จากสนามบินฮิโรชิม่า นั่งรถโดยสารไปเมืองฟุคุยะมะ นั่งรถไฟเจอาร์สายตะวันตก มายังท่าเรืออูโนะ เพื่อข้ามมาเกาะนาโอะชิมะ
เรื่องราวการเดินทางยังไม่จบ เมื่อก้าวเท้าลง ณ ท่าเรือฮอนมูระ บนเกาะนาโอะชิมะ ในทะเลเซโตะไนไก เมืองคะงะวะ เวลาใกล้โพล้เพล้ ผู้โดยสารบนเรือ ต่างรีบแยกย้ายไปตามทางของตน เราได้พบการต้อนรับจากความเงียบสงบ ถึงขั้นสงัด... จากบรรยากาศของหมู่บ้านเล็ก ๆ ริมทะเล จากตารางรถโดยสารตรงท่าเรือนี้แล้ว ต้องนั่งรออีกถึงหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า เมื่อตรรกะแห่งความใคร่ครวญที่ไขว้เขวถูกนำมาใช้อีกครั้ง การตกลงใจจึงสรุปว่า จะเดินไปที่พักเอง ระหว่างเดินไปตามถนน หมู่บ้านสองข้างทางที่ฮอนมูระ คล้ายเป็นหมู่บ้านร้าง เงียบและไม่พบผู้คนแม้แต่คนเดียว เราเดินดุ่มไปตามถนนเลียบภูเขาเลาะชายฝั่งทะเลด้านซ้ายมือไปเรื่อย ๆ เวลาผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง อากาศเริ่มเย็นลงทุกที บรรยากาศรอบตัวกลายเป็นสีตุ่นเทา แม้ในที่สุดจะเจอคนบนถนน ที่สามารถถามทางได้ คำตอบที่ได้คือ ให้เดินไปเรื่อย ๆ ตามถนนแล้วจะถึงเอง ในที่สุดเราก็มีถึงที่พักเมื่อฟ้ามืดสนิท
ถ้ามีเกาะมหาสมบัติตามลายแทงขุมทรัพย์ เกาะนาโอชิมะ ก็คงเป็นเกาะมหาศิลปะตามลายแทงขุมทรัพย์ทางปัญญา เพราะเกาะนี้เป็นหมู่บ้านที่ผสมผสานระหว่างศิลปะร่วมสมัยและวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม รวมถึงธรรมชาติอันสงบและงดงาม ทั่วทั้งเกาะมีขุมศิลปะอยู่มากมายกระจายอยู่ตามบริเวณต่าง ๆ ตามเรื่องเล่าทั่วไปของเกาะมหาสมบัติ ผู้คนต้องดั้นด้น ค้นหา เพื่อให้ได้เจอสิ่งอันล้ำค่า เราก็เช่นกัน แม้จะได้สัมผัสกับศิลปะและบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของเกาะนาโอะชิมะ แต่ก็ต้องแลกกับอะไรบางอย่าง นั่นคือ ความหิว ตอนนี้เราอยู่แถวโกะทันจิ บริเวณกึ่งกลางของท่าเรือสองฟาก ระหว่างท่าเรือฮอนมูระและท่าเรือมิยะโนะอูระ คุยกับผู้ดูแลที่พักได้ความว่า จากที่พักร้านอาหารที่ใกล้ที่สุดต้องเดินไปอีกครึ่งชั่วโมง หรือเดินไปอีกฝั่งหนึ่งของเกาะใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง ส่วนที่ที่พักนั้นต้องสั่งอาหารไว้ตั้งแต่ตอนจอง!
แต่มิเป็นไร มีรถโดยสารที่ไปฝั่งมิยะโนะอูระจะมาในอีกสิบ15 นาทีนี้ และอย่าลืมกลับมาให้ทันรถเที่ยวสุดท้ายตอนสองทุ่มสี่สิบห้า เมื่อกลับมาถึงที่พัก ตอนกลางคืนถ้าได้ยินเสียงแปลก ๆ ไม่ต้องตกใจ และไม่แนะนำให้เดินออกมานอกห้องตอนกลางดึก เพราะอาจจ๊ะเอ๋กับทานุกิตัวเป็น ๆ (สัตว์ที่ชอบอยู่ในเรื่องเล่าปรัมปราของญี่ปุ่น หน้าตาคล้ายแร็คคูน) ที่มาเดินเพ่นพ่านอยู่ จะทำให้ตกใจกันทั้งสองฝ่ายได้ ฟังความเสร็จเรารีบเดินไปยังห้องที่จองไว้ เห็นกระโจมแบบมองโกล ที่เรียกว่า 'ปาโอ' ตั้งเป็นเงาตะคุ่ม ๆ เรียงรายไปรอบชายทะเล บรรยากาศที่นี่เหมือนเรื่องในตำนานเข้าไปทุกที หรือไม่ก็กำลังอยู่ในฉากของหนังญี่ปุ่นโบราณ...
เมื่อนั่งรถโดยสารไปอีกฝั่งของเกาะที่เรียกว่า 'มิยะโนะอูระ' ก็เข้าใจในที่สุดว่า ท่าเรือฮอนมูระ เป็นท่าเรือเล็ก ๆ ที่ใช้กันมาเนิ่นนาน แต่ท่าเรือมิยะโนะอูระ เป็นท่าเรือใหญ่ มีเรือโดยสารขนาดใหญ่บรรทุกรถยนต์ได้เป็นสิบ ๆ คัน อาคารของท่าเรือออกแบบมาอย่างดีและได้รับรางวัลทางด้านการออกแบบสถาปัตยกรรม พูดง่าย ๆ คือเกาะนี้มีคนที่อยู่ร่วมกันสามส่วน คือ คนท้องถิ่น ศิลปินผู้มาพำนัก และทำโครงการทางศิลปะต่าง ๆ และนักท่องเที่ยว ผู้มาเยี่ยมชม
มีสถิติบันทึกไว้ก่อนปี ค.ศ. 1992 ว่าเกาะนาโอะชิมะ มีนักท่องเที่ยวปีละหนึ่งหมื่นคน แต่หลังจากที่โครงการศิลปะต่าง ๆ อย่าง Benesse House (Museum) ที่เริ่มนำร่องมาก่อน จากนั้นก็มีทั้ง Chichu Art Museum หรือ Art House Project หรือ I Love Yu โรงอาบน้ำสาธารณะหรือเซนโต จนถึงปัจจุบัน นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเกาะนาโอะชิมะ เพิ่มเป็น 340,000 คน ต่อปี อย่างเช่นการเดินทางมายัง I Love Yu โรงอาบน้ำสาธารณะ หรือ 'เซนโต' ของพวกเราก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น ในที่สุดก็ได้มายืนอยู่หน้า I Love Yu ที่มีความหมายว่า 'ฉันรัก (จะอาบ) น้ำร้อน' โรงอาบน้ำสาธารณะที่เรารักจะดั้นด้นมา เจอหนุ่มสาวญี่ปุ่น ผู้สนใจอยากมาอาบน้ำร้อนมากันมากมาย พากันเข้าไปใช้บริการเต็มห้อง จนต้องแบ่งกันอาบน้ำ แช่น้ำ ห้องอาบน้ำแบ่งเป็นฝั่งชายและหญิง ด้านในตกแต่งไม่เหมือนกัน ไถ่ถามแล้ว หนุ่มญี่ปุ่นที่เข้าไปอีกฝั่งหนึ่งบอกว่า บรรยากาศด้านในของไอเลิฟยุ คล้ายเข้าไปอาบน้ำร้อนในงานคอลลาจ 3 มิติ ของ โอตาเกะ ชินโร ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างศิลปิน กับการท่องเที่ยวของเกาะนาโอะชิมะและสำนักงานอำเภอมิยะโนะอูระ ตัวอาคารสร้างและตกแต่งจากสิ่งของที่ใช้แล้ว หรือทิ้งแล้ว อย่างนิตยสารเก่า ๆ ขวด กระป๋อง ฯลฯ ที่รวบรวมมาจากทั่วประเทศญี่ปุ่น ภายในตกแต่งได้ดูดี จนสาว ๆ ในห้องอาบน้ำต่างอาบไป ดูรายละเอียดต่าง ๆ ในห้องไปอย่างเพลิดเพลิน สมกับความตั้งใจที่ทุกคนต่างเดินทางมา เพื่ออาบน้ำจริง ๆ...
เมื่ออาบน้ำจนสบายเนื้อ สบายตัว และสบายตาแล้ว คืนนั้นสรุปได้ว่าอาหารเย็นคือ อูด้งร้อน เส้นเหนียวนุ่มที่ท่าเรืออูโนะ กินกับชิกุวะทอด ก่อนข้ามมายังเกาะนาโอะชิมะนั่นเอง เมื่อนั่งรถกลับไปที่พักแม้ท้องกิ่ว แต่ก็กินบรรยากาศด้านในกระโจมแบบมองโกล เคล้ากลิ่นทะเลเซโตะไนไกะแบบอิ่มอกอิ่มใจหลับไปแทน เมืองคะงะวะที่เป็นต้นกำเนิดของอูด้ง มีร้านอูด้งมากมาย และมีชื่อเสียงว่าอูด้งอร่อยจากที่นี่ส่งอิทธิพลไปอร่อยกันทั่วประเทศ รวมถึงเมืองข้าง ๆ อย่างโอะกะยะมะ อีกด้วย
ตอนเช้าออกจากที่พัก มุ่งหน้าไปยัง เบเนซเซ่ เฮ้าส์ (Benesse House Museum) ระหว่างเดินเลาะริมทะเลไปดูฟักทองสีเหลืองขนาดใหญ่ ผลงานของ คุซาม่า ยาโยย ที่อยู่ระหว่างที่พักและเบเนซเซ่ ได้ยินเสียงไซเรนดังแว่วมาฟังคล้ายกับเสียงสัญญาณเตือนภัย 'ทสึนามิ' ที่เคยได้ยินในข่าวยิ่งนัก จากนั้นได้ยินเสียงเฮลิคอปเตอร์ ได้ยินเสียงประกาศผ่านลำโพง ในใจก็คิดว่า มาเที่ยวนี้จะเจอทสึนามิกันเลยหรือนี่ ขาก็เตรียมวิ่งไปให้ไกลจากทะเลที่สุด แต่หันไปมองหน้าเพื่อนร่วมทางดูยังใจเย็นอยู่ เหตุก็เพราะเขาได้ยินการประกาศว่า นี่คือการซ้อมเตือนภัยทสึนามิของหน่วยกู้ภัยบนเกาะนั่นเอง...
แม้ทะเลเซโตไนไกจะมีความน่าจะเป็นน้อยมาก สำหรับการเกิดทสึนามิ เนื่องจากเป็นทะเลด้านในที่ล้อมรอบด้วยเกาะถึงสามด้าน แต่เขาก็ยังไม่ประมาท มีการซ้อมเตรียมไว้ก่อนก็นับเป็นเรื่องดี (และน่าตื่นเต้นไปหน่อยสำหรับการเดินทางครั้งนี้)
บรรยากาศตอนเช้าของเกาะนาโอะชิมะ คึกคักผิดตาจากที่เห็นเมื่อคืน ที่ท่าเรือมิยะโนะอูระ นักท่องเที่ยวเดินลงจากเรือโดยสารมาเป็นจำนวนมาก คงเพราะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ เราเดินสวนนักท่องเที่ยวเหล่านั้นซื้อตั๋วกลับไปยังอีกฟากหนึ่งของทะเล เวลาที่มีครั้งนี้คงไม่พอสำหรับเกาะนาโอะชิมะ หากมีเวลาอีกครั้ง เราคงได้มาเยือนเกาะนาโอะชิมะใหม่ เพื่อสัมผัสบรรยากาศที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร
เรือออกจากฝั่งแล้ว แต่ยังมองเห็นฟักทองสีแดงลายจุดขนาดใหญ่ของ 'คุซาม่า ยาโยย' ที่ท่าเรือ ฉากหลังเป็นอาคารสถาปัตยกรรมดูทันสมัย ล้อกับฉากหลังสุดที่เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่เรียงรายอยู่รอบเชิงเขาสีเขียวครึ้มบนเกาะในทะเลเซโตะไนไก
ข้อมูลท่องเที่ยว : ทะเลเซโตะไนไก ล้อมรอบด้วยเกาะใหญ่ คือ เกาะฮอนชู เกาะชิโคขุ และเกาะคิวชู มีสะพานข้ามไปอีกฝั่งหนึ่ง เรือข้ามฟาก และรือเฟอรี่บริการรับส่งระหว่างเกาะ ทะเลเซโตะไนไกและเมืองรอบชายฝั่ง มีทิวทัศน์ของไร่นา ท่าเรือ หมู่บ้านประมงที่เงียบสงบ งดงาม เกาะนาโอะชิมะตั้งอยู่ในทะเลเซโตะไนไก ในเขตเมืองคะงะวะ ภูมิภาคชิโคขุ เกาะด้านตะวันตก อันประกอบไปด้วยจังหวัดคะงะวะ เอะฮิเมะ โคจิ โทะกุชิมะ เกาะนาโอะชิมะ มีชื่อเสียงเกี่ยวกับการทำทองแดงมาตั้งแต่สมัยเอโดะ ต่อมาในปัจจุบันก็ยังมีโรงงานของบริษัทมิตซูบิชิ ผลิตในส่วนของการถลุงทองแดงตั้งอยู่บนเกาะ
ตอนนี้เกาะนาโอะชิมะมีชื่อเสียงเรื่องเป็นเกาะที่มีงานศิลปะร่วมสมัย ที่ผสมผสานกับความท้องถิ่นเงียบสงบของหมู่บ้านได้อย่างลงตัว นอกจากเกาะนาโอะชิมะ ยังมีเกาะใกล้ ๆ กันชื่อ อิโนจิมะ ที่มีโครงการศิลปะชื่อ เซอิเรนโช ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเช่นกัน ข้อมูลท่องเที่ยวเกาะนาโอะชิมะ คลิกดูได้ที่ www.naoshima.net ข้อมูลเกี่ยวกับเบเนซเซ่ เฮ้าส์ มิวเซียม ดูเพิ่มเติมได้ที่ www.naoshima-is.co.jp/ และที่อาบน้ำสาธารณะ ไอเลิฟยุ หรือเซนโตะโดยศิลปินญี่ปุ่น ดูเพิ่มเติมที่ www.naoshimasento.jp
Tags : นาโอะชิมะ เกาะมหาศิลปะ •





