กรุงเทพธุรกิจ

Life Style : ท่องเที่ยว

วันที่ 4 สิงหาคม 2555 09:00

ขอบคุณผลไม้ บายศรี 'ลับแล'

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

'ภูเขากินได้' เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความอุดมสมบูรณ์ของจังหวัดอุตรดิตถ์ได้ดี แต่ละปีชาวบ้านที่นี่มีรายได้จากการขายผลไม้เหยียบหลักล้าน

โดยเฉพาะชาวอำเภอลับแลที่ยึดอาชีพเกษตรกรสวนผลไม้มาแล้วหลายรุ่น

ความสมบูรณ์พูนสุขนี้ไม่ได้มาจากภูมิประเทศที่เอื้อต่อการปลูกไม้ผลเพียงอย่างเดียว แต่ชาวบ้านเชื่อว่ามีเทวดาที่ปกปักรักษาผืนแผ่นดินทองแห่งนี้ให้ยังคงอุดมสมบูรณ์ตลอดมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย เรื่อยมาจนถึงรุ่นพ่อแม่และรุ่นลูกหลานในปัจจุบัน จากความเชื่อนั้นก็ทำให้เกิดพิธี บายศรีสู่ขวัญผลไม้ ขึ้นมา เพื่อแสดงความกตัญญูและขอบคุณผลไม้ที่ทำให้พวกเขาได้มีอาชีพและรายได้ที่ดีเพื่อจุนเจือครอบครัว

พิธีบายศรีสู่ขวัญผลไม้ เป็นประเพณีที่คนลับแลปฏิบัติสืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น แต่เดิมเป็นเพียงพิธีเล็กๆ ในครัวเรือนที่ต่างคนต่างทำในบ้านของตน มาวันนี้พิธีบายศรีถูกพูดถึงและสื่อสารออกมาให้คนภายนอกได้รู้จักมากขึ้น ระยะหลังจึงมีการรวมตัวกันของหลายๆ หมู่บ้านในอำเภอมาช่วยกันจัดงานให้ยิ่งใหญ่สมฐานะที่เป็นเมืองแห่งผลไม้

กัญญาวีร์ ศิริกาญจนารักษ์ นักวัฒนธรรมและผู้นำชุมชนลับแล เล่าว่า งานบายศรีผลไม้ของชาวลับแลถือเป็นไฮไลต์อย่างหนึ่งที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ แต่น้อยคนจะได้มาดู เพราะพิธีนี้จัดขึ้นเพียงปีละครั้งเท่านั้น ส่วนใหญ่จะทำกันในเดือนแปดหรือเดือนเก้านับวันเดือนปีตามแบบโบราณ ซึ่งก็หมายถึงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมในปัจจุบันนั่นเอง

ส่วนวิธีการทำบายศรีเธอบอกว่าเหมือนการทำบายศรีสู่ขวัญของที่อื่น เช่น บางพื้นที่มีการสู่ขวัญข้าวหรือการบายศรีสู่ขวัญในพิธีแต่งงาน โดยมีการจัดพานบายศรีด้วยใบตองประดิษฐ์สวยงาม แต่ที่นี่จะแตกต่างตรงที่นำผลไม้ที่ได้จากสวนมาใส่ในพานด้วย มีทั้งทุเรียน ลองกอง ลางกอง ลางสาด ซึ่งเป็นผลผลิตชุดสุดท้ายของปีที่ชาวบ้านจะแบ่งไว้ส่วนหนึ่งเพื่อเอามาใช้ในพิธีนี้โดยเฉพาะ

เมื่อได้พานที่ตกแต่งสวยงามแล้ว ตัวแทนชาวบ้านของแต่ละหมู่บ้านจะนำพานมาวางรวมกันบนโต๊ะบูชา มีผู้นำพิธีซึ่งชาวบ้านเรียกกันว่าพ่อหมอมาทำพิธี เริ่มจากจุดธูปเทียนบูชา กล่าวขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ กล่าวขอบคุณเทวดาผู้รักษา จากนั้นพ่อหมอก็เริ่มขับร้องคำกลอนเป็นทำนองสรภัญญะไพเราะเสนาะหู อธิบายเนื้อหาเกี่ยวกับการออกไปทำนาทำสวนของชาวลับแล วิถีชีวิตและวัฒนธรรมต่างๆ รวมไปถึงเหตุการณ์ในปัจจุบันที่เกิดขึ้นในชุมชน

"คำว่าสู่ขวัญ จริงๆ แล้วเราทำได้ทุกชนิด เพราะความหมายของมันคือการแสดงความกตัญญู ในเมื่อเรามีผลไม้ที่อุดมสมบูรณ์ให้ได้กินได้ขาย เราก็อยากตอบแทนแผ่นดินรวมถึงเทวดาที่ปกปักรักษาเราด้วยการทำพิธีบายศรีสู่ขวัญ และยังมีการถือเคล็ดเล็กๆ น้อยๆ เช่น ผลไม้ลูกแรกที่ออกจากต้นของแต่ละปีจะต้องเอาไปให้พ่อแม่ก่อน ที่เหลือจึงจะสามารถเอามากินหรือขายได้ ถ้าใครพ่อแม่ล่วงลับไปแล้วก็จะเอาผลไม้ลูกแรกไปถวายพระวัด เหมือนเป็นการเอาฤกษ์เอาชัยค่ะ"

บายศรีสู่ขวัญผลไม้เมืองลับแลนอกจากจะโดดเด่นไม่เหมือนใครแล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงความศรัทธาของชาวบ้านที่ถือเอาสิ่งศักดิ์สิทธิ์มายึดเหนี่ยวจิตใจ พิธีนี้ได้กลายเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ของคนในหมู่บ้าน นำไปสู่การสร้างเครือข่ายแบบประณีตซึ่งต้องอาศัยวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมแบบนี้มาเป็นสื่อกลาง ที่สุดแล้วสิ่งนี้จะกลายเป็นอาวุธสำคัญให้ชาวบ้านยืนหยัดอยู่ในสังคมสมัยใหม่ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

หากอยากชมความสวยงามทางวัฒนธรรมตามวิถีลับแลแบบนี้อาจจะต้องรอปีหน้า ถ้าจะให้ดีก็ต้องสอบถามข้อมูลก่อนที่สมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดอุตรดิตถ์ โทร.08 1379 3204 จากนั้นก็เตรียมตัวและวางแผนท่องเที่ยวมาให้พร้อม แล้วจะเห็นว่าเมืองลับแลแห่งนี้มีคนเข้ามาแลไม่ลับตาเลยทีเดียว 

Tags : ลับแล บายศรีผลไม้

Adsense

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement