กรุงเทพธุรกิจ

ad 1

Life Style : ท่องเที่ยว

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2552 01:00

นั่งรถไฟ 2 จังหวัด สู่วิถีตลาดน้ำ เสน่ห์ที่ไม่ต้องปรุงแต่ง

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ททท. ร่วมกับ รฟท. และ 5 สมาคมท่องเที่ยว เปิดเส้นทางท่องเที่ยว รถไฟสายใหม่ใกล้กรุงเทพ เอาใจนักท่องเที่ยวมีเวลาน้อย เริ่ม 21 พย นี้

วันหยุดนี้ไปเที่ยวไหนดีนะ??   ปลายปีแบบนี้หลายคนคงมองหาแหล่งพักผ่อนหย่อนใจระยะใกล้ ที่สะดวกสบาย ครบเครื่องภายในวันหยุดสั้นๆ เสาร์-อาทิตย์

วันนี้ ททท. ร่วมกับ รฟท. และ สมาคมท่องเที่ยว สนท.  สธทท. ADT, ATTA และTEATA  มีกิจกรรมท่องเที่ยวน่ารักๆ ส่งท้ายปี 52 สู่ ปี 53  มาแนะนำกัน กับแคมเปญ “วันหยุดนี้..ไปนั่งรถไฟเที่ยวกันเถอะ”  โดยเปิดเส้นทางใหม่ล่าสุด “นั่งรถไฟ 2 จังหวัด สู่วิถีตลาดน้ำ เสน่ห์ที่ไม่ต้องปรุงแต่ง”

วันเสด็จ  ถาวรสุข  รองผู้ว่าการด้านการตลาดในประเทศ ททท. กล่าวว่า โครงการเที่ยวรถไฟครึกครื้นเศรษฐกิจไทยคึกคัก เปิดตัวมาตั้งแต่ต้นปี 52 ในหลายเส้นทาง เพื่อเป็นการสร้างกระแสการท่องเที่ยวให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและรณรงค์ให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น ล่าสุดเราได้เปิดเส้นทางนั่งรถไฟท่องเที่ยวเมือง 2 สมุทร คือสมุทรสาครและสมุทรสงคราม ซึ่งถือว่าเป็นบ้านพี่เมืองน้องที่มีสถานที่สำคัญและแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย และมีจุดเด่นที่มนต์เสน่ห์ของการคงไว้ซึ่งวิถีค้าขายทางน้ำแบบไทยๆ อย่างแท้จริง เป็นอีกรูปแบบการท่องเที่ยว และในอนาคตเราเตรียมเปิดเส้นทางเพิ่มให้ครบทุกภาค

ยุทธนา  ทัพเจริญ  ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า รฟท.ยินดีสนับสนุนทุกภาคส่วนในการกระตุ้นเศรษฐกิจของไทย รวมถึงการท่องเที่ยวทางรถไฟที่เราดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2514  ครั้งนี้เราได้ร่วมมือกับ ททท.
ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวโดยเฉพาะในการเปิดเส้นทางที่หลากหลาย  ในส่วนของเส้นทางใหม่ 2 จังหวัด สมุทรสาครและสมุทรสงครามนี้ เราได้มีการปรับแต่ภูมิทัศน์สองข้างทางรถไฟ เพื่อให้นักท่องเที่ยว สามารถชมวิวทิวทัศน์ได้ชัดขึ้น ได้เต็มอิ่มกับบรรยากาศที่แตกต่างจากเส้นทางอื่น และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าสัมผัส  อีกทั้งเราจะมีการปรับปรุงตู้โดยสารรถไฟให้สะอาดสะดวกสบายเหมาะแก่การท่องเที่ยวมากขึ้น พร้อมเตรียมปรับปรุงขนาดรางรถไฟให้ใหญ่ขึ้นด้วย

การเดินทางรอบพิเศษครั้งนี้เริ่มจากนั่งรถโค้ชจาก กทม ไปยังวัดช่องลม ชื่นชมธรรมชาติริมฝั่งแม่น้ำ ระหว่างรอรถไฟขบวนหรรษาที่กำลังเคลื่อนมาจากสถานีวงเวียนใหญ่ มารับพวกเราที่สถานีท่าฉลอมไปสู่สถานีปลายทางแม่กลอง ก็เข้าไปกราบนมัสการพระบรมรูป ร.5 ภายในวัดช่องลม และหลวงปู่แก้ว ที่ร่างกายไม่เน่าเปื่อยที่บรรจุใจโลงทองในอุโบสถวัดช่องลม บนผนังโบสถ์มีประติมากรรมธรรมชาติอันงดงามจากมูลนกตัวน้อย  จากนั้นเราข้ามกราบนมัสการพระโพธิสัตว์กวนอิม ที่อยู่อีกฝั่งรางรถไฟ ก่อนขึ้นขบวนรถไฟที่มาถึงในเวลา 10 โมงนิดๆ  เสน่ห์อีกอย่างของขบวนรถสายนี้ที่ชาวท่าฉลอมบอกมาคือ เป็นรถไฟสายเดียวที่ไม่ต้องตีตั๋วจากสถานี แต่ขึ้นไปซื้อตั๋วบนรถได้เหมือนรถเมล์

ก้าวขาขึ้นขบวนรถไฟปุ๊บก็เห็นใบหน้ายิ้มแย้มจากคุณอภิชาติ  โตดิลกเวชช์ รอง ผวจ.สมุทรสาคร ที่มารอต้อนรับและให้ข้อมูลแบบเป็นกันเอง โดยมี 2 พิธีกรคู่หรรษาอย่าง คุณเหมี่ยว-ปวันรัตน์ และคุณตี๋อ้วน นำทีมเฮฮาครึกครื้น
คุณอภิชาติ เล่าว่า สมุทรสาครเป็นเมืองประวัติศาสตร์กว่า 150 ปี แม่น้ำท่าจีน ซึ่งอยู่ตรงท่าฉลอมในปัจจุบัน เมื่อก่อนเป็นที่จอดเรือสำเภาจีน สมัยอยุธยา ปี 2011 สมเด็จพระมหาจักพรรดิ ได้เปลี่ยนชื่อจากท่าจีน เป็นสาครบุรี  ต่อมาสมัย ร.4  เปลี่ยนเป็นสมุทรสาคร  ส่วนคลองมหาชัยเกิดในสมัยอยุธยา ยุคพระศรีสรรเพชรที่ 8 หรือ พระเจ้าเสือ ที่มีการประหารพันท้ายนรสิงห์ นายท้ายเรือพระที่นั่ง หลังพันท้านนรสิงห์ตาย ให้ขุดคลองตัดตรงมาจากกรุงเทพฯ มาถึงคลองมหาชัย ระยะทางประมาณเกือบ 70 ก.ม.  เรียกว่าเป็นอนุสรณ์ที่ประหารพันท้ายนรสิงห์ ก็ว่าได้ 

" สมุทรสาครเป็นเมืองหนึ่งจังหวัด 4 ประเทศ คือ ไทย เขมร ลาว พม่า อยู่ที่นี่เยอะ เรามีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์มากมาย มีคลองกว่า 270 คลอง เรือกว่า 1,700 ลำ เสน่ห์ของมหาชัยคือ อาหารทะเล โดยเฉพาะหน้าหนาวจะมีปลาโลมาเข้ามาน่านน้ำนี้ประมาณ 2 ฝูงในทุกปี มีกิจกรรมสนุกสนานทุกเดือนตลอดปี การเดินทางโดยรถไฟมาเที่ยว 2 จังหวัดหวัดครั้งนี้ นอกจากประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากแล้วยังได้เต็มอิ่มทุกรส  อีกทั้งมีความสะดวกสบายในการเดินทางและท่องเที่ยว  ล่าสุดเราตรียมจัดทำอะควอเลี่ยมขนาดใหญ่ เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ของการท่องเที่ยวด้วย " คุณอภิชาติ เล่า

ระหว่างทางที่เรานั่งบนรถไฟนั้น นอกจากอากาศที่สดชื่นแล้ว มองผ่านหน้าต่างออกไปจะเห็นวิถีชีวิตชาวบ้านที่ทำนาเกลือบนที่ผืนใหญ่ สลับสภาพป่าโกงกางที่สมบูรณ์ มีนกหลากหลายบินอยู่รอบๆ  และบ้านเรือนผู้คนแถบนั้นที่อยู่ชิดทางรถไฟมากจนรู้สึกเหมือนหน้าต่างรถไฟเป็นหน้าต่างบ้านของเขาเลยทีเดียว ภาพรอยยิ้มอันอบอุ่นจากชาวชุมชนที่โบกมือทักทายเราจากหน้าต่างบ้านของเขายิ่งเป็นเครื่องตอกย้ำว่าไม่มีที่ไหนเที่ยวสุขใจเท่าเมืองไทยอีกแล้ว
 

ก้าวลงจากรถไฟ สถานีปลายทางแม่กลอง ซึ่งอยู่ติดแม่น้ำแม่กลอง (รางรถไฟมาสิ้นสุดลงที่นี่)  คุณประภาศ  บุญยินดี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ยืนรอให้การต้อนรับ ก่อนพาไปทานอาหารในบรรยากาศสบายริมแม่น้ำ พร้อมเล่าถึงวิถีชีวืตของชาวเมืองว่า  ช่วงที่ผ่านมาการท่องเที่ยวที่สมุทรสงครามบูมขึ้นมาก แหล่งท่องเที่ยวของเรามีมากกว่าตลาดอัมพวาที่อยากแนะนำ เรามีตลาดน้ำหลาย แห่ง มีคลองกว่า 360 คลองที่น่าสนใจให้ล่องเรือพร้อมบริการนวดสปาบนเรือ แม้ปัญหาของเราคือเป็นเมืองเก่าไม่สามารถขยายเมืองได้ จะเห็นว่าถนนหลายสายยังเป็นถนนเล็กๆ ที่จอดรถอาจจะน้อย แต่นั่นคือสีสัน คือเสน่ห์ของเราที่ทุกคนชื่นชอบและอยากมาสัมผัส จังหวัดเล็กที่สุดในประเทศ แต่มีการท่องเที่ยวครบทุกรสทั้งการล่องเรือ การเดินชมธรรมชาติเหมาะสำหรับการพักผ่อนในทุกๆ วันหยุด กับการท่องเที่ยงเชิงนิเวศน์ ล่าสุดเราเตรียมเปิดตัวแหล่งท่องเที่ยวปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก และแหล่งเพาะพันธ์กุ้งแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยด้วย ซึ่งเราพร้อมรับนักเที่ยวทุกด้าน

จากนั้น เดินชมวิถีค้าขายทับเส้นทางรถไฟของชาวตลาดร่มหุบ ซึ่งเปิดกันตั้งแต่ตี 4 ยัน 6 โมงเย็นทุกวัน เสน่ห์ของที่นี่คือ ทุกครั้งที่ขบวนรถไฟจะวิ่งผ่านพ่อค้า แม่ค้าจะรีบเก็บข้าวของออกจากทางรถไฟ พร้อมหุบร่มไม่ให้กีดขวงขบวนรถอย่างรถเร็ว สร้างสีสันและรอยยิ้มแก่นักท่องเที่ยว ที่พลายลุ้นพลอยสนุกสนานไปด้วยว่าพ่อค้าแม่ค้า จะเก็บของหุบร่มกันทันหรือไม่ ซึ่งพ่อค้า แม่ค้าที่นี่บอกว่าต้องหุบร่มกันวันละ 8 รอบทีเดียว

จากนั้นเดินทางสู่ตลาดน้ำบางน้อย ย่านการค้าทางน้ำอันรุ่งเรืองของไทยเมื่อ 40 ปีก่อน ที่ยังคงมนต์เสน่ห์ให้หลงไหลกับหลากร้านค้าที่มีทุกอย่างครบครั้นทั้งร้านอาหาร สปา เสื้อผ้า ของที่ระลึก  ก่อนล่องเรือชมบ้านเรือนไทยและวิถีชีวิตชาวบ้านริม 2 ฝั่งแม่น้ำในบรรยากาศสดชื่น ไปเทียบท่าน้ำยังวัดบางกุ้ง ค่ายทหารเรือป้อมปราการสำคัญในการปกป้องบ้านเมืองจากข้าศึกสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  ภายในวัดมีโบสถ์ปรกโพธิ์ ที่เก่าแก่กว่า 100 ปี เป็นหนึ่งใน Unseen Thailand  มองข้างนอกเห็นตัวโบสก์เพียงแค่หน้าต่าง  จากนั้นเข้ากราบอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่งอยู่ห่างจากโบสถ์ไปด้านขวาประมาณ 50 เมตร และเยี่ยมชมหุ่นปั้นแสดงศิลปะการต่อสู้ในสมัยโบราณที่ใช้ปกบ้านป้องเมืองมาถึงปัจจุบัน ก่อนเดินทางกลับ

การเดินทางที่คุ้มค่าแบบนี้มีขึ้นทุกเสาร์-อาทิตย์  โดยจะเริ่มทริปแรกวันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน นี้ จนถึง สัปดาห์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ 2553  นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถเลือกโปรแกรมท่องเที่ยวที่เตรียมไว้ให้ถึง 3 แพคเกจ ทั้งแบบไปเช้า-เย็นกลับและแบบพักค้างคืนเพื่อชื่นชมบรรยากาศได้อย่างเต็มที่  สนนราคาแพคเกจอยู่ที่ 999-2,499 บาท  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ สายด่วนท่องเที่ยว  1672  หรือ สายด่วนรถไฟ 1690

... วันหยุดนี้..ไปนั่งรถไฟเที่ยวกันเถอะ...

 

Tags : ททท. รฟท. รถไฟท่องเที่ยว สมุทรสงคราม สมทรสาคร

advertisement

advertisement

advertisement