กรุงเทพธุรกิจ

Life Style : ท่องเที่ยว

วันที่ 17 มิถุนายน 2555 09:00

ปูตอแหล...ที่ตั้งเลน

ดอนปูแดง พังงา ประเทศไทย

ริ้วทรายสวยๆบนดอนมดแดง

บรรดาขบวนปูแดงที่มุดทรายลงไปเกือบหมด

โฉมหน้าของปูตอแหล

ฟาร์มหอยนางรมที่แทบไม่ต้องลงทุนอะไรเลย

ตรวจกระชังปลา

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

มิตรสหายที่พังงา ชวนนักชวนหนาว่าว่างเมื่อไหร่ให้ลงไปพังงา จะพาไปดูปูแดงมันตอแหล ผมก็เฮ้ย...ไม่เอา การเมืองไม่ยุ่ง

มิไยที่มิตรสหายจะหาว่าผมคิดไปไกล เพราะที่เขาว่าปูแดงมันตอแหลนี่ไม่ได้ไปกระทบกระเทียบกับใครเลย หากแต่เป็นปรากฏการณ์ของ “ปู” ที่ชาวบ้านเขาเรียก ปูมดแดง แล้วมันจะมาแสดงท่าที “ตอแหล” บน “เกาะ” หรือ “หาด” ของสถานที่ที่เรียกว่าเกาะ กั้นเลน หรือ ตั้งเลน และนี่เป็นครั้งหนึ่งที่ผมมีชื่อเรียก 2 อย่างอยู่ตลอด เรื่องทั้งหมดนี้เกิดในทะเลจังหวัดพังงาครับ

ผมได้ยินกิตติศัพท์ของสถานที่ที่ว่านี้มานานแล้ว ว่าเวลาที่น้ำลง จะปรากฏหาดทรายที่เกาะกั้นเลน (บางคนก็เรียกตั้งเลน) ซึ่งอยู่ในทะเลอันดามัน ใกล้ชายฝั่งพังงา อยู่ระหว่างพื้นที่ของกระบี่-พังงานั้นจะมีปูเล็กๆ ขนาดประมาณเม็ดข้าวโพด ตัวสีแดงๆ เดินกันยุ่บยั่บเต็มชายหาดไปหมด ซึ่งทีแรกบอกตามตรงว่านึกภาพไปอีกแบบ แล้วที่นี่ใช่นึกอยากจะมาก็มาได้ แต่ต้องเช็คเวลาน้ำขึ้นน้ำลงก่อน แล้วก็ไม่ใช่ว่าไปตอนไหนจะเห็นปูมันมากมาย ต้องขึ้นอยู่กับช่วงฤดูกาลด้วย รวมทั้งพฤติกรรมที่ปูมันอาจตอแหลมากหรือตอแหลน้อย ...ฟังแล้วงงพิลึก

ผมลงไปสมทบกับ ททท.สำนักงานจังหวัดพังงา ที่ชวนให้ลงไปดูปูตอแหลที่นี่ แล้วจึงนั่งรถเบียดกันมุ่งหน้าไปอีกไม่เกิน 40 กม.จากตัวเมืองไปตามถนนเจ็ดชั่วโคตรสายพังงา-กระบี่ ที่ชาวบ้านเขาก่นด่า (ผู้ที่เกี่ยวข้องก็ยังไม่รู้สึกรู้สา เพราะจนป่านนี้ถนนสายนี้ก็ยังไม่เสร็จสักที เกิดอุบัติเหตุกันเป็นว่าเล่น) เพื่อมุ่งหน้าสู่บ้านโคกไคร ที่เป็นหมู่บ้านมุสลิมเล็กๆ ริมคลองมะรุ่ย ใช่แล้วครับคลองมะรุ่ยที่เพิ่งเป็นที่รู้จักกันเร็วๆ นี้ว่าเป็นจุดที่มีรอยเลื่อนของเปลือกโลกแล้วมีแผ่นดินไหวที่ภูเก็ตนั่นแหละ แต่มะรุ่ยนี้เป็นชื่อคลองน้ำกร่อยที่คดโค้งไปมาราวงูเลื้อย ถ้าใครเคยนั่งเครื่องบินผ่านย่านนี้แล้วมองลงมาเห็นคลองโค้งไปมาก่อนออกทะเลในอ่าวพังงา นั่นแหละคลองมะรุ่ยที่กำลังว่าถึงนี่ คลองนี้บางส่วนจะแบ่งเขตแดนกันกับจังหวัดกระบี่ แต่บางส่วนก็อยู่นะพังงาล้วนๆ

หมู่บ้านโคกไครนี้ชาวบ้านปลูกบ้านเรียงรายไปตามริมฝั่งคลอง มีมัสยิดเล็กๆ แต่ที่สวยสะดุดตาก็คือ ทิวทัศน์ที่มีภูเขาหินปูนรูปทรงสวยงาม ซึ่งเมืองพังงานี่แทบเป็นเมืองที่ภูเขาหินปูนสวยอยู่แล้ว ยิ่งมาอยู่ริมคลอง ใกล้หมู่บ้านยิ่งสวย ไกลๆ ก็เห็นเป็นแนวภูเขาหินปูนในทะเลเป็นชั้นๆ ชาวบ้านเขาทำกระชังปลากันแทบจะเต็มคลอง เรียกว่าทำกันทุกบ้านกระมัง แต่ที่ดูแปลกสำหรับที่นี่คือเป็นแหล่งผลิตลูกหอยนางรมที่ใหญ่ที่สุด ชนิดที่ชาวบ้านเขาคุยว่าฟาร์มหอยดังๆ อย่างแถวสุราษฎร์ฯ ก็มาเอาลูกหอยที่นี่แหละ ผมก็นึกว่าเป็นรูปแบบฟาร์มซะดิบดี เปล่า...! เป็นยางจักรยาน ผ่าครึ่ง แล้วเอามาผูกต่อๆ กัน แล้วแขวนกับหลักไม้ปักไว้ริมคลอง ปล่อยให้ลูกหอยเล็กๆ มันลอยมาติดเอง พออายุได้ก็ไปเก็บเอาลูกหอยมาขายให้เขาเอาไปเลี้ยงต่อ

บ้า...โม้แล้ว (ผมนึก) แต่คงจะจริง เพราะเห็นราวจักรยานนี้เยอะแยะมาก ยาวนับหลายกิโล นี่บ้านเราหากินง่ายขนาดนี้เชียวหรือ แทบไม่ต้องลงทุนอะไรเลย

 “แต่น้ำในคลองต้องสะอาดด้วยนะ ไม่อย่างนั้นลูกหอยมันก็ไม่มี ชาวบ้านทดลองมาหมดแล้ว ไม้มาปัก ยางรถยนต์ จนสุดท้ายยางรถจักรยานนี่ดีที่สุด” คุณสมพร สาระการ ชมรมท่องเที่ยวฯของบ้านโคกไครให้ข้อมูล ซ้ำยังบอกว่า คนที่โครไครนี่มีอาชีพแทบทุกคน แค่งานในกระชังปลา เลี้ยงหอยนางรม ไม่ก็ไปจับปูแสมตามป่าโกงกางท้ายบ้านไปขาย หรือไม่ก็มาพานักท่องเที่ยวลัดเลาะไปตามป่าโกงกางหรือไปดูปูมดแดงที่ว่านี้ก็แทบไม่ว่างแล้ว แต่ที่ทำให้ชาวบ้านเก็บเงินทองได้รอบบ้านก็เพราะสิ่งแวดล้อมด้วย น้ำในคลองมะรุ่ยที่เลี้ยงหอยเลี้ยงปลานั้น ดูไม่ขุ่นดำหรือมีมลพิษเลย อาจเป็นเพราะต้นคลองมะรุ่ยทั้งในพังงาและกระบี่ไม่มีโรงงาน ไม่มีสถานประกอบการใหญ่ๆ อีกทั้งน้ำที่ไหลขึ้นลง ก็ทำให้น้ำถ่ายเทอยู่ตลอดเวลาด้วย

 “ผมว่าคนเราไม่มีอดตายหรอก ถ้าขยันและอยู่อย่างประหยัด เดินตามแนวทางที่ในหลวงบอก”

จนแล้วจนรอด บังสมพรก็ไม่พาไปดูปูตอแหลสักที จนน้ำเริ่มลงมากกระทั่งเห็นแพยางรถจักรยานที่ไว้ดักหอยนางรม โผล่ขึ้นมานั่นแหละ แกจึงได้ให้เราลงเรือหัวโทงแล้วแล่นไปตามคลองมุ่งหน้าออกทะเล ทิศทางนั้นออกสู่อ่าวพังงาแน่ สองฝั่งคลองสวยด้วยป่าโกงกางที่สมบูรณ์ ซึ่งพังงาเขาขึ้นชื่อเรื่องพื้นที่ป่าโกงกางอยู่แล้วว่ามีมาก เพราะเหตุนี้ด้วยจังหวัดนี้จึงไม่มีมลพิษทางน้ำ  ภูเขาหินปูนรูปทรงสวยงามมีให้เห็นแทบตลอดการเดินทาง จนปากคลองมะลุ่ยไปบรรจบกับคลองที่มาจากทางอ่าวลึกของกระบี่

 “ทางไปถ้ำผีหัวโต” บังสมพรชี้มือและตะโกนแข่งกับเสียงเรือบอกนักเดินทางช่างซักอย่างผม แล้วดูเหมือนปากคลองจะค่อยๆ กว้างขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งออกไปไกล ก็จะเห็นแนวเกาะยาวน้อย ยาวใหญ่ ทะมึนอยู่ไกลๆ มองไปรอบด้านทิวทัศน์สวยสุดยอดเลย มองทางไหนก็อยากถ่ายรูป สวยจริงๆ จนกระทั่งเรืออ้อมเกาะกลางทะเลลูกหนึ่ง แล้วค่อยๆ เบาเครื่องลงปล่อยให้เรือแล่นไปตามแรงเฉื่อยที่เหลือ

“ถึงแล้ว”

“ฮ้า...!” ผมงงเป็นไก่ตาแตก เพราะสิ่งที่ปรากฏข้างหน้าคือแนวทรายยาวเหยียดที่ต้องรอน้ำลงแนวทรายจึงจะโผล่ แล้วเจ้าเกาะตั้งเลนหรือกั้นเลนที่ว่านั่นไม่ได้เกี่ยวอะไรเลย เพราะเป็นแค่เกาะหินปูนไม่ใหญ่ไม่มีชายหาด แต่ดันอยู่ใกล้แนวทรายนี้ มิน่าบังสมพรจึงให้นิยามไม่ได้ว่ามันคือหาดหรือเกาะกันแน่ แต่ที่รู้ๆ ริ้วทรายที่เป็นลอนบนแนวทรายนี้สวยมากแล้วมองไปรอบด้านเห็นแต่ภูเขาหินปูนและทะเลสีฟ้าสวย ลมพัดฉิวๆ ถอดรองเท้าเดินย่ำทรายได้สบาย

บนริ้วทรายจะเห็นอะไรสักอย่างเคลื่อนไหวไปมาวูบวาบ เพ่งมองดีๆ ก็เห็นเจ้าปูตัวเล็กๆ สีทราย คล้ายกับปูปั้นทรายแต่ตัวใหญ่กว่าและช่วงปลายขาเป็นสีแดง อยู่กันเป็นฝูงๆ มากบ้างน้อยบ้าง นี่เองที่เรียกปูมดแดง จำนวนมันเยอะจริงๆ ครับ เดินกันให้ยุ่บยั่บ เหมือนทรายมับวูบวาบเอง ถ้าเราเดินเข้าไปใกล้มันก็จะเดินหนี ถ้าหนีไม่ทันก็จะมุดทรายหายไปบัดดล รอสักแป๊บเดียว จะโผล่ออกมากรอกตาโปนใส่เรา ถ้าเรานิ่งเฉย ก็จะออกมาเดินรวมกลุ่มกันอีก

พฤติกรรมตอแหลที่ผมว่านี้คือการระวังภัยอย่างหนึ่งนั่นเอง แล้วปรากฏการณ์นี้ก็ไม่แน่นอน ขึ้นกับน้ำขึ้นน้ำลง ดินทรายแน่นหรือแข็ง แต่ที่แน่ๆ จะดูได้แค่ 3 ชม. แล้วน้ำก็จะขึ้นจนท่วมหมด

ใครจะไปคงต้องเช็คกันกับชมรมเรือท่องเที่ยวบ้านโคกไครก่อนว่าวันที่ท่านจะไปนั้น น้ำขึ้นลงตอนไหน รวมทั้งจองเรือด้วย เพราะเขามีเรือแค่ 3 ลำ อีกทั้งถ้านักท่องเที่ยวไปมาก ย่ำไปมาบนแนวทราย ผมว่าแทนที่ปูจะตอแหลโชว์เรา มันจะตกใจตายซะก่อน ยิ่งมันโง่ๆ ทำตาเหลือกตาโปนอยู่ด้วย ที่นี่จึงไม่เหมาะถ้ามีคนไปมากเกินไป (สนใจติดต่อไปก่อนครับที่ คุณสมพร สาระการ โทร 08 7886 0465 หรือสำนักงาน ททท.พังงา โทร. 07 6886 0465)

แล้วจะแปลกใจว่าเมืองเล็กๆ อย่างพังงา มีโชว์ปูแดงให้ดูด้วย แปลกดีครับ...

Tags : ปูมดแดง ตั้งเลน พังงา

Adsense

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement