แผนฟื้นเศรษฐกิจรอบ 2 ของรัฐบาลโดยเพิ่มการลงทุน5%และสร้างงานใหม่ 1.1ล้านคนภายใน 3 ปี รวมถึงกระจายการลงทุนด้านสาธารณะขั้นพื้นฐานสู่ชนบท
ความจำเป็น
จากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกมีความรุนแรงขึ้น และมีความล่าช้าในการฟื้นตัวกว่าที่คาดการณ์ และถึงแม้เศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวได้ในปลายปี 2552 หรือกลางปี 2553 ก็คาดว่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 ปี ในการเข้าสู่การขยายตัวตามปกติ
ดังนั้น เศรษฐกิจของไทยในปี 2553-2555 จะขยายตัวได้เพียงประมาณ 2-3%, 3-4% และ 4-5% ตามลำดับ ซึ่งถือว่าต่ำกว่าศักยภาพการขยายตัวในระยะปานกลางของประเทศ และการว่างงานซึ่งคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 1.3 ล้านคนในปี 2551 อาจยืดเยื้อต่อไปอีก จึงมีความจำเป็นในการจัดทำแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2 เพื่อสร้างงานและสร้างรายได้โดยการลงทุนของภาครัฐในโครงการที่จะสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต พร้อมกับสร้างโอกาสของภาคเอกชนในการลงทุน
เป้าหมาย
1. เพิ่มแรงกระตุ้นให้กับเศรษฐกิจโดยรัฐเพิ่มการลงทุนประมาณ 5% ของรายได้ประชาชาติ และเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้าร่วมลงทุนโครงการลงทุนของภาครัฐ
2. สร้างตำแหน่งงานใหม่ประมาณ 1.1 ล้านคน ภายใน 3 ปี ซึ่งจะสามารถรองรับผู้ตกงานในช่วงปี 2552 ได้ถึง 85%
3. กระจายการลงทุนทางด้านบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานไปสู่ต่างจังหวัดและชนบท
แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ 7 แผนงาน
1. แผนงานปรับปรุงประสิทธิภาพระบบการกระจายน้ำ พัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กเพื่อการเกษตร น้ำเพื่ออุตสาหกรรม และประสิทธิภาพการผลิตภาคการเกษตร วงเงินลงทุนในระยะ 3 ปี เป็นเงิน 230,645 ล้านบาท
ทั้งนี้ รัฐบาลจะลงทุนในโครงการต่างๆ รวม 34,985 โครงการ ซึ่งจะส่งผลในการเพิ่มปริมาณน้ำ 6,968 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่รับประโยชน์เพิ่มขึ้น 23.6 ล้านไร่ คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นประมาณ 26,000 ล้านบาท และบรรเทาอุทกภัยป้องกันความเสียหายให้กับ 39 ชุมชน คิดเป็นมูลค่า 35,000 ล้านบาท/ปี (ในปีที่เกิดน้ำท่วมใหญ่) และลดการสูญเสียหน้าดิน 2.5 ล้านตัน/ปี รวมทั้งประชาชนจะได้รับประโยชน์ 1.6 ล้านครัวเรือน หรือประมาณ 6.4 ล้านคน และก่อให้เกิดการสร้างงานจำนวน 351,013 คน
2.แผนปรับปรุงและพัฒนาบริการสาธารณะขั้นพื้นฐานที่ทันสมัยและจำเป็นต่อการเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ประกอบด้วย 9 แผนงาน วงเงินลงทุนรวมในช่วงปี 2553-2555 จำนวน 1,140,016 ล้านบาท มีรายละเอียดดังนี้
พัฒนาระบบขนส่งและโลจิสติกส์ให้ทันสมัยในระดับสากล มูลค่าเม็ดเงินลงทุนในระยะ 3 ปี (2553-2555) จำนวน 676,251 ล้านบาท โดยมีโครงการลงทุนที่สำคัญดังนี้
ระบบขนส่งทางราง วงเงิน 51,955 ล้านบาท คือ ก่อสร้างรถไฟทางคู่ ในเส้นทางสายชายฝั่งทะเลตะวันออก ระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานคร วงเงิน 228,493 ล้านบาท ระบบขนส่งทางถนน วงเงิน 294,790 ล้านบาท ระบบขนส่งทางน้ำ วงเงิน 7,396 ล้านบาท และ ระบบขนส่งทางอากาศ วงเงิน 93,616 ล้านบาท
สร้างความมั่นคงด้านพลังงานและพัฒนาพลังงานทดแทน วงเงินลงทุน 212,893 ล้านบาท
ยกระดับการให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคมให้ทันสมัย วงเงินลงทุน 28,254 ล้านบาท
พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว วงเงินลงทุน 10,237 ล้านบาท
พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการศึกษา วงเงินลงทุน 83,269 ล้านบาท
พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุข วงเงินลงทุน 89,614 ล้านบาท
พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการดูแลสวัสดิภาพของประชาชน วงเงินลงทุน 15,154 ล้านบาท
พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี วงเงินลงทุน 11,900 ล้านบาท
พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วงเงินลงทุน 12,611 ล้านบาท เพื่อเตรียมการตามกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2535 และพิธีสารโตเกียว พ.ศ. 2540
3. แผนงานเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว มีวงเงินลงทุนในระยะ 3 ปี จำนวน 6,637 ล้านบาท มีโครงการที่สำคัญดังนี้
- การฟื้นฟูภาพลักษณ์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ วงเงิน 75 ล้านบาท โดยเน้นการสร้างภาพลักษณ์และดูแลรักษาความปลอดภัย
- การส่งเสริมตลาดท่องเที่ยวตามศักยภาพ และความพร้อมในการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างประเทศ วงเงิน 325 ล้านบาท
- การสร้างสรรค์สินค้าใหม่ให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย วงเงิน 2,085 ล้านบาท
- การฟื้นฟูพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว วงเงิน 3,559 ล้านบาท โดยให้ความสำคัญกับอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- การปรับปรุงมาตรฐานสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว วงเงิน 593 ล้านบาท
4. แผนงานพัฒนาศักยภาพของเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ (Creative Economy) เป็นการพัฒนาต่อยอดด้านภูมิปัญญา ศิลปะ วัฒนธรรม ไปสู่ความทันสมัย ที่สามารถสร้างมูลค่า เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการยกระดับการแข่งขันของระบบเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน โดยในปี 2548 ประเทศไทยส่งออกสินค้าเชิงสร้างสรรค์ คิดเป็นมูลค่า 4,323 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 1.3% ของตลาดโลก จัดอยู่ในอันดับที่ 17 ของโลก และมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ย 5% ต่อปีในช่วง 2543-2548
กรอบการพัฒนาแบ่งเป็น 6 ด้าน ได้แก่ มรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญา ส่งเสริมเอกลักษณ์ศิลปะและวัฒนธรรม ส่งเสริมงานช่างฝีมือ การพัฒนาสินค้าเชิงสร้างสรรค์ การส่งเสริมอุตสาหกรรมสื่อและซอฟต์แวร์ และการส่งเสริมการออกแบบ และการวิจัยและพัฒนา โดยมีเป้าหมายจะส่งออกสินค้าเชิงสร้างสรรค์ไม่ต่ำกว่า 5,700 ล้านดอลลาร์ ในปี 2555 โดยมีแผนลงทุนวงเงิน 20,134 ล้านบาท
5.แผนงานยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ทั้งระบบให้ทันสมัย ประกอบด้วย 4 แผนงาน วงเงินลงทุนในช่วง 3 ปี รวม 60,145 ล้านบาท
- ส่งเสริมสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ในชุมชน วงเงิน 1,044 ล้านบาท
- พัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษาและการเรียนรู้ในทุกระดับ วงเงิน 12,057 ล้านบาท
- พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา และการเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาของอนุภูมิภาคและภูมิภาค วงเงิน 13,980 ล้านบาท
- ยกระดับคุณภาพครูและขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา วงเงิน 33,064 ล้านบาท
6. แผนงานปฏิรูปคุณภาพระบบสาธารณสุข กรอบเงินลงทุนประมาณ 9,290 ล้านบาท ประกอบด้วย
- ผลิตและพัฒนาศักยภาพแพทย์และบุคลากรสาธารณสุข วงเงิน 9,200 ล้านบาท ประกอบด้วย การผลิตแพทย์ประมาณ 1,100 คน พยาบาลวิชาชีพ 6,000 คน ทันตสาธารณสุข 1,600 คน นักวิชาการสาธารณสุข 2,400 คน ผู้ช่วยพยาบาล 75,000 คน นักกายภาพบำบัด 200 คน และการพัฒนาศักยภาพและบุคลากรสาธารณสุขอื่นๆ อีก 19,000 คน
- การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ วงเงิน 90 ล้านบาท
7. แผนงานการลงทุนเพื่อการยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตในระดับชุมชนและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ วงเงินประมาณ 100,000 ล้านบาท ประกอบด้วย
- พัฒนาพื้นที่พิเศษ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ วงเงินลงทุน 64,564 ล้านบาท
- ลงทุนเพื่อสร้างอาชีพและรายได้ในชุมชน วงเงินลงทุน 35,436 ล้านบาท
Tags : แผนฟื้นเศรษฐกิจไทย

ความคิดเห็นที่ 1
เด็กโรงงาน , 26 มีนาคม 2552 15:12
ถ้าจำไม่ผิด ครั้งก่อน ก็บอกว่างบแจกแหลกรอบก่อน จะดันจีดีพีเป็นบวก ไม่ใช่เหรอ ????