้นายสมัครเป็นนายก ตอนหลังพรรคถูกยุบ ก็เลยเกิดสูญญากาศ พวก สส ในสภาเดิมที่เคยเลือกสมัครก็เปลี่ยนใจมายกมือสนับสนุน นายอภิสิทธิ์ มันผิดระเบียบตรงไหน... ไม่ประชาธิปไตยตรงไหน... ประเทศไทยเลือกนายกได้จากการโหวตของ สสที่เลือกตั้งมานะครับ แต่ประชาชนไม่ได้เลือกได้โดยตรง เรามอบสิทธิ์ในการเลือกนายกให้กับ สส ในพื้นที่เราเอง...
แล้วเรื่องการสลายการชุมนุมเนี่ย นายอภิสิทธิ์ยิ่งไม่ผิดเข้าไปใหญ่ เสื้อแดง ทำร้ายประชาชน เผารถเมล์ เผามัสยิด และขู่ฆ่าประชาชนผู้ไม่เกี่ยวข้อง ละเมิดสิทธิคนอื่นโดยการไปปิดถนน ทำลายภาพลักษณ์ประเทศไทย โดยไปทำลายประชุมอาเซียนซัมมิต ทำให้ต่างประเทศมองเราไม่มีความปลอดภัย... นี่หรือคือประชาธิปไตยของคุณ... ประชาธิปไตยที่ละเมิดสิทธิผู้อื่น..ตัวเองถูกผู้เดียวคนอื่นผิด..ไ่ม่เคารพกฎหมาย..นี่หรือประชาธิปไตยคนเสื้อแดง คุณควรจะเปิดใจรับความจริงบ้างนะ

ความคิดเห็นที่ 2

นายกรัฐมนตรีประเทศไทย มาด้วย”เกียรติยศ” และมาด้วยความ”อัปยศ”
นาย สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ที่มาด้วย”เกียรติยศ””เกียรติศักดิ์”และ “ศักดิ์ศรี”ของประเทศไทย
นาย สมัคร สุนทรเวช กว่าจะได้เป็น นายกรัฐมนตรี ประเทศไทย ขวัญใจชาวไทยนั้นได้มาด้วย”เกียรติยศ””เกียรติศักดิ์”และ”ศักดิ์ศรี” คือ.-
oo”เกียรติยศ””เกียรติศักดิ์”และ”ศักดิ์ศรี” ด้วยการได้มาจากเสียงประชาชนส่วนใหญ่สนับสนุน จึงได้เป็นนายกรัฐมนตรี (ไม่เหมือนกับ นายกรัฐมนตรีบางคน)
ผมขอชื่นชม การขึ้นมาดำรงตำแหน่ง นายก รัฐมนตรีครั้งนี้ ของนาย สมัคร สุนทรเวช สมควรที่จะได้รับ”เกียรติยศ””เกียรติศักดิ์”และ”ศักดิ์ศรี”จากคนไทยทั่วทั้งแผ่นดิน
นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายยกรัฐมนตรี ที่มาด้วยความ”อัปยศ””อัปลักษณ์”และ”อับปรีย์”ของประเทศไทย
เนื่องจาก นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กว่าจะได้เป็น นายกรัฐมนตรี ประเทศไทย ขวัญใจของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นั้น ได้มาด้วยความ “อัปยศ” ”อัปลักษณ์”และ”อัปรีย์” เพราะเลือกตั้งตาม ระบบสู้ไม่ได้ จึงต้องมาด้วยความ”อัปยศ” ”อัปลักษณ์”และ”อัปรีย์” คือ.-
oo “อัปยศ” ”อัปลักษณ์”และ”อัปรีย์” ด้วยขบวนการ ทางทหารทำการยึดอำนาจ เมื่อ ๑๙ ก.ย.๔๙ (หมดคู่แข่งไปหนึ่ง นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่เคยออกมาคัดค้านเลย มีแต่สนับสนุนให้ยึดอำนาจ)
oo “อัปยศ” ”อัปลักษณ์”และ”อัปรีย์” ด้วยการนำสถาบันพระมหาษัตรีย์ ซึ่งเป็นสถาบันทีคนไทย ทุกหมู่ เหล่าให้ความเคารพ เทิดทูล เหนือ สิ่งอื่นใด นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้นำ สถาบัน พระมหากษัตรีย์ มาเป็นเครื่อง มือทางการเมือง กล่าวหา บุคคลอื่น(ซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้าม เช่น คนเสื้อแดง)ว่าไม่จงรักภัคดี หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ(โดยเฉพาะ โฆษก ของท่านนายก หยุดให้ร้ายได้แล้ว)
oo “อัปยศ””อัปลักษณ์”และ”อัปรีย์”ด้วยขบวนการ ยุบพรรคการเมือง ๔ พรรค (คงเหลือแต่พรรคเล็ก พอสู้ได้)
oo “อัปยศ” ”อัปลักษณ์”และ”อัปรีย์”ด้วย ขบวนการ ตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค ตั้ง ๒๐๐ คน ๆ ละ ๕ ปี (คู่แข่งหายไปอีกมากมาย)
oo “อัปยศ” ”อัปลักษณ์”และ”อัปรีย์” ด้วยกระบวนการยุติธรรม บิดเบือน ความยุติธรรม (ปลดนายกออกถึง ๒ คน )
oo “อัปยศ””อัปลักษณ์”และ”อัปรีย์” ด้วยการ ให้พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย (ม๊อบ บ้าคลั่ง หัวหน้า ม๊อบ โดย นาย สนธิ ลิ้มทองกุล) บุกยึด ทำเนียบรัฐบาล,ยึดรัฐสภา,ยึดสนามบิน,เสียหายนับแสน ๆ ล้าน โดยประกาศบุกแบบ“ตาย เป็น ตาย เจ๊ง เป็น เจ๊ง”เพื่อที่จะให้ นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็น นายก(ก็ยังไม่ได้เป็นนายก)
oo “อัปยศ” ”อัปลักษณ์”และ”อัปรีย์” ด้วยการ ซื้อตัว สส.(ข่มขู่ด้วย)ให้ยกมือสนับสนุนในสภา (คราวนี้สมใจนึกบางลำพู)
oo “อัปยศ” ”อัปลักษณ์”และ”อัปรีย์”ด้วย การ สั่งฆ่าประชาชนผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย(ทรราชสุด ๆ)
oo “อัปยศ” ”อัปลักษณ์”และ”อัปรีย์” ด้วยการ บิดเบือนข่าวสาร การชุมนุม (asty ของคนเสื้อเหลือง ออก อากาศได้ตลอด ส่วน d satation ของคนเสื้อแดง ถูกสั่งปิด)
oo “อัปยศ” ”อัปลักษณ์”และ”อัปรีย์” ด้วยการดำเนินคดี แกนนำคนเสื้อเหลือง ถูกจับ ตอนเช้า พอตอนบ่ายประกันตัวออกมาชุมนุมต่อได้ แกนนำคนเสื้อแดงถูกจับไป ๗ วัน ยังไม่ให้ประกันตัว (ขนาดชุมนุมเรียนแบบกันยังเป็น ๒ มาตรฐานเลย แล้วจะอยู่กันได้อย่างไร)
ผมขอประณาม การขึ้นมาดำรง ตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ในครั้งนี้ มันฝืนความรู้สึกของคนไทย ไม่สมควรที่จะได้รับ “เกียรติยศ” แต่สมควรที่จะได้รับการ ประณาม จากคนทั้งแผ่นดินว่า การก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งของ นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครั้งนี้ ว่า เป็น บุคคลที่ “ อัปยศ” ”อัปลักษณ์”และ”อัปรีย์” ที่สุดในโลก

ความคิดเห็นที่ 1

เนื่องในวันแรงงานขอรัฐบาลชักชวนให้แรงงานนอกระบบจ่ายเงินครึ่งหนึ่ง รัฐบาลช่วยจ่ายสมทบอีกครึ่งหนึ่งเพื่อรับสวัสดิการเหมือน แรงงานในระบบ ชักชวนให้แรงงานนอกระบบออมเงินบ้างอย่าเอาเงินไปกินเหล้า ซื้อหวยหมด แล้วมาโวยวายหาว่ารัฐบาลไม่ช่วย ไม่ให้เงิน 2 พันบาท ชาวบ้าน เซ็ง พวกขี้ด่า ขี้ว่า หาว่ารัฐบาลเห็นว่าคนจนไม่มีค่าเลยไม่ให้เงิน 2 พันบาท.. ช่วยชาติงวดต่อไป สงสัยรัฐบาลมาร์คต้องใช้ฐานข้อมูลประชากร หาชื่อคนจนทุกๆ คนในเมืองไทย ที่ไม่ได้เสียภาษีพัฒนาชาติเลย และประกาศให้เฉพาะคนกลุ่มนี้ออกมารับเช็คช่วยชาติ 2 พันบาท หรือออกนโยบายให้เฉพาะคนไทยเอาบัตรประชาชนไทย ยกเว้นคนต่างด้าวห้ามสวมรอยเอาบัตรประชาชนไทยมาขอรับเช็คช่วยชาติ ...วันนี้รัฐบาลเอาเงินประกันสังคมที่ขูดรีดหักเงินจากลูกจ้างเอกชนมาคืนลูกจ้างเงินเดือนน้อย เอาเงินในคลังหลวงมาช่วยบรรเทาวิกฤติฝืดเคืองให้ข้าราชการ คนทำรัฐวิสาหกิจรายได้น้อย ...แต่คนมันก็ยังด่า ยังว่า หาว่า รบ ช่วยคนแบบฝนตกไม่ทั่วฟ้า....

ดูแล้ว รัฐบาลตัดสินใจถูกแล้ว ที่คืนเงินประกันสังคมกลับไปให้เฉพาะกลุ่มลูกจ้างเอกชนที่ถูกขูดรีดหักเงินประกันสังคมแต่ได้รักษาพยาบาลแบบพลเมืองชั้น 2 และเอาเงินในคลังหลวงบรรเทาทุกข์ให้กลุ่มคนทำข้าราชการ รัฐวิสาหกิจเพราะคนกลุ่มนี้มีวุฒิภาวะระดับหนึ่ง พูดอธิบายเหตุผลแล้วเข้าใจ ไม่เรียกร้องจะเอาเงิน จะเอาเงินอีก จะเอาอีก เหมือนกลุ่มคนรากหญ้าการศึกษาน้อยที่โดนผู้นำเอาเงินให้ยืมง่ายๆ ผู้นำเอาประชานิยมครอบหัวให้เสพติด คิดว่าทักษิณควักกระเป๋าส่วนตัวมาแจก โลกนี้เลยขาดทักษิณไม่ได้ ..สุดท้ายครัวเรือนรากหญ้าหนี้ท่วมหัวเพราะของฟรีไม่มีในโลก...แรงงานเห็นว่าเอาเงินที่หักแรงงานไปมาคืนแรงงานดีกว่าสมัยทักษิณที่มันเอาเงินประกันสังคมไปซื้อหุ้นบริษัทชินคอร์ป

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement