กรุงเทพธุรกิจ

Life Style : ท่องเที่ยว

วันที่ 5 พฤษภาคม 2553 01:00

แด่สต็อคโฮล์มที่รัก

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

รำลึกถึงความงดงามของดินแดนแห่งสต็อคโฮล์ม ผ่านบทเพลง

ย่างเข้าสู่ฤดูร้อนในยุโรป สีสันแห่งเสียงเพลงกำลังผลิบานไปทั่ว ในรูปรอยของเทศกาลดนตรีที่เคลื่อนไหวเหมือนดาวกระจายไปตามหัวมุมเมืองต่างๆ  ซึ่งกลายมาเป็นไลฟ์สไตล์อย่างหนึ่งของผู้คน ทั้งประชากรท้องถิ่นและบรรดานักท่องเที่ยวที่ต้องการผจญภัยกับความแปลกใหม่ทั้งหลาย

นอกจากเมืองอย่าง ปารีส, ร็อตเตอร์ดัม และ โคเปนเฮเกน แล้ว สต็อคโฮล์ม เป็นอีกเป้าหมายหนึ่งที่นักเดินทางทั้งหลายใฝ่ฝันจะไปเยือน บางคนเดินทางไปถึงแล้ว แต่ก็ไม่วายจะไปสัมผัสบรรยากาศอบอุ่นของสแกนดิเนเวียอีกสักครั้ง

คอวรรณกรรมรู้จักสต็อคโฮล์มดี ในฐานะเมืองแจกรางวัลโนเบลอันทรงคุณค่า ส่วนแฟนเพลงที่นิยมเครื่องเสียงจำนวนไม่น้อย รู้ดีว่าอัลบั้ม Jazz at the Pawnshop ที่ถือเป็นของรักในดวงใจบันทึกเสียงสดๆ ในร้าน Stampen ในย่านเมืองเก่าของเมืองนี้ เมื่อปี ค.ศ. 1976 อันเป็นปีเดียวกันกับที่วงพญาอินทรีแห่งสหรัฐ ดิ อีเกิลส์ ทำเพลง Hotel California ขึ้นมาสร้างเรตติ้งในหมู่ละอ่อนคันทรีร็อค

สต็อคโฮล์ม จัดเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและเป็นเมืองหลวงของสวีเดน ตั้งอยู่ทางชายฝั่งตะวันออกของสวีเดน ณ ที่ซึ่งทะเลสาบมาลาเรน บรรจบกับทะเลบอลติค โดยที่นี่เป็นศูนย์กลางทางการเมืองและเศรษฐกิจมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 ปัจจุบัน ตัวเมืองมีประชากรอาศัยอยู่ราว 8 แสนคน เป็นเมืองขนาดกำลังดีที่มีเสน่ห์ในตัวเอง โดยเฉพาะในย่านเมืองเก่า

ประชากรส่วนมากของสต็อคโฮล์มทำงานในภาคบริการ ในรอบหลายปีที่ผ่านมา มีงานในระดับเทคโนโลยีขั้นสูง เพราะที่นี่มีสำนักงานของกิจการชื่อดังตั้งอยู่ ไม่ว่าจะเป็น ไอบีเอ็ม , อีริคสัน และอิเล็กโทรลักซ์

สำหรับคนท้องถิ่นสต็อคโฮล์มแล้ว พวกเขามี Dear Old Stockholm เป็นเพลงโฟล์คเก่าแก่ที่ร้องขับขานมานาน ทำนองที่คุ้นหูซึมแทรกอยู่ในดีเอ็นเอแทบทุกอณู เช่นเดียวกันกับที่คนลาวมีเพลง ดวงจำปา หรือคนเมืองล้านนามีเพลง น้อยไจยา เป็นเพลงประจำถิ่นฐานของพวกเขา
 

Dear Old Stockholm เป็นชื่อเพลงในภาคภาษาอังกฤษของเพลงโฟล์คซองสวีดิช ที่ชื่อ Ack Varmeland Du Skona / Varmlandsvisan ซึ่งอาจจะแปลอย่างหยาบๆ ได้ว่า Oh Varmland Thou Art Beautiful  ซึ่ง Varmeland เป็นพื้นที่โบราณคดีสถานที่อยู่ในฝั่งตะวันตกตอนกลางของประเทศสวีเดน

เพลงนี้แต่งโดยชาววอร์มแลนด์ นาม ดีน แอนเดรส์ ฟริเซลล์ (Dean Andres Fryxell) สำหรับมิวสิเคิลเรื่อง Vermlandsflickan หรือ The Varmlandian Girl ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากบทละคร Varmlanningarna หรือ The Varmlandians ของ F.A. Dahlgren เมื่อปี ค.ศ.1846 ซึ่งกลายมาเป็นเพลงที่คนสวีดิชคุ้นหูและบรรเลงบ่อยครั้ง ประมาณเดียวกันกับเพลง เดือนเพ็ญ ของ อัสนี พลจันทร์ ในบ้านเรา

ด้วยแนวทำนองเก่าแก่ โมทิฟในบางท่อนของเพลงจึงชวนให้ระลึกถึงทำนองที่ปรากฏอยู่ในงานเพลงซิมโฟนิคโพเอม  Vltava หรือ The Moldau ของ สเมทานา เช่นเดียวกันกับเพลง Hatikva ซึ่งเป็นเพลงชาติของอิสราเอล

เป็นที่สังเกตว่าชื่อภาษาอังกฤษ Dear Old Stockholm เป็นที่รู้จักในหมู่ภายนอกประชาคมสวีดิชจากการนำเพลงนี้มาบรรเลงใหม่โดยศิลปินแจ๊สชาวอเมริกัน ไม่ว่าจะเป็น สแตน เก็ทซ์, ไมล์ส เดวิส และ จอห์น โคลเทรน

สาเหตุที่ศิลปินชาวอเมริกันหยิบเพลงพื้นบ้านสวีดิชมาบรรเลง ผู้สันทัดกรณีให้ความเห็นว่าอาจจะเป็นเพราะยุคสมัยหนึ่ง นักดนตรีเหล่านี้เดินทางไปแสดงสดในแถบประเทศสแกนดิเนเวีย จึงจำเป็นต้องเลือกหาเพลงท้องถิ่นมานำเสนอให้ต้องตรงตามรสนิยมของคนที่นั่น (เช่นเดียวกันกับเพลงอื่นๆ เช่น Mack The Knife เป็นต้น)

และนับเป็นเรื่องน่ายินดีที่พื้นฐานโดยธรรมชาติของเพลงนี้ เหมาะสมสำหรับการแสดงอิมโพรไวเซชั่นที่เปิดพื้นที่ให้แก่การโซโล่อย่างเต็มที่ เราจึงมีเพลงรำลึกถึงความงดงามของดินแดนแห่งสต็อคโฮล์ม ที่ฟังเมื่อไหร่ก็อยากไปเยือนที่นั่นทุกครั้ง.

Tags : Somewhere Out There Dear Old Stockholm

advertisement

advertisement

advertisement