กรุงเทพธุรกิจ

ad 1

Life Style : ท่องเที่ยว

วันที่ 10 เมษายน 2554 07:00

รหัสลับปารีส

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

หลายครั้งที่เดินทางท่องเที่ยวไปในโลกกว้าง เราอาจไม่เคยรู้เลยว่าสถานที่แห่งนั้นมีความลับซ่อนอยู่

ในหนังสือ  “Paris Revealed: The Secret Life of a City” ของสตีเฟ่น คลาร์ก ซึ่งวางแผงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้เปิดเผยความลับ 10 อย่างของปารีส มหานครแห่งฝรั่งเศสที่คนไม่เคยรู้


 1. ถ้าคุณไปเที่ยวที่พิพิธภัณฑ์ลูฟว์ ขอแนะนำให้ระมัดระวังในการถ่ายรูป เพราะใครที่ต้องการมาถ่ายทำภาพยนตร์ที่ลานภายในลูฟว์จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้ ไอ. เอ็ม. เป สถาปนิกชาวจีน-อเมริกันผู้ออกแบบ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมภาพยนตร์ที่ถ่ายทำในปารีสถึงมีหลายฉากที่ถ่ายทำในตึกเก่าต่างๆ ที่ไม่ต้องเสียค่าสถานที่


 2. ใครจะรู้บ้างว่าสถานที่สำคัญหลายแห่งของปารีสถูกออกแบบโดยชาวอังกฤษ เช่น น้ำพุวอลเลซ ซึ่งสร้างขึ้นในปลายศตวรรษที่ 19 ถูกสร้างขึ้นโดย  ริชาร์ด วอลเลซ ชาวอังกฤษผู้ใจบุญที่ต้องการให้ชาวปารีสได้ดื่มน้ำที่สะอาดจึงออกค่าติดตั้งระบบน้ำสะอาดให้กับเมือง ตอนนั้นคนส่วนใหญ่ดื่มน้ำจากแม่น้ำแซนน์ซึ่งเป็นแหล่งระบายสิ่งปฏิกูลหลักของเมืองด้วย จึงเป็นที่เข้าใจได้ว่าทำไมหลายคนถึงเลือกที่จะดื่มไวน์ราคาถูกแทนน้ำ


 3. ชื่อถนนในปารีสมักจะบ่งบอกถึงประวัติศาสตร์เล็กๆ น้อยของเมือง ป้ายชื่อถนนบางแห่งจะมี 2 ป้าย นั่นเป็นเพราะว่าพอข้าราชการเปลี่ยนใจเรื่องความสูงของตำแหน่งที่ติดป้าย คนงานก็ติดป้ายใหม่เข้าไปโดยไม่ได้เอาป้ายเก่าออก หรือชื่อถนนบางแห่งมีทั้งชื่อบนป้ายสีน้ำเงินและชื่อที่แกะสลักบนหิน ชื่อบนป้ายสีน้ำเงินเป็นชื่อที่ถูกต้อง ส่วนชื่อที่สลักบนหินเป็นชื่อเก่า เนื่องจากถนนหลายสายถูกเปลี่ยนชื่อหลังการปฏิวัติฝรั่งเศส


 4. เชื่อหรือไม่ว่าคนที่เป็นต้นตำรับของแฟชั่นหรูหราแห่งปารีสคือ ชาร์ลส์ เวิร์ธ พ่อค้าขายผ้าชาวอังกฤษจากลินคอนไชร์ ซึ่งไปเปิดร้านขายเสื้อผ้าที่ถนนเดอ ลา เพค ในปี 2401 และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของแฟชั่นหรูของคนฝรั่งเศส เพราะแทนที่ร้านของชาร์ลส์จะรับตัดเสื้อผ้าเหมือนร้านอื่นๆ เขายังออกแบบชุดเสื้อคลุมยาวของผู้หญิงและให้คำแนะนำพวกสาวๆ ว่ามันคือเทรนด์แฟชั่นอนาคต ชาร์ลส์ได้รับการยอมรับจากโรงเรียนแฟชั่นของฝรั่งเศสว่าเป็นเจ้าพ่อแฟชั่นชั้นสูงตัวจริง


 5. พนักงานเสิร์ฟชาวปารีสเป็นบุคคลที่นักท่องเที่ยวไม่ควรจะไปกวนอารมณ์ ถ้าพวกเขาถามคุณว่าพร้อมจะสั่งอาหารหรือยัง ถ้าปากคุณบอกว่าพร้อมแต่มีท่าทีลังเล คุณจะถูกปล่อยให้นั่งรอไปอีกประมาณ 15 นาที และถ้าคุณมาเพียง 2 คนแต่เลือกนั่งโต๊ะที่มี 4 ที่ คุณก็จะถูกหาว่านับเลขไม่เป็น


 6. ปารีสชอบบอกว่าตัวเองเป็นเมืองที่รักษาความเป็นประวัติศาสตร์ไว้อย่างดี แต่ความจริงแล้วมันใช้พลังงานมหาศาลในการทำลายสถาปัตยกรรมเก่าแก่ของตัวเอง บารอน โอสมานน์ ผู้นำการพัฒนาผังเมืองและตึกรามบ้านช่องของปารีสในปลายศตวรรษที่ 19 สั่งทุบตึกเก่าไม่เว้นแม้กระทั่งบ้านเกิดของตัวเอง แนวคิดการปรับปรุงนครปารีสเกิดขึ้นหลังจากจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 กลับมาจากอังกฤษ เพราะพระองค์ประทับใจความสวยงามของเซาท์พอร์ต เมืองชายทะเลซึ่งอยู่ใกล้เมืองแมนเชสเตอร์มาก


 7. ย่านมองมาร์ตเคยเป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตของหนุ่มสาวชาวปารีส แต่ตอนนี้พวกเขาย้ายไปรวมตัวกันที่แม่น้ำวิลเล็ตต์ ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของเมือง คนปารีสชอบไปปิกนิก ดื่มไวน์และเบียร์กันที่นี่โดยเฉพาะช่วงที่อากาศกำลังสบาย 


 8. ปารีสเป็นเมืองที่ชอบการเปลี่ยนแปลง เฮ็คเตอร์ กุยมาร์ กลายเป็นสถาปนิกชื่อดังชาวฝรั่งเศสหลังจากที่ออกแบบซุ้มประตูโลหะทางลงสถานีรถไฟใต้ดินในปารีส 141 แห่งในศตวรรษที่ 20 งานของเขาซึ่งเป็นศิลปะแนวอาร์ต นูโว ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าน่าเกลียดและอีโรติคเกินไป  ผลงานเกือบครึ่งหนึ่งถูกทำลายหรือทุบทิ้ง


 9. เรามักจะไม่ค่อยเห็นชาวปารีสนั่งจิบกาแฟอยู่ในคาเฟ่ริมถนน ซึ่งอาจเป็นเพราะว่าราคาค่อนข้างแพงหรือเพราะความเฉื่อยชาของพนักงานเสิร์ฟที่กว่าจะเดินมารับออเดอร์ของลูกค้าได้ก็ปาเข้าไปครึ่งชั่วโมง ถ้าคุณต้องการสั่งกาแฟ ขอแนะนำว่าอย่าสั่งคาปูชิโน่ แต่ให้สั่งเอสเพรสโซ่ อเมริกาโน่หรือคาเฟ่โอเลทหรือกาแฟใส่นมแทน เพราะไม่เช่นนั้นคุณอาจจะถูกย้อนโดยพนักงานเสิร์ฟว่า “คุณคิดว่าที่นี่คือซานฟรานซิสโกหรือไง”


 10. ลูฟว์ไม่ใช่สถานที่แห่งเดียวในปารีสที่เป็นสถานที่แสดงผลงานศิลปะ เพราะที่พิพิธภัณฑ์ออเซย์ ซึ่งอดีตเป็นสถานีรถไฟก็เป็นแหล่งรวมศิลปะแนวอิมเพรสชั่นนิสม์ชั้นเยี่ยม อย่างภาพวาดฝีมือของคล็อด โมเน่ต์ จำนวนมากก็ถูกนำมาแสดงที่นี่


..................


ที่มา : เว็บไซต์เดลี่ เทเลกราฟ

 

Tags : ปารีส

advertisement

advertisement

advertisement

advertisement