กรุงเทพธุรกิจ

ad 1

Life Style : ท่องเที่ยว

วันที่ 8 ธันวาคม 2552 01:00

ฤดูใบไม้ร่วงในคลองรอบกรุงมัตสึเอะ

บรรยากาศคลองรอบปราสาทมัตสึเอะ

มัคคุเทศก์สูงวัยเจ้าถิ่น ควบหลายหน้าที่ - การดำเนินงานทั้งหมดเป็นการร่วมแรงและแสดงพลังของคนวัยเกษียณ

เทคโนโลยีพับหลังคาเรือขณะเรือลอดใต้สะพาน จากหลังคาเรือสภาพปกติ เตรียมหมอบ เริ่มหมอบ และหมอบสนิท

ธรรมชาติริมคลองรอบปราสาทมัตสึเอะที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้

ใบไม้หลากสีริมคลองรอบปราสาทมัตสึเอะ - ยอดปราสาทมัตสึเอะโผล่หน้างามมาทักทาย

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ทัวร์คลองน้ำใส ส่องใยแมงมุม และชมหมู่บ้านซามูไร แถมท้ายด้วยเทคโนโลยีพับหลังคาเรือ ลอดใต้สะพานระบบ aero-dynamic รุ่นดั้งเดิม

 เรือหางยาวที่เครื่องยนต์ (ยี่ห้อฮอนด้า) เงียบกริบ เสียงเพลงขับกล่อม ชวนคืนถิ่นของคนเรือแห่งมัตสึเอะ และเหล่าผู้สูงวัยที่ไม่ปล่อยให้วันเวลาล่วงเลยในฤดูใบไม้ร่วง

 ที่นี่คือเมือง มัตสึเอะ (Matsue City) ในจังหวัดชิมาเนะ (Shimane Prefecture) ของประเทศญี่ปุ่น เมืองที่อายุเก่าแก่กว่าสองร้อยปี(ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 17) และเป็นหัวเมืองสำคัญแห่งหนึ่งในยุคเอโดะ (Edo period ช่วงปี ค.ศ.1603 -1868 ที่ตกอยู่ภายใต้การปกครองของโชกุนตระกูลโตกุงาวะ ตรงกับสมัยอยุธยา) ปราสาทมัตสึเอะ (Matsue Castle) ที่อยู่ในข่าย small but beautiful อันเป็นสถานพำนักของโชกุน (ญาติคนหนึ่งของโตกุงาวะ) ผู้ปกครองก่อตั้งหัวเมืองแห่งนี้ในอดีต  ยืนเด่นเป็นสง่า มองเห็นได้จากทุกมุมเมือง แม้จะผ่านวันเวลาแผ่นดินไหวและสงครามมาหลายร้อยปี

 ใบไม้เปลี่ยนสี ไล่เฉดเขียว เหลือง ส้ม น้ำตาล สะท้อนเงาบนแผ่นน้ำในคลอง โฮริกาวะ (Horikawa) แปลตรงตัวว่า คลองรอบกรุงมัตสึเอะ หรืออันที่จริงคือ คลองรอบปราสาทมัตสึเอะ  ซึ่งเป็นคลองขุดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับการสร้างปราสาทมัตสึเอะ เป็นทั้งคูคลองที่ใช้ประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ป้องกันการรุกรานและเป็นคลองคมนาคม ที่ชาวเมืองสมัยก่อนใช้ขนส่งและสัญจรรอบเมือง และน้ำในคลองใช้เป็นน้ำประปา (ระบบการประปาของญี่ปุ่นมีมาตั้งแต่สมัยเอโดะ) รวมถึงเป็นแหล่งปลาชุกชุม

 แต่ ณ ปัจจุบัน คลองแห่งนี้เป็นเส้นทางการท่องเที่ยวชมเมืองเป็นหลัก ส่วนการสัญจรทางเรือในชีวิตประจำวัน ไม่มีอีกแล้ว

 น้ำในคลองที่ใสราวกระจกเงา บอกฤดูกาลในเช้าสายวันที่ 1 ของเดือนพฤศจิกายน ปี 2009 ใยแมงมุมห้อยโหน ถักทอระหว่างกิ่งสน ต้นพลัม เมเปิล  มีนกกระสา กระยางขาว (Snowy Heron) ตัวเป็นๆ ยืนเกาะกิ่ง หลบลี้หนีเลนส์(กล้อง)หลังพุ่มใบรกเรื้อ มัคคุเทศก์กิตติมศักดิ์ คุณ จุนโกะ โคบายาชิ หรือ พี่เจี๊ยบ จากสำนักข่าวสารญี่ปุ่น (JICE) บอกกับเหล่าเยาวชนสูงวัยจากเมืองไทยที่ได้ลงเรือรอบกรุงมัตสุเอะคราวนี้ว่า 

 “การมีใยแมงมุมแสดงให้เห็นว่า ที่นี่ยังมีธรรมชาติ”
 แปลเป็นไทยอย่างไทยว่า ความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์ในแถบนี้ยังมีอยู่ เสียงธรรมชาติหรีดหริ่งเรไรและเสียงลมกระทบยอดไม้ เป็นเสียงกลบเครื่องยนต์เรือ ทำให้อากาศสดใสเช้านี้ สดชื่นขึ้นอีกหลายเท่า

 ระหว่างเส้นทางเรือ ที่ซอกแซกมีหลายเหลี่ยมหลายโค้งตามรูปทรงกึ่งๆ วงรีและสี่เหลี่ยมคางหมู มีทิวทัศน์ให้ชม ตลิ่งคอนกรีตยกสูงเหนือคลอง ตัดขอบเป็นเส้นใต้ รองรับภาพทิวทัศน์ ในเอกสารท่องเที่ยวบอกว่า ฤดูใบไม้ผลิจะมีซากุระบานให้เห็นเหนือตลิ่ง แต่ในฤดูใบไม้ร่วง มีเพียง ดอกไอริส สีม่วง แตกดอกออกพุ่มอยู่ที่ริมตลิ่งซึ่งเป็นหินคอนกรีตปูพื้นด้วยตะไคร่น้ำหนา ขณะที่เหนือขอบตลิ่ง สถาปัตยกรรมเก่าแก่ของ หมู่บ้านซามูไร สถานพำนักของเหล่านักรบผู้พิทักษ์อำนาจของโชกุนจากยุคเอโดะ เมื่อสองร้อยกว่าปีก่อน ยังคงอวดโฉมครบครัน  'หน้าจั่ว' ที่แสดงยุคสมัยและ 'ตราสัญลักษณ์ประดับหลังคา' บนยอดแหลมของหน้าจั่ว บ่งบอกความมั่งคั่งและประณีตศิลป์ของเจ้าบ้าน โผล่หน้ามาทักทายเหนือเส้นขอบกั้นตลิ่ง ประตูไม้ติดป้ายชื่อ และ โคมกระดาษแสดงฐานะเจ้าบ้าน (และบอกตำแหน่งทางเข้าบ้าน) ยังคงเป็น 'จุดดึงดูดนักท่องเที่ยว' โดยได้รับการดูแลรักษาอย่างดี สมกับการเป็นหนึ่งใน 'มรดกโลก' ตามบัญชีของยูเนสโก (Unesco)

 หมู่บ้านซามูไร (บูเกะ ยาชิกิ -Buke Yashiki) ที่เคยเป็นแหล่งพำนักของซามูไรลำดับยศกลางๆ เมื่อ 265 ปีก่อน ยังคงแข็งแรง สง่างามน่าเยี่ยมเยือน  แม้ผ่านภัยพิบัติทางธรรมชาติมาหลายหน แต่ไม่แตกร้าวแม้แต่น้อย โครงสร้างตัวบ้านที่ไหวเอนไปตามแรงขยับเลื่อนของเปลือกโลก แทนที่จะแข็งแรงแต่แตกปริแบบวิศวกรรมยุคใหม่  เป็นส่วนหนึ่งที่พิสูจน์ความอัจฉริยะทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมของคนโบราณ  และความภาคภูมิใจของคนเมืองนี้

 รวมถึงมัคคุเทศก์สูงวัยเจ้าถิ่น คุณตาผู้ทำหน้าที่ควบทั้งขับเรือ นำเที่ยว(ให้ข้อมูล) และยังเป็นเอ็นเตอร์เทนเนอร์ขับกล่อมลูกทัวร์ด้วยเสียงร้องเพลงพื้นถิ่นผ่านไมโครโฟนและลำโพงแบบพกพา ทุกครั้งที่เรือล่องเข้าใต้เงาของสะพานข้ามคลอง เสียงเพลงจากคุณตาจะก้องกังวานสะท้อนคอนกรีตใต้สะพาน สลับกับการขยับหมอบตัวราบเพื่อให้หลังคาเรือพับตัวให้แบนบาง เพียงพอที่จะลอดผ่านสะพานต่ำเตี้ยบางแห่งไปได้

 “ความ sugoi (สุโค่ย -สุดยอด) ของการล่องเรือที่นี่คือ เทคโนโลยีพับหลังคาเรือนี่แหละ” โจ้ยซัง หนึ่งในลูกทัวร์จากประเทศไทย เอ่ยปากหลังผ่านประสบการณ์ที่ตื่นเต้นนั้นมาแล้ว หลังคาเรือยืด-หดได้ เมืองไทยก็มีให้เห็นในคลองแสนแสบ กรุงเทพฯ แต่น้ำใสในคลองคงมีแค่ที่มัตสึเอะเท่านั้น

 พี่เจี๊ยบ เล่าว่า การจัดการน้ำเสียในคลองที่ประเทศญี่ปุ่น  อย่างแรก คือ การแยกคลองน้ำรอบกรุง กับคลองระบายน้ำเสีย และของเสียทุกชนิดจะไม่ถูกปล่อยลงคลอง

 อาจจะเป็นเหตุผลที่ คลองโฮริกาวะ ยังมี เต่า (ญี่ปุ่นเรียก คาเมะ), นกเป็ดน้ำ (ญี่ปุ่นเรียก คาโมะ) แมงมุม (ญี่ปุ่นเรียก โคโมะ ใยแมงมุมเรียก โคโมะโนะสึ) และ หงส์ขาว ว่ายน้ำเล่นเริงร่า ไม่แตกตื่นกับการมาเยือนของคนแปลกหน้า

 บทเพลงของคุณตามัคคุเทศก์ มีความหมายถึงการกลับสู่เรือนนอนหลังการออกหาปลา อาชีพชาวประมงที่เป็นงานหลักของคนแถบนี้สมัยโบราณ

 นอกจากจะได้ฟัง 'เพลงเก่า' กังวานใต้สะพานแล้ว ระยะเวลาราว 45 นาที ในการล่องเรือในคลองโฮริกาวะ ผู้มาเยือนได้ชม สะพานเก่าแก่  ที่มีทั้งหมด 16 แห่ง (หมายถึงคนในเรือต้องหมอบราบหลบสะพานด้วยเกินสิบครั้ง) รูปทรงและรูปแบบเฉพาะตัว โดยเฉพาะตัวสะพานที่เป็นรูปทรงคล้ายบ้านหลังเล็กปิดหลังคาอยู่กึ่งกลางเส้นสะพานโค้งข้ามคลองนั้น ชื่อ โยนาโงะ-บาชิ (Yonago-Bashi Bridge) รูปทรงและโครงสร้างที่เป็นของดั้งเดิมตั้งแต่เริ่มขุดคลอง 'โฮริงาว่า' ก็เป็นส่วนหนึ่งของจุดขายที่นี่เช่นกัน

 เรือล่องผ่านยอดไม้และหลังคาบ้าน คนในเรือแหงนหน้ารับแสงอาทิตย์อุทัย ทันใดนั้นยอดปราสาทมัตสึเอะ (Matsue Castle) โผล่หน้างามมาทักทาย  ส่วนนั้นเป็นห้องบนสุดใต้หลังคา ซึ่งเคยเป็นจุดสังเกตการณ์ข้าศึกของโชกุนเมื่อวันวาน และเป็นจุดชมวิวของนักท่องเที่ยวในวันนี้

 และสำหรับผู้มาเยือน ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนของเมืองมัตสึเอะ ห้องนี้จะเยี่ยมหน้ามาทักทายเสมอ เป็นการอวดโฉมให้สมกับฉายา 'เล็กแต่สวย' ของตัวปราสาท ที่ได้รับการยอมรับว่า งดงามที่สุดในบรรดาปราสาทโชกุนทั้งหลายจากยุคเอโดะไม่กี่สิบแห่งที่ยังหลงเหลือมาถึงทุกวันนี้  ความงามแบบ 'กะทัดรัดแต่ลงตัว' ของปราสาทแห่งนี้ ก็เป็นเฉกเช่นเดียวกับ ภาพรวมของเมืองมัตสึเอะ และทั้งหมดนี้เป็นจุดท่องเที่ยว unseen (สำหรับคนไทย)  ที่ทางญี่ปุ่นอยากเปิดให้ใครๆ ได้เห็นว่า ญี่ปุ่นไม่ได้มีแค่โตเกียวไฮเทค หรือเกียวโตโบราณสถานเท่านั้น  แต่ยังมีแสงอุ่นๆ และสีสันงดงามตามหัวเมืองให้เห็นกันอีก

.........................

Fact file 

เมืองมัตสึเอะ : ได้รับการตั้งฉายาว่าเป็น เมืองแห่งน้ำ (water city) โดยนักเขียนชาวต่างชาติ Lafcadio Hearn  ผู้ค้นพบความงามของที่นี่และป่าวประกาศให้คนภายนอกรู้ เมื่อเขามาเยือนเมืองนี้เมื่อปี ค.ศ.1890 (อนุสรณ์สถานของ Hearn อยู่ติดกับหมู่บ้านซามูไร) เพราะเป็นเมืองที่ติดทะเลสาบใหญ่ ชื่อ ชินจิ (Lake Shinji) และเป็นหัวเมืองอยู่ใกล้กับเกาหลีเหนือ เพียงข้ามฝั่งทะเล

อดีต : เมืองนี้เป็นหัวเมืองในยุคเอโดะ ที่มีการปกครองแบบศักดินา โชกุนเป็นเจ้าของแผ่นดิน เมืองหลวงของญี่ปุ่นขณะนั้นคือ โตเกียว ปัจจุบัน

อาหาร : โออิชิเด็ดสุด ต้องเป็น 'หอยชิจิมิ' ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดเมนูเด็ดจากทะเลสาบชินจิ ที่หน้าตาเหมือนหอยเสียบจากดอนหอยหลอด แต่รสชาติกลมกล่อมเมื่อใส่ในมิโซะซุป (ซุปเต้าเจี้ยว) สิ่งที่พึงระวังสำหรับผู้มีอาการภูมิแพ้อากาศหรืออาหารทะเล อาจโดนพิษหอยแรงผื่นแดงขึ้นตามตัว เห็นผลทันทีที่ได้ลิ้มลอง การแก้ไข ควรจะพกยาสมุนไพรแก้ร้อนใน จำพวกแคปซูลรางจืดและฟ้าทะลายโจร จะช่วยข่มอาการแพ้หอยให้ทุเลาลงได้ (ของเขาดีจริงๆ ใช้แล้วบอกต่อนะเนี่ย)

ประชากรทั้งหมดประมาณ 190,000 คน ในพื้นที่เมือง มัตสึเอะ 530.23 ตารางกิโลเมตร
สถานะ : Matsue City  เป็นเมืองหลวง (อำเภอเมือง)ของจังหวัดชิมาเนะ (Shimane Prefecture) ถ้าเมืองเล็กกว่านี้เรียกว่า town

ผู้สูงอายุ : ในยุคนี้ที่ คนชราครองญี่ปุ่น เมืองนี้มีผู้สูงอายุจำนวนมากสุดเป็นอันดับสามของญี่ปุ่น (โปรดดูภาพประกอบ) ในกิจกรรมล่องเรือชมเมืองมัตสึเอะ แทบไม่มีคนหนุ่มยุ่งเกี่ยว การดำเนินงานทั้งหมดเป็นการร่วมแรงและแสดงพลังของคนวัยเกษียณไปแล้วทั้งสิ้น นโยบายนี้เป็นการสร้างงานและการดูแลผู้สูงอายุของ อบต.เมืองมัตสึเอะ เอง

การเดินทาง : จากโตเกียว ขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ ขึ้นจากสนามบิน ฮาเนดะ (Haneda Airport) ที่โตเกียว มาลงที่สนามบินอิซูโม่ (Izumo Airport) ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเมืองมัตสึเอะ หรือจะเป็นสนามบินโยนาโกะ (Yonago Airport) ที่ตั้งอยู่ในเขตเมือง โตะโตริ (Totori city) บ้านใกล้เรือนเคียงก็ได้ ขึ้นอยู่กับสายการบินที่เลือกใช้บริการ ถ้าเป็นเส้นทาง ฮาเนดะ-อิซูโม จะเป็นบริการของ ANA ส่วนเส้นทาง ฮาเนดะ-โยนาโกะ เป็นของ JAL  บินสบายถึงที่หมายได้ทั้งสองสาย ใช้เวลาราว 90 นาที ดูข้อมูลเส้นทางอื่น เพิ่มเติมที่เว็บไซต์ city.matsue.shimane.jp

Tags : ฤดูใบไม้ร่วงในคลองรอบกรุงมัตสึเอะ จังหวัดชิมาเนะ

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement