เรื่องนี้เริ่มต้นขึ้นเพราะเห็นชื่อ ของที่อาบน้ำสาธารณะ หรือ เซนโต ที่เกาะนะโอะชิมะ ที่ชื่อ "I LOVE YU" เขาตั้งชื่อเซนโตที่ล้อกับคำว่า
"I LOVE YOU" เห็นปุ๊บก็แอบชอบใจในการตั้งใจเล่นคำ ระหว่างภาษาอังกฤษกับภาษาญี่ปุ่นขึ้นมา เพราะคำว่า ยุ ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า น้ำร้อน ดังนั้นจึงขอแปลชื่อเซนโตนี้ว่า ฉันรัก (จะอาบ) น้ำร้อน และเมื่อเวลาแห่งการเดินทางมาถึง จุดหมายหนึ่งของหมุดเดินทางจึงปักลงไปที่ เกาะนาโอะชิมะ
จากสนามบินฮิโรชิม่า ดูจากแผนการเดินทางแล้ว เราต้องนั่งแอร์พอร์ตบัสไปที่จังหวัดโอคายามะ เพื่อนั่งรถไฟไปที่ท่าเรือชื่ออูโนะ จากนั้นจึงต่อเรือไปยังเกาะนาโอะชิมะ แต่ด้วยตารางเวลา ณ ขณะนั้น และสายตาดูเหงา ๆ ของพนักงานขับรถสายฟุคุยะมะ (ถ้าเราไม่ขึ้นรถคันนี้ เขาต้องตีรถเปล่ากลับไปคนเดียว) พร้อมคำเชิญชวนที่ว่า “ไปฟุคุยะมะเพียง 50 นาที ต่อรถไฟได้เลย ไม่ต้องรอรถอื่นอีกนาน” ทำให้เราตัดสินใจหิ้วกระเป๋าขึ้นรถตามเขาไปแบบแทบไม่ต้องเสียเวลาคิด แม้จะกลายเป็นว่าต้องนั่งรถไฟนานกว่า แต่ไม่เป็นไรเพราะนั่นทำให้เราได้ไปเยือนเมืองแห่งดอกกุหลาบที่มีประวัติศาสตร์และเรื่องเล่าอันยาวนาน
เมืองฟุคุยะมะ เป็นเมืองด้านใต้สุดของจังหวัดฮิโรชิม่า มีอาณาเขตติดกับจังหวัดโอะกะยะมะ ซึ่งต่างเป็นเมืองในเกาะฮอนชู ภูมิภาคจูโกขุ อันประกอบด้วย 5 จังหวัด คือ ฮิโรชิม่า โอะกะยะมะ ยะมะงุจิ ทตโตะริ ในอดีตเมืองฟุคุยะมะเคยเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นบินโกะในยุคเอโดะ มีปราสาทอันงดงาม ฟุคุยะมะโจ โดย Katsunari Mizuno เจ้าผู้ครองแคว้นบินโกะ สร้างเมืองขึ้นในปี ค.ศ. 1619 ใช้ระยะเวลาในการสร้างเพียง 3 ปีเท่านั้น เนื่องจากผลพวงของสงครามโลกครั้งที่ 2 ตัวปราสาทซ่อมแซมครั้งใหญ่ในปี ปี ค.ศ. 1966 ปัจจุบันปราสาทยกให้เป็นสมบัติแห่งชาติ และมีการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ปราสาทฟุคุยะมะ (ปิดทุกวันจันทร์) แสดงสิ่งของสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์อยู่ด้านใน ปราสาทฟุคุยะมะนั้น ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟแค่เพียงมีถนนสายเล็ก ๆ กั้น และในบริเวณใกล้เคียงกันนั้นมีพิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์และศิลปะที่น่าสนใจอยู่อีก 4-5 แห่ง ไปชมได้ไม่ต้องเดินไกล
เมื่อไปถึงเมืองฟุคุยะมะตอนนั้นเป็นเวลาใกล้เที่ยง จึงต้องเติมพลังกันนิดหน่อย ร้านแรกที่แวะคือร้านอูด้งใกล้กับสถานีรถไฟ อาหารที่สั่งเป็นอูด้งราดน้ำซุปดาชิเย็น ใส่กุ้งเทมปุระ โรยเครื่องต่าง ๆ ได้แก่ ผัก เห็ด สาหร่ายโนริ ปลาแห้งคัทสึโอะบุชิ แถมข้าวหุงหอมนุ่มกับเห็ดและผักเคี้ยวกรุบ ๆ มาให้ พร้อมผักดอง ขณะเพลินเพลินอยู่กับอูด้งเส้นเหนียวหนึบเคี้ยวมัน พลันก็เหลือบไปเห็นอีกเมนูดูน่ากิน อูด้งกับน้ำซุปร้อน ๆ ปะหน้ามาด้วยปลาไหลย่างโรยเปลือกเลมอนฝานบาง ๆ ตอนแรกเข้าใจว่าคือปลาไหลอูนางิ เมื่อไถ่ถามหนุ่มญี่ปุ่นเจ้าของอาหารจานนี้แล้วได้ความว่าที่เห็นอยู่ในชามเป็นปลาไหลก็จริง แต่เป็นปลาไหลที่อยู่ในทะเล มีชื่อเรียกว่า อานาโกะ ราคาจะถูกกว่าปลาไหลที่เรียกว่า อูนางิ ซึ่งจะจับได้ตามปากน้ำหรือตามน้ำกร่อย ถึงแม้จะถูกกว่า ถ้าคนทำน้ำปรุงรสที่ใช้ย่างปลาเป็นคนเก่ง อานะโกะ ก็จะอร่อยไม่แพ้อูนางิเลย
ไม่เฉพาะบริเวณรอบสถานีรถไฟเท่านั้น ที่มีร้านอาหารอร่อย ๆ หน้าตาน่ากิน สถานที่ท่องเที่ยวที่เมื่อมาถึงแล้วก็ควรแวะไปชมเสียหน่อย และเดินไปได้ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ เริ่มที่ สวนดอกกุหลาบ ที่เต็มไปด้วยกุหลาบหลากสีนานาพรรณ หากนั่งรถโดยสารไปทางใต้อีก 14 กิโลเมตร จะได้ไปเยือน โทะโมะโนะอูระ เมืองท่าแห่งประวัติศาสตร์อันยาวนานที่มีชื่อเสียงของทะเลเซโตะไนไก ทิวทัศน์อันสงบงดงามของที่นี่เป็นแรงบันดาลใจให้กับ ซันโย ไร นักประพันธ์ของญี่ปุ่นในสมัยปลายเอโดะและต้นสมัยเมจิ แต่งกลอนบทที่ติดตรึงใจคนญี่ปุ่นมาเนิ่นนาน นอกจากนั้นเมืองท่าแห่งนี้ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับ มิยาซากิ ฮายาโอะ ผู้กับกับภาพยนตร์อะนิเมชั่นชื่อดังของสตูดิโอ จิบลิ ในเรื่องใช้สถานที่แห่งนี้เป็นฉากของภาพยนตร์อะนิเมชั่นแสนน่ารักเรื่อง โปเนียว (PONYO) เรื่องราวของบ้านบนหน้าผาและปลาทองน้อยจากทะเล
เดินเพลิดเพลินอยู่ในเมืองฟุคุยะมะพอสมควรแก่เวลาระหว่างรอรถไฟ แล้วก็ได้เวลาขึ้นรถไฟเดินทางต่อ บรรยากาศในช่วงฤดูใบไม้ร่วงสองข้างทางรถไฟสายซันโย ดูสงบเงียบ มองไปเห็นทุ่งนาเหลืองอร่ามรอเก็บเกี่ยว บางที่เห็นข้าวเก็บเกี่ยวแล้วมัดเรียงรายอยู่ในทุ่ง เป็นระยะ ๆ สลับกับบ้านเรือนดูเป็นระเบียบเรียบร้อย บางบ้านมีส้มรสเปรี้ยวน้ำลายสอที่เรียกว่า มิกัง ออกผลสีส้มสะพรั่งอยู่ในรั้วบ้าน สถานีที่นั่งรถผ่านไป ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่ความจริงกลับเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และสถานที่ที่น่าสนใจมากมาย อย่าง สถานีคุราชิกิ เมืองท่องเที่ยวที่ยังรักษาลักษณะบ้านเรือนและถนนนสมัยเอโดะได้อย่างสมบูรณ์และสวยงาม มีผู้คนนิยมไปเที่ยวกันในทุกฤดูกาล หรือสถานีใหญ่อย่าง เมืองโอะกะยะมะ เจ้าของตำนานโมโมทาโร่ที่มีชื่อเสียงเรื่องผลไม้อร่อยอย่าง ลูกโมโม สีชมพูหวานหอมหรือองุ่นลูกโต ลมพัดเย็นรื่นรมย์ อากาศกำลังดี ระหว่างนั่งรถไฟไปก็มองสองข้างทางด้วยความชื่นตาชื่นใจ ตั้งแต่จากรถไฟสายซันโยนั่งมาต่อสายอูโนะ รถไฟที่นั่งเป็นรถไฟท้องถิ่นวิ่งแบบสบาย ๆ ราคาก็สบาย ๆ เพราะวิ่งระหว่างเมือง หาใช่รถชิงคันเซนหัวจรวดที่วิ่งเร็วเป็นลมพัด และราคาที่ทำให้เงินในกระเป๋าเหมือนถูกไต้ฝุ่นหอบไปหมดก็หาไม่... ดังนั้นเราจึงถึงสถานีรถไฟอูโนะเมืองทามาโนะเมืองชายทะเลอันเงียบสงบ ณ จังหวัดโอะกะยะมะในเวลาเย็นย่ำ
ที่สถานีรถไฟอูโนะ รอบ ๆ บริเวณจัดแสดงผลงานประติมากรรมจากศิลปินต่าง ๆ ตั้งเรียงรายอยู่อย่างมีจังหวะจะโคน เดินออกจากสถานีรถไฟตรงไปจะเจอกับท่าเรือสองท่า หนึ่งเป็นท่าเรือสำหรับเรือใหญ่ที่บรรทุกรถและคนจำนวนมากได้ และอีกหนึ่งเป็นท่าเรือเล็กที่บรรทุกคนได้เพียงอย่างเดียว และเพราะเรือเล็กมาก่อน (อีกแล้ว) เราจึงไปยังเกาะนาโอะชิมะ ที่ตั้งอยู่ในเขตเกาะชิโคขุ จังหวัดคะงะะวะ โดยขึ้นเรือไปยังท่าเรือชื่อฮอนมูระ เพราะกลัวพระอาทิตย์จะลับทะเลไปเสียก่อนถึงเกาะ โดยไม่รอเรือใหญ่ที่จะไปยังท่าเรือชื่อมิยะโนะอูระ ต่อมาเรื่องนี้นับเป็นบทเรียนอีกบทที่น่าประทับใจในอีกรูปแบบหนึ่ง
เที่ยวด้วยรถไฟ ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง แต่รถไฟในญี่ปุ่น ถึงแน่ ๆ ตรงเวลา ช้าเนิบนาบแต่ง่ายงาม สนุกไม่เร่งรีบ เป็นการเดินทางท่องเที่ยวที่หลายคนลืมเลือนกันไปแล้ว ตอนหน้าจะเล่าต่อว่ารถไฟไปช้า ๆ แต่พาไปติดเกาะนั้น มีเรื่องราวน่าตื่นเต้นแค่ไหน....
ข้อมูลท่องเที่ยว : ฟุคุยะมะ เป็นเมืองเล็ก ๆ ในภูมิภาคจูโกขุ ภาคตะวันตกสุดของเกาะฮอนชู ที่เต็มไปด้วยหมู่บ้านและเมืองที่เงียบสงบ สวยงาม ตั้งกระจายกันอยู่เป็นระยะ ๆ ลักษณะเป็นหมู่บ้านประมงชายทะเลและหมู่บ้านเล็ก ๆ ตั้งอยู่ตามทิวเขา มีหลายเมืองน่าท่องเที่ยว ได้แก่ เมืองโอคายามะ เมืองคุระชิชิ เมืองฮิโรชะมะ (หรือฮิโรชิม่า) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลก เกาะแก่งต่าง ๆ และอุทยานแห่งชาติซัน-อิน ไคงัน ศาลเจ้าเก่าแก่และปราสาทงดงาม ข้อมูลเพิ่มเติบสอบถามได้ที่ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น (Japan Tour Center) หรือเว็ปไซต์แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวล่าสุดของญี่ปุ่นต้อนรับปี 2010 ที่ www.viy2010.ip/th
Tags : เมืองฟุคุยะมะ • ญี่ปุ่น





