แม้สถานการณ์การก่อจลาจลของ "กลุ่มคนเสื้อแดง" จะถูกสกัดกั้นและสลายการชุมนุมในจุดสำคัญหลายจุดทั่วกรุงเทพฯ โดยใช้กำลังทหารและตำรวจ
ซึ่งมีความเข้มแข็งจริงจังขึ้นกว่าในช่วง 2 วันก่อนหน้า
ทว่าอำนาจการบังคับบัญชาของรัฐบาลต่อกองทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ยังเป็นที่กังขามาตลอด ตั้งแต่มีการปล่อยให้กลุ่มเสื้อแดงภายใต้การนำของ นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง บุกเข้าไปในสถานที่จัดการประชุมผู้นำอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาอย่างง่ายดาย จนการประชุมต้องล้มไปอย่างไม่เป็นท่า เมื่อบ่ายวันที่ 11 เม.ย.
สาเหตุประการหนึ่งซึ่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากหน่วยงานความมั่นคงให้เหตุผลตรงกัน ก็คือ ผลจากการสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเมื่อเช้ามืดวันที่ 7 ต.ค. 2551 ซึ่งตำรวจและฝ่ายการเมืองถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดที่มีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต ทำให้ไม่มีใครกล้าเสี่ยงควบคุมฝูงชนโดยใช้ความเด็ดขาด เพราะเกรงจะพลาดเหมือนเมื่อวันที่ 7 ต.ค.
ทว่าอีกเหตุผลที่เป็นที่ยอมรับกัน ก็คือ ความอ่อนด้อยประสบการณ์และบารมีของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ตลอดจน "คีย์แมน" ในรัฐบาลที่ชะล่าใจในสถานการณ์ถึงขั้นที่ไม่ได้เตรียมศึกษาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเอาไว้เลย
การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่ จ.ชลบุรี เมื่อบ่ายวันที่ 11 เม.ย. ว่ากันว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต้องโทรศัพท์ไปตาม นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะมือกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ มาร่างคำสั่งเป็นการด่วน
ความบกพร่องผิดพลาดทั้งหมดได้นำมาสู่การเรียกประชุมด่วนของแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีผู้อาวุโสในพรรคอย่าง นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ร่วมวงด้วย ผลปรากฏว่า นายสุเทพ ถูกอัดน่วม ขณะที่นายกฯ รวมทั้ง นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบดูแลสื่อของรัฐ โดนหางเลขไปด้วยเต็มๆ ในข้อหาวางแผนกันแค่ 4 คนในสถานการณ์ใหญ่โตที่ยากจะควบคุมเช่นนี้
4 คนที่เป็นคีย์แมนในช่วง 2 วันแรกของวิกฤติม็อบเสื้อแดง คือ นายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ นายสาทิตย์ และนายเนวิน ชิดชอบ หัวหน้ากลุ่มเพื่อนเนวิน พรรคภูมิใจไทย!
ชัดเจนว่า ทั้งหมดไม่มีบารมีมากพอที่จะสั่งการหน่วยงานความมั่นคงได้ และสไตล์การทำงานแบบ "คิดเอง ทำเอง พูดเอง" ของนายกฯ จนบางสื่อขนานนามว่า "นายกฯ ช่างจ้อ" ทำให้รัฐมนตรีที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงบนสถานการณ์ล่อแหลม และเชื่อมต่อกับผู้บัญชาการเหล่าทัพทั้งหมดได้อย่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รู้สึกถูกสั่งข้ามหัว
การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลอีก 5 จังหวัดเมื่อบ่ายวันที่ 12 เม.ย.จึงแทบไร้ผล กำลังทหารที่ถูกส่งออกมาตรึงกำลังในช่วงแรกกลายเป็นตัวตลก ถูกคนเสื้อแดงยึดรถถังและรถหุ้มเกราะ ที่สำคัญ การประชุมก่อนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตกรุงเทพฯ ก็ไร้เงาผู้บัญชาการเหล่าทัพ แถมยังถูกม็อบเสื้อแดงตามทุบรถ ต้องขับหนีจนแทบเอาชีวิตไม่รอด
ทั้งหมดได้นำมาสู่การปรับขบวนด้วยการลดบทบาทของนายสุเทพลง และมอบอำนาจการประสานสั่งการให้กับ พล.อ.ประวิตร ซึ่งนั่นได้ทำให้ "สีกากี" ที่อยู่ในภาวะ "เกียร์ว่าง" มาตลอด เริ่มขยับตัวบ้าง โดย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) น้องชายแท้ๆ ของ พล.อ.ประวิตร เรียกประชุมนายตำรวจระดับผู้บัญชาการ ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเย็นวันที่ 12 เม.ย.
อีกด้านหนึ่งก็มี "อำนาจพิเศษ" สั่งการผู้บัญชาการเหล่าทัพให้ออกเอ็กเซอร์ไซส์บ้าง ก่อนสถานการณ์จะลุกลามบานปลายถึงขั้นเอาไม่อยู่!
และนั่นคือ ที่มาของการแถลงข่าวกลางดึกเมื่อเวลา 24.00 น. ของนายอภิสิทธิ์ ซึ่งมีผู้บัญชาการเหล่าทัพทุกเหล่าทัพเคียงข้างเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
จากนั้นทุกอย่างเริ่มเข้ารูปเข้ารอย ฝ่ายกฎหมายเริ่มยกร่างคำสั่งตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ กระทั่งนำมาสู่การใช้กำลังทหารเข้าสลายการชุมนุมที่สามเหลี่ยมดินแดงเป็นจุดแรกเมื่อเวลา 04.00 น.วานนี้ จากนั้น 07.15 น. นายกรัฐมนตรีลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 98/2552 ตั้งกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ กอฉ. โดยมี พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) เป็นผู้อำนวยการ กอฉ. และมี พล.อ.ประวิตร เป็นที่ปรึกษา
ตลอดวานนี้สถานการณ์ดีขึ้นเป็นลำดับ โดยนายกรัฐมนตรีแถลงผ่านโทรทัศน์เพียงครั้งเดียวในช่วงหลังเที่ยง เพื่อชี้แจงตัวเลขผู้บาดเจ็บ โดยยืนยันไม่มีผู้เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุม เพื่อแก้ลำการปล่อยข่าวของแกนนำคนเสื้อแดง
แม้ในช่วงค่ำ สถานการณ์จลาจลจะยังไม่สงบราบคาบ แต่ดูเหมือนความเชื่อมั่นในรัฐบาลเริ่มกลับคืนมา...
"ตอนนี้โมเมนตัมเริ่มมาทางรัฐบาล" เป็นคำยืนยันจาก ดร.ปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และรักษาการโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
เมื่อถามถึงท่าทีของผู้บัญชาการเหล่าทัพและตำรวจที่มีต่อรัฐบาล ดร.ปณิธาน เลี่ยงที่จะตอบ โดยบอกเพียงว่า "ตอนนี้ทุกท่านอยู่ในศูนย์บัญชาการร่วมเรียบร้อยแล้ว และพร้อมให้ความร่วมมือกับรัฐบาล เพื่อแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน"
ดร.ปณิธาน ชี้แจงว่า สาเหตุที่ปฏิบัติการตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เป็นไปอย่างล่าช้า ก็เพราะความรอบคอบที่รัฐบาลจะพลาดไม่ได้ และนโยบายของนายกรัฐมนตรีก็เน้นย้ำมาตลอดว่าไม่ให้ใช้ความรุนแรง การปฏิบัติจึงค่อนข้างยาก นอกจากนั้น การใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในครั้งนี้ ต้องการปิดจุดอ่อนจากครั้งที่ผ่านๆ มา ด้วยการมอบภารกิจให้กับเจ้าหน้าที่แต่ละฝ่ายอย่างชัดเจน ไม่ซ้ำซ้อนกัน จึงต้องใช้เวลาบ้าง แต่มั่นใจว่าหลังจากนี้จะควบคุมสถานการณ์ได้
"เราวิเคราะห์กันลึกถึงขั้นว่าจะเลือกใช้กำลังจากหน่วยไหนบ้าง เพราะต้องมั่นใจว่าแต่ละหน่วยที่เลือกมาทำงานด้วยกันได้จริง ไม่อย่างนั้นจะเกิดความสับสน" ดร.ปณิธานบอก
แต่ร่องรอยของปัญหาก็ยังปรากฏให้เห็นท่ามกลางความเป็นเอกภาพที่เริ่มดีขึ้น เพราะการประชุม กอฉ.ครั้งล่าสุดเมื่อบ่ายวานนี้ ก็ยังไม่ปรากฏว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.เข้าร่วมด้วย เพียงแต่ส่ง พล.อ.จิรเดช คชรัตน์ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. มาประชุมเท่านั้น ขณะที่ผู้บัญชาการเหล่าทัพคนอื่นเข้าประชุมหมด รวมทั้ง ผบ.ตร.
"คนจะทำเรื่องนี้ต้องนิ่ง มีบารมีสูง และมีประสบการณ์" เป็นคำยืนยันจากข้าราชการระดับสูงที่ร่วมอยู่ใน กอฉ.ที่อธิบายชัดเจนถึงความอ่อนด้อยของฝ่ายการเมือง ที่นำโดยนายสุเทพจนต้องปรับขบวนครั้งใหญ่
ว่ากันว่า เมื่อยุติสถานการณ์ม็อบเสื้อแดงได้สำเร็จ ปฏิบัติการเช็คบิลไม่ใช่เฉพาะแกนนำ แต่อาจจะต้องปลดใครบางคนในรัฐบาลและบิ๊กเหล่าทัพบางรายด้วย หากต้องการจะบริหารประเทศให้ตลอดรอดฝั่งในยามวิกฤติ
และนั่นจะเป็นอีกครั้งที่พิสูจน์ภาวะผู้นำของนายกฯ อภิสิทธิ์!
Tags : สถานการณ์บ้านเมือง
ความคิดเห็นที่ 36
ntp , 15 เมษายน 2552 02:21
วิเคราะห์ข่าวได้ดี
คนรุ่นลูกรุ่นหลานได้อ่านประวัติศาสตร์หน้านี้แล้วจะสมน้ำหน้าก่นด่าคนรุ่นเรา เราคงไม่ว่า แต่อย่าได้ทำผิดเหมือนพวกเราอีกเลย สร้างประเทศให้ดีกว่าพวกเราและอย่าลืมคำว่าสามัคคีเหมือนพวกลุงเลย
ความคิดเห็นที่ 35
น.หนู , 15 เมษายน 2552 00:59
โถ่ จะอ้างอะไรก็ได้ กลัวตาย แต่มาบอกว่าห่วงเสื้อแดง แล้วทำไมประกาศวันยอมตาย ประกาศว่าวันแดงทั้งแผ่นดิน ประกาศยั่วยุให้เสื้อแดงทำลายชาติและฆ่าคนบริสุทธิตาย อย่างนี้หรือชื่นชม ถ้าอย่างนั้น หากขอผมเรียกร้องบ้า
ผมขอไปกระตืบคุณให้ซี่โครงหักหัสแตก เผาบ้านพ่อคุณ และเอารถแก๊สไปทิ้งไว้ที่บ้านคุณ คนคงชื่นชมผมบ้างเพราะผมเรียกร้องความเป็นธรรมของผม
ปล. แจ้งที่อยู่มาด้วยพวกเสื้อลายจะไปหา
ความคิดเห็นที่ 34
ไม่ใช่แฟนอภิสิทธิ์ แต่รับไม่ได้กับบทความ , 15 เมษายน 2552 00:56
ลืมไป...
แล้วถ้าบทวิเคราะห์คุณเป็นจริง
แสดงว่าการยุติจลาจลด้วยความรุนแรง ไม่ใช่ผลงานนายก แต่นายกดัน"เสนอหน้ารับชอบอยู่คนเดียว" งั้นใช่ไหมที่คุณหมายความ?
ผมไม่ใช่แฟนคุณอภิสิทธิ์ แต่คนดีๆและคนใหญ่โตในบ้านเมืองออกปากชมความเป็นคนดีของคุณอภิสิทธิ์มากมายหลายคน
ไม่ว่าอจ.สมเกียรติ อจ.เจิมศักดิ์ หรือกระทั่งป๋าเปรมก็ตาม.... จะให้ผมเชื่อหรือว่านายกอภิสิทธิ์เป็น "นายกช่างจ้อ" และ "จอมเอาหน้า" เหมือนที่เจ้าของบทวิเคราะห์พยายามหมายความ??????????????
ความคิดเห็นที่ 33
bee , 15 เมษายน 2552 00:53
ถ้าบทวิเคราะห์ของคุณเป็นจริง
คนที่ควรถูกปลดคนแรกคือท่านประวิตรครับ
ในฐานะที่เป็นรมว.กลาโหมแต่ดันรู้สึก "ถูกข้ามหัว ก็เลยไม่เข้ามาช่วยอะไร"
เนื่องจากมัวแต่เห็นแก่อัตตาอีโก้ตัวเอง เสียจนทอดทิ้งประเทศชาติให้ล่มจมต่อหน้าต่อตา!
มีค่าไหมกับบทความนี้?
ความคิดเห็นที่ 32
bt , 14 เมษายน 2552 23:52
ยังไงก็ต้องชื่นชมแกนนำเสื้อแดงอย่าง วีระ ณัฐวุฒิ และหมอเหวงที่เมื่อแพ้แล้วยังรู้จักเป็นห่วงสวัสดิภาพของพี่น้องเสื้อแดง ชักชวนชาวเสื้อแดงให้กลับบ้าน ไม่ดื้อแพ่ง ไม่เสียเลือดเนื้อคนไทยด้วยกัน ไม่เหมือนหน้าตัวเมียอีกหลายตัว อย่างหัวขวดจตุพร อีเพ็ญ อย่าง * ทักษิณที่มันดีแต่ปลุกระดม แต่ตัวเองซุกตูดหมาอยู่ไหนไม่รู้ ไม่มีความเป็นห่วงพี่น้องเสื้อแดงเลย เอาเป็นว่าให้ * ชนะ ใครจะตายก็ช่างมัน ต่อให้เป็นคนที่สู้เพื่อมัน มันก็เอามาเป็นเบี้ยใช้รบแทนมัน ระยำจริงๆ ขนาดลูกเมียมัน มันยังให้หนีเอาตัวรอดไปก่อนเลย อีกอย่าง มันเคยใช้ตูดพูดว่าถ้าเมื่อไหร่ทหารใช้กำลัง มันจะกลับมานำเสื้อแดงสู้ ที่ไหนได้ ดีแต่เอาตูดส่งสัญญาณมาปลุกระดม ตัวเองซุกกระโปรงลูกหรือเมียใครอยู่ก็ไม่รู้ * หน้าตัวเมีย พวกเสื้อแดงหลายคนคงจะรู้เช่นเห็นชาติมันมากขึ้น
ความคิดเห็นที่ 31
ขอบคุณ จากใจ มาช้ายังดีกว่าไม่มา , 14 เมษายน 2552 23:45
เป็นอีกครั้งที่ทหารออกมาแล้วได้รอยยิ้ม คำขอบคุณ ความรักจากประชาชน ครั้งแรกคือตอนที่ออกมาปฎิวัติรัฐบาลทักษิณ และครั้งนี้ออกมาปราบพวกทาสทักษิณ แล้วคนที่เชียร์ทักษิณไม่ว่าจะใส่เสื้อสีอะไร ยังไม่รู้อีกหรือว่าเพราะเหตุใดทักษิณถึงได้เป็นที่เกลียดชังในวงที่กว้างมากๆ เขาคงมีความชั่วมากๆจริงๆ
ความคิดเห็นที่ 30
เนติพจน์ ธนิสรธนาสิทธิ์ , 14 เมษายน 2552 21:52
อดีตนายกควรหยุดได้แล้ว หยุดทำลายบ้านเผาเมืองเสียทีช้ำมากแล้ว
ความคิดเห็นที่ 29
เนติพจน์ ธนิสรธนาสิทธิ์ , 14 เมษายน 2552 21:47
ขอน้อมสดุดีเหล่าทหารกล้าทั้งหลาย ที่ช่วยให้ประเทศรอดพ้นวิกฤษมาได้
ความคิดเห็นที่ 28
โอ๋ , 14 เมษายน 2552 21:16
อ้าวรมต กลาโหมไม่รู้เรื่อง
แล้วจะตั้งมาทำไมว้า
มีแต่พลเรือนสี่คนมาสั่งกันเอง
งานใหญ่ขนาดนี้ทำไมไม่เอา รมตกลาโหมซึ่งเคยเป็นทหารมาประชุมด้วย อย่างน้อยก็ได้ฟังความเห็นจากทหาร
อ่อนจริง ๆ รัฐบาล
จะบริหารใหวมั้ยเนื่ยบ้านเมือง
ความคิดเห็นที่ 27
รักชาติ , 14 เมษายน 2552 20:35
ขอบคุณและเป็นกำลังใจให้ทุกท่านทุกหน่วยงานที่ช่วยกันแก้ไขสถานการณ์บ้านเมือง ขอบคุณทหารที่ต้องเหนื่อยยาก ทนร้อนทนเหนื่อย ขอบคุณตำรวจที่ไม่เกียร์ว่าง ขอบคุณจริงๆ สำหรับทุกคนทุกสิ่งที่เป็นคนไทย
ความคิดเห็นที่ 26
คนไทย , 14 เมษายน 2552 20:30
ขอให้กรมตำรวจถอดยศทักษิณออกได้แล้ว และสื่อมวลชนเวลาเขียน หรือพูดถึงมัน ก็ให้เรียกชื่อเฉยๆ ไม่ต้องมียศ รวมทั้งนพ.เหวง ด้วย สภาแพทย์ควรจะร่วมกันเรียกใบประกอบอาชีพคืน เสียสถาบันหมด แพทย์มีหน้ารักษาคน ไม่ใช่ทำลายประเทศชาติ
หวังว่ารัฐบาลคงได้บทเรียน และนายกฯ ต้องทำงานให้รวดเร็ว ปราบปรามพวกข้าราชการหนอนบ่อนไส้ให้หมดไปเร็วๆ
นายกฯ ควรใช้โอกาสนี้ทำงานให้รวดเร็วขี้น อย่าทำอะไรชักช้า เป็นเต่าอีกนะ
ความคิดเห็นที่ 25
tue , 14 เมษายน 2552 20:13
ผิดเป็นครูครับ ปรับประสบการณ์จากภาคสนามจริง ให้เป็นประโยชน์ในการตัดสินใจ และการเลือกใช้คนที่เหมาะกับสถานะการณ์ อย่างไรก็ตาม ต้องมีสปิริตยกความดีให้แก่ผู้นำเหล่าทัพที่ร่วมขบวนทันในนาทีสุดท้าย รวมถึง ผบตร.ที่เกือบตกขบวนไปแล้ว อย่าคิดเล็กคิดน้อยเลยนะครับ ปัญหาของโลกทั้งใบรอให้ท่านๆโดยเฉพาะนายกต้องแบกทุกข์บนโลกเดินหน้าต่อไปครับ
ความคิดเห็นที่ 24
Thanks , 14 เมษายน 2552 18:49
ในความสิ้นหวัง ณ จุดๆ หนึ่ง แสดงให้เห็นว่ายังมีแสงไฟริบหรี่ เมื่อยังมีคนไทยส่วนหนึ่งไม่สิ้นหวัง ประวัติศาสตร์ชาติไทยก็ได้จารึกถึงความสามัคคีของคนไทยทุกคน นายกฯ ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ ที่เห็นแก่ความสงบสุขของชาติ ขอบคุณทุกๆ ท่าน
ความคิดเห็นที่ 23
ให้กำลังใจ , 14 เมษายน 2552 17:53
รัฐบาลผิดพลาดในการรักษาความปลอดภัยการจัดการประชุม แต่ก็ยังให้กำลังใจถึงความตั้งใจในการปฏิบัติงาน เชื่อว่านายกอภิสิทธิ์ก็ได้เติบใหญ่และสร้างบารมีมากขึ้นจากประสบการณ์ในครั้งนี้ และเชื่อว่าด้วยคุณธรรรมประจำใจที่ท่านมีอยู่ จะทำให้ท่านเป็นผู้นำที่ดีของประเทศได้ในปัจจุบันส่วนข้าราชการเกียร์ว่างที่อาจจะยังมีอยู่มากมาย เชื่อว่าต้องใช้เวลาในการแก้ไขและจัดการโดยเด็ดขาด ซึ่งในระยะยาวถ้ามีความเชื่อมั่นว่าทักษิณไม่กลับมาแล้ว ข้าราชการเหล่านั้นย่อมจะทำงานสนองนโยบายรัฐบาลอย่างเต็มที่แน่ และรัฐบาลต้องให้ความเชื่อมั่นต่อข้าราชการหล่านั้นว่าจะปกป้องข้าราชการเหล่านั้นอย่างเต็มที่ในการกระทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมาย
ความคิดเห็นที่ 22
ดุซุงญอ , 14 เมษายน 2552 16:50
ประสบการณ์ครั้งนี้ ทำให้นายสุเทพ เรียนรู้งาน และรู้ว่า จะต้องทำอย่างไร กับ สตช อัยการ ดีเอสไอ สมช นะ
บาดเจ็บข้างหลังครั้งนี้ แม้จะรักษาหายได้ แต่ก็เป็นแผบเป็นไปตลอดชีวิตราชการการเมือง
รวมทั้งเรียนรู้ว่า
อะไรคืองานการเมือง
อะไรคืองานการทหาร
อะไรคืองานความมั่นคงของชาติ
ขอให้แก้ตัวใหม่
ความคิดเห็นที่ 21
New Yorker , 14 เมษายน 2552 16:39
บทเรียนยทนี้ ประเทศไทยได้จ่ายด้วยราคาแพง
บทเรียนบทนี้ คนไทยทั้งประเทศจ่ายด้วยราคาแพง
บทเรียนบทนี้ พ่อค้านักธุรกิจ นักอุตสาหกรรม เกษตรกร และกรรมกร จ่ายด้วยเลือดและน้ำตา
จึงหวังว่า นายกรัฐนตรี จะกล้าผ่าตัดใหญ่ ตั้งกรรมการสอบสวน สั่งพักหรือปรับย้าย สตช อัยการ สมช และทหารบางคน ต่อไป
ความคิดเห็นที่ 20
Kanda , 14 เมษายน 2552 15:44
อย่ามุ่งแต่การถามหาคนผิดเพื่อลงโทษ แต่ควรถามหาจุดอ่อนในกระบวนการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมา เพื่อจะได้แก้ไข และหาทางปิด ลด จุดอ่อนเหล่านั้นดีกว่า
อย่างไรก็ดี ขอขอบคุณทั้งฝ่ายทหาร ตำรวจ และฝ่ายรัฐบาลที่ร่วมกันปลดล็อกครั้งนี้โดยวิธีละมุนละม่อม ไม่เสียเลือดเนื้ออย่างที่กังวลมาตลอดในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา
หวังว่าเรื่องร้ายจะคลี่คลายไปด้วยดี
ความคิดเห็นที่ 19
คนกรุงแท้ , 14 เมษายน 2552 15:39
โชคดีของคนไทยที่มี่เรามีนายกฯที่ดีมีศีลธรรม จึงไม่นิยมความรุนแรง มีความอดกลั้นต่อสิ่งที่มุ่งเข้ามาโจมตีท่านจนเกือบเอาตัวไม่รอด แต่ท่านก็ยังอดทนมีสติและวุฒิภาวะสูง ยังคงยึดหลักการว่าไม่ว่าจะเสื้อแดง ไม่ว่าจะไม่ชอบประชาธิปัตย์ แต่ท่านก็เป็นนายกฯของคนไทยทุกๆคนโดยไม่เลือกสีแต่อย่างไร เมื่อเหตุการณ์คลี่คลายลงมาได้แล้ว ผมก็หวังว่าคนไทยจะได้บทเรียนที่ดีและอยากให้หันมาสนใจการเมืองมากกว่านี้ จะได้รู้เท่าทันพวกนักการเมืองขี้ฉ้อ โกหกหลอกลวงประชาชน จับคนไทยและผลประโยชน์ของคนหกสิบล้านคนมาเป็นตัวประกันเพื่อต่อรองให้มีการนิรโทษกรรมให้คนเพียงคนเดียวเท่านั้น แม้จะทำให้แขกบ้านแขกเมืองตกอกตกใจเสียภาพพจน์ของประเทศอย่างร้ายแรงที่สุดในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา ผมอยากให้คนไทยทั้งประเทศช่วยกันพินิจพิจารณาความเป็นจริงอย่างรอบด้านและอย่างผู้รู้เท่าทันคุณทักษิณว่าการเรียกร้องให้คนไทยออกมาต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและความยุติธรรมนั้นแท้จริงแล้วคืออะไรกันแน่ ซึ่งตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างปรากฎชัดเจนต่อสายตาคนไทยทั้งประเทศแล้วว่าสิ่งที่คุณทักษิณกล่าวหาไว้ล้วนเท็จทั้งสิ้น แต่ความจริงคือผลประโยชน์ของคุณทักษิณล้วนๆ
ความคิดเห็นที่ 18
pan , 14 เมษายน 2552 15:16
ให้กำลังใจนายกครับ ต่อไปนี้เหล่าแม่ทัพคงรู้แล้วว่าลมจะพัดไปทางไหน ตอนแรกๆ คงลังเลว่าทักษิณอาจจะกลับมา (คิดแล้วมันก็เศร้าน่ะ)
ความคิดเห็นที่ 17
คนไทย , 14 เมษายน 2552 14:42
น่าเห็นใจนายกอภิสิทธิ์เป็นที่สุด ที่พยายามแก้ปัญหาด้วยความละมุนละม่อม ไม่ใช้ความรุนแรง แต่กลับถูกกล่าวหาว่าอ่อนแอ ไร้ประสบการณ์ แต่ถึงอย่างไร ก็ยังดีกว่า้คนที่หนีคดีไปอยู่เมืองนอก ไ่ม่มีแผ่นดินจะซุกหัวนอนแล้ว จึงต้องกัดให้ถึงที่สุด ปลุกระดม ยั่วยุคนเสื้อแดงที่เห็นแก่เศษเงินของมัน ให้ทำลายประเทศชาติ ทำร้ายประชาชน และตอนนี้่พวกเสื้อแดงทั้งหลาย ตาสว่างหรือยังล่ะ ที่มันบอกว่าถ้ามีการสลายการชุมนุมเมื่อไร มันจะกลับมาอยู่เคียงข้างพี่น้องกลุ่มเสื้อแดง มันก็ไม่กลับมา ไม่เห็นเลยแม้แต่เงาหัว ก็มันกลัวตายนะสิ แต่ใช้ให้พวกเสื้อแดง(หน้าโง่)ทั้งหลายตายแทนมัน คงตาสว่างกันแล้วนะ
ความคิดเห็นที่ 16
ชอบคิดไปเรื่อย , 14 เมษายน 2552 12:05
ช่วยกันคิดด้วยว่า คนไทยพันธุ์ใหม่ควรเป็นแบบไหน
ความคิดเห็นที่ 15
คนที่รักแผ่นดิน , 14 เมษายน 2552 11:51
นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ประเทศไทยรอดพ้นจากวิบากกรรมอันใหญ่หลวง ถึงเวลาที่คนไทยทุกคนที่ยังรักชาติด้วยบริสุทธิ์ใจ ควรจะหันหน้ามาปลองดองกัน ทิ้งสีแดง-เหลือง ไว้เป็นอดีตเตือนสติ ไม่ใช่เหตุร้ายเช่นนี้เกิดขึ้นกับคนไทยได้อีก ความรัก-ความสามัคคี เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในขณะนี้ พวกเรายังมีวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรงรออยู่ข้างหน้า รักกันไว้เถิด อย่างไรเราก็ได้เกิดร่วมแผ่นดินเดียวกัน
ความคิดเห็นที่ 14
อำนาจประชาชน , 14 เมษายน 2552 11:42
หลังจากเหตุการณ์นี้ ต้องเปลี่ยน รมว.กลาโหม และตำรวจหลายคน ต้องผ่าตัด สตช. ลดอำนาจลง ลดจำนวนตำรวจทั่วประเทศ ปล่อยให้คนคุมตำรวจ กับทหารเป็นพี่น้องกันได้อย่างไร ต้องตั้งกองกำลังพิเศษเพื่อจัดการเมื่อมีเหตุวุ่นวาย จลาจลในบ้านเมือง ประชาชนพึ่งตำรวจไม่ได้แล้ว
นักข่าวกรุเทพธุรกิจอ้างว่า ... "อำนาจพิเศษ" สั่งการผู้บัญชาการเหล่าทัพให้ออกเอ็กเซอร์ไซส์บ้าง ก่อนสถานการณ์จะลุกลามบานปลายถึงขั้นเอาไม่อยู่! ... นักข่าวคนนี้คงอยากจะเข้าคุก ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง
ความคิดเห็นที่ 13
คิดต่ออีกหน่อย , 14 เมษายน 2552 11:26
อยากฝากไปถึงผู้หลัก ผู้ใหญ่ที่เป็นฝ่ายความมั่นคง ตอนนี้ประชาชน(อย่างน้อย 1 คน คือเรา)ต้องการเห็นนายกอภิสิทธิ์ทำงานต่อ ขอร้องให้ลด ละ การยึดมั่นถือมั่นลงสักเล็กน้อย เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไป
ความคิดเห็นที่ 12
คิดต่อ , 14 เมษายน 2552 11:16
ผ่านงานนี้ไปได้นี่ หลายฝ่ายจะมีบทเรียนให้ได้คิดมากมายเลย ทั้งฝ่ายที่ได้ออกมาชุมนุม ฝ่ายที่ออกมาคลี่คลาย และฝ่ายประชาชนทั่วไป ขอมองในแง่ดี บังเอิญที่ว่า ความขัดแย้งที่สะสมมายาวนานนับแต่มีการเปลี่ยนการปกครองมาระเบิดในช่วงเศรษฐกิจโลกตกต่ำถึงขีดสุด ทำให้ไทยเสียหายมากกว่าที่ควรจะเป็น แต่ที่แน่ๆ ธรรมชาติของคนไทยปรับตัวง่าย เพราะเราสร้าง๓มิต้านทานได้เร็ว ครั้งนี้บทเรียนคือการเจรจาเพื่อหาทางออกร่วมกันเวลามีข้อขัดแย้ง ซึ่งไม่ต้องอาศัยบารมีใครมายุติ เลิกการร้องหาคนกลางผู้มีบารมีได้แล้ว นี่จะเป็นก้าวสำคัญของคนไทยเลย
ความคิดเห็นที่ 11
ขอคิดด้วยคน , 14 เมษายน 2552 10:58
ประเทศนี้ยังมีวัฒนธรรมเรื่องบารมี และอาวุโสอยู่มากๆๆๆๆๆ นายกถูกมองว่าอายุน้อย ด้อยประสบการณ์ แกจึงต้องแสดงบทบาทให้มากด้วยการใช้อำนาจนายกตามรัฐะรรมนูญสั่งการเหล่าทหาร ตำรวจระดับใหญ่ๆ เสียดายที่ขาดแคลนมือไม้ระดับเซียน แต่ด้วยความที่ท่านมีความตั้งใจทุ่มเททำงานมาโดยตลอด สำหรับเราขอสนับสนุนท่าน ถ้าอนาคตประเทศไทยจะเป็นประชาธิปไตยแท้ๆ และนายกเป็นพลเรือน ทหาร ตำรวขใหญ่ๆ ต้องปรับตัวด้วย นี่ถ้าวันนี้นายกไม่ได้แสดงความสามารถในเวทีโลกให้คนไทยได้เห็น ป่านนี้เละไปแล้ว
ความคิดเห็นที่ 10
ขอบคุณ , 14 เมษายน 2552 10:38
ขอบคุณนายทหารทุกท่านที่ไม่ทิ้งประเทศชาติ ออกมาปกป้องประเทศไทยของเรา สถาบันเบื้องสูงของเราไม่ให้พวกมันทำลาย ขอบคุณทุกท่าน
ความคิดเห็นที่ 9
ya , 14 เมษายน 2552 09:51
ตอนนี้เราควรไม่ต้องว่าทับถมใครแล้วใหกำลังใจกันเถอะนะขอให้กำลังใจคุณอภิสิทธิ์..ครม..ท่านผบทุกเหล่าทัพ..ทหารตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ทุกที่...สุดท้ายขอให้คนเสื้อแดงที่มาเพราะทักษิณบอกว่าเข้าแถวรับเงิน500บาทกลับบ้านเราเถอะอย่าให้คนเค้าดูถูกอีกเลยนะ
ความคิดเห็นที่ 8
คนใต้ , 14 เมษายน 2552 09:38
ตัวอย่างของความผิดพลาดเนื่องจาก 2 มาตรฐาน ตอนที่เป้นเสื้อแดง
นายกพยายามปกป้องมากเกินไป ถ้ายังแก้เรื่องนี้ไม่ได้อย่าหวังว่าจะเยียวยาใจคนจน
ความคิดเห็นที่ 7
โปรดแยกแยะ , 14 เมษายน 2552 09:31
อย่าให้ถึงวันที่คนธรรมดาไม่สามารถใส่เสื้อแดงเดินถนนได้ เพราะจะโดนไล่ตีไปทุกที่
ความคิดเห็นที่ 6
แปลกนะ , 14 เมษายน 2552 09:24
คำสั่งให้จับหมาบ้าด้วยความละมุนละม่อม มันถึงได้เละ จนถึงรู้ว่ามือเปล่าจับไม่ได้ต้องใช้ไม้ต่างหาก นายกเด็กนอกเอ๊ย
ความคิดเห็นที่ 5
mrsorn , 14 เมษายน 2552 07:41
นายกสุภาพบุรุษเกินไป อายุน้อย อาจเกิดความเกรงใจ ในการสั่งการ แต่ช่วงนี้ต้องแข็งกร้าวบ้าง ประชาชนสนับสนุนเต็มที่อยู่แล้ว
ความคิดเห็นที่ 4
ม๊อบเสื้อขาด , 14 เมษายน 2552 07:25
ไม่รู้ว่าภายในรัฐบาลบริหารกันอย่างไรในเรื่องการประท้วงครั้งนี้ แต่เราต้องให้คนที่มีประสบการณ์และรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมต่าง ๆ ของคนที่มุ่งร้ายต่อประเทศเข้าไปจัดการ พวกมือใหม่หัดขับที่ไม่เคยมาเผชิญกับสถานการณ์ก็ต้องฟังเขา ผู้ที่ทำตัวเป็นนักวิชาการจะไปรู้อะไรกับเรื่องเหล่านี้ แล้วต้องให้เครดิตผู้ที่ต้องออกมาปฏิบัติการณ์ครั้งนี้ ความดีก็ไม่ได้มาก ไม่ค่อยมีใครเห็น เพราะไม่มีใครไปสัมภาษณ์ออกข่าวหรอก มีแต่บางคนเท่านั้นที่ได้ออกข่าว
ความคิดเห็นที่ 3
เข้าใจทหาร ตำรวจทำงาน , 14 เมษายน 2552 07:21
ชาวบ้านเข้าใจทหาร ตำรวจทำงาน แต่ช่วงนี้ชาวบ้านอยากให้นักการเมืองแบบนายสุเทพ นายเนวินออกไปก่อนอย่าไปโผล่หน้าตามทีวี จุดชนวน หรือพูดชมเชยเจ้าหน้าที่แต่ไปทำให้ฝูงจราจลไม่พอใจมากขึ้น ..ดูเหมือนตำรวจวางเฉย ปล่อยให้พวกสัตวนรก อันธพาล ถ่อยเสื้อแดงฆ่าประชาชน ชาวบ้านคนนางเลิ้งเขาปกป้องชุมชนตัวเอง ไม่ให้พวกแกไปเผาทำลาย ทรัพย์สิน ทำลายบ้านเขา พวกแกไปยิงเขาตายทำไม แล้วพวกแกไปฟังไปนักโทษชายหนีศาลไทย หนีคุกไทยเร่ร่อนอยู่ตามต่างประเทศปลุกระดมทำลายเมืองไทยทำไม ถ้าเป็นบ้านพวกแกจะถูกเผาอยู่หน้าบ้านอยู่แล้ว พวกแกจะรักษาบ้านของพวกแกไหม
ความคิดเห็นที่ 2
naphasrat , 14 เมษายน 2552 03:46
ในที่สุดทหารในข้าพระบาทฯก็ออกมาช่วยกันป้องกันรักษาประเทศไทยของเรา พูดได้เพียงว่าวันนี้เหล่าทหารหาญได้ปฏิบัติการปราบปรามพวกโจรเสื้อแดงก่อการร้ายทำลายชาติ โดยไม่ใช้ความรุนแรงและอย่างมีัประสิทธิภาพ ขอบคุณที่ไม่ทิ้งนายกอภิสิทธิ์ต้องสู้อย่างโดดเดี่ยว
ความคิดเห็นที่ 1
rose , 14 เมษายน 2552 01:52
ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการคลี่คลายสถานการณ์ แต่อย่าประมาทโดยเด็ดขาด