กรุงเทพธุรกิจ

Life Style : ท่องเที่ยว

วันที่ 22 มิถุนายน 2555 09:00

คืนฉลามให้ทะเล 'ตรัง'

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ฟ้าสวย หาดทรายขาว และน้ำใสสีเขียวมรกต ยังคงเป็นภาพจำของใครหลายคนที่ชอบเที่ยวทะเลเป็นชีวิตจิตใจ

วันนี้ท้องทะเลไทยทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามันยังคงความสวยงามให้ได้เห็น แต่รู้หรือไม่ว่าจำนวนของสัตว์น้ำบางชนิดกลับลดลง

จากรายงานพบว่าทุกวันนี้ความหลากหลายทางชีวภาพในระบบนิเวศทางทะเลลดลง สัตว์น้ำหลายชนิดมีจำนวนน้อยกว่าแต่ก่อนโดยเฉพาะฉลาม เนื่องจากฉลามถูกมนุษย์ล่าเพื่อตัดครีบและปล่อยให้ตายไปเป็นจำนวนมากเพื่อสนองตอบผู้บริโภคบางกลุ่มที่มีความเชื่อในเรื่องการกินครีบฉลามหรือ "หูฉลาม" และหนึ่งในสายพันธุ์ของฉลามที่ถูกล่าเป็นจำนวนมาก คือ ฉลามปล้องอ้อย หรือ ฉลามกบ ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ไม่ทำร้ายมนุษย์และอาศัยอยู่อย่างสงบบนพื้นทรายใต้ทะเล

ด้วยเหตุผลนี้ สยาม โอเชี่ยนเวิร์ล ร่วมกับกรมประมง จึงได้ริเริ่มโครงการการเพาะพันธุ์ฉลามในบ่อเลี้ยงแล้วปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ซึ่งทำติดต่อกันมาแล้วหลายครั้ง ล่าสุดสยามโอเชี่ยนเวิร์ล ร่วมกับสายการบินแอร์เอเชีย จัดโครงการ "ฉลามน้อย บินได้" เพื่อนำฉลามปล้องอ้อยกลับคืนสู่ธรรมชาติ สร้างสำนึกรักษ์พิทักษ์ทะเลไทย ที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง เนื่องในโอกาสวันทะเลโลกซึ่งตรงกับวันที่ 8 มิถุนายนของทุกปี

วิบูลย์ รักเสรี ผู้จัดการฝ่ายดูแลสัตว์น้ำ บริษัท สยาม โอเชี่ยนเวิร์ล กรุงเทพ จำกัด กล่าวถึงกิจกรรมในปีนี้ว่าเน้นเรื่องฉลามเป็นพิเศษ โดยที่ผ่านมาได้ไปสนับสนุนหน่วยงานราชการหลายๆ หน่วยงานในการฟื้นฟูธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

"ทะเลไทยตอนนี้พบว่าฉลามในน่านน้ำไทยทุกชนิดลดลง แต่ฉลามปล้องอ้อยนี้เป็นสัตว์ที่มีความสำคัญในห่วงโซ่อาหาร เราจึงเลือกที่จะเพาะเลี้ยงฉลามสายพันธุนี้ ถ้าฉลามลดน้อยลงสัตว์อื่นที่ฉลามกินเป็นอาหารอย่างปลาและสัตว์หน้าดินจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นจนเสียสมดุลของธรรมชาติ"

ผู้จัดการฝ่ายดูแลสัตว์น้ำ บอกอีกว่าโครงการครั้งนี้สยามโอเชี่ยนเวิร์ลได้เพาะเลี้ยงฉลามในอควาเรียมและดูแลเป็นพิเศษในบ่ออนุบาลลูกฉลามโดยเฉพาะ ซึ่งหลังจากฉลามมีอายุครบ 2 ปี ก็นำมาคัดเลือกตัวที่สมบูรณ์และเป็นวัยที่พร้อมสืบพันธุ์ออกมาจำนวน 20 ตัว มีการฝึกให้หาอาหารเองเพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในธรรมชาติก่อนที่จะนำมาปล่อยสู่ท้องทะเลตรังซึ่งเป็นสถานที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การดำรงชีวิต

ธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวเพิ่มเติมว่าตรังเป็นส่วนหนึ่งของทะเลอันดามัน ถือเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวในแถบภาคใต้ ที่ผ่านมาจังหวัดตรังมุ่งเน้นเรื่องการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติมาตลอด พี่น้องชาวตรังก็ยังคงใสใจฟื้นฟูดูแลรักษาสัตว์น้ำหายาก เช่น พะยูน ซึ่งเป็นสัตว์ประจำจังหวัด

"โครงการนี้ทำให้เกิดกิจกรรมดีๆ กับทะเลตรัง อีกทั้งได้พาน้องๆ จากโรงเรียนวัดปทุมวนารามมารู้จักจังหวัดตรัง ส่วนทางจังหวัดเองก็ได้พานักเรียนมาสมทบร่วมกิจกรรมด้วย ผมคิดว่ากิจกรรมนี้จะขยายไปสู่สาธารณะเป็นที่ประจักษ์ของคนทั่วไปและชาวต่างชาติว่า จังหวัดตรังมีนโยบายและมีกิจกรรมที่ดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ดูแลสัตว์น้ำ ดูแลเรื่องการฟื้นฟูอาหารทะเลต่างๆ ให้เรายังคงมีแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ และปรารถนาอย่างยิ่งว่าตรังจะเป็นเมืองแห่งความสุขในอนาคตสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ"

การปล่อยฉลามครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นในการปลูกจิตสำนึกรักษ์ฉลามเพื่อคืนความสมดุลให้กับท้องทะเลไทย อย่างไรก็ตามการช่วยเหลือและเพิ่มจำนวนให้ฉลามสามารถดำรงชีวิตได้ในธรรมชาตินั้น ต้องอาศัยความร่วมมือกันอย่างจริงจังขององค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสื่อสารให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญในการอนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเล เพื่อทำให้มหาสมุทรอันงดงามที่เรารักมีความสมดุลและสมบูรณ์ตลอดไป

สำหรับกิจกรรมในโครงการเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติในครั้งต่อๆ ไป สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ www.siamoceanworld.co.th หรืออสอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2687 2000

Tags : ฉลามปล้องอ้อย สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล ทะเลตรัง

Adsense

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement