กรุงเทพธุรกิจ

ad 1

Life Style : ท่องเที่ยว

วันที่ 12 ธันวาคม 2552 01:00

บัวผุด...สุดมหัศจรรย์

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

เวลาที่ผมไปเดินป่า นอกจากต้นไม้ใบหญ้า ร่องรอยของสัตว์ป่าแล้ว ก็คงจะเป็นบรรดาต้นไม้ที่แปลกๆ นี่แหละที่เป็นจุดปรารถนาของคนเดินป่า

 ผมยอมรับว่าเป็น "นักล่าธรรมชาติ" คนหนึ่ง อะไรที่มีในธรรมชาติก็อยากจะดู อยากจะเห็นกับตาเสียให้หมด (ส่วนจะได้เห็นหมดตามที่ตั้งใจหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง) และแน่นอนว่า จะต้องถ่ายภาพเก็บเข้าคลังภาพส่วนตัวให้ได้ หนึ่งในนั้นก็ คือ บัวผุด หรือ กระโถนฤๅษี นี่เอง  

 เจ้าบัวผุดที่ว่านี้อยู่ในสกุล Rafflesia และอยู่ในวงศ์  RAFFLESIACEAE เป็นพืชที่ไม่มีใบและลำต้นที่แท้จริงเหมือนพืชอื่นๆ มีแต่ดอกให้เราได้เห็น (ตอนที่ดอกยังไม่ตูมหรือไม่บาน เราก็ไม่เห็นซะด้วย) รูปร่างก็อย่างที่เห็นในรูป มันจึงสังเคราะห์แสงเองไม่ได้ อาศัยดูดอาหาร ดูดน้ำ แร่ธาตุจากเถาวัลย์ในกลุ่มเถาวัลย์น้ำที่เกาะอาศัย บัวผุดเป็นที่รู้จักกันในวงกว้างในฉายาของดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพราะบางดอกใหญ่เลยครึ่งเมตรก็มี ส่วนใหญ่เวลาที่บัวผุดบาน เรามักเห็นมันบานจากพื้นดิน แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะดูดอาหารและน้ำจากดินโดยตรง มันยังดูดจากเถาวัลย์ที่เลื้อยอยู่ใต้ผิวดินบางๆ นั่นเอง (ผมเคยเห็นภาพที่บัวผุดบานจากเถาวัลย์ที่ห้อยอยู่ในอากาศเลย)

 ที่ว่ามานี้เป็นบัวผุดที่มักพบเห็นทางใต้ โดยเฉพาะแถวสุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา เป็นชนิด kerrii Meijer ในหนังสือพรรณไม้ของอาจารย์เต็ม สมิตินันท์ จัดเป็นพวกกาฝากล้มลุก (Parasitic Herb) เจ้าบัวผุดนี้ผมเพียรพยายามเสาะหาให้เห็นกับตาในป่าเขาสกอยู่หลายครั้ง เสียเลือดให้ทากมาหลายหน แต่ไม่เคยสมหวังสักที ดันมาเจอที่อุทยานฯ คลองพนม ซึ่งอยู่ติดๆ กันนั่นเอง อีกครั้งก็ที่ตลาดสดเมืองภูเก็ต เห็นลูกตูมๆ ขนาดเท่าลูกฟุตบอลพลาสติก ชาวบ้านเก็บมาวางขาย เห็นว่าเอามาจากป่าพังงา แถมบอกว่าเป็นสมุนไพร แก้ได้สารพัดโรค ก็ได้แต่ถ่ายรูปมา ไม่เคยเห็นหรือได้ข่าวว่าเจอบัวผุดในภูมิภาคอื่น แว่วๆ มาว่ามีคนเจอแถวประจวบในอุทยานฯ น้ำตกห้วยยาง แต่เมื่อยังไม่เห็นกับตาผมจะยังไม่เชื่อ

 แต่มีที่คล้ายๆ กับบัวผุด อยู่ในวงศ์ RAFFLESLACEAE เหมือนกัน แต่อยู่ในสกุล Sapria ในสกุลนี้ชื่อนำหน้าในภาษาไทย มีคำว่ากระโถนนำหน้า ที่ต่างจากบัวผุดก็คือเจ้ากระโถนทั้งหลายนี่จะมีขนาดเล็กกว่ามาก (ใหญ่สุดราวๆ แผ่นซีดี) มีจำนวนกลีบมากกว่า (10 กลีบ) ตรงกลีบมีปุ่มสีขาวเล็กๆ กระจายอยู่ (มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับชนิด) ช่วงใกล้ปีใหม่ปีที่แล้ว เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ดอยสุเทพ-ปุย โทรมาแจ้งข่าวเรื่องกระโถนฤๅษีที่ดอยสุเทพบานแล้ว ขึ้นไปถึงแหล่ง เห็นมันบานกินบริเวณกว้าง บางส่วนก็เหี่ยวไปบ้างแล้ว ที่ดอยสุเทพนั้น เป็นชนิด himalayana Griff. เรียกว่ากระโถนฤๅษี ชนิดนี้เท่าที่ผมสังเกตดู ปุ่มสีขาวบนกลีบดอกนั้น กระจายอยู่เกือบทั่วทั้งกลีบ บนผนังบังกลีบมีขนละเอียดขึ้นอยู่ ในกระเปาะกลางดอกราบเรียบ (ต่างจากบัวผุดที่มีลักษณะคล้ายหนามอยู่ตรงส่วนนี้) ซี่เล็กๆ ที่ติดผนังดอกห่างๆ กัน ไม่สังเกตแทบไม่เห็น สีดอกเป็นสีแดงปนส้ม ชนิดนี้พบเห็นได้ในย่านภาคเหนือ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก 

 ในระยะเวลาไม่ห่างกัน ผมขึ้นไปดูนกที่อุทยานฯ แก่งกระจานพร้อมทั้งถามความคืบหน้าของ กระโถนพระราม ซึ่งที่นี่จะเป็นชนิด ram  (ชื่อวิทยาศาสตร์ เขาจึงเป็น  Sapria ram) ชนิดนี้ต่างจากกระโถนฤๅษีคือปุ่มขาวๆ บนกลีบดอกจะมีไม่ทั่วกลีบ ตรงกระเปาะกลางดอกมีคล้ายแท่นยอดป้านมีขนเล็กๆ บนแป้น ซี่ที่ติดผนังเห็นชัดเจน สีออกแดงปนชมพู ที่นี่ออกดอกกินบริเวณกว้าง เรียกว่าละลานตาเลยก็ว่าได้

 ส่วนที่เรียกว่า กระโถนนางสีดา ซึ่งเป็นชนิด poilanei นั้น มีการพบทางป่าตะวันออกทางจันทบุรี กาญจนบุรี แต่เสียดายชนิดที่เรียกว่ากระโถนนางสีดานั้นผมไม่เคยเห็นกับตา เลยไม่อาจบอกถึงความแตกต่างได้

 เท่าที่สังเกตพืชชนิดนี้มักจะพบบริเวณที่มีกลุ่มเถาวัลย์น้ำขึ้น แล้วพื้นที่ตรงนั้นต้องไม่มีการเหยียบย่ำด้วย เริ่มแรกจะเป็นดอกตูม มีเปลือกสีดำๆ หุ้ม พอดอกตูมเริ่มขยาย เปลือกหุ้มสีดำจะแตกออก จนกระทั่งบาน หลังจากนั้นก็จะเริ่มเหี่ยว เป็นสีดำ แล้วเน่าเปื่อยไป ช่วงเวลาที่บานจะอยู่ราวๆ สิบกว่าวัน

 อย่างที่แม่ค้าตลาดภูเก็ตบอก ชาวบ้านเอาไปเป็นยาสมุนไพร แก้ได้สารพัด เพียงแต่วันนี้การศึกษาค้นคว้านำพืชวงศ์นี้มาใช้ประโยชน์อาจจะยังไม่ชัดเจน ตอนนี้เราคงได้แค่ดูและรู้จักเพียงผิวเผิน ดูเอาว่าเป็นพืชที่แปลกตาและมีชีวิตที่แปลกดี แต่เชื่อแน่ว่าน่าจะมีประโยชน์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งในอนาคต และแน่นอนว่าถ้าเราไม่ช่วยกันดูแลรักษาทั้งถิ่นที่อยู่คือผืนป่าสมบูรณ์และตัวมัน พืชชนิดนี้มีโอกาสสูญพันธุ์แน่นอน  

 ธรรมชาติรังสรรค์พืชแปลกๆ และให้มันอยู่มานับพันๆ ปี อย่าให้มันมาสูญพันธุ์ในยุคเราก็แล้วกัน ผมต้องรีบเอามาบอกเล่าในช่วงใกล้ๆ ปีใหม่ เพราะพืชวงศ์นี้จะบานช่วงนี้พอดี เดินทางท่องเที่ยวลองมองหาบัวผุด กระโถนฤๅษีดูบ้างก็แล้วกันครับ

Tags : บัวผุด...สุดมหัศจรรย์ กระโถนฤๅษี

Adsense

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

Fort Carson, CO (USA) -- Lieutenant SSomya Malasri, training to be the first Buddhist chaplain in the US Armyomya Malasri Fort Carson, CO (USA)
ผมต้องการให้คนไทยสามัคคีกันครับ

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement