กรุงเทพธุรกิจ

ad 1

Life Style : ท่องเที่ยว

วันที่ 22 ธันวาคม 2552 01:00

เชียงราย : งดงามพุทธศิลป์-แผ่นดินชายแดน (ตอนจบ)

แม่น้ำสาย

บรรยากาศการกรอกแบบฟอร์มใบผ่านแดนชั่วคราว

ของที่ระลึกทำมือจากแม่สาย

สู่เขตแดนเพื่อนบ้าน - จังหวะชีวิต-การค้าขายบนสะพานข้ามแม่น้ำสาย

ร้านขายรองเท้าเด็ก คล้ายๆ ตลาดโบ๊เบ๊บ้านเรา - ชาวต่างชาติมุ่งสู่ท่าขี้เหล็ก

หน้าด่านตรวจฯ-ท่าขี้เหล็ก - อาคารร้านค้า-ท่าขี้เหล็ก

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

สายวันหนึ่งที่แม่สาย... หลังขับวนอยู่ถึงสองรอบจึงหาที่จอดรถได้ แม้จะต้องเดินไกลสักหน่อยก็ตาม แต่หากมองโลกในแง่ดี

   ก็เท่ากับว่าเป็นโอกาสที่จะได้ทำความรู้จัก กับเมืองชายแดนแห่งนี้ในอีกมิติหนึ่ง

 ตลอดแนวสองฟากถนน มีร้านค้านับไม่ถ้วน ยังไม่นับแผงลอยอีกมากมาย ที่ต่างมีสินค้านานาชนิดทั้งของกิน ของใช้ ของโชว์ไว้ให้เลือกซื้อมากมาย สนนราคาสามารถต่อรองได้ หลายอย่างหาซื้อที่อื่นไม่ได้

 มีข้อสังเกตว่าสินค้าของจีนมีขายที่แม่สายเยอะแยะไปหมด โดยเฉพาะจำพวกขนมขบเคี้ยว ลูกอม ผลไม้แช่อิ่ม ซึ่งแทบจะครองสัดส่วนทั้งหมดเลยก็ว่าได้ รองลงมาก็เป็นพวกเสื้อผ้า

 ที่สำคัญเมื่อราคาไม่แพง รวมถึงต่อรองได้ จึงทำให้สินค้าดังกล่าวขายดีมาก

 การมาถึงชายแดนด้านเหนือสุดแดนสยามเช่นนี้ เปิดโอกาสให้ได้ย่ำเดินไปในท่ามกลางเหล่าผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ แม้ภาษาสนทนาจะสื่อสารผ่านภาษาไทย แต่ในน้ำเสียงสำเนียงพูดบอกชัดว่าไม่ใช่ทุกคนที่พูดจะเป็นคนไทยเสมอไป

 เส้นทางแห่งการค้าขาย สายเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจภาคเหนือของไทย จึงเป็นแหล่งรวมของคนจากทั่วสารทิศ ทั้งผู้ซื้อ ผู้ขาย กระทั่งผู้ชม

 แต่ละก้าวที่ย่ำเดินไปบนบาทวิถี หลีกหลบคนหิ้วหลบข้าวของพะรุงพะรัง รวมถึงการหยุดแวะเลือก-ชมสินค้าตามร้านรวง แผงขายก็เป็นสาเหตุให้คนที่เดินตามหลังมาเสียจังหวะ ชะงักเดินได้ เหล่านี้จึงเป็นสีสันในย่านการค้าที่ทุกคนต้องปรับรับในการอยู่ร่วมกัน

 บนสะพานที่พาดผ่านแม่น้ำสาย...
 ระหว่างพรมแดนของสองชาติ มีแม่น้ำสายหนึ่งไหลผ่าน ธรรมชาติสร้างแม่น้ำขึ้นเพื่อเป็นทรัพยากรให้คนสองฝั่งน้ำได้ใช้ร่วมกัน และเชื่อมแผ่นดินให้แนบชิดแห่งผองชนอย่างเท่าเทียม

 หากแต่วันเวลาที่ผ่านมาบนความเจริญตามความหมายของการพัฒนา และมุ่งความชัดเจนในสิทธิแห่งอาณาเขต แม่น้ำจึงถูกแปรสภาพให้ทำหน้าที่ไม่ต่างจากรั้งบ้าน

 ยังโชคดีสำหรับ แม่น้ำสาย ที่นอกจากเป็นเส้นแบ่งเขตแดนแล้ว ยังเป็นประตูที่พร้อมเปิดให้คนสองแผ่นดินได้สัมพันธ์กันผ่านการค้าขายซึ่งหมายรวมไปถึงมิติด้านวิถี วัฒนธรรมอย่างมิอาจเลี่ยงพ้น ด้วยดินแดนที่ราบสูงแห่งนี้มีชนเผ่าต่างๆ มากมายทั้ง ปะโอ ปะหล่อง ลัวะ เย้า ฯลฯ

 การผ่านแดนข้ามไปฝัง ท่าขี้เหล็ก ต้องทำหนังสือผ่านแดนชั่วคราวที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง เสียค่าธรรมเนียม 30 บาท โดยใช้เพียงสำเนาบัตรประชาชนติดลงบนแบบฟอร์ม แล้วกรอกเอกสารพร้อมลงชื่อให้สมบูรณ์ จากนั้นเดินเรียงแถวเพื่อให้เจ้าหน้าที่ประทับตราผ่านแดน เมื่อข้ามฝั่งมาท่าขี้เหล็ก จะมีเจ้าหน้าที่ของพม่าประทับตราผ่านแดนให้อีกครั้ง พร้อมเสียค่าธรรมเนียม 10 บาท เช่นกันขากลับข้ามมาฝั่งไทย ต้องประทับตราผ่านแดน(ขาออก)อีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม

 วันหนึ่งๆ มีผู้คนเข้า-ออกมหาศาล ทั้งพ่อค้าแม่ขาย และนักท่องเที่ยว คนเดินทางทั้งคนไทยและชาวต่างชาติทั่วสารทิศ

 คงมีบ้างที่เราอาจเคยเดินทางสวนทางกัน....

 ฝั่งพม่า-ท่าขี้เหล็ก...
 หนึ่งในหัวเมืองหลักของ รัฐฉาน ซึ่งถือว่ามีสถานะเป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุดในจำนวนรัฐทั้ง 7 ของพม่า และมีเมืองหลวงชื่อ ตองยี แม้ตามแนวชายแดนจะมีการสู้รบกันระหว่างกองกำลังต่อต้านรัฐบาลกับทหารรัฐบาลอยู่บ้างประปราย แต่ตามหัวเมืองต่างๆ ยังสงบ และนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าไปได้

 แดดบ่ายสะท้อนผิวน้ำที่ไหลเอื่อยเป็นประกาย ตัดกับร่มเงาเหนือสายน้ำภายใต้ชายคาของอาคารบ้านเรือนด้านฝั่งไทย

 ขณะที่บนสะพานเหนือสายน้ำ ความร้อนแรงของแสงแดดมิอาจทัดทานแต่ละย่างก้าวของผู้คนได้ ตราบที่ด่านฯ ยังไม่ปิด

 เมื่อเดินผ่านด่านตรวจฯ ฝั่งท่าขี้เหล็กแล้ว แค่ข้ามถนนมายังอีกฝั่งหนึ่งจะมีบันไดให้เดินลงไปสู่บริเวณตลาด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ต่ำกว่าถนน

 ร้านรวงของตลาดท่าขี้เหล็กมีลักษณะเป็นห้องแถวที่เรียงต่อกันเป็นแนวยาว สลับกับตึกแถวเก่า 2-3 ชั้น ซึ่งมักอยู่บริเวณหัวมุมของถนนสายย่อยที่เชื่อมโยงถึงกันหมด

 ความรู้สึกแรกคือคล้ายๆ สวนจตุจักรบวกโบ๊เบ๊ ซึ่งมีของกินของใช้มากมาย รวมถึงของที่ระลึกต่างๆ

 ด้านการค้าขาย ควรยอมรับและเข้าใจก่อนว่าการถูกพ่อค้าเข้ามาเปิดการขายแบบประชิดตัว เป็นเรื่องปกติของที่นี่ หากถูกใจก็ต่อรองกันได้อย่างถึงที่สุด และถ้าไม่สนใจ การปฏิเสธอย่างสุภาพถือเป็นทางออกที่ดีที่สุด แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีครั้งต่อไป

 หากคิดว่านี่คือเสน่ห์ของการเดินทาง เรียนรู้ผู้คน และวิถีของการทำมาหากิน เราอาจพบว่าความจริงทั้งเราและเขาก็ไม่ต่างกันนักหรอก

 อย่างน้อยนี่เป็นเพียง การค้าขาย มิใช่ สงคราม

 บริเวณแยกหัวมุมถนน แม้จะไม่มีรถราวิ่งขวักไขว่นักก็ตาม แต่ควรระมัดระวังรถจำพวกซาเล้งที่บรรทุกของจนสูงท่วมหัวคนขับ จนอาจมองทางไม่ถนัดนัก และอาจเฉี่ยวชนคนเดินถนนได้ ด้วยความเร่งรีบของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่าย

 ส่วนใครที่กำลังเพลินอยู่กับการจับจ่ายซื้อหา หรือเดินทอดน่องอย่างสบายใจ และบังเอิญมีขอทานมาเดินตาม ให้ใช้การเดินออกไปห่างๆ แรกๆ อาจตามมา แต่หากเราไม่ให้ความสนใจ เขาจะเบนเข็มไปหาผู้มุ่งหวังรายใหม่แทน กรณีนี้ไม่มีเหตุผลที่ต้องไปกังวล รวมถึงหงุดหงิดจนอารมณ์เสีย

 สำหรับการซื้อสินค้าควรตรวจสอบว่าสินค้าชนิดนั้นๆ ซื้อได้ในปริมาณเท่าใด โดยเฉพาะสินค้าควบคุม เช่น บุหรี่ซื้อได้คนละไม่เกิน 2 คอตตอน หากเกินจะถูกยึด (ส่วนที่เกิน) ไว้ที่ด่านตรวจฯ 

 แต่หากเป็นสินค้าจำพวกอาหาร เสื้อผ้านั้นไม่จำกัดปริมาณ จะสังเกตได้ว่ามีพ่อค้าแม่ค้าคนไทยข้ามฝั่งไปซื้อกันอย่างมากมาย

 สินค้าที่อาจมีปัญหากับการนำข้ามมาฝั่งไทยก็คงเป็นประเภทเขาสัตว์ มีด(พร้า) เดินป่า ปืนลม เป็นต้น
 ในบรรยากาศการค้าขายที่สนทนาพาทีกันด้วยภาษาไทย ใช้เงินไทย อาจทำให้เผลอตัวจับจ่ายเพลินจนลืมไปว่าสินค้าบางอย่างมีขายที่ฝั่งบ้านเราเหมือนกัน รวมถึงสนนราคาก็ไม่แตกต่างกันนักและเรื่องจริงคือ หลายอย่างถูกกว่าด้วยซ้ำ

 กลับมาอุดหนุนคนไทยด้วยกันไม่น่าจะเสียหาย

 จากที่เริ่มแรกยังมีความรู้สึกไม่คุ้นเคย แต่หลังจากให้เวลากับความต่างนานเข้า จะพบว่าช่องว่างนั้นค่อยๆ ลดลง...
 ในตลาดต่างแดนมีมุมของการเรียนรู้-เข้าใจแทรกอยู่ในทุกส่วนซอกซอยของการค้าขาย
 อย่าเพียงซื้อสินค้า แต่จงเรียนรู้ในเพื่อนบ้านด้วย อย่างน้อยบ้านเราก็ติดกันถาวร

  ราว 80 กิโลเมตรของระยะทางจากเชียงรายมาถึงอำเภอที่อยู่เหนือสุดของประเทศไทย กับการเดินทางมาถึง...

 เชียงราย มีความพร้อมในหลายด้านสำหรับการเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวผู้ปรารถนาในการเดินทางเป็นชีวิต เป็นลมหายใจที่สื่อผ่านมาทางความมุ่งมั่นรังสรรค์งานศิลปะเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา รวมถึงชีวิตจิตใจในฉากการค้าขายของเมืองชายแดน และการข้ามแม่น้ำสายไปทักทายพม่า-ฝั่งท่าขี้เหล็ก

 เป็นชีวิต เป็นลมหายใจต่อกัน ไปเที่ยวเชียงรายกันเถอะครับ

Tags : เชียงราย : งดงามพุทธศิลป์-แผ่นดินชายแดน (ตอนจบ)

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

you must ensure your scalp is not oily

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement