ประเพณีขึ้นธาตุเดือนเก้า หากเอ่ยถึงงานใหญ่ของเมืองตาก เป็นที่รู้กันว่า ประเพณีขึ้นธาตุเดือนเก้า ที่วัดพระบรมธาตุ อ.บ้านตาก
ถือเป็นการสืบสานประเพณีวัฒนธรรมควบคู่ไปกับการท่องเที่ยว ซึ่งจัดขึ้นในช่วงวันขึ้น 14 และ 15 ค่ำเดือนเก้าของชาวภาคเหนือ (ตรงกับเดือนเจ็ดของภาคกลาง)
ประเพณีขึ้นธาตุเดือนเก้า ตามตำนานพระเจ้าเลียบโลก ซึ่งเขียนเป็นภาษาเหนือนั้น ได้กล่าวไว้ว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงเสด็จไปแสดงธรรมสั่งสอนประชาชนในที่ต่างๆ เมื่อเสด็จมาถึงดอยมะหิยังกะ ในเขตเมืองตาก ซึ่งเป็นสถานที่สร้างเจดีย์ในปัจจุบัน ทรงเห็นว่าเป็นที่ร่มเย็นน่าใฝ่ใจศาสนา จึงตรัสกับพระอรหันต์ทั้ง 5 ที่เสด็จตามพระองค์มาว่า สถานที่นี้เป็นสถานที่สำราญ หากเราตถาคตปรินิพพานแล้ว 40 ปี 6 เดือน 6 วัน ให้นำเอาอัฐิและเกศากลับมายังดอยมะหิยังกะ
หลังจากที่พระองค์ทรงปรินิพพานไปแล้วตามเวลากำหนด พระอรหันต์ทั้ง 5 จึงได้นำเอาพระสารีริกธาตุของพระองค์พร้อมด้วยเกศาอีก 4 องค์มาประดิษฐานยังดอยมะหิยังกะ จากนั้นจึงได้ก่อเจดีย์เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม แล้วนำเอาพระสารีริกธาตุบรรจุไว้ภายในพระเจดีย์เพื่อเป็นที่สักการบูชาของมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย
ส่วนเจดีย์รูปทรงที่เห็นในปัจจุบันนั้น ท่านพระครูพิทักษ์บรมเกตุ (ครูบาทองอยู่) เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุสมัยนั้นได้ไปนมัสการพระธาตุชเวดากอง ณ กรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่านำแบบก่อสร้างมาปรับปรุงเป็นศิลปะผสมผสานเป็นศิลปะแบบล้านนาสร้างครอบคลุมองค์เก่าไว้ ภายนอกบุด้วยทองเหลืองผสมทองแดง มีเจดีย์เล็กๆ 16 องค์ ซุ้มสำหรับบรรจุพระพุทธรูปอีก 12 องค์ ลักษณะซุ้มมีหน้าบันเป็นลวดลายปูนปั้นอ่อนช้อยงดงามและโขงจุดไฟเทียนอีก 6 โขง
การจัดงานเริ่มจากเช้าวันขึ้น 14 ค่ำ เดือนเก้า ชาวบ้านกลุ่มศรัทธาเทพนับถือผี จะช่วยกันตกแต่งเงินผ้าป่าและปัจจัยไทยธรรมบริขารเครื่องผ้าป่าที่มีผู้ศรัทธาบริจาค ด้วยกระดาษสี และตุงไชย (ธงชัย) หลากสีสัน แล้วแห่กันไปเป็นหมู่คณะ เป็นกลุ่มเป็นขบวน ตามเจ้าใครผีใคร
ส่วนชาวบ้านกลุ่มศรัทธาวัดประจำหมู่บ้านต่างๆ จะตกแต่งต้นเงินผ้าป่า เช่นเดียวกับกลุ่มศรัทธาผี แต่กลุ่มนี้จะมีขบวนบั้งไฟที่จัดทำไว้ล่วงหน้าประกอบด้วย ตกแต่งบั้งไฟด้วยกระดาษสีสดใส ประดับด้วยไม้สวยงาม มีฆ้อง กลอง ฉิ่ง ฉาบ ประโคมแห่ไปตลอดทาง
ขบวนของชาวบ้านทั้งสองกลุ่มหลายสิบขบวน จะแห่ไปยังวัดพระบรมธาตุ และไปไหว้ศาลหลักเมืองและองค์ประปรางค์เจดีย์ยุทธหัตถี แล้วไปกราบร่างทรงของเจ้าพ่อขุนทะเล และเจ้าพ่อดงดำ สองเทพที่หอผี หน้าวัดพระบรมธาตุด้านทิศตะวันตก ซึ่งมีศาลาวางต้นเงินผ้าป่า และเครื่องไทยธรรมของชาวบ้านที่มาร่วมทอดผ้าป่าวางเรียงรายรวมอยู่ด้วย
เมื่อขบวนต่างๆ แห่มาพร้อมกันถึงลานปูน ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานวัวปูนปั้น อันเป็นพาหนะของเจ้าพ่อขุนทะเลแล้ว ผู้รู้ผู้เป็นเจ้าพิธี จะกราบไหว้ผีเจ้าทาง แล้วทำพิธี "ขึ้นท้าวทั้งสี่" คือ บูชา อัญเชิญท้าวจตุโลกบาลเทพผู้ดูแลรักษาโลกทั้งสี่ทิศ สี่องค์ มารับเครื่องสังเวย บอกกล่าวขอความคุ้มครอง และขออนุญาตจัดงาน
จากนั้นเป็นพิธีทรงเจ้าเข้าผีร่างทรงต่างๆ ซึ่งเทพประทับทรงแล้ว ที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่า "เทพตือมา" ประมาณ 20-30 คน ทั้งหญิง ชาย แต่งกายต่าง ๆ กันตามที่เทพหรือผีที่ประทับทรงมานั้นโปรดปราน จะพากันมาพบปะกันบริเวณหอผี บ้างก็ฟ้อนรำบวงสรวง บ้างก็รำไทย บ้างก็รำดาบ หรือร่ายมวย องค์ไหนชอบสุรา ก็สังเวยด้วยสุรา ส่งภาษาเทพ สนทนากันอย่างสนุกสนาน วันอันเป็นมงคลนี้ถือเสมือนว่า เป็นวันขึ้นปีใหม่ แห่งเทพทั้งปวงด้วย
วันรุ่งขึ้น 15 ค่ำ เดือนเก้า ถึงกำหนดการ "ขึ้นพระธาตุเดือนเก้า" เริ่มด้วยการแข่งขันกันจุดบั้งไฟ เสมือนหนึ่งจะให้บั้งไฟที่พุ่งไปนำเอาศรัทธาทั้งมวลขึ้นไปบูชาพระบรมสารีริกธาตุแห่งองค์พระผู้มีพระภาคเจ้าและปวงเทพยดาบนสรวงสวรรค์ ท่ามกลางกองเชียร์และการเชียร์ของกลุ่มศรัทธาวัดต่างๆ
เมื่อบั้งไฟทุกบั้งระเบิดทะยานผ่านฟ้าไปแล้ว เทพทุกเทพ ผีทุกผี ก็คืนสู่วิถีชีวิต
Tags : ประเพณีขึ้นธาตุเดือนเก้า • ตาก




