กรุงเทพธุรกิจ

ad 1

Life Style : ท่องเที่ยว

วันที่ 29 สิงหาคม 2553 01:00

คินาบาลู บทเรียนจากภูเขา

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ไม่นึกไม่ฝันว่าครั้งหนึ่งในชีวิตจะได้เดินทางไป “พิชิต” ปลายยอดบนภูสูงแห่งเกาะบอร์เนียวที่มีนามว่า “คินาบาลู”

 “บ้านแห่งจิตวิญญาณของคนตาย” ซึ่งเป็นข้อความอรรถาธิบายถึงชื่อเรียกขานดั้งเดิมของผาภูแห่งนี้ผมได้พบที่พิพิธภัณฑ์ซาบาห์ขณะเดินเที่ยวรอให้ถึงวันออกเดินทางเข้าสู่ภูเขาที่ เมือง โกตาคินาบาลู (Kota Kinabalu) ห่างจากอุทยานแห่งชาติคินาบาลู ไปราว 90 กิโลเมตร ช่างเป็นคำเรียกขานที่น่าพรั่นพรึงเสียนี่กระไร
 

การเดินทางไปเยือนอุทยานแห่งชาติซึ่งเป็นมรดกโลกของมาเลเซียซึ่งตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียวแห่งนี้มิใช่เรื่องยุ่งยาก เราอาจจะจับรถไฟหรือนั่งเครื่องบินตรงไปลงยังกรุงกัวลาลัมเปอร์เสียก่อน จากนั้นก็นั่งเครื่องบินตรงลงที่เมืองหลวงของรัฐซาบาห์ (โกตา คินาบาลู) เพื่อชื่นชมทัศนียภาพของเทือกเขาและยอดสูงรูปทรงเป็นเอกลักษณ์ขนาดนำมาสถิตเอาไว้บนธงประจำรัฐ ซึ่งประกอบด้วยที่ทำการย่อยต่างๆ รอบอุทยานแห่งที่มีชื่อว่า ทิมโปฮอน (Timpohon) เป็นที่ตั้งของรีสอร์ท ร้านอาหาร และศูนย์แสดงนิทรรศการ ซึ่งนักปีนเขาและผู้มาเยี่ยมชมที่ต้องการค้างคืนภายในอุทยานจะต้องลงทะเบียนที่ที่ทำการเสียก่อน ด่านเมอร์สิเลา (Mesilau Nature Resort) และสวนพฤกษศาสตร์ (Mount Kinabalu Botanical Garden) ที่ Kundasang
 

การจองที่พักบนยอดเขานั้นนับเป็นสิ่งที่ต้องกระทำหากว่าต้องการเดินขึ้นคินาบาลู แต่ก็เป็นเรื่องยุ่งยากและต้องการระยะเวลาเผื่อไว้ในการจัดการล่วงหน้านานพอดู เนื่องจากการจัดการอุทยานฯ ของมาเลเซีย (โดยเฉพาะที่คินาบาลู) นั้นใช้วิธีให้เอกชนสัมปทานจัดการในการควบคุมปริมาณนักท่องเที่ยวและการออกกำหนด การจัดเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ และข้อกำหนดที่ว่านี้ก็ยังรวมถึงการเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับไกด์และลูกหาบ (Guide and Porter Fees)

ค่าธรรมเนียมและประกันภัยกรณีเดินเขา ค่าที่พักของกระท่อมหรือจุดพักแรมบนเขา ซึ่งรวมความแล้วก็เป็นจำนวนเงินหลายพันบาทเลยทีเดียว (ที่พักบนคินาบาลูติดต่อได้ทางอินเทอร์เน็ต ที่ Sutera Sanctuary Lodges เว็บไซต์ : www.suterasanctuarylodges.com อีเมล : infor@suterasanctuarylodges.com)
 

อุทยานฯ คินาบาลูสถาปนาเป็นอุทยานฯ ในปี 2507 มีพื้นที่ 754 ตารางกิโลเมตร ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกแห่งแรกของมาเลเซียเมื่อเดือนธันวาคม 2543 ถือว่าเป็นสถานที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก โดยแบ่งตามสภาพทางภูมิศาสตร์ออกเป็น 4 เขต ได้แก่ ป่าที่ราบต่ำ ป่าสนเขา ทุ่งหญ้าบนที่สูง และพุ่มไม้บนยอดเขา บริเวณภูเขาเป็นแหล่งที่พบกล้วยไม้และพืชกินแมลงหลายสายพันธุ์ สายพันธุ์ที่มีชื่อเสียงคือ Nepenthes rajah (หม้อข้าวหม้อแกงลิงยักษ์) และยังเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ประจำถิ่นอีกมากมาย เช่น ลิงอุรังอุตัง ปลิงแดงยักษ์คินาบาลู ไส้เดือนยักษ์คินาบาลู นกเขียวก้านตองปีกสีฟ้าคินาบาลู
 

เอกลักษณ์ของ คินาบาลู (เท่าที่ปรากฏบนใบประกาศที่ทางอุทยานฯ มอบให้แก่ผู้เดินเขาที่ขึ้นไปถึงยอดเขา) นั้นพบว่ามีต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงยักษ์ กล้วยไม้และดอกบัวผุด (Rafflesia) แต่ลูกราสเบอร์รีป่าสีแดงที่ไกด์เด็ดยื่นให้เราเข้าปากเคี้ยวเล่นได้คลายความเหนื่อยล้าขณะเดินเขา ต้นไม้ที่มีลำต้นขนาดย่อมๆ บิดคดเป็นเกลียวเพราะยืนต้านลมบนภูเขาดูเหมือนฝีแปรงของจิตรกรในภาพเขียนอิมเพรสชั่นนิสม์ล้วนมีความน่าประทับใจ เช่นเดียวกับความเขียวขจีและร่มรื่นท่ามกลางผืนป่าใหญ่โตอลังการที่ผู้เดินเขาจะสัมผัสได้ทุกย่างก้าวที่ค่อยๆ ป่ายปีนขึ้นไป

ถ้าไม่นับยอดเขาฟานซีปาน (Fansipan) ทางตอนเหนือของเวียดนาม (สูง 3,143 เมตร) ซึ่งเป็นยอดเขาที่เราสามารถเดินขึ้นไปบนยอดเขาได้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว ที่คินาบาลูก็มียอดเขาที่สามารถเดินขึ้นโดยที่ไม่ต้องการออกซิเจนหรือเครื่องช่วยหายใจใดๆ ต้องการเพียงเชือกและอุปกรณ์ในการป่ายปีน ถุงมืออุ่นๆ หมวก เสื้อกันหนาว ไฟฉายส่องทางเรี่ยวแรงและพละกำลังกายใจที่ถึงพร้อม เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

การออกเดินทางตั้งแต่ยังไม่รุ่งสางในตอนเกือบๆ จะสามนาฬิกาเพื่อเร่งทำเวลาให้ไปชมตะวันขึ้นบนยอดเขาในตอนก่อนเจ็ดนาฬิกานั้นถือได้ว่าเป็นประสบการณ์การเดินขึ้นเขาที่เร่งรัดขณะเดียวกันก็ยังเข้มข้นด้วยรสชาติและเนื้อหาของการเอาชนะใจตัวเองในหลายๆ ด้าน นอกจากความหนาวเย็นและความเหนื่อยล้าสารพัด เพราะเมื่อได้ขึ้นไปสัมผัสปลายยอดบนสุดที่ประกอบด้วยยอดเขาสูงสารพัดกว่าเจ็ดยอด ไม่ว่าจะเป็น ยอดหูลา (Donkey’s Ears) Ugly Sister’s ยอดเซาท์พีค (South Peak) ที่งดงาม ยอดโลว์ส พีค (Low’s Peak) ที่สูงที่สุดในระดับความสูง 4,092.5 เมตรจากระดับน้ำทะเล หลังจากชื่นชมทัศนียภาพจนหายเหนื่อยแล้วพอสายก็จะต้องดุ่มเดินกลับลงมาทันที เพราะที่พักบนเขาอันจำกัดให้พักได้เพียงคืนเดียวเท่านั้น

ตอนแรกผมนึกขอบคุณและหลงเข้าใจว่ายังดีที่ชื่อของเขาลูกนี้ยังสามารถคงชื่ออันเป็นชื่อท้องถิ่นเอาไว้ แต่แล้วเมื่อดูชื่อของปลายยอดสูงที่สุดกลับกลายเป็นชื่อเป็นของฝรั่งตาน้ำข้าวซึ่งเป็นนักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษเป็นเจ้าข้าวเจ้าของไปเสีย จากชื่อในภาษามาเลย์ของที่นี่คือ Taman Negara Kinabalu หรือ Gunung Kinabalu และยอดสูงสุดกลับได้ชื่อตามฮิวจ์ โลว์ว่า Low’s Peak
 

เบนสันซึ่งเป็นไกด์เดินเขาประจำตัวของผมในครานั้นถามขึ้นมาว่าต้องการใบประกาศว่าเดินขึ้นไปพิชิตยอดเขาคินาบาลูแล้วหรือไหม เขารับรองให้ได้เพราะผมเองไม่ได้ขึ้นไปถึงระดับปลายยอดที่มีหลักประกาศ ผมได้แต่ยิ้มและปฏิเสธความหวังดีของเบนสันไป ใช่ว่าไม่อยากจะได้ แต่ไม่อยากจะให้มีเรื่องราวที่น่าจดจำที่จะต้องรักษาเก็บงำในรูปของเอกสารกระดาษเสียมากกว่า
 

ยังมีหลายบทเรียนแต่ละย่างก้าวของการเดินขึ้นสู่ภูเขาสูงและย่ำเท้าเดินกลับลงมาเบื้องล่าง เพื่อปีนป่ายเอาชนะปัญหาและอุปสรรค ขณะเดียวกันเราก็ต้องหารอยยิ้มชื่นและคงหัวใจที่เบิกบานเอาไว้ให้ได้กับทุกย่างก้าวของการเดินขึ้นและลงจากภูเขาที่สูงยิ่งกว่าคินาบาลูที่มีชื่อว่า “ชีวิต”

Tags : คินาบาลู

advertisement

advertisement

advertisement