กรุงเทพธุรกิจ

ad 1

Life Style : ท่องเที่ยว

วันที่ 14 พฤษภาคม 2555 09:00

หนีร้อนไปแอนตาร์กติกา

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

หน้าร้อนเมืองไทยปีนี้ ร้อนผิดปกติและร้อนยาวนาน บางวันอุณหภูมิแตะ 41 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว เราคงอยากเดินทางท่องเที่ยวที่ที่อากาศเย็นกว่านี้

อาทิตย์นี้จึงขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่มีอุณหภูมิเย็นฉ่ำ วิวทิวทัศน์สวยงามแปลกตาไม่เหมือนใคร และนักท่องเที่ยวน้อยไม่พลุกพล่าน นั่นก็คือ ทวีปแอนตาร์กติกา ที่ตั้งอยู่ขั้วโลกใต้ ดินแดนแห่งภูเขาน้ำแข็งและกราเซียร์อันเลื่องชื่อนั่นเอง

แอนตาร์กติกา มีพื้นที่ 14 ล้านตารางกิโลเมตร และใหญ่เป็นอันดับที่ 5 ของโลก รองจากเอเชีย แอฟริกา อเมริกาเหนือและใต้ พื้นที่กว่า 98 เปอร์เซ็นต์ปกครองด้วยน้ำแข็งที่หนากว่า 1.6 กิโลเมตร หลายคนเรียกทวีปสุดท้ายของโลกเพราะตั้งอยู่ใต้สุด

ที่นี่เป็นสถานที่หนึ่งที่เชื่อกันว่า ควรได้ไปเยือนก่อนโลกจะแตกในปีนี้ตามคำทำนายของชาวมายา บริษัทท่องเที่ยวเฟิร์สช้อยส์ของอังกฤษทำแบบสำรวจแหล่งท่องเที่ยวและพบว่าทวีปแอนตาร์กติกาติด 1 ใน 5 ทวีปที่คนต้องการไปก่อนโลกแตก

ศาสตราจารย์แอนดรูว์ เมอร์เร่ย์ ชาวอังกฤษวัย 34 ปี ผู้หลงใหลการท่องเที่ยวแบบผจญภัยมายาวนาน เล่าว่า เขาจ่ายเงินประมาณ 180,000 บาท (3,600 ปอนด์) สำหรับการเดินทางไปแอนตาร์กติกา 10 วัน ในช่วงคริสต์มาสที่ผ่านมา ราคานี้ยังไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบินจากลอนดอนไปอาร์เจนตินาเพื่อขึ้นเรือครุยส์

“เมื่อผมตัดสินใจจองทริป ผมถามตัวเองว่า ผมทำอะไรลงไป เพราะมันแพงมาก แต่เมื่อไปถึง ผมไม่เสียดายเงินเลยเพราะมันคุ้มค่าจริงๆ”

ที่นั่นเขาได้นอนใน "อิกลู" ซึ่งสร้างขึ้นจากน้ำแข็งท่ามกลางภูเขาน้ำแข็ง ได้เห็นการให้อาหารวาฬหลังค่อมเกือบ 50 ตัว และได้เห็นนกเพนกวิน สัตว์ประจำถิ่นของแอนตาร์กติกาแบบใกล้ชิดด้วย

ทวีปนี้ไม่มีคนอาศัยอยู่ถาวร ส่วนใหญ่เป็นนักสำรวจ นักวิจัยและเจ้าหน้าที่ประจำสถานีจากประเทศต่างๆ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาจากอเมริกา ออสเตรเลีย เยอรมันและอังกฤษ ตัวเลขนักท่องเที่ยวน้อย ซึ่งน่าจะมีสาเหตุจากค่าใช้จ่ายการเดินทางที่สูงเพราะสามารถไปได้ด้วยเรือครุยส์เท่านั้น และการเดินทางใช้เวลาหลายวัน

ตัวเลขนักท่องเที่ยวปี 2554-2555 คือ 25,320 คน ลดลง 25 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อน เพราะปัญหาเศรษฐกิจ สำหรับปีหน้าประมาณกันว่า จำนวนน่าจะมากขึ้นประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ยังน้อยกว่าช่วงปี 2551 ซึ่งตัวเลขนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 46,300 คน

แต่ในปีนี้ การท่องเที่ยวแอนตาร์กติกาก็ได้ตัวช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยว เช่น นิทรรศการเกี่ยวกับโรเบิร์ต สก็อต ชาวอังกฤษ ซึ่งจัดขึ้นที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในปี 2454 สก็อตเดินทางสู่ขั้วโลกใต้โดยหวังจะเป็นมนุษย์คนแรกที่พิชิตขั้วโลกใต้ แต่เขาทำไม่สำเร็จโดยพ่ายแพ้ต่อทีมที่นำโดยโรอัลล์ เอมันด์เซน ชาวนอร์เวย์ ไปแค่ 33 วันเท่านั้น เขาเสียชีวิตอีก 1 ปีต่อมาระหว่างเดินทางกลับ

นิทรรศการจัดแสดงอิกลูที่เขาอยู่ขนาดเท่าของจริง ไข่นกเพนกวินจักรพรรดิที่ทีมของเขาเก็บได้ในปี 2454 มีคนกว่า 50,000 คน เข้าชมนิทรรศการนี้ ทิโม เซ็คฮอร์น โฆษกบริษัทท่องเที่ยวโวล์เตอร์ส กล่าวว่า มีคนที่มานิทรรศการนี้แสดงความสนใจจะไปเที่ยวแอนตาร์กติกา และน่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวน่าจะเพิ่มขึ้นในปีหน้าเพราะทริปอย่างนี้ต้องมีการวางแผนล่วงหน้า

นอกจากนี้ ดินแดนแห่งทุ่งน้ำแข็งนี้ได้รับความสนใจมากขึ้นหลังจากรายการดิสคัฟเวอรี่แชนแนลออกอากาศ ซีรีส์สสารคดีชื่อ Frozen Planet เกี่ยวกับพื้นที่ขั้วโลกเมื่อเดือนมีนาคม โฆษกบริษัททัวร์อเบอร์ครอมบี้แอนด์เค้นท์ กล่าวว่า มีผู้สนใจโทรศัพท์สอบถามเรื่องทัวร์แอนตาร์กติกามากกว่า 250 คน หลายคนบอกว่า สนใจหลังจากได้ดูสารดีชุดนี้ และกว่า 100 คนตัดสินใจจองทัวร์กับบริษัท

บริษัท Polar Expedition จัดทริปไปแอนตาร์กติกาโดยจัดหลายราคาตั้งแต่ 128,500 จนถึง 800,000 บาท กลุ่มนักท่องเที่ยวปัจจุบันมักมาเป็นคู่และเดี่ยว มีตั้งแต่แบบซำเหมาและเศรษฐี แตกต่างจากนักท่องเที่ยวในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งมักเป็นชาวอเมริกันที่เกษียณอายุแล้ว บริษัทหวังว่าจะทำตลาดกับกลุ่มครอบครัวให้มากขึ้น

เนื่องจากดินแดนนี้ไม่ได้เป็นของประเทศไหนทำให้การดูแลสิ่งแวดล้อมและอื่นๆ ยังไม่ดีเท่าที่ควร องค์กรเอกชนและเอ็นจีโอต่างเรียกร้องให้มีการออกระเบียบเกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่นี่มากขึ้นเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม

นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปเยือนดินแดนแห่งภูเขาน้ำแข็งนี้ได้โดยเรือครุยส์ ซึ่งสามารถซื้อทัวร์ได้จากหลายประเทศในอเมริกาใต้ เช่น อาร์เจนตินา โดยไม่ต้องใช้วีซ่าในการเดินทางเข้าแอนตาร์กติกา แต่อาจต้องเตรียมวีซ่าสำหรับบางประเทศที่เรือเข้าเทียบท่า

..............................
ที่มา : รอยเตอร์ส ยูเอสเอ ทูเดย์  เดอะอินดีเพนเด้นซ์

Tags : แอนตาร์กติกา

Adsense

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement