เมื่อฤดูใบไม้ร่วงมาถึง เขตนิวอิงแลนด์ ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐ ก็ได้ชื่อว่ามีสีสันสวยงามไม่แพ้ที่ใด
แม้ เมล อัลเลน บรรณาธิการนิตยสารแยงกี้ กล่าวว่า "ผมยังไม่เคยได้ยินชาวนิวอิงแลนด์พูดว่า จะไปภูเขาเพื่อดูสีสันของฤดูใบไม้ร่วงเลย มีแต่คอยจะถึงฤดูหนาวเพื่อรอคอยปุยหิมะ จึงจะไปเที่ยวภูเขากัน"
ลิซ่า แท็กการ์ด นักเขียนของนิตยสารซันเซ็ท ซึ่งทำเรื่องเกี่ยวกับรัฐทางตะวันตกยอมรับอย่างไม่ค่อยเต็มใจว่า "ใช่ ทางตะวันออกมีต้นไม้สวยๆ แต่ทางตะวันตกมีทั้งหมดรวมกัน ป่าไม้ ต้นไม้ ภูเขา สัตว์ป่า" เธอบอก
หากใครชอบฟังเสียงกรอบแกรบของใบไม้ มองแสงรำไรส่องลอดใบไม้ ต้องลองพิจารณาสถานที่ต่อไปนี้ดูบ้าง
รัฐคอนเนตทิคัต เส้นทาง 169 : พอลลี แบนนิสเตอร์ บรรณาธิการอาวุโสนิตยสารแยงกี้ บอกว่าเป็นถนนชนบทที่สวยที่สุดของนิวอิงแลนด์ ตลอดระยะทาง 32 ไมล์ ที่ทอดผ่านท้องทุ่งและเรือกสวนไร่นา ไปจนถึงเนชั่นแนล เซ็นนิค บายเวย์ ซึ่งเป็นจุดที่ดีที่สุดสำหรับชมแลนด์สเคปอันสวยงามด้วยต้นไม้และกำแพงหินผาที่ยืนหยัดซึมซับเรื่องราวของเมืองแห่งอดีตไว้ จากวู้ดสต็อกถึงลิสบอนมีฉากหลังเป็นใบไม้หลากสีสันราวกับจานผสมสี ทั้งแดง เหลือง ส้ม ทองและบางส่วนเป็นสีน้ำตาลปนแดง
รัฐเมน : อัลเลน บ.ก.แยงกี้ บอกว่าให้ไปลองเริ่มจากริงเกลลี ที่ซึ่งนักท่องเที่ยวจะต้องพยายามพาตัวเองออกจากเมืองซึ่งงดงามอยู่กลางทะเลสาบ มุ่งหน้าขึ้นเหนือไปตามทางสาย 16 ตัดเข้าสาย 27 ผ่านคิงส์ฟิลด์ เลียบแม่น้ำคาราบัสเส็ท สู่เทือกเขาชูการ์โลฟ เป็นระยะทาง 45 ไมล์ ซึ่งตามสถิติแล้วรถทุกคนจะต้องแวะจอดรถเกินสิบครั้ง เพื่อลงไปสัมผัสกับสายลมที่โอบล้อม โดยเฉพาะในจุดที่ชาวบ้านแถบนั้นเรียกว่า "Oh My Gosh Corner" ที่จะเป็นภูเขาปรากฏอยู่ตรงหน้า ราวกับเพิ่งหล่นมาจากท้องฟ้า
แมสซาชูเซตส์ : จัตติน แชตเวลล์ ผู้ช่วย บ.ก.ของแยงกี้ บอกว่าแถวนี้บางทีก็ถูกมองข้ามไป ทั้งที่ถ้าเป็นฤดูใบไม้ร่วงแล้วละก็ที่นี่เป็นที่ “ควรไปที่สุด” ภาพของยอดเขาทางตะวันตกทอดตัวถึงนอร์ท อดัมส์ น่าจะเป็นที่หมายของนักเดินทางที่ชอบสีสันใบไม้แห่งฤดูใบไม้ร่วง เส้นทางที่แนะนำคือ ทางหลวงหมายเลข 2 ตัดตรงสู่เทือกเขาเบิร์กไชร์
นิวแฮมไชร์ : เส้นทางชื่อว่า "แคนคามากัส" ตัดระหว่างลินคอล์น ถึงคอนเวย์, นิว แฮมไชร์ ตามทางหลวงรัฐหมายเลข 112 ระยะทาง 34 ไมล์ เส้นทางนี้กำลังจะฉลองครบรอบ 50 ปี ในปีนี้ สองข้างทางงดงามด้วยธรรมชาติ ไร้บ้านเรือน ไม่มีร้านอาหารหรือปั๊มแก๊ส มีแต่ภาพมุมกว้างของเทือกเขาอันสูงใหญ่มั่นคงที่ชื่อว่า "White Mountain National Forest" สองข้างทางมีน้ำตก ทางเดินป่า ปีนเขา และจุดชมวิวสวยๆ แต่ละปีจะมีคนเดินทางไปสัมผัสความงดงามของฤดูใบไม้ร่วงกันหลายแสนคน
เวอร์มองท์ : เส้นทางหมายเลข 100 ถือว่าเป็นถนนที่สวยที่สุดของนิวอิงแลนด์ ไมเคิล แบลนดิ้ง นักเขียนของแยงกี้ยืนยัน เขาบอกด้วยว่าในเส้นทางที่คดเคี้ยวแทบเป็นวงกลมนั้น บางจุดได้ชื่อว่าเป็น "ทางหลวงแห่งฟากฟ้า" (Skier's Highway) เพราะเป็นทางที่เชื่อมต่อระหว่างยอดเขาทั้ง เมาท์สโนว์, คิลลิงตัน, ชูการ์บุช และ สโตวี และพอมาถึงฤดูใบไม้ร่วงก็มีจุดเด่นไม่เหมือนใคร เส้นทางที่ผ่านภูมิประเทศที่หลากหลายและสูงๆ ต่ำๆ ของเทือกเขา เหมือนได้ผ่านหลายฤดูกาล
ส่วนทางตะวันตกก็มีทัศนียภาพที่งดงาม เช่น แคลิฟอร์เนีย ซึ่งแตกต่างจากทางตะวันออก ตามเส้นทางจากนอร์ท โคสต์ ยูเรก้า สู่ง เรดดิ้ง ก็มีสีสันน่าชมไม่แพ้กัน ต้นไม้ที่ขึ้นชื่อของแถบนี้คือ เมเปิ้ล และ โอ๊ก โดยเฉพาะต้นแบล็คโอ๊กที่ Yosemite Valley
โคโลราโด รัฐที่ได้ชื่อว่าท้องฟ้าเป็นสีฟ้าและยอดเขาสีขาว แต่พอถึงฤดูใบไม้ร่วงก็มีสีสันไม่แพ้ใคร นอกจากนี้ยังสามารถไปขี่จักรยาน ปีนเขา หรือขับรถชมทัศนียภาพที่งดงามสองข้างทาง เรียกว่าไม่ควรพลาดเช่นกัน
ไอดาโฮ ก็มีฤดูใบไม้ร่วงหลากสีสัน ที่เปลี่ยนเมืองเป็นสีส้ม สีทองและแดง ทำให้อาคารเก่าแก่ที่ชื่อว่า Mission of the Sacred Heart ที่สร้างขึ้นเมื่อทศวรรษที่ 1850 โดยคณะมิสชันนารีคาทอลิกและชาว Coeur d'Alene Tribe เพิ่มความโดดเด่นและให้บรรยากาศที่แตกต่างจากฤดูกาลอื่นๆ
มอนทานา เลื่องชื่อว่ามีธรรมชาติฤดูใบไม้ร่วงที่งดงามเหนือคำบรรยาย ทั้งไร่ฝ้าย สนแอสเพ็นและสนทามาแร็ค ทำให้ดินแดนแห่งนี้กลายเป็นสีเหลืองและสีทอง และเส้นทางที่ควรไปคือ ถนนสายตะวันออกหมายเลข 200 จากมิสซูลา เลียบแม่น้ำแบล็คฟุต เพื่อไปชมสนทามาแร็คที่ใหญ่ที่สุดในประเทศที่กำลังเปลี่ยนใบจากสีเขียวเป็นทอง
โดยในโอกาสแห่งการเปลี่ยนผ่านนี้ จะมีเทศกาลเฉลิมฉลอง ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-4 ตุลาคมด้วย
.................................
ที่มา <http://news.yahoo.com/s/ap_travel
Tags : สีสันแห่งฤดูใบไม้ร่วง • เขตนิวอิงแลนด์

