จับตากับการแข่งขันจักรยานทางไกล Tour de France ปีนี้ขี่จักรยานผ่านภูมิประเทศที่สวยงามของ 3 ประเทศ เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม และฝรั่งเศส
ฟุตบอลโลกที่ประเทศแอฟริกาใต้ จบลงอย่างสมบูรณ์เมื่อทีมฟุตบอลที่ดีที่สุดจาก 2 ประเทศจะพบกันในรอบชิงชนะเลิศ หลังจากนั้น โลกก็จะหันมาจับตากับการแข่งขันจักรยานทางไกล Tour de France สำหรับปีนี้นักแข่งจักรยานจากทั่วโลกจะขี่จักรยานผ่านภูมิประเทศที่สวยงามของ 3 ประเทศ โดยเริ่มต้นที่เนเธอร์แลนด์ แดนแห่งกังหันลม ผ่านมายังเบลเยียม เข้ามาที่ฝรั่งเศส ระยะทางทั้งหมดประมาณ 3,500 กิโลเมตร
การแข่งขันได้เริ่มต้นขึ้นแล้วตั้งแต่ 3 กรกฎาคมนี้ และจะสิ้นสุดลงในวันที่ 25 กรกฎาคม Tour de France เป็นการแข่งขันจักรยานที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก เป็นหนึ่งในสามรายการใหญ่ที่แข่งขันในยุโรปซึ่งรวมเรียกว่า แกรนด์ทัวร์ อีกสองรายการจัดขึ้นในอิตาลีและสเปน
การแข่งขันเกิดขึ้นครั้งแรกในฝรั่งเศส ปี 2446 โดยหนังสือพิมพ์ฝรั่งเศสชื่อโลโต้ (L'Auto) ประสบปัญหาขาดทุนจึงจัดแข่งจักรยานทางไกลเพื่อหารายได้และสู้กับหนังสือพิมพ์คู่แข่งอีก 2 ฉบับที่จัดการแข่งขันประเภทเดียวกัน
การแข่งขันครั้งนั้นจัดขึ้นระหว่าง 31 พฤษภาคม ถึง 5 กรกฎาคม โดยมีจุดสตาร์ทอยู่ที่ปารีส ผ่านลียง บอร์กโดส์ น็องส์และกลับมาที่ปารีส มีนักแข่งเข้าร่วมจำนวนถึง 60 คน แต่สามารถเข้าเส้นชัยได้เพียง 21 คน ความยากลำบากทำให้การแข่งขันเป็นที่รู้จักและสนใจ แต่ละปีมีผู้เข้าชมการแข่งขันตามสองฟากถนนระหว่างทางจำนวนมากมาย
ในปี 2453 เส้นทางการแข่งถูกปรับให้เข้าไปในเขตเทือกเขาแอลป์อันสวยงามแต่คดเคี้ยว ปัจจุบันเส้นทางการแข่งขันจะผ่านทั้งเทือกเขาแอลป์ ทางตะวันออก และเทือกเขาพีเรนีสทางใต้ของฝรั่งเศสที่มีธรรมชาติตระการตา
การแข่งมักจัดขึ้นในเดือนกรกฎาคมของทุกปีซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อนของทวีปยุโรป คนยุโรปที่ไม่ได้ไปตากอากาศที่ไหนก็มักจะเฝ้าหน้าโทรทัศน์เพื่อดูการถ่ายทอดสดการแข่งขัน เดือนนี้อากาศกำลังสบายเหมาะกับการขี่จักรยาน แต่บางปี อากาศร้อนจัด ผู้เข้าแข่งขันที่ต้องขี่จักรยานเป็นระยะทางไกลก็มักประสบปัญหาจากอากาศร้อน ดังนั้นพวกเขาต้องมีร่างกายแข็งแรงอย่างมาก นอกจากนี้เส้นทางที่ใช้ในการแข่งล้วนแต่อันตรายเพราะเป็นทางโค้ง ทางชันขึ้นเขาลงเขา เป็นที่มาของอุบัติเหตุหลายครั้งและทำให้นักกีฬาถึงขั้นเสียชีวิต เช่น ล้มจนศีรษะกระแทกโขดหิน เป็นต้น
ปัจจุบัน จุดสตาร์ทจะเปลี่ยนแปลงไปไม่เหมือนกันในแต่ละปี ส่วนใหญ่จะเป็นประเทศรอบๆ ฝรั่งเศส ปีนี้เส้นชัยอยู่ที่ ประตูชัย (Arc de Triomphe) ของนครปารีส ประตูชัยนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นการสดุดีทหารฝรั่งเศสที่ได้ร่วมรบในสงครามนโปเลียน ทั้งยังเป็นสุสานของทหารนิรนามอีกด้วย
แต่ละทีมจะมีสมาชิกประมาณ 22 คน โดยเป็นนักกีฬา 9 คนซึ่งต้องช่วยกันในระหว่างแข่ง ที่เหลือเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคซึ่งจะขับรถตามขบวนไปตลอด ในช่วง 3 อาทิตย์ของการแข่ง นักแข่งจะพักได้ 2 วันเท่านั้น
จุดสนใจของการแข่งอีกประการหนึ่งคือสีเสื้อในแต่ละวัน การแข่งจะแบ่งเป็นช่วงและเก็บคะแนนสะสม ผู้ชนะในแต่ละช่วงจะได้รับเสื้อเพื่อสวมใส่ในวันต่อไป สีเสื้อของผู้ชนะแต่ละประเภทจะต่างกัน สีเหลืองสำหรับนักแข่งที่มีคะแนนรวมสูงสุด (สัญลักษณ์ของการแข่งจึงเป็นสีเหลือง) สีเขียวสำหรับผู้ชนะในแต่ละช่วง สีขาวลายจุดสีแดงสำหรับผู้ชนะในเขตภูเขา ซึ่งมีชื่อเรียกเฉพาะว่า "ราชาแห่งภูเขา" ส่วนสีขาวคือผู้มีคะแนนรวมสูงสุด ที่อายุน้อยกว่า 25 ปี
ชื่อ แลนซ์ อาร์มสตรอง นักแข่งจักรยานอเมริกันก็เป็นที่รู้จักจากการแข่งขันนี้เพราะเขาชนะเป็นแชมป์ถึง 7 สมัยติดต่อกัน เขาถูกขนานนามว่า “ราชาแห่งเสื้อเหลือง” เขาเคยเผชิญกับโรคมะเร็งและรอดมาได้ เขาเข้าแข่งขันในปีนี้ด้วย โดยประกาศว่าจะแข่งปีนี้เป็นปีสุดท้ายเพราะครอบครัวขอร้อง หากเขาชนะ เขาจะเป็นคนแรกและคนเดียวที่เป็นแชมป์ถึง 8 ครั้ง เมื่อปีที่แล้วเขาเข้าแข่งและได้ที่ 3
ครั้งนั้นเขาถูก ฟลอยด์ แลนดิส แชมป์ปี 2549 ออกมากล่าวหาว่าใช้สารกระตุ้นเพื่อชนะการแข่งขันและยังสอนให้นักกีฬาคนอื่นใช้ด้วย แลนดิสปูดเรื่องนี้หลังจากถูกตรวจพบว่าเขาเองก็ใช้สารกระตุ้น
สหพันธ์จักรยานสากลไม่ได้ริบตำแหน่งแชมป์แต่ขอให้เขาคืนเสื้อแชมป์เท่านั้นเอง เราคงต้องเฝ้าดูกันว่าอาร์มสตรองจะทวงตำแหน่งเป็นแชมป์คืนได้หรือไม่
ที่มา : บีบีซี เดอะ การ์เดี้ยน
Tags : การแข่งขันจักรยานทางไกล • Tour de France • โลกกลมจอแบน


