เมื่อเร็วๆ นี้สำนักพิมพ์ผู้จัดทำหนังสือคู่มือท่องเที่ยว "โลนลี่ แพลเน็ต" (Lonely Planet) ได้จัดให้เมืองซาราเจโว (Sarajevo) เมืองหลวงของประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา เป็นหนึ่งในสิบเมืองที่น่าท่องเที่ยวที่สุดในโลก ประจำปี ค.ศ. 2010
ที่จริงซาราเจโวเคยเป็นเมืองที่เกิดสงครามการเมืองระหว่าง ปี ค.ศ.1992-1995 เกิดความขัดแย้งระหว่างคนสามเชื้อชาติ หลังจากความล่มสลายของอดีตสหภาพโซเวียต เมื่อ ค.ศ.1991 สาธารณรัฐที่เคยรวมกันในยูโกสลาเวียแยกตัวออกเป็นอิสระ คือ สโลวีเนียและโครเอเชีย ต่อมาได้เกิดการเคลื่อนไหวของบอสเนียเพื่อแยกตัวออกจากการเป็นรัฐรวมบอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนา ในขณะที่ชาวโครแอตและมุสลิมก็ต้องการแยกตัวออกมาบ้าง ในที่สุดสหประชาชาติได้เข้ามาไกล่เกลี่ยทำให้สงครามกลางเมืองยุติลงในปี ค.ศ. 1995 ให้แต่ละฝ่ายมีเขตการปกครองเป็นของตนเอง และมีรัฐบาลกลางและสถาบันกลางอื่นๆ ร่วมกัน
บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป ไม่มีทางออกทะเลมีพรมแดนติดกับสาธารณรัฐโครเอเชีย สาธารณรัฐเซอร์เบีย และสาธารณรัฐมอนเตเนโกร กรุงซาราเจโว ซึ่งเป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางของประเทศนั้น แม้จะมีร่องรอยจากสงครามอยู่บ้าง แต่ก็เป็นเมืองเก่ามีศิลปวัฒนธรรมอันหลากหลาย เป็นจุดหมายที่ควรค่าแก่การไปเยือน
ศิลปวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมต่างๆ ในกรุงซาราเจโว ได้รับอิทธิพลมาจาก 3 ยุค คือ ยุคของจักรวรรดิออตโตมัน ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งเมืองซาราเจโวขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1450 จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี ที่บูรณะซ่อมแซมเมืองขึ้นมาใหม่ หลังพ่ายสงคราม เมืองถูกเผาทำลายจนได้รับความเสียหายอย่างหนัก และยุคที่อยู่ภายใต้การปกครองของ ยูโกสลาเวีย หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งถูกผนวกอยู่ในยูโกสลาเวีย นับเป็นช่วงเวลาที่บอบช้ำอย่างหนักทั้งจากสงครามโลกครั้งที่ 2 และสงครามบอสเนีย
หลังจากสงครามบอสเนียสิ้นสุดลง เมื่อปี ค.ศ. 1995 ซาราเจโวได้รับการบูรณะใหม่ทันที กระทั่งปี ค.ศ. 2003 พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองจึงถูกซ่อมแซมและบางส่วนสร้างขึ้นใหม่ให้คล้ายของเดิมได้แล้วเสร็จ นอกจากย่านเมืองเก่าแล้ว ซาราเจโวในปัจจุบันเต็มไปด้วยอาคารสำนักงานอันทันสมัยและตึกระฟ้า เป็นเมืองที่มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย งดงามและเป็นดินแดนแห่งวัฒนธรรมที่หลากหลายอยู่ในความสนใจของนักเดินทาง นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางไปเยือนมอสทาร์ เมืองเก่าที่ยูเนสโก ยกให้เป็นมรดกโลกของบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาอีกด้วย
ในภาพยนตร์ The Hunting Party (2007) จับเอาเหตุการณ์หลังสงครามกลางเมืองสงบแล้ว 'ไซมอน ฮันท์' (ริชาร์ด เกียร์) อดีตนักข่าวโทรทัศน์ผู้ผ่านงานในสมรภูมิข่าวสงครามมามากมาย
เขาและคู่หูช่างภาพ 'ดั๊ก' (เทอเรนซ์ เฮาเวิร์ด) ที่ปัจจุบันกลายเป็นฝ่ายบริหารในสถานีไปแล้ว แต่ 'ฮันท์' กลับตกต่ำกระเด็นออกจากที่ทำงานเก่า เนื่องจากเกิดสติแตกระงับอารมณ์ไม่อยู่ระหว่างรายงานข่าวโทรทัศน์
หลังสงครามกลางเมืองในบอสเนียยุติลง 5 ปีต่อมา 'ดั๊ก' จำเป็นต้องหอบหิ้ว 'เบนจามิน สเตราส์' (เจสส์ ไอเซนเบิร์ก) เด็กหนุ่มวัยรุ่นผู้เพิ่งเรียนจบวิชาหนังสือพิมพ์ในฐานะเด็กฝึกงาน เพราะเบนจามินเป็นลูกชายผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ที่เขาสังกัด พวกเขาเดินทางไปรายงานข่าวที่ซาราเจโวด้วย ที่นั่น'ดั๊ก'พบกับ'ฮันท์' เพื่อนเก่าที่ต้องการกลับมาหาที่ยืนอย่างสง่างามในอาชีพอีกครั้ง
'ฮันท์'อ้อนวอนขอความช่วยเหลือจาก'ดั๊ก' เพื่อกลับสู่วงการอีกครั้ง เพื่อกู้ชื่อเสียงในอดีตและเหตุผลส่วนตัวอันเจ็บปวด โดยมีเป้าหมายการบุกไปสัมภาษณ์พิเศษ 'ราโดวัน คาราดิซ' อดีตผู้นำชาวเซิร์บผู้อยู่เบื้องหลังการสังหารหมู่ชาวมุสลิม อาชญากรที่โลกต้องการให้นำตัวมาลงโทษ
The Hunting Party กำกับและเขียนบทโดย ริชาร์ด เชพพาร์ด ซึ่งอ้างว่านำเค้าโครงมาจากเรื่องจริง แต่สิ่งที่ปรากฏกลับทำให้เรื่องจริงหมดความน่าเชื่อถืออ่อนด้อยด้วยเหตุผล กลายเป็นภาพยนตร์แนวตลกสนุกสนานหาแก่นสารแทบไม่ได้ เพียงแต่ว่าภาพยนตร์ถ่ายทำจากสถานที่เกิดเหตุจริงในบางสถานที่ทั้งในบอสเนียฯ และบางส่วนไปถ่ายทำในโครเอเชีย ส่วนตัวละคร ราโดวัน คาราดิซ ก็มีอยู่จริง แต่เพิ่งถูกจับกุมได้เมื่อปี พ.ศ. 2551
สงครามกลางเมืองในบอสเนียฯ จบสิ้นลง แม้ไม่อาจลืมความเจ็บปวดในอดีตได้ทั้งหมดแต่ชีวิตก็ดำเนินต่อไป ซาราเจโวกลับมามีชีวิตชีวาอยู่ในความสนใจของนักท่องเที่ยวอีกครั้ง ต่างจาก'กรุงเทพมหานคร' เมืองหลวงของสยามประเทศ ที่กำลังอยู่ในบรรยากาศสงครามการเมือง
จากเมืองที่มีเสน่ห์แห่งหนึ่งของโลก กลายเป็นเมืองที่ต่างชาติแนะนำให้หลีกเลี่ยง
...................................
Country : Bosnia and Herzegovina
Capital : Sarajevo
Population : 4,613,414
Film : The Hunting Party (2007)
Director : Richard Shepard
Cast : Richard Gere, Terrence Howard, Jesse Eisenberg
Tags : บอสเนีย • เฮอร์เซโกวีนา • The Hunting Party


