หนีห่าว... อาอี้ อั๊ว(หนีงาน)มาเที่ยวเมืองจีนแล้ว เดี๋ยวลื้อจะหาว่าอั๊วไม่สำนึกรักบ้านเกิด มัวแต่ไปหลงกินปลาดิบกับกิมจิ
กลับมาเจี่ยม้วย พ้วยซึงกา (กินข้าวต้มกับมะนาวเค็ม) ก็ได้ คราวนี้ไปกินถึงเมือง เฉิงตู (อย่าเพิ่งบ่นว่าบ้านเราอยู่ซัวเถาไม่ใช่เฉิงตู) อั๊วมีแผนไปหลายที่ แต่ว่าจดหมายฉบับนี้อั๊วจะเล่าเฉพาะเรื่องที่เฉิงตูก่อน
เมืองเฉิงตู เป็นเมืองหลวงของมณฑลเสฉวน อยู่ทางตอนเหนือของภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน มีประชากรประมาณ 10 ล้านคน ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศจีน นั่งเครื่องบินจากกรุงเทพฯ แค่ 3 ชั่วโมงเองก็ถึงแล้ว แล้วพอลื้อมาถึงก็ต้องปรับเวลาให้เร็วขึ้น 1 ชั่วโมงด้วยนะ
เฉิงตู มีความหมายว่า 'ค่อย ๆ กลายเป็นเมือง' เนื่องจากย้อนไปเมื่อราว 2,000 ปีที่แล้ว ในสมัยจิ๋นซีฮ่องเต้ ได้มีการจัดการชลประทานขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่เกิดเป็นประจำทุกปี เมื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้ ชาวนาชาวไร่เพาะปลูกได้ดี ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น คนจึงเริ่มอพยพมาที่เมืองนี้มากขึ้นเรื่อยๆ จึงได้ชื่อว่า...เฉิงตู
ลื้อคงอยากรู้แล้วว่าอั๊วไปเที่ยวที่ไหนบ้าง นี่เลย ที่แรกที่ไป เมืองเก่า เป็นย่านที่ตึกรามบ้านช่องและร้านค้าต่างๆ มีลักษณะเหมือนหนังจีนจอมยุทธิ์ เป็นไม้ ทาสีน้ำตาล พนักงานบางคนยังใส่ชุดเหมือนนางเอกหนังจีนเลย ที่เด็ดมีอยู่ร้านหนึ่ง มีผู้ชายใส่ชุดดำ หน้าทาสีดำเหมือนท่านเปาบุ้นจิ้น ถือดาบ ท่าทางน่ากลัว แต่พอไปขอถ่ายรูป เขาก็ยิ้มใจดี ถ่ายเสร็จชี้ให้ไปซื้อของที่ร้านขายเนื้อ อั๊วเลยรีบเดินหนีเลย อ้าว...ก็อั๊วไม่ได้กินเนื้อนี่นา
อี้...หากลื้อมาที่นี่นะ ลื้อต้องไป Wenshu Monastery ให้ได้.. เพราะวัดนี้มีความสำคัญมาก เป็นวัดพุทธที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ราชวงศ์ถัง ภายในมีนิทรรศการที่แสดงภาพเขียน ภาพวาด งานเขียนคัดลายมือ ตั้งแต่ในยุคราชวงศ์ถังและซ่ง กว่า 500 ชิ้น ข้างในยังมีมุมเจี่ยแต๊ (จิบน้ำชา) พร้อมฟังเสียงดนตรี (ไม่ใช่งิ้วนะอี้)จากนักดนตรีที่มาเล่นให้ฟังสดๆ ด้วย
ย่านนี้เป็นแหล่งชอปปิง แต่ไม่ได้มีของวางขายกับพื้นนะ เขาวางบนโต๊ะ และเป็นร้านรถเข็นขายของที่ระลึกเหมือนบ้านเรา สิ่งของต่างๆ ล้วนมีรูปของหมีแพนด้า ทั้งพวงกุญแจ กระเป๋า ที่ห้อยมือถือ ตุ๊กตา หมวก แต่ไม่ได้ซื้อ กลัวเพื่อนหาว่าไปแค่สวนสัตว์เชียงใหม่มา (ฮา)
พอตอนกลางคืน อั๊วก็ไปดูโชว์ที่เขาเรียกว่า Sichuan Opera หรือ 'ระบำเปลี่ยนหน้ากาก' ถ้าลื้อมาเฉิงตู ลื้อต้องมาดูให้ได้ แต่หากลื้อมาทัวร์ ปกติทัวร์เขาก็จัดให้มาดูอยู่แล้ว อั๊วเห็นอาแปะ อาอึ้ม ลงจากรถบัส มากันเต็มโรงละคร
การแสดงหลายชุด ประมาณ 6-8 ชุด มีทั้งงิ้ว การแสดงดนตรี โชว์โยนไห โชว์หุ่นเงาเป็นรูปสัตว์ต่างๆ ทั้งนก กระต่าย หมาป่า นกเค้าแมว โดยใช้มือคนคนเดียว อั๊วแอบเห็นอาซิ้มข้างๆ ยกมือขึ้นทำตามด้วย ฮิฮิ
โชว์สุดท้ายเป็นระบำเปลี่ยนหน้ากาก นักแสดงแต่ละคนมีใบหน้าสีต่างกัน เดินออกมาด้านหน้าให้ผู้ชมเห็นความงามทีละคน ตอนแรกใบหน้าเป็นสีเขียว สะบัดหน้ากลับออกมาทีเป็นสีขาว สะบัดอีกรอบเป็นสีแดง
สุดยอดจริงๆ อี้... อั๊วจ้องตาไม่กะพริบ ยังจับผิดไม่ได้เลยว่าเขาใช้เทคนิคอะไร แต่เอ... อี้ว่าเราจะมาจับผิดหรือควรเพลิดเพลินกับการชมการแสดงดีล่ะ และหากมีใครจับเทคนิคเขาได้ เขาจะใช้อะไรเป็นจุดขายล่ะ จริงไหมอี้ ดูอย่างตื่นตะลึง อ้าปากค้าง กลับบ้านด้วยความอัศจรรย์ใจดีกว่า
วันรุ่งขึ้น อั๊วก็ไปเที่ยวด้วยการขึ้นรถเมล์ ก็ดูแผนที่มั่วๆ ไป รถเมล์ที่นี่ เขาให้ขึ้นประตูหน้า เพราะต้องหยอดค่ารถใส่กล่องที่ตั้งอยู่ข้างๆ คนขับ ค่ารถ 1-2 หยวน แต่ส่วนใหญ่เขาใช้การ์ดหักค่ารถไปเรื่อยๆ เหมือนบัตรรถไฟฟ้าบีทีเอสแบบเติมเงิน (บอกไป อี้ก็คงงง เพราะขึ้นแต่รถเมล์ฟรีเพื่อประชาชน ฮา)
เช้านี้อั๊วไป ตั๊กลั้ก (ตลาด) ไม่เห็นหมูเห็ดเป็ดไก่ หรือผักเป็นเข่งๆ เพราะไปตลาดอาหารทะเล ในแผนที่เขียนว่า sea food market แต่อาหารทะเลที่เห็นไหงเจอ 'ตะพาบ' ที่ยังอ้าปากพะงาบๆ จระเข้ตัวเป็นๆ ที่ถูกรัดปากไว้นอนเกยกันในบ่อซีเมนต์ กบกระโดดหาอิสระอยู่ในถุงตาข่าย หรือจะเป็นงูที่นอนตัวยาวในถุงตาข่าย ซึ่งอยู่ในบ่ออีกที อึ๊ย..ย..ย อั้วรีบถ่ายรูปแล้วก็รีบออกจากตลาดไปหาของสดกิน ร้านอาหารแถวตลาดสดก็ย่อมมีอาหารทะเลขาย อั๊วดูโต๊ะข้างๆ แล้วก็ชี้ๆ เอา ได้หอย(แปลกๆ)ผัดพริกแกง ไข่เจียวใส่อะไรก็ไม่รู้ เพราะชี้ตามโต๊ะข้างๆ เป็นเส้นเล็กๆ เนื้อหนึบๆ กับแกงจืด มากินสุดยอด หอเจี๊ยะเลยอี้
จากนั้นก็ไปกินบรรยากาศความเป็นธิเบตที่ย่าน Tibetan People’street แถวนี้มีร้านขายธงสีๆ ที่เรียกว่าธงมนตราหลายขนาด ขายจีวร ข้าวของเครื่องใช้สำหรับพระธิเบตทั้งแถบเลย คนซื้อ-คนขายก็เป็นคนธิเบตด้วย พระธิเบตที่อั๊วเห็นเขาก็นุ่งจีวร แต่บางรูปก็ใส่เสื้อยืด ใช้มือถือด้วย ที่นี่มีคนธิเบตอยู่เพราะเฉิงตูมีอาณาเขตติดกับธิเบต หากไปธิเบตก็จะเจอพ่อค้า-แม่ขายเป็นชาวเฉิงตูด้วย
เออ...อี้ คนจีนที่นี่เขาก็ชอบพูดภาษาจีนใส่อั๊วเป็นชุดๆ อั๊วแค่ตาตี่ หน้าหมวย แค่นี้ก็คิดว่าเป็นคนจีนซะแล้ว ทั้งๆ ที่อั๊วก็ทำหน้าเอ๋อๆ ใส่ บอกไม่ใช่ๆ อั๊วเป็น 'ไท่กั๊ว' จะได้รู้ว่าเป็นคนไทย (เพียงแต่มีเชื้อสายจีนมากหน่อย) เขาจะคิดว่าอั๊วโกหกเขาไหมนะ
คราวหน้าต้องย้อมผมให้เป็นฝรั่งจ๋า (แต่หน้าหมวยมั่กมาก) ดีกว่า!
Tags : เฉิงตู • เมืองหลวงของมณฑลเสฉวน





