โปรแกรมวันถัดมา เราไปเที่ยวกันที่ โซนามาร์ค (Sonamarg) อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ของศรีนาคาร์ ไป 87 กิโลเมตร
เหนือระดับน้ำทะเล กว่า 3,000 เมตร อากาศที่นี่หนาวกว่าพาฮาแกม เนื่องจากอยู่ที่สูงกว่า เราจึงให้บริกรประจำบ้านเตรียมถุงน้ำร้อนไว้นั่งกอดระหว่างอยู่บนรถด้วย
แต่เอาเข้าจริง ความร้อนจากถุงน้ำร้อนสู้ไม่ได้เลยกับตะเกียงเตาถ่าน ที่ชาวแคชเมียร์ต่างมีไว้ครอบครอง เป็นสมบัติสุดล้ำค่าประจำกายไม่ว่าหญิง ชาย ลูกเด็กเล็กแดง ค่าที่มันช่วยสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกายโดยมือที่อยู่ใต้เสื้อจะถือไว้ตลอดเวลา (เสื้อเหมือนชุดคลุมท้อง แขนยาว แต่เขาจะเอามือไว้ด้านในเพื่อถือตะเกียง) ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเรียกมันว่า Second Wife เพราะไปไหนมาไหนด้วยตลอด สำคัญพอๆ กับภรรยาหลวงเลยนั่น
ที่โซนามารค์ รู้จักกันในนามของ ทุ่งหญ้าสีทอง (Golden Meadow) เพราะระหว่างทางจะพบกับทุ่งดอกไม้สีเหลือง บานเต็มทุ่ง นอกจากนี้ยังถูกขนานนามให้เป็น Gateway to ladakh หรือ 'ประตูสู่ลาดัก' เพราะจากจุดนี้สามารถขับรถไปถึง 'ลาดัก' ได้ แต่หากเดินทางในหน้าหนาวก็ต้องเช็คสภาพภูมิอากาศกันให้ดี
โซนามาร์ค เป็นอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาเที่ยว เพราะมีกิจกรรมให้ทำหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการล่องแก่ง แค้มปิ้ง ล่าสัตว์ (ต้องมีใบอนุญาต) เดินป่า ปีนเขาไปชมความงามของธารน้ำแข็ง Thajiwas
ก่อนขึ้นไปถึงด้านบนโซนามาร์ค เราแวะ ฟาร์มปลาเทราท์ ซึ่งเป็นศูนย์เพราะพันธุ์ปลา ให้กับชาวบ้านได้นำไปเลี้ยงต่อไป ปลาเทราท์จัดเป็นปลาที่พบได้เฉพาะเขตที่มีหิมะเท่านั้น เพราะฉะนั้นเมื่อมาเยือนถึงถิ่นแล้ว ไกด์ใจดีขอซื้อปลาเทราท์กลับที่พักเพื่อปรุงเป็นมื้อเย็นให้พวกเรารับประทาน
จากนั้นเราแวะรับประทานอาหารกลางวันระหว่างทางขึ้นไป บรรดาไกด์และคนขับรถต่างช่วยกันนำอาหารออกมา ให้เราบริการตัวเอง จากเดิมโปรแกรมที่วางไว้ว่าจะขึ้นไปทานด้านบน แต่เพราะหิมะที่ตกหนักทำให้ถนนถูกปิด เราเลยไม่สามารถขึ้นไปชมทิวทัศน์ด้านบนได้ เพราะฉะนั้นนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวหน้าหนาว พึงเตรียมใจไว้ว่าอาจไม่ได้ขึ้นไปถึงด้านบน แต่พวกเราก็มิได้เสียใจเพราะสองข้างทางที่เรานั่งรถมานั้น งามเกินจินตนาการ
ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ฉันจะมีโอกาสมาเห็นภาพสวยๆ แบบนี้ ป่าบนเขาถูกปกคลุมด้วยหิมะ มองไปทางไหนก็เห็นสีขาว พื้นถนนบรรยากาศมันอาจดูเหงาๆ เศร้า แต่ว่ามันก็สวยและงดงาม มิน่าเขาถึงว่า ความงามของแคชเมียร์ เปรียบได้กับความสวยของสวิตเซอร์แลนด์
เมื่อกลับถึงบ้าน เราแวะดื่มน้ำชากับขนมที่ร้านขายสินค้าพื้นเมืองของทางเจ้าของโรงแรม (เจ้าของ House Boat) ให้จิบไปชมสินค้าไป มีทั้งผ้าปักลายดอกไม้ที่ (ขายยกม้วน ม้วนละ 40 เมตร ราคาเมตรละ 250 บาท) ผ้าแคชเมียร์ หลายราคาตามเนื้อผ้า กล่องใส่เครื่องประดับ ทั้งทรงกลม ทรงเหลี่ยม มีหลายขนาดและราคา ที่รองแก้วที่ทำเป็นชุด ซึ่งล้วนเป็นงานเปเปอร์มาเช่ ลวดลายส่วนใหญ่เป็นลายดอกไม้และรูปสัตว์ แต่ถ้าหากต่อราคาได้ไม่ถูกใจ ก็อย่าด่วนซื้อ เพราะมหกรรมช้อปกระหน่ำไม่ได้อยู่ที่ร้านนี้ร้านเดียว แต่พ่อค้าดิลิเวอรี่ยังมาพบคุณบนเรือ ที่ห้องนั่งเล่น ในช่วงระหว่างรับประทานอาหารก็ดูพ่อค้าจัดของไปกินไป กินข้าวเสร็จก็เริ่มเปิดการค้าต่อเสรีได้เลย
เข้าวันสุดท้ายของการเที่ยว เขาว่าโปรแกรมเด็ด มักอยู่วันสุดท้ายเห็นจะจริง เพราะวันนี้เราจะไปที่ กุลมาร์ค (Gulmark) ภูเขาที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในแคว้นแคชเมียร์ เป็นสนามกอล์ฟ 18 หลุมที่สูงที่สุดในโลก อีกทั้งในฤดูหนาวผู้คนก็จะนิยมขึ้นมาเล่นสกีที่นี่ เพราะมีสกีรีสอร์ทและค่าเล่นสกีที่นี่ก็ราคาถูก
ไกด์เตือนพวกเราให้ระวังเรื่องการหายใจเมื่อถึงที่นั่น ว่าให้ค่อยๆ หายใจ เพราะขึ้นไปที่สูงอากาศน้อย อย่าทำอะไรที่รวดเร็วเกินไป เพราะอาจหายใจไม่ทัน
เราเดินทางไปถึงที่นั่นเกือบเที่ยง
หลังเติมพลังให้กับตัวเองก็ได้เริ่มผจญภัย ด่านแรกนั่นคือ นั่งรถเลื่อน คันหนึ่ง 1 คน มีคนมาลากไปยังจุดขึ้นไปนั่งเคเบิลคาร์เพื่อขึ้นไปจุดสูงสุดของกุลมาร์ค แต่หากใครกลัวความสูงจะรออยู่ด้านล่างก็ได้ (แต่ขอร้องว่ากรุณาหยุดกลัว 1 วัน) เมื่อเข้าไปนั่งในเคเบิลคาร์ มองไปรอบตัวเป็นแต่ภูเขาหิมะ รอกพาพวกเราสูงขึ้นไป สูงขึ้นไป มองลงไปจนไม่เห็นที่จากมา
ด่านความสนุกไม่ได้หยุดหลังจากออกจากเคเบิลคาร์ เพราะเราสามารถ เล่นสกี ที่ยอดเขาได้อีก ว้าว....ประสบการณ์แปลกใหม่บังเกิดกับชีวิตฉันอีกครา ฉันไม่รอช้า จ่ายเงิน 250 รูปีกับการเล่นสกีครั้งแรกในชีวิต
แต่ละคนจะมีแขก 1 นาย ประกบเป็นบัดดี้ คอยจับไม้บังคับทิศทางให้อยู่ด้านหลัง แต่เหมือนบัดดี้ฉันจะขี้เกียจ ฉันต้องคอยร้องถามตลอดว่า "ยังอยู่กับฉันใช่ไหม อย่าปล่อยฉันนะ บัง" จนเขาเริ่มเห็นว่าพอจะเล่นได้ก็จะปล่อยให้เล่นเอง จนเมื่อล้มกลิ้งลง ลุน ลุน ไปนั่นแหละถึงวิ่งมาเก็บศพ เอ๊ย...ช่วยพยุงตัวขึ้นมา แล้วก็จ้ำหิมะขึ้นไปเริ่มเล่นใหม่ จนหลังฉันชุ่มไปด้วยเหงื่อแล้ว ฉันจึงอำลากีฬาชนิดนี้ พร้อมกับคิดในใจว่าต้องหาโอกาสมาเล่นอีกแน่ๆ
ฉันนั่งมองดูภาพถ่ายแคชเมียร์ หิมะปกคลุมป่าสน และถนนทุกสาย...
บางครั้งฉันไม่อยากจะเชื่อแก่สายตาตัวเอง ว่านี่คือดินแดนที่ฉันไปมาแล้ว
จนฉันคิดว่า หากมีโอกาสอีกสักครั้ง ฉันจะกลับไปอีก
ไปกันไหม... Kashmir if you can.
Tags : Kashmir if you can. (ตอนจบ)





